พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568

เกี่ยวกับความรักของพระเจ้า: 🙏❤️


“มันเป็นคุณธรรมประการแรก คุณธรรมที่จำเป็นอย่างยิ่ง หากไม่มีคุณธรรมนี้ เราก็จะไม่มีวันได้ขึ้นสวรรค์ และเพื่อรักพระเจ้า เราจึงต้องอยู่บนโลกนี้ แม้ว่าพระเจ้าจะไม่ได้ทรงบัญชา แต่ความรู้สึกนี้เป็นธรรมชาติสำหรับเราอยู่แล้ว จนหัวใจของเราถูกดึงดูดเข้าหาโลกโดยสมัครใจ แต่โชคร้ายคือ เราทุ่มเทความรักให้กับสิ่งของที่ไม่คู่ควร และปฏิเสธที่จะมอบความรักนั้นให้แด่พระองค์แต่เพียงผู้เดียว,ผู้ที่สมควรได้รับความรักอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น ลูกทั้งหลายของพ่อ คนหนึ่งจะรักความร่ำรวย อีกคนหนึ่งจะรักความสุขสบาย และทั้งสองจะถวายสิ่งใดแด่พระเจ้าได้เล่า นอกจากเศษเสี้ยวของหัวใจที่อ่อนล้าจากการรับใช้โลก จากที่นั่น ความรักไม่เพียงพอ ความรักที่แบ่งแยกกัน เขาจึงไม่คู่ควรกับพระเจ้า เพราะพระองค์เท่านั้นที่ทรงสร้างสิ่งดีงามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผู้ที่เราสมควรจะต้องรักพระองค์เหนือสิ่งอื่นใด มากกว่าทรัพย์สมบัติของเราซึ่งเป็นของทางโลก มากกว่าเพื่อนของเรา เพราะเป็นของทางโลก หรือความตาย; มากกว่าชีวิตของเรา เพราะมันเน่าเปื่อย; มากกว่าตัวเราเอง เพราะเราเป็นของพระองค์ ความรักของเรา ลูกทั้งหลาย, หากมันเป็นจริง ความรักนั้นต้องไม่มีขีดจำกัด และต้องมีอิทธิพลต่อความประพฤติของเรา...."

- นักบุญยอห์น เวียนเนย์

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2568

ความถ่อมตน


“จงเรียนรู้จากเรา เพราะเราอ่อนโยนและมีใจถ่อมตน” พระเยซูเจ้าตรัส พระอาจารย์เจ้าสูงสุดและผู้ประทานธรรมบัญญัติ ทรงกระตุ้นเราให้เรียนรู้คุณธรรมแห่งความถ่อมตน

เพราะว่าผู้ใดที่ฝึกฝนคุณธรรมอันน่าอัศจรรย์นี้จะบรรลุถึงความสมบูรณ์ฝ่ายจิตอย่างรวดเร็ว

แต่ถ้าไม่มีความถ่อมตน ไม่ว่าจะศึกษาพระคัมภีร์หรือเทววิทยามากเพียงใด หรือพยายามทำความดีมากเพียงใด ก็ไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จที่ยั่งยืนได้ ความพยายามทั้งหมดของเรานั้นจะไร้ผลหากไม่ได้กระทำด้วยความถ่อมตน

ดังนั้น บทเรียนแรกของพระคริสต์คือการมีใจถ่อมตน เพราะนี่คือรากฐานของคุณธรรมทั้งหมดและจำเป็นต่อการบรรลุความรอดพ้นนิรันดร ผู้ใดปรารถนาที่จะได้รับพระหรรษทานในชีวิตนี้และชีวิตนิรันดรในโลกหน้า จึงควรศึกษาบทเรียนและแบบอย่างความถ่อมตนของพระคริสตเจ้าอย่างขยันขันแข็ง

แต่ผู้ใดละเลยความถ่อมตน เขาจะสูญเสียประโยชน์ที่ความคิดและการกระทำอันดีของพวกเขาควรจะได้รับ

จำเป็นที่คริสตชนทุกคนจะต้องใคร่ครวญคำสอนของพระคริสตเจ้าอย่างรอบคอบ ซึ่งรวมถึงนักบวชทุกคน พระสงฆ์ทุกคน บิชอปทุกคน ผู้รับใช้ทุกคน ขุนนางทุกคน ราษฎรทุกคน ผู้มีการศึกษาทุกคน และสามัญชนทุกคน

