พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2025 หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดประเวณี

           พระเยซูเจ้าเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พระองค์เสด็จไปในพระวิหารอีก ประชาชนเข้ามาห้อมล้อมพระองค์ พระองค์ประทับนั่ง แล้วทรงเริ่มสั่งสอน บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีนำหญิงคนหนึ่งเข้ามา หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี เขาให้นางยืนตรงกลาง แล้วทูลถามพระองค์ว่า “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติ โมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” เขาถามพระองค์เช่นนี้ เพื่อทดลองพระองค์ หวังจะหาเหตุปรักปรำพระองค์ แต่พระเยซูเจ้าทรงก้มลง เอานิ้วพระหัตถ์ขีดเขียนที่พื้นดิน เมื่อคนเหล่านั้นยังทูลถามย้ำอยู่อีก พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” แล้วทรงก้มลงขีดเขียนบนพื้นดินต่อไป เมื่อคนเหล่านั้นได้ฟังดังนี้ ก็ค่อย ๆ ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนอาวุโส จนเหลือแต่พระเยซูเจ้าตามลำพังกับหญิงคนนั้น ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสกับนางว่า “นางเอ๋ย พวกนั้นไปไหนหมด ไม่มีใครลงโทษท่านเลยหรือ” หญิงคนนั้นทูลตอบว่า “ไม่มีใครเลย พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไป อย่าทำบาปอีก”
(ยอห์น 8:1-11)








วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566

ปราสาทฝ่ายจิต 3


โดยนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา 
ปราสาทชั้นที่สาม  

ในความเพียรของเรา,ขอให้ระลึกว่าไม่มีความปลอดภัยในชีวิตนี้ ขอให้เข้าใจว่า....เราเป็นเหมือนคนที่มีศัตรูอยู่ที่ประตู เราต้องไม่วางแขนแม้ในขณะนอนหลับหรือรับประทานอาหาร และหวาดกลัวอยู่เสมอว่าศัตรูจะบุกเข้าไปในปราสาทโดยอาศัยช่องโหว่ของกำแพง.....เราไม่สามารถหยุดปรารถนาและอ้อนวอนพระองค์ให้นำเราพ้นไปจากมัน....แต่เรายอมอยู่กับมันเพราะเห็นแก่พระองค์ หรืออุทิศตนเองเพื่อการรับใช้พระองค์ และเหนือสิ่งอื่นใด เพราะเรารู้ว่าเป็นพระประสงค์ของพระองค์ที่ให้เรามีชีวิตอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้น 'ให้เราตายพร้อมกับพระองค์เถิด!' ดังที่นักบุญโธมัสกล่าวไว้ การอยู่ห่างจากพระองค์มีแต่ความตายครั้งแล้วครั้งเล่า มันหลอกหลอนเราด้วยความหวาดกลัวที่จะสูญเสียพระองค์ไปตลอดกาล!  
 ถึงกระนั้น ฉันยังต้องขอเตือนท่านอย่างหนึ่งว่า อย่ามั่นใจเกินไป....ดาวิดเป็นผู้ที่บริสุทธิ์มาก แต่ท่านก็รู้ว่าโซโลมอนกลายเป็นอะไร ดังนั้นอย่าวางใจในสถานะของท่าน หรือไว้ใจในชีวิตแห่งการสำนึกผิดของท่าน หรือคิดว่าท่านได้สวดภาวนาอย่างต่อเนื่องและเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ หรือวางใจว่าท่านได้ละทิ้งโลกนี้ไปแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอที่จะขจัดความกลัวทั้งหมดอย่างที่ฉันได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว เหตุฉะนั้นจงตรึกตรองข้อความนี้และระลึกบ่อยๆ 'คนที่เกรงกลัวพระเจ้าก็เป็นสุข' 
กลับมายังสิ่งที่ฉันเริ่มอธิบายเกี่ยวกับวิญญาณที่เข้าสู่ห้องโถงในชั้นที่สามของปราสาท ....พวกเขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะไม่ทำขัดเคืองพระทัยพระองค์ด้วยบาปชั่วร้าย พวกเขารักการทำกิจชดเชยใช้โทษบาปและใช้เวลาหลายชั่วโมงในการพินิจใคร่ครวญ พวกเขาใช้เวลาอย่างดีในการปฏิบัติกิจกุศลต่อเพื่อนมนุษย์,มีระเบียบเรียบร้อยในการสนทนาและการแต่งกาย 
 โอ พระเยซูเจ้า! ผู้ใดจะสามารถประกาศได้ว่าเขาไม่ต้องการพระพรอันยิ่งใหญ่นี้? โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาได้ผ่านพ้นความยากลำบากครั้งใหญ่ไปแล้ว? ไม่มีแน่นอน! เราทุกคนบอกว่าเราต้องการ แต่พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะครอบครองจิตวิญญาณทั้งครบ ดังเช่นที่พระเยซูเจ้าตรัสกับชายหนุ่มว่าเขาต้องทำอะไรหากต้องการเป็นคนดีสมบูรณ์แบบ ในชั้นนี้ของปราสาท,เราก็เหมือนชายหนุ่มคนนี้ เรามักรู้สึกแห้งแล้งในเวลาสวดภาวนาอยู่บ่อยๆ ถึงแม้ว่าบางครั้ง,มันจะเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่น ฉันไม่ได้พูดถึงความทุกข์ทรมานภายในจิตใจบางอย่างซึ่งสร้างความเจ็บปวดอย่างมากแก่วิญญาณใจศรัทธาโดยไม่ใช่ความผิดของพวกเขา อย่างไรก็ตามจากการทดลองเหล่านี้ พระเยซูเจ้ามักจะมอบประโยชน์มากมายให้กับพวกเขาเสมอ 

Source: The Interior Castle Or The Mansions 
#Catholic 4 Life  
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น