พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2564

พระสันตปาปาในอิรัก

Pope Francis with the Grand Ayatollah Sayyid Ali Al-Husayni Al-Sistani
Vatican News
ตามแถลงการณ์ของสำนักข่าวสันตสำนัก, ในระหว่างการเสด็จเยื่ยมผู้นำศาสนาอิสลามของพระสันตปาปาฟรังซิสซึ่งกินเวลาประมาณสี่สิบห้านาที “พระสันตปาปาทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือและมิตรภาพระหว่างชุมชนทางศาสนาเพื่อการมีส่วนร่วมกัน โดยอาศัยการปลูกฝังความเคารพซึ่งกันและกันและการเสวนากัน เพื่อประโยชน์สุขของอิรัก,เพื่อความสงบของภูมิภาคและครอบครัวมนุษย์ทั้งมวล”
 
แถลงการณ์ยังกล่าวอีกว่า “การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่พระสันตะปาปาจะขอบคุณ อยาตอลลาห์ อัล – ซิสตานี,ผู้นำทางศาสนา,ที่ได้กล่าวแก่ชุมชนชีอะห์เพื่อปกป้องผู้ที่เปราะบางและถูกข่มเหงมากที่สุดท่ามกลางความรุนแรงและความยากลำบากครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและ เพื่อยืนยันความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิตมนุษย์และความสำคัญของความสามัคคีของชาวอิรัก”
 
ในการอำลาท่านอายาตอลลาห์,พระสันตะปาปากล่าวว่า พระองค์ยังคงอธิษฐานต่อไปขอให้พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์ทุกคนจะประทานอนาคตแห่งสันติภาพและความเป็นพี่น้องให้กับดินแดนที่รักของอิรัก,สำหรับตะวันออกกลางและสำหรับคนทั้งโลก
 

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2564

กิจศรัทธาที่ถูกลืม


มีการกระทำผิดและการพูดดูหมิ่นต่อดวงหทัยนิรมลของพระมารดามารีย์อยู่ห้าประเภ
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2564

พระสันตปาปาเสด็จเยือนอิรัก


พระสันตปาปาฟรังซิสจะเสด็จเยือนอิรักระหว่างวันที่ 5 – 8 มีนาคม 2021 นับเป็นการเดินทางเยือนประเทศมุสลิมที่สำคัญและอันตรายที่สุดครั้งหนึ่ง
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564

พระสันตปาปาเยือนอิรัก

        ก่อนที่พระสันตปาปาฟรังซิสจะเดินทางไปอิรัก, ในวันพฤหัสบดี 5 มี.ค. 2021 พระองค์ได้ไปสวดภาวนาเบื้องหน้าพระรูปแม่พระ Maria Salus Populi Romani. ที่อาสนวิหาร Basilica of St. Mary Major และวอนขอความคุ้มครองในการเดินทางจากแม่พระ
         พระองค์จะเดินทางออกจากกรุงโรมในตอนเช้าวันศุกร์ที่ 6 มี.ค. ครั้งนี้จะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งที่ 33 ของพระองค์ และจะอยู่ที่อิรักไปจนถึงวันที่ 8 มี.ค. พระรูปแม่พระนี้มาอยู่ที่กรุงโรมในปี 590 ระหว่างรัชสมัยของพระสันตะปาปาเกรโกรี่ผู้ยิ่งใหญ่(Gregory the Great.)

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564

พระเยซูเจ้าเดินผ่านทุ่งข้าวสาลี


       พระเยซูท่ามกลางทุ่งข้าวสาลี วาดโดย J. R. Wehle, 1900 บรรยายฉากในมาระโก 2: 23-27 ที่กล่าวว่า พระเยซูเจ้าและบรรดาอัครสาวกกำลังเดินผ่านทุ่งข้าวสาลี พวกศิษย์รู้สึกหิวจึงเด็ดเมล็ดข้าวสาลี,บดบนมือและกิน พวกฟาริสีติดตามพระเยซูเจ้ามาด้วย,จึงถามพระเยซูเจ้าถึงการกระทำของบรรดาสาวก ซึ่งถือเป็นการทำงานในวันสะบาโต พระเยซูตอบว่า “วันสะบาโตมีไว้เพื่อมนุษย์ไม่ใช่มนุษย์มีไว้เพื่อวันสะบาโต”

