พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566

การพูดไม่ดีถึงคนอื่น


ครั้งหนึ่งคุณพ่อปีโอพูดว่า 
เมื่อมีคนเราพูดถึงเพื่อนในทางไม่ดี เขาทำลายชื่อเสียงและเกียรติยศของพี่น้องที่มีสิทธิ์ได้รับความเคารพ 

วันหนึ่ง คุณพ่อปีโอ กล่าวกับผู้มาพบกับท่านว่า "เมื่อคุณนินทาใครสักคน หมายความว่าคุณได้ลบคนๆนั้นออกจากใจของคุณแล้ว แต่ระวังไว้ เมื่อคุณลบคนนั้นออกจากใจ พระเยซูก็จะไปจากใจคุณพร้อมกับชายที่คุณลบเขาไปด้วย."
 
 ครั้งหนึ่งคุณพ่อปิโอได้รับเชิญให้ไปอวยพรบ้าน แต่เมื่อท่านมาถึงทางเข้าห้องครัว ท่านพูดว่า: "ที่นี่มีงู ฉันไม่อยากเข้าไป" แล้วท่านก็พูดกับพระสงฆ์ผู้หนึ่งที่มักไปกินอาหารที่บ้านนั้นบ่อยๆว่า "อย่าไปบ้านนั้น เพราะเขาจะกล่าวร้ายพี่น้องของเขา"

วันพุธที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ความสมบูรณ์ครบครัน


ยิ่งมนุษย์เป็นอิสระจากความพึงพอใจในเรื่องทางโลกมากเท่าใด จิตใจของเขาก็จะยิ่งรักพระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น นักบุญออกัสตินจึงกล่าวว่า "ความปรารถนาในสิ่งของชั่วคราวคือยาพิษของการทำดี การเติบโตของความดีคือการลดลงของความปรารถนาสิ่งของฝ่ายโลกนี้ และความสมบูรณ์ครบครันของความดีไม่ใช่ความปรารถนาสิ่งของฝ่ายโลก" ดังนั้น คำแนะนำทั้งหมดซึ่งเชื้อเชิญเราไปสู่ความสมบูรณ์ครบครันนั้น มีเป้าหมายที่สิ่งนี้คือ เพื่อให้จิตใจของมนุษย์หันเหจากความพึงพอใจในวัตถุทางโลก เพื่อที่จิตใจของเขาจะได้มีอิสระมากขึ้นสำหรับพระเจ้า โดยการพินิจใคร่ครวญถึงพระองค์,รักพระองค์,และทำตามพระประสงค์ของพระองค์
 
-นักบุญ โทมัส อไควนัส พูดถึงความสมบูรณ์ครบครันในความรักต่อพระเจ้า
 

วันอังคารที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566

การรักษาตนให้อยู่ในสถานะพระหรรษทาน


จิตวิญญาณได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยการรับศีลอภัยบาป,ซึ่งไม่เพียงได้รับการปลดปล่อยให้พ้นจากบาปเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มพูนพลังในการต่อต้านการประจญล่อลวงอีกด้วย ศีลมหาสนิทเรียกว่าปังแห่งสวรรค์ เพราะร่างกายไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากอาหารทางโลกฉันใด วิญญาณก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้หากปราศจากอาหารจากสวรรค์ฉันนั้น ถ้าท่านไม่กินเนื้อของบุตรแห่งมนุษย์และดื่มโลหิตของบุตรแห่งมนุษย์ ท่านจะไม่มีชีวิตอยู่ในตัวท่าน แต่ในทางกลับกัน สำหรับผู้ที่กินปังนี้บ่อยๆ จะได้รับชีวิตนิรันดร์ตามพระสัญญา ถ้าผู้ใดกินปังนี้ ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร์ ดังนั้นสภาแห่งเทรนต์จึงเรียกศีลมหาสนิทว่า'ยา',ซึ่งช่วยเราให้รอดพ้นจากโรคร้าย และปกป้องเราจากบาปหนัก 
วิธีที่สามคือการรำพึงไตร่ตรองหรือที่เรียกว่าจิตภาวนา 
เพื่อรักษาจิตวิญญาณให้อยู่ในพระหรรษทานของพระเจ้า ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสวดภาวนาอยู่เสมอและทูลขอพระหรรษทานที่เราต้องการ 
หลังจากตื่นนอนในตอนเช้า,คริสตชนพึงระลึกถึงพระเจ้าเพื่อขอบคุณพระองค์, แสดงความรัก,การเทิดทูนบูชา, และความตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงบาป พร้อมกับการสวดภาวนาต่อพระเยซูเจ้าและพระแม่มารีย์เพื่อขอให้ทรงปกป้องเราจากบาป ในระหว่างวัน,เราควรอ่านหนังสือฝ่ายจิต,เฝ้าศีลมหาสนิทและเฝ้าพระรูปของแม่พระ ในเวลาเย็น,ให้เราสวดสายประคำ และสำรวจมโนธรรม เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องถวายเกียรติแด่พระแม่มารีย์ผู้บริสุทธิ์ที่สุดด้วยการแสดงความศรัทธาเป็นพิเศษ เช่น การจำศีลอดอาหารในวันเสาร์
 