และพระคริสต์ทรงสอนเราให้ถ่อมตน ไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง พระองค์สอนเราให้รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ความไร้สาระ พระองค์สอนเราให้รู้ว่าอะไรคือความจริง ไม่ใช่สิ่งที่เป็นเท็จ ทรงสอนสิ่งที่เป็นของสวรรค์ ไม่ใช่สิ่งของทางโลก

- จำลองแบบพระคริสต์ โดย Thomas A Kempis

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568

ฉลองพระนางมารีย์พระชนนีพระเจ้า

 


 

                     พระเกียรติแม่ยิ่งใหญ่  ในสวรรค์

      พระเจ้าทรงเสกสรร        พระแม่ ให้ 

      ทรงบุญกว่าหญิง             ใดใด ในหล้า 

      มารดาพระเจ้าจอมฟ้า     สิ้นหา ใครเทียม 


               เสด็จมาดุจอรุ-       โณทัย 

      งามงดสดใส                   ดุจดั่ง จันทร์เจ้า

      รุ่งโรจน์เกรียงไกร          ดั่งดวง อาทิตย์ 

      นำทัพดุจผู้พิชิต              ทั่วทิศ  เกรงขาม                                                       

                                   


 
********************** 

วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567

สวัสดีปีใหม่ 2025


ขอพระเจ้าทรงอวยพรท่านและพิทักษ์รักษาท่าน
ขอพระองค์ทรงสำแดงพระพักตร์แจ่มใสต่อท่านและโปรดปรานท่าน
ขอพระองค์ทรงผินพระพักตร์มายังท่านและประทานสันติแก่ท่านด้วยเทอญ

วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ยังคงมีการสังหารทารกผู้วิมลอยู่


วันนี้เราฉลองทารกผู้วิมลและมรณะสักขี กษัตริย์เฮโรดได้รับข่าวจากพวกโหราจารย์ว่ามีกษัตริย์องค์ใหม่ของชาวยิวประสูติแล้ว เรื่องนี้ทำให้กษัตริย์ “วิตกกังวล” มาก เพราะพระองค์เข้าใจผิดทั้งหมด พระองค์คิดว่าพระกุมารเยซูเป็นผู้คุกคามอำนาจของพระองค์ และเนื่องจากโหราจารย์ไม่ยอมบอกกษัตริย์ถึงที่อยู่ของทารกที่เพิ่งเกิด เฮโรดจึงโกรธมาก เขาสั่งให้สังหารทารกผู้ชายทุกคนที่อายุตั้งแต่ 2 ขวบลงมาในบริเวณใกล้เบธเลเฮม

สองพันปีผ่านไปแล้วตั้งแต่การประสูติของพระกุมารเยซู และมนุษยชาติได้ก้าวหน้าทางวัตถุและเทคโนโลยีอย่างมากในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงในด้านคุณธรรมแล้ว เราไม่มีความก้าวหน้าใดๆ เลย การดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรมยังคงเป็นความท้าทายเช่นเดียวกับในสมัยของเฮโรด เรายังคงทำบาปต่อไปด้วยการสังหารผู้ที่ไม่สามารถส่งเสียงร้องและต่อสู้ในสงครามนับไม่ถ้วน เรายังคงสังหารทารกผู้บริสุทธิ์อยู่ 

ในแคนาดาเพียงประเทศเดียว เราสังหารทารกในครรภ์ประมาณ 100,000 รายทุกปี ซึ่งพวกเขาจะไม่มีวัน "ประกาศตนเป็นบุตรของพวกเขาได้ด้วยวาจา" ทารกในครรภ์จำนวนมากเกินไปจะไม่มีโอกาสประกาศความเชื่อของพวกเขาและแสดงพรสวรรค์ของตน เพราะพวกเขาถูกสังหารในครรภ์ 

เมื่อ 2,000 กว่าปีที่แล้ว และตอนนี้ และจะเป็นตลอดไป พระหรรษทานของพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถช่วยเราให้รอดพ้นจากการฆาตกรรม ความมืด และบาป ขอให้บรรดาทารกผู้วิมล,ผู้ศักดิ์สิทธิ์โปรดอธิษฐานเพื่อเราด้วย!

วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567