พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

มาเป็นนักบุญกันเถอะ


ให้เราดำเนินชีวิตตามคำสอนแห่งมหาบุญลาภและกลายเป็นนักบุญกันเถอะ
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

อัศจรรย์น้ำตาลของนักบุญมาร์ติน


นักบุญมาร์ติน เดอ ปอร์เรส( St. Martin de Porres) เป็นผู้ทำอัศจรรย์ที่มีชื่อเสียงผู้หนึ่ง เขาได้รับพระพรในการทำนาย การลอยตัว การล่องหน การอยู่สองสถานที่ในเวลาเดียวกัน การทวีจำนวนอาหาร เขาทำให้สุนัขที่ตายแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้งและสามารถพูดคุยกับหนูได้ อัศจรรย์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งที่เขาทำเกิดขึ้นเมื่อนักพรตโดมินิกันผู้หนึ่งขอให้เขานำน้ำตาลหนึ่งกระสอบมา มาร์ตินนำน้ำตาลดิบมากระสอบหนึ่ง นักพรตผู้นั้นแสดงความคิดเห็นเหยียดเชื้อชาติด้วยความโกรธเกี่ยวกับสีของน้ำตาลและสีผิวของมาร์ติน มาร์ตินเต็มไปด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน เขาเพียงแต่ยิ้ม แล้วหยิบน้ำตาลทรายแดงกองหนึ่งแล้วจุ่มลงในถังน้ำ เมื่อเขายกมือขึ้นจากน้ำ นักพรตก็ประหลาดใจเมื่อเห็นว่าน้ำตาลกองนั้นเปลี่ยนเป็นสีขาว และที่สำคัญที่สุดคือมันแห้ง

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

ธรรมชาติมหัศจรรย์


🐟ปลาดุกเป็นปลาที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้วได้อย่างเหลือเชื่อ

🐟เมื่อไม่นานมานี้ที่ซาอุดิอาระเบย พลเมืองซาอุฯ จับปลาดุกได้ในหนองน้ำที่แห้ง ไม่มีน้ำในตอนเหนือของประเทศ

🐟คลิปได้แพร่กระจายไปทั่วโลก และมีการโต้เถียง แสดงความเห็นจำนวนมาก ว่าเป็นไปได้หรือไม่

🐟จากข้อมูลผู้เชี่ยวชาญของซาอุฯ ให้ข้อมูลว่า เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ปลาตัวดังกล่าวคือปลาดุก มีอยู่จริงในซาอุดีอาระเบีย แต่ส่วนใหญ่อยู่ในฟาร์มเลี้ยง เป็นปลานำเข้ามาเลี้ยงในฟาร์ม แต่มีบ้างในแหล่งน้ำธรรมชาติ  

🐟ปลาชนิดนี้มีความทนทานต่อสภาพอากาศ และปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศได้ดี ในลักษณะนี้คือปลาอาศัยในหนองน้ำที่ไม่มีน้ำได้ ปลาดุกจะสร้างเมือกในสภาพไร้น้ำในธรรมชาติ และมีปอดเทียม มันสามารถดำรงชีพอยู่ได้ถึง 8 เดือนหากไม่มีสิ่งรบกวน เมื่อฤดูฝนมามันจะออกมาจากดินทราย กินอาหารใช้ชีวิต ขยายพันธ์ตามปกติ

วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

นักบุญฟรานเซสแห่งโรมกับปีศาจ




วันหนึ่ง เมื่อนักบุญฟรานเซสแห่งโรมกำลังจะไปรับศีลมหาสนิท ปีศาจได้พูดกับเธอว่า “เจ้าผู้เต็มไปด้วยบาปเบามากมายเช่นนี้ จะกล้ารับลูกแกะนิรมลได้อย่างไร!” เธอรับรู้ทันทีว่าศัตรูตั้งใจจะพรากความยินดีอันยิ่งใหญ่ของเธอไป เธอจึงทำให้ศัตรูเงียบลงโดยการถ่มน้ำลายใส่หน้าของมัน หลังจากนั้น พระแม่มารีย์ทรงปรากฏแก่เธอ และเมื่อทรงชมเชยสิ่งที่เธอทำแล้ว พระนางจึงกล่าวว่าข้อบกพร่องของเราไม่ควรเป็นอุปสรรค แต่ควรเป็นแรงกระตุ้นให้เรารับศีลมหาสนิท เนื่องจากในศีลมหาสนิท เราจะพบวิธีแก้ไขเยียวยาความบกพร่องและความทุกข์ยากทั้งหมดของเรา

โอ ศีลบูชามหาสนิท โอ ศีลศักดิ์สิทธิ์สูงสูด

ชาวเราร่วมกันสรรเสริญพระองค์

เทิดทูนพระเกียรตินิรันดร์

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

นักบุญมาร์ติน เดอ พอเรส กับปีศาจ




ปีศาจมักจะยืนอยู่ใกล้นักบุญมาร์ติน เดอ พอเรส โดยหวังจะโจมตี ในเวลากลางคืน มาร์ตินผู้ศักดิ์สิทธิ์จะไปเยี่ยมห้องพยาบาล เขาใช้บันไดเก่าที่ชำรุดซึ่งเป็นเส้นทางที่เร็วที่สุดระหว่างห้องของเขาและห้องพยาบาล คืนหนึ่ง เขาเดินไปที่บันไดเก่าๆ ในอ้อมแขนที่เต็มไปด้วยเข้าของที่จำเป็นสำหรับการพยาบาลคนไข้ ร่างมหึมาที่มีดวงตาเป็นประกายขวางทางไว้ มาร์ตินรู้ว่าเป็นใคร “เจ้ามาทำอะไรที่นี่ เจ้าผู้ถูกสาปแช่ง” เขาถาม ปีศาจตอบว่า “กูมาที่นี่เพราะพอใจที่จะอยู่ที่นี่ และเพราะว่ากูหวังจะได้รับประโยชน์จากการอยู่ที่นี่” “เจ้าจงไปยังขุมนรกอันต้องสาปที่เจ้าอาศัยอยู่!” มาร์ตินผู้ศักดิ์สิทธิ์ร้องออกมา ปีศาจไม่ยอมขยับ ดังนั้นมาร์ตินจึงถอดเข็มขัดของเขาออกและเริ่มฟาดปีศาจ จากนั้นเจ้ามารร้ายก็หายไป เพราะรู้ว่ามันจะไม่ได้อะไรเลยหากอยู่ต่อแต่จะถูกตีซ้ำๆ...

”พระองค์ยังทรงปลดอำนาจของเทพนิกรนายผู้ทรงเดชานุภาพ และเทพนิกรอำนาจลง และทรงบังคับให้เทพเหล่านั้นเข้าขบวนแห่เฉลิมฉลองชัยชนะของพระคริสตเจ้า ต่อหน้ามหาชน” (จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโคโลสี บทที่ 2:15)