#Catholic 4 Life
 

วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ความลับของศีลมหาสนิท


ทูตสวรรค์อัศจรรย์ใจ,เปล่งเสียงนมัสการการเป็นหนึ่งเดียวอันน่าพิศวงของพระเจ้ากับมนุษย์
>>>อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566

วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2566

การประจักษ์ของพระหฤทัยสี่ครั้ง


พระหฤทัยของพระเจ้าดวงนี้จะต้องได้รับเกียรติภายใต้รูปของพระหฤทัยที่เป็นเนื้อหนังของพระองค์
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566

อัศจรรย์จากนักบุญเบเนดิกต์


วันหนึ่ง,นักบุญเบเนดิกต์, เจ้าอาวาสผู้ยิ่งใหญ่ ( ค.ศ. 480-ค.ศ. 547) ซึ่งกำลังกลับมาที่โบสถ์จากการทำงานในไร่นา,ได้พบกับชาวนาผู้หนึ่งที่กำลังได้รับความทุกข์อย่างหนัก “เอาลูกชายฉันคืนมา! เอาลูกชายฉันคืนมา!” เขาร้องไห้. 
เบเนดิกต์หยุดชะงัก “แต่เราไม่ได้พรากลูกชายไปจากท่านนะ?” 
"เขาตายแล้ว มาเถิด มาช่วยชุบชีวิตเขาขึ้นมา!" ชายผู้นั้นร้อง 
สหายบางคนของเบเนดิกต์เริ่มเดินไปข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น ราวกับตั้งใจจะไปพร้อมกับบิดาที่กำลังเป็นทุกข์ผู้นี้ แต่เบเนดิกต์รู้สึกไม่พอใจกับคำพูดที่ร้องขอเป็นนัยของบิดา ท่านพูดขึ้นว่า: "หยุดก่อนพี่น้อง! ถอยไป! อัศจรรย์เช่นนี้อยู่นอกเหนืออำนาจของเรา มีแต่อัครสาวกผู้ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่สามารถชุบชีวิตคนตายได้ ทำไมพวกท่านถึงเป็นเช่นนั้น กระตือรือร้นที่จะยอมรับในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเรา” นักบุญพูดด้วยความถ่อมตน 
แต่ชายคนนั้นขอร้องต่อไป เขาสาบานด้วยว่าเขาจะไม่ยอมจากเบเนดิกต์ไปจนกว่านักบุญจะคืนชีวิตให้กับลูกชายของเขา เบเนดิกต์อาจมีปัญหากับคำสาบานของชายผู้นี้ ท่านถามชายคนนั้นว่าศพอยู่ที่ไหน ผู้เป็นบิดาบอกนักบุญว่าเขาทิ้งศพไว้ที่ประตูอารามและมาตามหาเบเนดิกต์หลังจากได้รับแจ้งว่าท่านไม่อยู่ 
เมื่อทุกคนมาถึงประตูอาราม นักบุญคุกเข่าลงข้างๆร่างที่ไร้ชีวิตแล้วโน้มตัวลงเหนือร่างนั้น แล้วท่านก็ยืนยกมือขึ้นสวดภาวนาว่า “ข้าแต่พระเจ้า, ขออย่าทรงพิจารณาถึงบาปของข้าพระองค์ แต่โปรดทอดพระเนตรความเชื่อของชายผู้นี้ซึ่งขอให้เห็นบุตรของเขามีชีวิตอีกครั้ง และโปรดทรงนำวิญญาณที่พระองค์ทรงพรากไปจากร่างนี้กลับคืนสู่ร่างนี้ด้วยเทอญ” คำอธิษฐานภาวนาของเบเนดิกต์จบลง,และร่างกายของเด็กก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีก ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ต่างก็ให้การอัศจรรย์ว่าเป็นการช่วยเหลือจากสวรรค์ เป็นอีกครั้งที่นักบุญได้ชุบชีวิตเด็กให้กลับมามีชีวิตและมีความสุขในอ้อมแขนของบิดาที่เปี่ยมล้นด้วยความยินดี
 
- Source: Raised from the Death