พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566

ข้อคิดรำพึงจากนักบุญ


“ความเชื่อมั่นของเราในพระเจ้าต้องตั้งอยู่บนความดีอันไม่มีขอบเขตของพระองค์,ในฤทธิ์อำนาจแห่งพระมหาทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์  โดยมีเงื่อนไขคือ เราต้องรักษาและตระหนักถึงปณิธานอันแน่วแน่ที่จะเป็นของพระเจ้าทั้งครบและละทิ้งตนเองในทุกสิ่งโดยไม่สงวนสิ่งใดไว้สำหรับตนเอง,แต่ไว้วางใจในพระาณเอื้ออาทรของพระเจ้าเท่านั้น  ข้าพเจ้าขอบอกว่าเราต้องไม่เพียงแต่รู้สึกปรารถนาปณิธานนั้น  แต่เราต้องมีปณิธานนี้และตระหนักถึงสิ่งนี้ในตัวของเราเอง  เราต้องไม่กังวลกับสิ่งที่เรารู้สึกหรือไม่รู้สึก  เพราะส่วนใหญ่ของความรู้สึกและความพึงพอใจของเรานั้นเป็นเพียงการเคลื่อนไหวของความรักตนเอง  ในการละทิ้งและไม่สนใจต่อสิ่งอื่นทั้งหมดนั้น,เราจะต้องไม่มีความปรารถนาใดที่ขัดต่อพระประสงค์ของพระเจ้า  เราจะต้องไม่ละไปจากพระทัยดีของพระองค์  เพราะสิ่งเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง  คุณธรรมของการละทิ้งและไม่สนใจต่อสิ่งอื่นนั้นอยู่ในขอบเขตที่สูงขึ้นไปของจิตวิญญาณของเรา  สำหรับส่วนลึกที่สุดของจิตใจนั้น,เราไม่จำเป็นต้องไปทำอะไรกับมัน,จิตใจของเราต้องอยู่ในสันติและไม่ใส่ใจต่อสิ่งที่ธรรมชาติเบื้องล่าง(เนื้อหนัง)ปรารถนา  เราต้องน้อมรับน้ำพระทัยจากเบื้องบนและเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์—ไม่ว่าสิ่งนี้อาจนำมาซึ่งสิ่งใดก็ตาม มีน้อยคนนักที่จะมาถึงจุดสูงสุดของการละทิ้งตนเองอย่างสมบูรณ์  กระนั้นก็ตาม,เราทุกคนต้องมุ่งไปสู่สิ่งนี้,ด้วยมาตรการเล็กๆน้อยๆของแต่ละคน”

—นักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์,

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566

สุขสันต์วันปีใหม่ 2023




“อีกไม่นานข้าพเจ้าก็จะไปยืนอยู่ต่อหน้าองค์พระผู้พิพากษาสูงสุดแล้ว แม้ว่าข้าพเจ้าจะมีเหตุผลมากมายที่จะกลัวและกลัว,เมื่อมองย้อนกลับไปในชีวิตที่ยืนยาวของข้าพเจ้า อย่างไรก็ตาม,ข้าพเจ้าก็มีความสุข,เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าพระเจ้าไม่ได้เป็นเพียงผู้พิพากษาที่ทรงธรรมเท่านั้น, แต่พระองค์ยังทรงเป็นมิตรสหายและพี่น้องที่ทนทุกข์กับความบกพร่องของข้าพเจ้าด้วย และโดยที่ในฐานะผู้พิพากษา,พระองค์ก็ทรงเป็นทนายของข้าพเจ้าด้วย (Paraclitus) เมื่อคำนึงถึงช่วงเวลาแห่งการพิพากษา, ความสง่างามของการเป็นคริสตชนก็ปรากฏชัดแก่ข้าพเจ้า การเป็นคริสตชนทำให้ข้าพเจ้ามีความรู้และมีมิตรภาพมากขึ้นกับองค์พระผู้พิพากษาชีวิตของข้าพเจ้า และทำให้ข้าพเจ้าสามารถเดินผ่านประตูมืดมิดแห่งความตายได้อย่างมั่นใจ ในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าจำสิ่งที่ยอห์นกล่าวในตอนต้นของวิวรณ์ได้ตลอดเวลา นั่นคือ: ข้าพเจ้าเห็นบุตรแห่งมนุษย์ในสง่าราศีทั้งหมดของเขา และล้มลงแทบเท้าของเขาเหมือนคนตาย แต่เขาวางมือขวาบนตัวข้าพเจ้า กล่าวว่า 'อย่ากลัวเลย ... ' (เปรียบเทียบ วว.1:12-17)  

เพื่อนที่รัก ด้วยความรู้สึกเหล่านี้ ข้าพเจ้าขออวยพรทุกท่าน 

สาส์นของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ถึงสังฆมณฑลแห่งมิวนิก,เยอรมนี 
วันที่ 8 ก.พ. 2022  

พระสันตปาปาทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธ.ค. 2022 เวลา 9.34 น.(วาติกัน)

ขอดวงวิญญานของพระองค์ได้พักผ่อนในสันติสุขกับพระเจ้าในสวรรค์เทอญ

วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565

วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565

คำแนะนำสู่ชีวิตศรัทธา 3/6


ความต่ำต้อยคือความยากจน,ความเลวร้ายและความเล็กน้อยที่มีอยู่ในตัวเรา
>>>อ่านต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565