พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

สวรรค์คือจุดหมายของเรา


นักบุญยอห์น เวียนเนย์ เจ้าอาวาสแห่งอารส์ผู้ศักดิ์สิทธิ์( Cure d’Ars) เคยพูดกับสัตบุรุษของท่านว่า “พี่น้องที่รักของพ่อ, เราทุกคนต้องพยายามทำอย่างเต็มที่และดีที่สุดเพื่อให้ได้ไปสวรรค์ ที่นั่นเราจะเห็นพระเจ้า และเราจะมีความสุขสักเพียงใด! เราทุกคนควรไปที่นั่นเป็นขบวนโดยมีคุณพ่อเจ้าอาวาสนำหน้า เราทุกคนต้องไปสวรรค์ ถ้าหากมีบางคนหลงออกนอกทางไป, มันจะทำให้ทุกอย่างพังหมด!”

สวรรค์นั้นวิเศษยอดเยี่ยมเกินกว่าที่เราจะเข้าใจหรือจินตนาการได้ และมันก็คุ้มค่ากับความพยายามหรือความเสียสละของเรา พระเยซูเจ้าทรงประทานของขวัญอันประเสริฐที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล แต่ขึ้นอยู่กับเราที่จะยอมรับหรือไม่ ขอให้สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับเรา และขอให้คำภาวนาและแบบอย่างที่ดีของเราเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นตัดสินใจเลือกเช่นเดียวกับเรา

# Faith 😊🙏🩵

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

สร้างพระศาสนจักรบนพระคริสต์


เมื่อวันอาทิตย์ ณ มหาวิหารนักบุญยอห์น ลาเตรัน พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงกระตุ้นให้คริสตชนสร้างพระศาสนจักรบน “รากฐานที่มั่นคง” ที่หยั่งรากในพระคริสต์ แทนที่จะยึดถือ “หลักเกณฑ์ทางโลก” ที่เรียกร้องผลลัพธ์ทันทีและมองข้ามคุณค่าของความอดทนและความถ่อมตน

พระสันตะปาปาทรงสะท้อนให้เห็นในบทเทศน์ของพระองค์เกี่ยวกับความหมายของวันฉลองนี้และเกี่ยวกับพระศาสนจักรในฐานะวิหารที่มีชีวิตซึ่งสร้างขึ้นจาก “ศิลาที่มีชีวิต”

“ประวัติศาสตร์พันปีของพระศาสนจักรสอนเราว่า ด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้า ชุมชนแห่งความเชื่อที่แท้จริงจะสร้างขึ้นได้ด้วยความถ่อมตนและความอดทนเท่านั้น” พระองค์ตรัส “ชุมชนเช่นนี้สามารถเผยแพร่ความรัก ส่งเสริมพันธกิจ ประกาศ เฉลิมฉลอง และรับใช้พระศาสนจักรของอัครสาวก ซึ่งพระวิหารแห่งนี้เป็นที่นั่งแรก”

“หากช่างก่อสร้างไม่ได้ขุดลึกลงไปจนพบฐานที่มั่นคงสำหรับการก่อสร้างที่เหลือ อาคารทั้งหลังคงพังทลายไปนานแล้ว” พระองค์ตรัส “ในฐานะคนงานในคริสตจักรที่ยังมีชีวิตอยู่ เราก็ต้องขุดลึกลงไปภายในตัวเราและรอบๆ ตัวเราเสียก่อน จึงจะสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างอันน่าประทับใจได้ เราต้องกำจัดวัสดุที่ไม่มั่นคงใดๆ ที่จะขัดขวางไม่ให้เราเข้าถึงศิลาอันแข็งแกร่งของพระคริสต์”

