พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ไปหาพระเยซูเจ้าผ่านทางพระนางมารีย์


โปรแตสแตนท์มักจะพูดเสมอว่า คาทอลิกให้ความสำคัญต่อพระนางมารีย์มากกว่าพระเยซูเจ้า โดยคาทอลิกมักสอนว่า เราควรไปหาพระเยซูเจ้าโดยผ่านทางพระนางมารีย์เพื่อที่จะได้รับความรอดของพระเยซูเจ้า ทำไมเราจึงไม่ไปหาพระเยซูเจ้าโดยตรงล่ะ ซึ่งเป็นวิธีที่ถูกต้องกว่า

คำตอบ : เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาในโลกนี้ พระองค์ไม่ได้เสด็จมาหามนุษย์โดยตรงมิใช่หรือ แต่เสด็จมาโดยผ่านทางพระนางมารีย์,ทางพระครรภ์ของพระนาง ทำไมพระเยซูเจ้าไม่เสด็จมายังโลกโดยตรงล่ะ ทั้งๆที่พระองค์สามารถกระทำได้ด้วยพระฤทธานุภาพอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระองค์ นี่เป็นความล้ำลึกของพระเจ้าที่ประสงค์ให้เป็นเช่นนี้ พระเยซูเจ้าทรงยกย่องพระนางมารีย์ให้เป็นมารดาของพระองค์ และทรงทำให้พระนางมารีย์เป็นผู้ร่วมการไถ่กู้มนุษยชาติพร้อมกับพระองค์ด้วย

แน่นอนว่าเราสามารถและต้องสวดภาวนาถึงพระเยซูเจ้าโดยตรง และเราก็ยังมีพระนางมารีย์คอยช่วยเหลือเราให้ใกล้ชิดพระเยซูเจ้าได้ง่ายขึ้นสะดวกมากขึ้นด้วย เพราะพระนางทรงรู้จักพระเยซูเจ้าดีที่สุด และรู้จักเราอย่างดีด้วย พระนางมารีย์จะช่วยวิงวอนต่อพระเยซูเจ้าเพื่อพวกเรา

ไม่มีแม่คนใดที่จะไม่ช่วยเหลือลูกเมื่อลูกวอนขอต่อแม่ของเขา เราจึงวอนขอพระนางมารีย์ให้ช่วยเราให้ไปหาพระเยซูเจ้าดังที่พระเยซูเจ้าทรงมาหาเราโดยทางพระนางมารีย์เช่นเดียวกัน

#CATHOLIC 4 LIFE

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

พระศาสนจักรคาทอลิก


ทำไมพระศาสนจักรคาทอลิกจึงรอดพ้นจากการถูกทำลายจากผู้มุ่งร้านได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ?

เจมส์ ฮิทช์คอก นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปรินซ์ตันเขียนไว้ว่า

“ขณะที่พระศาสนจักรอยู่ที่โลกเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกโดยอาศัยพระเยซูคริสต์,พระผู้ทรงก่อตั้งพระศาสนจักรขึ้นมา ความอ่อนแอทางศีลธรรมของผู้นำของเธออันเป็นที่น่าดูหมิ่นกลับเป็นพยานถึงลักษณะที่ศักดิ์สิทธิ์ของเธอ มนุษย์แต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสวรรค์,ไม่สามารถทำให้พระศาสนจักรบรรลุความสำเร็จในความดีได้ในตลอด 2000 ปี อาศัยแต่เพียงมนุษย์เท่านั้น,พระศาสนจักรจะพินาศไปแล้วในประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ผ่านมาของเธอ ทำไมสาส์นของชาวประมงในเรื่องการกลับฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ยังคงอยู่ได้ตลอด 2000 ปีโดยผ่านทางธรรมประเพณี? ในขณะที่จักรวรรดิโรมันอันทรงอำนาจ,ซึ่งได้เบียดเบียนข่มเหงชายหญิงเหล่านี้ ด้วยอำนาจทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อกำจัดพวกเขาให้หมดสิ้นไป แล้วเวลานี้จักรวรรดิโรมันไปอยู่ที่ไหน? ผู้สืบทอดอำนาจของจูเลียส ซีซาร์อยู่ที่ไหน? เพราะชาวประมงที่ชื่อ เปโตรได้รับชัยชนะในการประกาศถึงพระเยซูคริสต์ในโรม และเวลานี้ผู้สืบทอดของชาวประมง,ชื่อของเขาคือ พระสันตปาปาฟรังซิส จักรวรรดิโรมันถูกทิ้งไว้เหลือแต่ซากปรักหักพัง

