พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

มองแต่ไม่เห็น


วันหนึ่ง สุภาพบุรุษคนหนึ่งเดินทางมาจาก Foggia ด้วยรถยนต์ พร้อมด้วยสุภาพสตรีบางคนจากคณะละครของเขา พฤติกรรมโดยทั่วไปของพวกเขาทำให้คนในหมู่บ้านประหลาดใจ เมื่อคนเหล่านี้ลงจากรถแล้ว ชายคนนั้นก็ถามพวกเขาว่า 
“คุณพ่อปิโออยู่ที่ไหน? ผมอยากให้ท่านทำให้ผมกลับใจ ผมอยากจะไปสารภาพบาป!” และปล่อยให้เพื่อนสาวของเขาหัวเราะคิกคักและสนุกสนานไปกับการแสดงทั้งหมดนี้ ชายคนนั้นก็เข้าไปในโบสถ์ 
ลูกฝ่ายวิญญาณหลายคนของคุณพ่อปีโอซึ่งบังเอิญอยู่ที่นั่นและเป็นผู้ที่ชายคนนั้นหันไปถามได้บอกชายผู้นั้นว่าคุณพ่อปีโอจะต้องอยู่ในห้องซาคริสตี(ห้องฟังสารภาพบาป), ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาเพิ่งออกมา ชายผู้นั้นจึงเดินเข้าไปในห้องซาคริสตีแต่ก็ไม่พบกับคุณพ่อปีโอ เขาเดินตามหาทุกที่ ในอาราม, ในห้องพัก, ในสวน, ในห้องสันทนาการ แต่ก็หาคุณพ่อปีโอไม่พบเลย 
“ในที่สุด ด้วยความเบื่อหน่ายกับการรอคอย เขาจึงพูดว่า: 'เอาล่ะ ผมคิดว่าผมจะกลับละ ผมอยากให้คุณพ่อทำให้ผมกลับใจ!' แต่เขาพูดเช่นนี้พร้อมหัวเราะประชด แล้วก็เดินกลับขึ้นรถ กลับเข้าไปในหมู่บ้าน เขาไปได้ไม่ถึงสามร้อยหลา, ผู้คนที่อยู่ที่นั่นก็พบกับคุณพ่อปิโอ 
 “'คุณพ่อ, คุณพ่ออยู่ที่ไหน, พวกเราตามหาคุณพ่อไปทั่วแล้ว!' คุณพ่อปีโอตอบ “พ่ออยู่ที่นี่ พ่อเดินผ่านหน้าเธอสามหรือสี่ครั้ง แต่เธอและชายคนนั้นไม่สังเกตเห็นพ่อเลย” " 
ที่มา: Padre Pio The Stigmatist 
~Saint Teresa of Calcutta.

วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ความยินดีในเวลาใกล้ตาย


ในเวลาใกล้เสียชีวิต,นักบุญฟรังซิส อัสซีซีเริ่มต้นร้องเพลง และเชิญบรรดาบราเดอร์ร่วมร้องเพลงด้วย บราเดอร์เอลีอัสพูดว่า “คุณพ่อฟรังซิส, ในเวลาแห่งความตาย, เราควรร้องไห้มากกว่าร้องเพลง” “แต่” นักบุญตอบ “ผมจะงดร้องเพลงไม่ได้ เพราะผมเห็นว่าผมกำลังจะไปร่วมความชื่นชมยินดีกับพระเจ้าของผม” 
Source: Preparation For Death 

วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

วันฉลองคู่สมรสศักดิ์สิทธิ์


“นักบุญโยเซฟเป็นดังภาพสะท้อนที่มีชีวิตของพระนางพรหมจารีย์มารีย์ ทั้งสองท่านดูคล้ายกันเหมือนไข่มุกสองเม็ด”-นักบุญ เบอร์นาร์ดิโน 
“คุณธรรมแห่งพรหมจรรย์ของนักบุญโยเซฟจะต้องสูงส่งยิ่งสักเพียงใด ท่านถูกกำหนดโดยพระบิดานิรันดร์ให้เป็นมิตรสหายในพรหมจารีย์ของพระนางมารีย์! ทั้งสองท่านได้ปฏิญาณตนว่าจะรักษาความบริสุทธิ์ไว้ตลอดชีวิต และเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะเชื่อมโยงทั้งสองท่านไว้ในศีลสมรสอันศักดิ์สิทธิ์”- นักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ 
วันที่ 23 มกราคม เป็นวันฉลองคู่สมรสศักดิ์สิทธิ์

วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

คำแนะนำของคุณแม่เทเรซา


“จงอยู่ใกล้ชิดกับคนที่คุณรักเสมอ, แต่อยู่ในระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อไม่ทำให้พวกเขาหายใจไม่ออก, มีหูที่เอาใจใส่เพื่อคอยช่วยเหลือ, พร้อมด้วยความหวานและความอ่อนโยนมากๆที่จะทำให้พวกเขารู้สึกถึงความรัก กำจัดความอิจฉาไปเสีย: เพราะมันเป็นที่ปรึกษาที่ไม่ดี แล้วนั้นเตรียมตัวคุณให้พร้อมด้วยความจริงใจทั้งหมดที่คุณสามารถทำได้เพื่อปลูกและเติบโตในพวกเขาซึ่งดอกไม้แห่งความไว้วางใจ รู้จักที่จะอยู่ห่างๆ, ห่างไกลจากความหน้าซื่อใจคดเพราะมันเป็นเหมือนโรคร้าย 
 - คุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา 

วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ผู้หิวกระหายความขอบธรรมย่อมเป็นสุข


พระเยซูไม่ได้ตรัสว่า ผู้ปรารถนาความชอบธรรมย่อมเป็นสุข มีความแตกต่างระหว่างความปรารถนาในบางอย่าง กับ ความหิวกระหายในบางอย่างซึ่งเกี่ยวกับอาหารหรือน้ำ ผมสามารถปรารถนาอยากได้รถหรูลัมโบกีนี และถ้าผมไม่ได้รับตามที่ปรารถนา ผมก็ไม่เป็นทุกข์ร้อน ผมไม่ต้องดิ้นรนให้ได้รถมาครอบครอง ผมยังคงใช้ชีวิตอยู่ต่อไปเป็นปกติ แต่ถ้าผมหิวกระหายในอาหารหรือน้ำ ถ้าผมไม่ได้รับอาหารหรือน้ำตามต้องการ,ผมก็จะรู้สึกเป็นทุกข์ ผมต้องพยายามแสวงหาอาหารและน้ำเพื่อประทังความหิวกระหาย มิฉะนั้นผมอาจจะตายได้ เพราะฉะนั้น,เมื่อพระเยซูตรัสว่า หิวกระหายความชอบธรรม นั่นหมายความว่า ความชอบธรรมนั้นเป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกับอาหารหรือน้ำ ซึ่งถ้าเราไม่ได้รับความชอบธรรม,เราก็จะเป็นทุกข์ร้อน และพยายามแสวงหาความชอบธรรมจนกว่าจะได้รับ เมื่อได้รับแล้วเราก็เป็นสุข เช่นเดียวกับอาหารและน้ำที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในชีวิต ความชอบธรรมก็มีความสำคัญเป็นอันดับแรกเช่นกัน เพราะพระเยซูตรัสในพระวรสารว่า “จงแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มทุกสิ่งให้เอง”(มัทธิว 6:33)