พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

อัศจรรย์ของการเคารพศีลมหาสนิท


“ในตอนนั้นพวกเขากำลังจะปิดสามเณราลัยเพราะมีสามเณรเพียงแค่ 8 คนเท่านั้น  แต่เวลานี้จำนวนสามเณรเพิ่มขึ้นเป็น 88 คน พระสังฆราชบอกผมว่าสามเณรเหล่านี้ได้เข้าร่วมการเคารพศีลมหาสนิทในชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์ด้วย”
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

วาทะของนักบุญฟรังซิส.เดอ.ซาลส์

ต่อไปนี้เป็นวาทะของท่านนักบุญที่จะช่วยให้เรามีความรักในพระเยซูเจ้าและแม่พระมากขึ้น
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

พลังอำนาจของการสวดภาวนา4

เราต้องไม่สวดภาวนาเหมือนกับ “การพร่ำบ่นคาถา” การที่ได้รับการตอบสนองต่อคำอธิษฐานภาวนาของเรานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้คำพูดที่สวยหรู  และไม่มีประโยคหรือคำพูดที่เฉพาะเจาะจงเพื่อทำให้พระเป็นเจ้าทรงตอบสนองการวอนขอของเรา  ในทางตรงกันข้าม พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เมื่อท่านอธิษฐานภาวนา  จงอย่าทำเหมือนคนต่างศาสนา  เขาคิดว่าถ้าเขาพูดมากพระเจ้าจะทรงสดับฟัง อย่าทำเหมือนเขาเลย เพราะพระบิดาทรงทราบแล้วว่าท่านต้องการอะไรก่อนที่ท่านจะขอเสียอีก” (มท. 6:7-8)  การสวดภาวนาเป็นการสื่อสารกับพระเป็นเจ้า สิ่งที่ท่านต้องทำก็คือวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ สดุดีที่ 107 28-30 เตือนเราว่า “เมื่อพวกเขาร้องขอต่อพระเป็นเจ้าในความทุกข์ยากของพวกเขา  พระองค์ก็ทรงนำพวกเขาออกมาจากความทุกข์นั้น พระองค์ทรงทำให้พายุอ่อนกำลังลง  ทรงทำให้คลื่นในทะเลเงียบสงบ แล้วพวกเขาก็ยินดีเมื่อทุกสิ่งเป็นปกติ พระองค์ทรงนำพวกเขาไปสู่ที่หลบภัยตามที่พวกเขาต้องการ”การสวดภาวนามีพลังอำนาจมากยิ่งนัก

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์1

การจัดระเบียบใหม่ของยุโรป
ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง สหภาพโซเวียต ได้ก่อตั้งระบอบการปกครองคอมมิวนิสต์ในยุโรปตอนกลาง และยุโรปตะวันออก  การดำเนินชีวิตในสังคม การเมืองและเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเครืออาณานิคมฝั่งตะวันออกต่างยึดเอาสหภาพโซเวียตเป็นแบบอย่าง  กระบวนการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นจากการสร้างการผูกขาดทางการเมืองให้กับพรรคคอมมิวนิสต์ การสร้างกองกำลังตำรวจรักษาความมั่นคง การใช้ระบบเซ็นเซอร์ และการควบคุมสื่อทุกประเภท ซึ่งสำคัญมากสำหรับการใช้โฆษณาชวนเชื่อ
สหภาพโซเวียตได้ทำให้ลัทธิคอมมิวนิสต์แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก




โปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อ   มีข้อความที่แปลว่า:  ‘Soviet Army, guardian of peace’ โปสเตอร์โฆษณา ตัวอักษรที่เขียน: 'กองทัพโซเวียตผู้พิทักษ์แห่งสันติภาพ'

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

พลังอำนาจของการสวดภาวนา3

พลังอำนาจจากการสวดภาวนาของเรานั้น  เกิดจากพระเป็นเจ้าผู้ทรงฟังคำภาวนาของเรา  ใน 1ยอห์น 5:14-15 บอกเราว่า “ความมั่นใจของเราต่อพระเป็นเจ้ามีอยู่ว่า  ถ้าเราวอนขอสิ่งใดที่เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์  พระองค์จะทรงฟังเรา  และถ้าเรารู้ว่าพระองค์ทรงฟังสิ่งที่เราวอนขอ ไม่ว่าเราจะวอนขอสิ่งใด  เราย่อมรู้ว่า เราจะได้รับตามที่เราวอนขอนั้น” เหตุนี้ ไม่ว่าผู้ใดจะวอนขอสิ่งใด ด้วยจุดประสงค์อันใด พระเป็นเจ้าจะทรงประทานตามวอนขอก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์เท่านั้น พระองค์อาจไม่ประทานให้ตามที่เราวอนขอเสมอไป แต่จะทรงประทานให้เพื่อประโยชน์ที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับเรา  เมื่อความปรารถนาของเราสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระองค์ และเราจะเข้าใจเมื่อถึงเวลา  ดังนั้นเมื่อเราสวดภาวนาด้วยสุดหัวใจของเราวอนขอสิ่งที่สอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า  พระองค์จะทรงตอบสนองคำภาวนาของเราอย่างแน่นอน