พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ความอดทนภายในต่อผู้อื่น


นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขน 

เราเป็นเหมือนหินที่ต้องสกัดและแกะสลักก่อนนำมาใช้ในอาคาร ผู้คนที่พระเจ้าทรงให้มาอยู่ล้อมรอบเรานั้น,เป็นเหมือนช่างฝีมือที่พระองค์นำมาไว้ที่นั่นเพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเราด้วยการทำงานและสิ่วของพวกเขาที่กระทบใส่เรา 
บางคนจะสกัดเราด้วยคำพูด - บอกเราในสิ่งที่เราไม่อยากได้ยิน 
บางคนสกัดเราด้วยการกระทำ - ทำกับเราในสิ่งที่เราไม่อยากทน 
บางคนสกัดเราด้วยอารมณ์ของพวกเขา - ด้วยตัวตนของเขา...ในการกระทำของพวกเขา ทำให้เรารำคาญและเบื่อหน่าย 
อาทิเช่นบางคนพูดเร็ว,บางคนพูดช้า,บางคนพูดเสียงดังมากและบางคนพูดเบาจนคุณแทบไม่ได้ยิน สิ่งเหล่านี้บางอย่างอาจทำให้เรารำคาญมาก 
นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขนกล่าวต่อไปว่า: และคนอื่นๆสกัดเราด้วยความคิดของพวกเขา - ด้วยการไม่เคารพหรือรู้สึกรักเรา 
ท่านนักบุญแนะนำว่า: ในสถานการณ์เหล่านี้ เราควรยอมรับความอัปยศและความรำคาญด้วยความอดทนภายใน


วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565

สาส์นของพระเยซูเจ้าประทานแก่ลุซ เดอ มาเรีย


พระจันทร์สีเลือดในอดีตและที่ลูกจะได้เห็นอีกครั้ง,เป็นเงาล่วงหน้าของความทุกข์เข็ญอันหนักหนาสาหัสที่มนุษยชาติจะต้องเผชิญในช่วงเวลาที่สุดยอดนี้
>>>อ่านต่อ

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565

คำพูดของนักบุญ


ยุคสมัยใหม่ในปัจจุบันถูกครอบครองโดยซาตานและจะถูกครอบครองมากขึ้นในอนาคต ความขัดแย้งกับนรกนี้มนุษย์ไม่อาจเอาชนะได้,แม้แต่คนที่ฉลาดที่สุด มีเพียงพระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมลผู้เดียวเท่านั้น,ผู้ทรงได้รับพระสัญญาจากพระเจ้าให้สามารถได้รับชัยชนะเหนือซาตาน อย่างไรก็ตาม,พระนางมารีย์,พระมารดาของพระเจ้าผู้ทรงได้รับการยกขึ้นสู่สวรรค์,ทรงประสงค์จะได้รับความร่วมมือจากเรา พระนางทรงแสวงหาวิญญาณที่จะอุทิศตนทั้งครบให้กับพระนาง,พวกเขาจะกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในพระหัตถ์ของพระนาง เครื่องมือในการปราบซาตานและเป็นผู้แพร่กระจายอาณาจักรของพระเจ้าบนโลก”  

นักบุญแม็กซิมิเลียน โคลเบ 

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ดำเนินชีวิตในน้ำพระทัยของพระเจ้า(3)


ข้าแต่พระเจ้า,โปรดทรงรักษาข้าพเจ้าให้พ้นจากความใจแคบ,โปรดให้ข้าพเจ้าใจกว้างในความคิด,ในคำพูด,ในการกระทำ
>>>อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ดำเนินชีวิตในน้ำพระทัยของพระเจ้า(2)


พระเยซูเจ้าข้า,ขอพระองค์ทรงทำให้จิตวิญญาณของข้าพเจ้ามั่นคง,ไม่คลอนแคลน,และพากเพียร
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ความเชื่อของพระศาสนจักรกำลังถูกทดสอบ


การเปลี่ยนแปลงหลักคำสอนทางศีลธรรมของพระศาสนจักรคาทอลิกจะเกิดขึ้นโดยผ่านการประชุมไซนอดและนั่นจะทำให้เกิดความแตกแยก
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565