# Faith 😊🙏🩵

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

พระเมตตากับการสาร-ภาพบาป


วันนี้พระเยซูเจ้าตรัสกับฉันว่า “ลูกเอ๋ย เมื่อลูกไปสารภาพบาป โลหิตและน้ำที่ไหลออกมาจากดวงใจของเราจะไหลลงสู่จิตวิญญาณของลูกเสมอและหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณให้สูงส่ง ทุกครั้งที่ลูกไปสารภาพบาป จงดื่มด่ำในความเมตตาของเราอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยความไว้วางใจอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อที่เราจะได้หลั่งพระหรรษทานอันอุดมของเราลงบนจิตวิญญาณของลูก เมื่อลูกเข้าใกล้ห้องสารภาพบาป จงรู้ไว้ว่าตัวเราเองกำลังรอคอยลูกอยู่ที่นั่น มีเพียงพระสงฆ์เท่านั้นที่ซ่อนตัวอยู่ แต่ตัวเราเองกำลังกระทำการในจิตวิญญาณของลูก ณ ที่นี้ ความทุกข์ยากของจิตวิญญาณได้พบกับพระเจ้าแห่งความเมตตา จงบอกจิตวิญญาณทั้งหลายว่า จากธารแห่งความเมตตานี้ จิตวิญญาณจะได้รับพระหรรษทานจากภาชนะแห่งความไว้วางใจเท่านั้น หากความไว้วางใจของพวกเขายิ่งใหญ่ ความเมตตาของเราก็จะไม่มีขีดจำกัด กระแสแห่งพระหรรษทารหลั่งไหลท่วมท้นจิตวิญญาณที่ถ่อมตน คนหยิ่งผยองหันหลังให้กับพระหรรษทาน พระหรรษทานไปหาจิตวิญญาณที่ถ่อมตน (บันทึกประจำวันที่ 1602)

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

การสวดภาวนา

 

การสวดภาวนาไม่ใช่การวอนขอ! 
การสวดภาวนาคือการมอบตนเองไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้าตามพระประสงค์ของพระองค์ 
และฟังพระสุรเสียงของพระองค์ในส่วนลึกของจิตใจเรา

คุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา

 #SAINT

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

คุณธรรมของแม่พระ


คุณธรรมของแม่พระซึ่งพบได้จากพระวรสารมีอยู่ 10 ประการ ‎ 

1. ทรงเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างยิ่ง (มท. 1:18, 20, 23, ลก. 1:24,34) 
2. ทรงรอบคอบอย่างยิ่ง (ลก. 2:19; 51) 
3. ทรงถ่อมพระองค์อย่างยิ่ง (ลก. 1:48) 
4. ทรงสัตย์ซื่ออย่างยิ่ง (ลก. 1:45; Jn 2:5) 
5. ทรงศรัทธาต่อพระเจ้าอย่างยิ่ง(ลก. 1:46-47; กก 1:14) 
6. ทรงนบนอบเชื่อฟังอย่างยิ่ง (ลก. 1:38; 2:21-22; 27) 
7. ทรงยากจนอย่างยิ่ง (ลก. 2:7) 
8. ทรงอดทนอย่างยิ่ง (ยน 19:25) 
9. ทรงความเมตตาอย่างยิ่ง (ลก. 1:39, 56) 
10. ทรงเป็นผู้โศกเศร้าอย่างยิ่ง (ลก. 2:35) ‎


วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

เอกสาร



ต่อไปนี้เป็นประเด็นสำคัญ 5 ประการจากเอกสาร ตามมาด้วยคำอธิบายสั้นๆสำหรับผู้อ่าน

1. พระนางมารีย์ร่วมมือในความรอด แต่พระคริสต์เท่านั้นที่ทรงเป็นพระผู้คนกลาง 
บันทึกนี้เน้นย้ำถึง “ความสมดุลที่จำเป็น... ระหว่างการเป็นคนกลางของพระคริสต์แต่เพียงผู้เดียวและความร่วมมือของพระนางมารีย์ในงานแห่งความรอด” บันทึกนี้เตือนเราว่าแม้พระนางมารีย์จะมีส่วนร่วม (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับสาส์นจากอัครเทวดากาเบรียลและที่แทบไม้กางเขน) “การเป็นคนกลางเฉพาะของพระผู้ไถ่ไม่ได้ตัดขาดความร่วมมือของพระนางมารีย์ แต่กลับก่อให้เกิดความร่วมมือที่หลากหลาย” (Lumen Gentium 62) — ความร่วมมือนี้ยังคงยึดมั่นในพระคริสต์เสมอ

