พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2567

สาส์นแม่พระในวันเกิดของมีรยานา

สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 18 มี.ค. 2024
ลูกที่รักทั้งหลาย
          โดยความรักอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาของพระเจ้า,แม่จึงมาอยู่กับลูก นั่นเป็นสาเหตุที่แม่เรียกพวกลูกเยี่ยงมารดาให้มาเชื่อในความรัก ความรักซึ่งผูกพันกับองค์พระบุตรของแม่ 
           ด้วยความรัก,ลูกจะช่วยเหลือผู้อื่นให้เปิดหัวใจของพวกเขาให้มารู้จักองค์พระบุตรของแม่และมารักพระองค์ 
           ลูกทั้งหลายของแม่,ความรักทำให้องค์พระบุตรของแม่ส่องสว่างหัวใจของลูกด้วยพระหรรษทานของพระองค์,เพื่อให้เติบโตในตัวลูกและประทานสันติสุขแก่ลูก 
             ลูกทั้งหลายของแม่,ถ้าลูกดำเนินชีวิตในความรัก,ถ้าลูกดำเนินชีวิตในองค์พระบุตรของแม่,ลูกจะมีสันติสุขและลูกจะมีความสุข 
           ในความรักคือชัยชนะ     
          ขอบคุณ

แม่พระไม่ได้ประจักษ์ทุกวันแก่มีรยานาแล้ว แต่จะทรงประจักษ์ในวันคล้ายวันเกิดของเธอทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่ 18 มีนาคม
            

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2567

คำเตือนของคุณพ่อบอสโก


ในการพูดให้คำแนะนำก่อนนอนแก่บรรดาเยาวชน เมื่อวันที่ 17 เมษายน 1862 คุณพ่อบอสโกได้กล่าวดังนี้ 
“พระเจ้าชาร์ลส์แห่งฝรั่งเศสซึ่งถูกกองทัพอังกฤษปิดล้อม มิได้ทรงคำนึงถึงสงครามและทรงผ่อนคลายอย่างสงบในพระราชวัง กองทหารของพระองค์พ่ายแพ้ในการรบ ดินแดนซึ่งตกไปอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู และอาณาจักรของพระองค์ก็สูญสิ้นไป ในภยันตรายเช่นนี้ นายพลได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้มีชื่อเสียงมาปลุกเร้าพระทัยของกษัตริย์ให้พ้นจากความเฉื่อยชา ทำให้พระองค์ตระหนักถึงความหนักหนาสาหัสของสถานการณ์ และกระตุ้นให้พระองค์ดำเนินวิธีการป้องกันครั้งสุดท้าย เมื่อเจ้าหน้าที่ไปที่พระราชวัง เขาก็ต้องรอสองหรือสามชั่วโมงเพราะพระราชาทรงยุ่งอยู่กับการพักผ่อน ในที่สุด พระราชาก็ต้อนรับเจ้าหน้าที่อย่างสุภาพ แต่แทนที่จะถามถึงสถานการณ์ทางการทหารกลับเริ่มพูดถึงการล่าสัตว์และงานเลี้ยง และปิดท้ายด้วยการเชิญเจ้าหน้าที่ให้เล่นไพ่ 
เจ้าหน้าที่จ้องมองที่หษัตริย์ชาร์ลของเขาอย่างตะลึง “พระองค์ไม่ได้ยินรายงานของกระหม่อมหรือ?” กษัตริย์ทรงยืนกราน "คุณกำลังคิดอะไรอยู่? 
“ฝ่าบาท” เจ้าหน้าที่ทูลตอบ “ข้าพระองค์งุนงง! ข้าพระองค์ไม่เคยเห็นใครไปสู่ความพินาศอย่างสนุกสนานเช่นนี้มาก่อน!” 
ลูกที่รักทั้งหลาย, ลูกอาจพูดแบบเดียวกันนี้ได้กับคนมากมายที่มีมโนธรรมเต็มไปด้วยบาป แต่กลับไม่คิดอะไรนอกจากสนุกสนานในขณะที่นรกกำลังเปิดอ้ารอรับอยู่ข้างใต้พวกเขา” 
ที่มา: Don Bosco and the Priesthood Vol. 2 