อัศจรรย์ดวงอาทิตย์ที่ฟาติมา


หนังสือพิมพ์ของโปรตุเกส Ilustração Portuguesa,ฉบับวันที่ 29 ตุลาคม 1917 แสดงรูปภาพของประชาชนที่ไปรวมกันที่ฟาติมาในวันที่ 13 ตุลาคม 1917,ประชาชนกำลังแหงนหน้าดูอัศจรรย์ดวงอาทิตย์ ในระหว่างการประจักษ์มาของแม่พระแก่เด็กสามคนแห่งฟาติมา ประมาณว่ามีประชาชนประมาณ 70,000 คนในวันนั้น
ประมาณเที่ยงวัน ประชาชนมารวมกันที่โควาดาอีเรีย เด็กสามคนมาถึงแล้ว
ทันใดนั้นลูซีอาก็ร้องขึ้นว่า "เงียบ,เงียบ, แม่พระกำลังมา" เพราะเธอเห็นแสงสว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้าเหนือต้นโอ๊ค ประชาขนต่างเงียบกริบ ลูซีอาถามแม่พระว่า "ท่านต้องการอะไรคะ?" แม่พระตรัสตอบ "แม่อยากบอกลูกว่า แม่ต้องการให้สร้างโบสถ์น้อยขึ้นที่นี่เพื่อเป็นเกียรติแด่แม่ แม่คือแม่พระแห่งสายประคำ  จงสวดสายประคำทุกวัน สงคราม(โลกครั้งที่1)กำลังสิ้นสุดลง และทหารจะได้กลับบ้านในไม่ช้า"........
แล้วแม่พระทรงกางพระหัตถ์ออก มีแสงรัศมีเจิดจ้าส่องออกมารอบๆซึ่งเชื่อมโยงกันแสงจากดวงอาทิตย์
ลูซีอาตะโกนว่า "ดูที่ดวงอาทิตย์"
แม่พระทรงหายไป เด็กๆได้เห็นภาพของพระธรรมล้ำลึกของสายประคำภาคชื่นชมยินดี,มหาทรมาน,และพระสิริรุ่งโรจน์ ลูซีอาเห็นทั้งสามภาคนี้ แต่ฟรังซิสโกและยาชินทาเห็นเพียงภาคแรก
นักบุญโยเซฟประจักษ์มาอยู่ข้างดวงอาทิตย์พร้อมทั้งพระกุมารเยซูและแม่พระแห่งสายประคำ นักบุญโยเซฟอวยพรประชาชนด้วยเครื่องหมายกางเขน และพระกุมารก็ทรงกระทำด้วย
ในที่สุดแม่พระแห่งภูเขาคาร์เมลประจักษ์มาพร้อมทั้งพระกุมารเยซู
ขณะที่ภาพเหล่านี้ปรากฏอยู่ ประชาชนได้เห็นอัศจรรย์แห่งดวงอาทิตย์ ฝนยังคงตกอยู่ระหว่างที่มีการประจักษ์
เมื่อลูซีอาร้องว่า "ดูที่ดวงอาทิตย์" ประชาชนยืนขึ้น จ้องมองท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ส่องแสงรัศมีกระจายออกโดยรอบ ดวงอาทิตย์เหมือนเป็นจานสีเงิน แล้วก็เริ่มเต้น หมุนติ้วเหมือนลูกบอลแห่งไฟ หยุดในบางครั้ง และเริ่มหมุนอีก ส่งรังสีไปโดยรอบและเปลี่ยนสี สีส่องกระทบกับต้นไม้และทุกสิ่งทำให้สิ่งเหล่านั้นมีสีตามไปด้วย ต่อมาดวงอาทิตย์ก็หยุดหมุนและกระตุกและตกลงมาเป็นทางซิกแซกมายังฝูงขน
ประชาชนมีความกลัวเป็นอย่างมาก,คิดว่านี่เป็นอวสานของโลกแล้ว,ต่างคุกเข่าลง,ร้องไห้และสวดภาวนาวอนขอต่อพระเจ้าให้ทรงเมตตาต่อพวกเขา
ในที่สุดดวงอาทิตย์ก็หยุดและกลับไปอยู่ที่ตำแหน่งเดิมของมัน
ประชาชนสังเกตุว่าเสื้อผ้าที่เปียกของพวกเขาแห่งสนิท
อัศจรรย์เห็นได้แม้แต่ในบริเวณที่อยู่ห่างไกลไป ถึง 25 ไมล์