พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566

สาส์นแม่พระ 25 เม.ย.2023

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 เม.ย. 2023
ลูกที่รักทั้งหลาย
          แม่ขอให้ลูกทุกคนเป็นผู้นำพาสันติภาพและความชื่นชมยินดีของพระเยซูผู้ทรงกลับฟื้นคืนพระชนม์ไปสู่คนเหล่านั้นที่ยังอยู่ห่างไกลจากการสวดภาวนา เพื่อที่โดยอาศัยชีวิตของพวกลูก,ความรักของพระเยซูจะได้เปลี่ยนแปลงพวกเขาไปสู่ชีวิตใหม่แห่งการกลับใจและความศักดิ์สิทธิ์     

          ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่

วันอังคารที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566

นิมิตของพระสันตะปาปาเลโอที่ 13


ปีศาจได้พูดโอ้อวดต่อพระเจ้าว่ามันสามารถทำลายพระศาสนจักรได้หากได้รับเวลาและพลังอำนาจมากกว่านี้
>>>อ่านต่อ

วันจันทร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566

สาเหตุที่ทำให้ตกนรก

วิญญาณของนายแพทย์ผู้หนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยปารีสได้ปรากฏตัวต่อพระสังฆราชแห่งสถานที่นั้น และเขาบอกพระสังฆราชด้วยน้ำเสียงโศกเศร้าว่าเขาถูกสาปแช่งแล้ว พระสังฆราชถามเขาว่าอะไรที่ทำให้เขาตกนรก ชายผู้น่าสังเวชตอบว่า เขารู้เพียงสามสิ่งคือ: 1. เขาถูกสาปแช่งชั่วนิรันดร์ 2. คำพิพากษานั้นไม่สามารถเพิกถอนได้ 3. เพื่อความสุขของโลกและความสุขฝ่ายร่างกายทำให้เขาถูกสาปแช่งชั่วนิรันดร์: แล้วเขาถามพระสังฆราชว่า "โลกยังมีอยู่หรือไม่?" "ทำไมรึ?" พระสังฆราชถาม "เพราะ" เขากล่าว "ในช่วงเวลาเหล่านี้วิญญาณจำนวนมากตกนรก ทำให้ผมคิดว่าคนจำนวนมากไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้"
 
-นักบุญอิกนาเชียสแห่งโลโยลา,วิธีฝึกปฏิบัติจิต
 
 #Catholic 4 Life
 

วันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566

วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566

เยาวชนและลัทธิบูชาซาตาน


"เรากำลังเป็นพยานโดยไม่รู้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆของสาส์นลึกลับที่เพิ่มขึ้นและลัทธิบูชาซาตานที่กำลังแพร่กระจาย”
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566

ความสุภาพเรียบร้อย(modesty)


ที่การาบังดัล,แม่พระทรงเตือนบรรดาเด็กผู้หญิงถึงความสำคัญของความสุภาพเรียบร้อย(modesty) พระนางทรงสอนว่า พวกเขาทำเช่นนี้ได้ในหลายวิธีโดย: 1) การแต่งกายที่ถูกต้อง; 2) แสดงกิริยาที่ถูกต้อง; และ 3) ไม่สวมเครื่องประดับหรือใช้เครื่องสำอาง (ไม่เหมาะสมกับเด็กสาว) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเด็กๆมาหาพระนาง 
ในหนังสือ She Went in Haste to the Mountain คุณพ่อยูเซบิโอ การ์เซีย เด เปสเกรา(Father Eusebio Garcia de Pesquera)กล่าวถึงหัวข้อนี้ว่า "ใช่แล้ว,กิริยาของพวกเขาเหมาะสมที่สุด,แม้ว่าเราควรคำนึงถึงธรรมเนียมและรูปแบบการแต่งกายที่แพร่หลายในบ้านและสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบของพวกเขา เด็กหญิงจากการาบังดัลแต่งกายเหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่นๆในเวลาและพื้นที่นั้น ด้วยเหตุนี้,พวกเธอจึงสวมกระโปรงสั้นเป็นบางครั้ง  
"พระแม่มารีย์เรียกร้องความสนใจของพวกเขาในเรื่องนี้ด้วยความละเอียดอ่อนของมารดา เด็กหญิงทั้งสามคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านตามคำร้องขอของพระนางเพื่อเปลี่ยนชุดที่พวกเขาสวมใส่ให้ยาวขึ้น ได้ยินคอนชิตาพูดในระหว่างที่อยู่ในญาณว่า 'เราควรจะสวมชุดยาวแบบนี้เสมอ เพื่อมาหาท่าน''

โดย Barry Hanratty: “ GARABANDAL JOURNAL: กรกฎาคม-สิงหาคม 2003

วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566

แม่พระตรัสเกี่ยวกับความถ่อมตน


ความถ่อมตน — สิ่งนี้ถูกแสดงออกโดยเด็กๆที่เห็นแม่พระในการาบังดัลในหลายๆทาง เช่น ในการแต่งกาย,การพูดของพวกเขา โดยสิ่งเล็กๆน้อยๆที่พวกเขาทำเพื่อผู้คนที่มาหาพวกเขา โดยงานต่ำต้อยที่พวกเขาทำต่อหน้าทุกคนโดยอ่อนน้อมต่อคำแนะนำของผู้ปกครองและพระสงฆ์ ฯลฯ” 
ในหลายโอกาส,พระแม่มารีย์ทรงกำชับเด็กๆว่า เมื่อพวกเขามาหาพวกลูก ลูกไม่ควรสวมสร้อยข้อมือหรือต่างหู เด็กคนเดียวที่มีนิสัยชอบใส่ต่างหูคือคอนชิต้า แต่ครั้งหนึ่งขณะที่เธออยู่ในญาณบริเวณประตูโบสถ์ มีคนได้ยินเธอพูดถามว่า “หนูทำอะไรไม่ดีหรือคะ? โอ,ดีค่ะ! “ แล้วเธอก็กลับสู่สภาพปกติ เธอกลับไปที่บ้าน ถอดต่างหูและสร้อยข้อมือออก แล้วกลับไปที่ประตูโบสถ์อีกครั้ง และเธอเข้าอยู่ในญาณอีกครั้ง ผมเองสังเกตเห็นหลายครั้งว่าเมื่อพวกเขารู้สึกถึงการเรียกครั้งที่สาม พวกเขาเริ่มถอดแหวนหรือสร้อยข้อมือที่ถืออยู่ซึ่งไม่ใช่ของพวกเขาแต่เป็นของคนอื่นที่มอบให้เด็กผู้หญิงเพื่อตรวจสอบ 
จากหนังสือ : “ SHE WENT IN HASTE TO THE MOUNTAIN” บทที่ 6, “The Works of the Mother and Teache” , หน้า 123