พระศาสนจักรเชื่อว่าพระจิตเจ้าทรงปกป้องพระศาสนจักรจากข้อผิดพลาดทั้งปวง และพระเจ้าทรงสามารถทำให้เกิดความดีออกมาจากความชั่วที่เกิดจากภายในหรือที่มาจากภายนอกกำแพงของเธอ พระศาสนจักรคาทอลิกจะยังคงอยู่จนถึงวันสิ้นพิภพ จนถึงวันที่พระผู้ทรงก่อตั้งเธอ,พระเยซูคริสต์,จะกลับมาเป็นครั้งทื่สอง

#Catholic 4 Life

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ความถ่อมตนที่ไม่ถูกต้อง


ความอ่อนน้อมถ่อมตนที่แท้จริงอยู่ที่การเชื่อฟังและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์
>>>อ่านต่อ

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

อธิษฐานภาวนา


ถ้าพระเจ้าทรงตอบสนองต่อการสวดภาวนาวอนขอของท่าน แสดงว่าพระเจ้าทรงประสงค์จะเพิ่มพูนความเชื่อของท่าน

เมื่อพระเจ้าทรงชักช้าในการตอบสนองคำภาวนาของท่าน นั่นแสดงว่าพระเจ้าทรงประสงค์ให้ท่านมีความอดทนมากขึ้น

และเมื่อพระเจ้าไม่ทรงตอบสนองคำภาวนาวอนขอของท่าน นั่นแสดงว่า พระเจ้าทรงตระเตรียมบางสิ่งที่ดีกว่าสำหรับท่าน

เพื่อนที่รัก จงจำสิ่งนี้ไว้เสมอ

#Catholic 4 Life

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ซิสเตอร์เอมมานูเอล กับ มาเรีย ซิมมา


ในระหว่างการสัมภาษณ์กับ Maria Simma ในออสเตรียเมื่อปี 1989 เธอได้บอกกับฉันว่า “การนินทาและใส่ร้ายป้ายสีเป็นมลทินที่เลวร้ายที่สุดสำหรับจิตวิญญาณ และสิ่งเหล่านี้ต้องการการชำระล้างในไฟชำระเป็นเวลานาน” การใส่ร้ายป้ายสีสามารถทำลายชื่อเสียงของบางคนได้ และถึงขั้นผลักดันให้เขาฆ่าตัวตาย นักบุญหลายองค์ได้บรรยายถึงความน่ากลัวของบาปนี้ในสายพระเนตรของพระเจ้า และความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัสที่รอคอยผู้ที่ใส่ร้ายป้ายสีในไฟชำระ,ถ้าพวกเขายังไม่กลับใจ นอกจากนี้ “การตั้งใจฟังคำใส่ร้ายป้ายสีก็เท่ากับใส่ร้ายป้ายสีเช่นกัน และต้องรับโทษเช่นเดียวกัน”  แต่อย่าลืมว่า “ความรักลบล้างบาปได้มากมาย” (1 ปต 4:8) ดังนั้นจึงไม่สายเกินไปที่จะวิงวอนต่อพระจิตเจ้าให้ทรงเติมเต็มใจของเราด้วยความรัก ความรักอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาสู่เราจากรอยบาดแผลแห่งดวงพระหทัยของพระเยซูเจ้า และจะทำให้เรามีความสุขชั่วนิรันดร์

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568