2. มีการชี้แจงพระนามของมารีย์บางชื่อให้กระจ่างขึ้น ในขณะที่บางชื่อไม่สนับสนุน 
บันทึกนี้ให้ข้อคิดพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับพระนามต่างๆ เช่น ผู้ร่วมไถ่กู้ (Co-Redemptrix), ผู้เป็นคนกลาง (Mediatrix), พระมารดาแห่งพระหรรษทาน (Mother of Grace), พระมารดาแห่งผู้มีความเชื่อ (Mother of Believers) เป็นต้น บันทึกนี้เน้นย้ำว่าพระนามบางชื่อ โดยเฉพาะผู้ร่วมไถ่กู้ (Co-Redemptrix) นั้น “ไม่เหมาะสม” เพราะอาจทำให้บทบาทเฉพาะตัวของพระคริสต์ถูกบดบัง คำว่า “ผู้เป็นคนกลาง” อาจใช้ในความหมายรองได้ แต่ไม่ควรแข่งขันกับการเป็นคนกลางของพระคริสต์

3. ชื่อ “ผู้ร่วมไถ่กู้” ถูกปฏิเสธอย่างเป็นทางการ 
บันทึกระบุว่าการใช้ชื่อ “ผู้ร่วมไถ่กู้” เพื่อนิยามความร่วมมือของพระนางมารีย์นั้นไม่เหมาะสม เนื่องจาก “ชื่อนี้เสี่ยงต่อการบดบังการเป็นคนกลางเฉพาะของพระคริสต์” และอาจทำให้เกิดความสับสนในความเชื่อของประชากรของพระเจ้า

4. บทบาทของพระนางมารีย์ในฐานะมารดาและผู้แทรกแซงช่วยเหลือเป็นที่ยืนยันแล้ว แม้จะจำกัดความเกินเลย แต่เอกสารฉบับนี้ยืนยันถึงความเป็นมารดาของผู้มีความเชื่อของพระนางมารีย์ว่า “มารดาแห่งพระศาสนจักรผู้ประกาศข่าวประเสริฐ […] มารดาแห่งประชากรผู้ซื่อสัตย์ของพระเจ้า” (ย่อหน้า 76) เอกสารนี้เน้นย้ำว่าการแทรกแซงช่วยเหลือของพระนางมารีย์นั้นเป็นความแท้จริง แต่ขึ้นอยู่กับพระราชกิจแห่งความรอดของพระคริสต์เสมอ “บทบาทมารดาของพระนาง […] ไม่ได้มุ่งหมายที่จะลดทอนการนมัสการเฉพาะอันควรได้รับจากพระคริสต์เท่านั้น แต่ […] กลับจุดประกายการนมัสการนั้น”

5. ความศรัทธาต่อพระนางมารีย์นั้นมีคุณค่า แต่ต้องคงไว้ซึ่งพระคริสต์เป็นศูนย์กลางและถูกต้องตามหลักเทววิทยา 
บันทึกดังกล่าวระบุอย่างชัดเจนว่า ความศรัทธาต่อพระแม่มารีย์อย่างแพร่หลาย ซึ่งคนยากจน “จะพบความรักและความเอ็นดูของพระเจ้าในพระพักตร์ของพระแม่มารีย์” ถือเป็นสมบัติล้ำค่าของพระศาสนจักร ขณะเดียวกัน ยังได้เตือนถึงความศรีทธาหรือพระนามของพระนางมารีย์ที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิดทางเทววิทยา

# CATHOLIC 😊🙏🩵