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2567

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2567

นักบุญยอแซฟองค์อุปถัมภ์ของผู้ใกล้ตาย


คริสตชนต้องการผู้พิทักษ์ที่ทรงพลัง ซึ่งจะปกป้องและเสริมกำลังเขาจากอันตรายของการต่อสู้ครั้งสุดท้าย
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2567

เหตุที่พระเจ้าอนุญาติให้มีความทุกข์

พระเจ้าในความดีและพระเมตตาของพระองค์,ในพระญาณเอื้ออาทรของพระองค์,ทรงอนุญาติให้มีความทุกข์และความชั่วเกิดขึ้น เพื่อที่ความดีอันยิ่งใหญ่จะสามารถเกิดมาจากสิ่งนั้นได้ นี่เป็นคำสอนของพระศาสนจักรเอง ในคำสอนของพระศาสนจักร,ในข้อความที่ 4.12 “พระเจ้าทรงอนุญาตให้มีความชั่ว เพื่อที่ความดีอันยิ่งใหญ่บางอย่างจะออกมา” และข้อคำสอนของพระศาสนจักรที่ 3.11 กล่าวถึงคำพูดของนักบุญออกัสติน “พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ,เพราะพระองค์ทรงเป็นองค์ความดีสูงสุด,จะไม่ทรงอนุญาติให้ความชั่ว,ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม,ปรากฏอยู่ในกิจการงานใดๆของพระองค์ ถ้าหากมิใช่เพราะพระองค์ทรงฤทธานุภาพทุกประการและทรงความดีทุกประการที่สามารถทำให้ความดีออกมาจากความชั่วได้” ลองคิดดูซิว่า ความชั่วที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ นั่นก็คือการประหารชีวิตพระเยซูเจ้า พระเจ้าทรงอนุญาตให้สิ่งนี้เกิดขึ้นเพื่อที่ความดีอันยิ่งใหญ่จะออกมาจากมัน นั่นก็คือการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์ ,ซึ่งให้ความหวังแก่เราในการมีชีวิตนิรันดรงในอาณาจักรสวรรค์ 

วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567

ศีลมหาสนิทเป็นของขวัญจากพระเยซูเจ้า

Fr.Jewel Aytona, CPM 
ความศรัทธาแท้จริงต่อพระนางมารีย์ จะนำเราไปสู่ศีลมหาสนิทเสมอ สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากจะแสดงต่อคุณก็คือ ถ้าคุณต้องการให้มีอัศจรรย์ในชีวิตของคุณ,ก็ให้ถวายความตั้งใจนั้นต่อศีลมหาสนิท ถ้าคุณรู้จักบางคนที่สูญเสียความเชื่อ อาจเป็นคนในครอบครัวของคุณ ,เพื่อนของคุณ ที่ไม่ไปโบสถ์อีกต่อไป อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อพวกเขาเพื่อทำให้พวกเขากลับมาสู่เส้นทางสู่สวรรค์ ให้คุณสวดภาวนาเบื้องหน้าศีลมหาสนิทในเวลาเคารพศีลมหาสนิท เพื่อขอให้พวกเขากลับใจจากบาป ถ้าคุณอยากให้คู่สมรสของคุณและบรรดาลูกๆของคุณให้กลายเป็นนักบุญ วิธีใดที่ดีที่สุดที่จะช่วยพวกเขาตามความตั้งใจนี้ ให้คุณอุทิศชีวิตของคุณแด่ศีลมหาสนิท เพราะศีลมหาสนิทเป็นของขวัญที่ประเสริฐที่สุด ,ยิ่งใหญ่ที่สุด, ที่พระเจ้าทรงประทานแก่เราในฐานะที่เราเป็นคาทอลิก เพราะศีลมหาสนิทคือพระเยซูเจ้าเอง คุณแม่เทเราซาเคยพูดว่า ไม่มีช่วงเวลาใดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกนี้,ที่คุณจะรู้สึกถึงความรักยิ่งกว่า,ไม่มีช่วงเวลาใดบนโลกนี้ที่คุณจะรู้สึกได้รับการต้อนรับยิ่งกว่า,มากไปกว่าช่วงเวลาที่คุณอยู่ต่อหน้าพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท