พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ความรักตนเอง


วิญญาณที่ถูกความรักตัวเองบังตา….ไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรคือความดีที่แท้จริง ทั้งในเวลานี้; และในอดีต เรามองเห็นในสิ่งนี้ไหม…. 
ฉันได้บอกท่านแล้วว่าปีศาจพยายามเชิญมนุษย์ให้ไปสู่น้ำแห่งความตาย นั่นก็คือ การที่จิตใจจดจ่อแต่บรรดาทรัพย์สิ่งของที่พวกเขามี และปีศาจทำให้พวกเขาตาบอดด้วยความสุขจอมปลอมและความเป็นอยู่ของโลก มันจับพวกเขาด้วยเบ็ดแห่งความพีงพอใจ,ภายใต้ความหลงว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะปีศาจไม่สามารถจับพวกเขาด้วยวิธีอื่น เพราะพวกเขาจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกจับได้ ถ้าหากพวกเขาเห็นว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือให้ความพอใจสำหรับตนเอง
สำหรับวิญญาณ,ตามธรรมชาติของมันแล้ว,จะพอใจในสิ่งที่ดี แม้ว่าในความเป็นจริง,วิญญาณมักจะถูกความรักตัวเองบังตาไว้, ไม่รู้จักแยกแยะ,และดูไม่ออกว่าอะไรคือความดีที่แท้จริงและมีประโยชน์ต่อวิญญาณและร่างกายของเขา 
~ นักบุญแคทเธอรีนแห่งเซียนนา (1347-1380) 
   นักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร  

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ความพากเพียรในการสวดภาวนา


คุณไม่รู้หรอกว่าพระเจ้าทรงมีแผนการณ์อย่างไรสำหรับผู้ที่เราสวดภาวนาเพื่อเขา
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

บินออกไปจากโลก


หัวใจของมนุษย์อยู่ที่ไหน สมบัติของเขาก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

พระสันตปาปาสององค์พบกัน


 
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2023 พระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จร่วมกับพระสันตปาปาทาวาดรอสที่ 2(Pope Tawadros II) แห่งคอปติกออร์ทอดอกซ์ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ในกรุงโรมในสัปดาห์นี้ ขณะที่ทั้งสองฉลองครบรอบ 50 ปีของการพบปะครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 และพระสันตะปาปาเชนูดาที่ 3 ในปี 1973 พระสันตะปาปาทั้งสองสวดภาวนาด้วยกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ต่อหน้าผู้แสวงบุญหลายร้อยคน 
 นอกจากนี้พระองค์ยังระลึกถึงชาวคริสต์นิกายคอปติก 21 คนที่ถูกกลุ่มไอเอสสังหารหมู่ในลิเบียในปี 2015 และขอให้ผู้แสวงบุญสวดภาวนาให้พระสันตะปาปาทาวาดรอสที่ 2 และขอให้คุ้มครองคริสตจักรออร์โธดอกซ์คอปติกทั้งหมด  

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

พระเยซูตรัสกับนักบุญเกมมา


ลูกเอ๋ย เราต้องการผู้ยอมทนทุกข์ ผู้ยอมทนทุกข์ที่แข็งแกร่ง,เพื่อระงับพระพิโรธของพระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของเรา เราต้องการวิญญาณ,ผู้ซึ่งโดยผ่านทางความทุกข์,การทดลอง,และความเสียสละของพวกเขา,จะช่วยชดเชยความผิดของคนบาปและความอกตัญญูของพวกเขา โอ,ถ้าหากเราสามารถทำให้ทุกคนเข้าใจได้ว่าพระพิโรธของพระบิดาของเรานั้นมีมากมายสักเพียงไรต่อโลกที่ชั่วร้ายได้!”  
พระดำรัสของพระเยซูตรัสกับนักบุญเกมมา  

วันพุธที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

นักบุญโดมินิกกับทูตสวรรค์


อีกเหตุการณ์หนึ่งในชีวิตของนักบุญโดมินิกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประจักษ์ของทูตสวรรค์ซึ่งเกิดขึ้นที่กรุงโรมเมื่อท่านไปเยี่ยมบรรดาซิสเตอร์ในคณะของท่าน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเวลาเย็นมากแล้ว  ต่อมา,เมื่อท่านเสร็จภารกิจการเยี่ยมและค่ำมืด, แต่ท่านก็ตัดสินใจที่จะไปซานตา ซาบินา,โบสถ์ที่อยู่ในความดูแลของคณะโดมินิกันตั้งแต่เวลานั้นมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อนร่วมทางของท่านที่มาด้วยกันกลัวว่าพวกเขาจะได้รับอันตรายในเวลาค่ำคืนดึกดื่น แต่ท่านนักบุญโดมินิกยืนยันว่าพระเจ้าผู้ทรงพระทัยดีจะส่งทูตสวรรค์มาคุ้มครองอารักขาพวกเขา และพระองค์ก็ทรงทำเช่นนั้น 
มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาแสดงตน,"เขามีรูปร่างงดงาม มีไม้เท้าอยู่ในมือ ท่าทางราวกับเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง" ชายหนุ่มเดินทางไปกับพวกเขาด้วย เมื่อพวกเขาไปถึงประตูโบสถ์ก็พบว่ามันปิดล็อกอยู่ แต่ชายหนุ่มยืนพิงประตูแล้วประตูก็เปิดออกทันที เขาเข้าไปก่อน ต่อจากนั้นก็เป็นบราเดอร์แล้วก็นักบุญโดมินิก แล้วชายหนุ่มก็เดินออกไปจากประตูที่ปิดอยู่ เมื่อบราเดอร์ Tancred ผู้เป็นสหายของนักบุญสอบถามถึงตัวตนของชายหนุ่มลึกลับ นักบุญตอบว่า "ลูกเอ๋ย นี่คือทูตสวรรค์ของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงส่งมาคุ้มครองเรา"  
สหายของนักบุญมีเหตุผลที่ต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเขา คืนหนึ่งนักบุญโดมินิกสวดภาวนาอยู่ที่ข้างเสาเตี้ยที่ด้านล่างของทางเดินใกล้กับประตูในโบสถ์ซานตา ซาบินา ในคืนนั้น หินสีดำทรงกลมถูกขว้างใส่นักบุญโดมินิกด้วยมือที่มองไม่เห็นจากส่วนบนของหลังคา มันโดนหัวของนักบุญ ฉีกเสื้อคลุมศีรษะของท่าน และกระเด็นไปฝังตัวอยู่ในดินข้างๆท่าน เสาต้นนี้ซึ่งมีหินสีดำอยู่บนยอดยังคงพบในตำแหน่งเดิมในโบสถ์ซานตา ซาบินา 
 Source: Angels and Devils  

ความทุกข์ของพระเยซูเจ้าในสวนเก็ธเซเมนี


เมื่อทูตสวรรค์ของพระเจ้าขับไล่อาดัมและเอวาออกจากสวนเอเดน,สถานที่แรกที่พวกเขาพบคือบริเวณสวนเก็ธเซเมนีในปัจจุบัน พวกเขาคุกเข่าลงตรงก้อนหินนั้นที่พระคริสต์ทรงหลั่งเหงื่อออกมาเป็นพระโลหิต พวกเขาอ้อนวอนขออภัยโทษจากพระเจ้า,พระบิดาของพวกเขา แต่ความทุกข์เสียใจในบาปของพวกเขามิอาจทำให้หลุดพ้นจากโทษบาปของพวกเขาได้ (จากนิมิตของอันนา คัทรีน อัมเมอริก -พระมหาทรมานของพระคริสต์)  
แต่พระเยซูคริสต์ทรงอ้อนวอนต่อพระบิดาด้วยความทุกข์โศกเศร้าอย่างมากที่สวนเก็ธเซเมนี พระองค์ต้องต่อสู้ภายในจิตวิญญาณของพระองค์จนเหงื่อไหลออกมาเป็นโลหิต และพระองค์ทรงยินยอมทุกอย่างต่อพระประสงค์ของพระบิดา สิ่งที่บิดามารดาเดิมของเราได้ทำให้สูญเสียไป,พระเยซูคริสต์ทรงนำกลับคืนมาให้แก่มนุษยชาติทั้งมวล มนุษย์ได้กลับมาเป็นลูกของพระเจ้า,พระบิดา, ทำให้เราได้รับพระหรรษทานที่เคยสูญเสียไป,และได้รับมากกว่าเดิมเสียอีก