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564

อัศจรรย์ดวงอาทิตย์ที่อิตาลี


          วันที่ 22 ก.พ. 2021 มีผู้ถ่ายวีดีโอเหตุการณ์ดวงอาทิตย์ส่องแสงที่ผิดปกติเหมือนที่เมดจูกอเรจ์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ PESCHIERA DEL GARDA - Sanctuary of the Madonna del Frassino ในอิตาลี Peschiera อยู่ทางด้านขวาของมิลานในอิตาลีห่างไปประมาณ 150 กม.... มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 10,000 คนตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี เป็นเมืองท่องเที่ยว ผู้ที่เห็นให้ความเห็นว่าดวงอาทิตย์กำลังเต้นเหมือนหัวใจของแม่พระที่กำลังเต้นอยู่

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564

พวกเขาเชื่อฟังรัฐบาล,แต่ไม่เชื่อฟังเรา

         พระเยซูตรัสกับลุยซ่า ปิกค่าเรตต้า(ผู้รับใช้ของพระเจ้า)เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 1915 ว่า
         “ลูกสาวของเรา,การลงโทษนั้นสาหัสมากนัก ถึงกระนั้นผู้คนก็ยังไม่พิจารณาตัวเอง แต่พวกเขากลับทำเฉยเมยราวกับว่าพวกเขาเพียงแค่กำลังดูฉากภาพเหตุการณ์เท่านั้น,ไม่ใช่เรื่องจริง แทนที่ทุกคนจะมาหาเรา,ร้องไห้วิงวอนขอความเมตตาและการให้อภัยจากเรา พวกเขากลับตั้งใจฟังสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเหมือนกับการอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ อา,ลูกสาวของเรา,ความชั่วร้ายของมนุษย์ช่างหนักหนาสาหัสเพียงใด! ดูสิว่าพวกเขาเชื่อฟังรัฐบาลแค่ไหน พระสงฆ์และฆราวาสไม่เรียกร้องอะไร พวกเขาไม่ปฏิเสธการเสียสละตนเอง และพร้อมที่จะมอบชีวิตของตนเอง [เพื่อรัฐบาล] ... อา,แต่สำหรับเรา, ไม่มีการเชื่อฟังและไม่มีการเสียสละตนเองให้ และถ้าพวกเขาทำอะไรให้,มันก็เป็นเพียงการเสแสร้งและเพื่อหาผลประโยชน์มากกว่า นี่เป็นเพราะรัฐบาลออกกฎบังคับ แต่เราใช้ความรัก,ความรักนี้จึงถูกมองข้ามโดยมนุษย์ พวกเขายังคงเฉยเมยราวกับว่าเราไม่สมควรได้รับอะไรจากพวกเขา!”
          ขณะที่พระองค์ตรัสเช่นนี้,พระองค์ทรงกรรแสง ช่างเป็นความทุกข์ทรมานที่โหดร้ายจริงๆที่เห็นพระเยซูเจ้าทรงกรรแสง! จากนั้นพระองค์ตรัสต่อไป:“เลือดและไฟจะชำระล้างทุกสิ่งให้บริสุทธิ์และจะทำให้มนุษย์กลับใจ ยิ่งเขาล่าช้าลังเล,เลือดก็จะยิ่งหลั่งออกมามากขึ้นและการสังหารก็จะเป็นเช่นที่มนุษย์ไม่คาดคิดมาก่อน” ในขณะที่ตรัสสิ่งนี้พระองค์ทรงแสดงให้เห็นถึงการสังหารของมนุษย์ ... ช่างเป็นความทรมานที่ต้องมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานี้! แต่ขอให้พระประสงค์ของพระเจ้าจงสำเร็จไปเถิด —จาก Book of Heaven เล่ม 11