พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2025 หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดประเวณี

           พระเยซูเจ้าเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พระองค์เสด็จไปในพระวิหารอีก ประชาชนเข้ามาห้อมล้อมพระองค์ พระองค์ประทับนั่ง แล้วทรงเริ่มสั่งสอน บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีนำหญิงคนหนึ่งเข้ามา หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี เขาให้นางยืนตรงกลาง แล้วทูลถามพระองค์ว่า “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติ โมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” เขาถามพระองค์เช่นนี้ เพื่อทดลองพระองค์ หวังจะหาเหตุปรักปรำพระองค์ แต่พระเยซูเจ้าทรงก้มลง เอานิ้วพระหัตถ์ขีดเขียนที่พื้นดิน เมื่อคนเหล่านั้นยังทูลถามย้ำอยู่อีก พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” แล้วทรงก้มลงขีดเขียนบนพื้นดินต่อไป เมื่อคนเหล่านั้นได้ฟังดังนี้ ก็ค่อย ๆ ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนอาวุโส จนเหลือแต่พระเยซูเจ้าตามลำพังกับหญิงคนนั้น ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสกับนางว่า “นางเอ๋ย พวกนั้นไปไหนหมด ไม่มีใครลงโทษท่านเลยหรือ” หญิงคนนั้นทูลตอบว่า “ไม่มีใครเลย พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไป อย่าทำบาปอีก”
(ยอห์น 8:1-11)








วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

การทำงานด้วยความความรักอันบริสุทธิ์


พระเจ้าทรงพอพระทัยการงานที่กระทำถึงแม้จะเป็นงานที่เล็กน้อย,แต่กระทำอย่างเงียบๆโดยปรารถนาที่จะไม่ให้ใครรู้ มากกว่าการงานเป็นพันๆที่กระทำด้วยความปรารถนาให้ผู้คนได้รู้

คนที่ทำงานเพื่อพระเจ้าด้วยความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด เขาจะไม่เพียงแต่ไม่ใส่ใจว่าจะมีใครเห็นการงานของเขาเท่านั้น แต่เขายังไม่คิดแม้แต่จะให้พระเจ้าทรงทราบถึงการงานเหล่านั้นด้วย บุคคลเช่นนี้จะไม่หยุดที่จะรับใช้พระเจ้าด้วยวิธีนี้,ด้วยความยินดีเดียวกันนี้,และด้วยความรักอันบริสุทธิ์ ถึงแม้ว่าพระเจ้าไม่ทรงทราบเรื่องเหล่านี้เลยก็ตาม

- นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขน

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

กระแสเรียกเป็นพระสงฆ์


พ่อมักถูกถามบ่อยๆ,โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบรรดาเยาวชนว่า ทำไมพ่อจึงมาเป็นพระสงฆ์ บางทีพวกคุณก็คงอยากถามคำถามเดียวกันนี้ พ่อจะพยายามตอบอย่างสั้นๆ พ่อขอเริ่มต้นด้วยการพูดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะอธิบายได้ทั้งหมด เพราะมันเป็นเรื่องลึกลับแม้แต่ตัวของพ่อเอง ใครจะสามารถอธิบายวิถีทางของพระเจ้าได้เล่า? พ่อรู้เรื่องนี้,ในจุดหนึ่งของชีวิต เมื่อเริ่มมั่นใจว่าพระคริสต์ทรงตรัสกับพ่อเช่นเดียวกับที่ทรงตรัสกับหลายพันคนที่อยู่ก่อนหน้าพ่อว่า “ตามเรามาเถิด” มีสื่อสัมผัสที่ทำให้พ่อได้ยินในหัวใจของพ่อซึ่งไม่ใช่เสียงของมนุษย์หรือความคิดของพ่อเอง พระคริสต์กำลังเรียกพ่อให้มารับใช้พระองค์ในฐานะพระสงฆ์
และพวกคุณคงคาดเดาได้ว่า พ่อรู้สึกกตัญญูอย่างลึกซึ้งต่อพระเจ้าสำหรับกระแสเรียกของพ่อให้มาสู่ฐานันดรพระสงฆ์ ไม่มีอะไรที่มีความหมายต่อพ่อที่ทำให้พ่อมีความยินดียิ่งไปกว่าการประกอบพิธีมิสซาในแต่ละวันและการรับใช้ประชากรของพระเจ้าในโบสถ์ สิ่งนี้เป็นความจริงนับตั้งแต่วันแรกที่พ่อได้บวชเป็นพระสงฆ์ ไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ได้ ไม่ แม้แต่การเป็นพระสันตปาปา”

- พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2

ตรัสไว้ที่ลอสแอนเจอลีส,สหรัฐ (วันที่ 14 กันยายน 1987)

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

สาส์นแม่พระ 25 ก.พ. 2025

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 ก.พ. 2025
ลูกที่รักทั้งหลาย
         ขอให้ฤดูใบไม้ผลินี้เป็นกำลังใจสำหรับการกลับใจส่วนตัวของลูก เพื่อที่ในชีวิตของลูก,ลูกจะได้สวดภาวนาและรักพระเจ้าเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ลูกน้อยทั้งหลาย,จงเป็นมือแห่งสันติภาพและการสวดภาวนาของแม่เถิด ด้วยการรักแทนทุกคนที่ไม่รัก,ไม่สวดภาวนา,และไม่ต้องการสันติภาพ
          ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่           

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

พระเจ้าทรงเรียกเราให้เป็นเหมือนพระคริสต์


ผู้ที่พระเจ้าทรงเรียกมาตามพระประสงค์ของพระองค์นั้น “พระองค์กำหนดจะให้เป็นภาพลักษณ์ของพระบุตรของพระองค์ด้วย” (โรม 8:29) นี่คือสิ่งที่เราถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วมืใช่หรือ เราถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าให้ดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระเยซู เป็นเรื่องดีหากเราจะใช้เวลาในการพิจารณาไตร่ตรองเกี่ยวกับชีวิตของพระเยซูและพยายามทำความเข้าใจกับคำสอนต่างๆของพระองค์ การแสวงหาความรู้เช่นนี้จะกลายเป็นความรู้ที่แท้จริง และเราจะเป็นเหมือนพระคริสตเจ้าจริงๆ ความรู้ของเราจะไม่ทำให้เราหยิ่งผยอง,หรือทำให้เราคุยโวโอ้อวดเกี่ยวกับความรู้นั้น
# Catholic 4 Life

วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ความสำคัญของความอ่อนน้อมถ่อมตน


ความอ่อนน้อมถ่อมตนที่แท้จริงอยู่ที่การเชื่อฟังและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

นักบุญชื่นชมยินดีในความทุกข์


เวลานี้คุณเห็นแล้วว่า ทำไมบรรดานักบุญจึงชื่นชมยินดีในการถูกดูหมิ่นและได้รับการเบียดเบียน เป็นเพราะความทุกข์เหล่านี้เป็นของถวายที่พวกเขาจะมอบให้แก่พระเยซูเจ้าเมื่อพวกเขาสวดภาวนาถึงพระองค์ แล้วตัวฉันซึ่งเป็นสิ่งสร้างที่น่าสงสารได้ทำอะไรบ้าง ฉันให้อภัยแก่ผู้อื่นเพียงเล็กน้อยและสิ่งที่ต้องได้รับการอภัยสำหรับตัวเองนั้นมีมากมาย?
- นักบุญเทเรซา แห่ง อาวิลา

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ความรักและความถ่อมตน


ข้าพเจ้าขอพูดเช่นเดิมว่า ถ้าการอดอาหารของท่านปราศจากความถ่อมตน มันก็ไม่มีค่าอะไรและไม่ทำให้พระเจ้าทรงพอพระทัย....บัดนี้,ตามคำสอนของอัครสาวก ทุกสิ่งที่กระทำโดยปราศจากความรัก ก็ไม่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า ดังนั้นข้าพเจ้าก็จะพูดในทำนองเดียวกันกับนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ นั่นคือ ถ้าการอดอาหารของท่านปราศจากความถ่อมตน การอดอาหารของท่านก็ไม่มีคุณค่าอะไร เพราะถ้าท่านไม่มีความถ่อมตน,ท่านก็ไม่มีความรักและถ้าท่านไม่มีความรัก,ท่านก็ปราศจากความถ่อมตนด้วยเช่นกัน

มันเกือบเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในการที่จะมีความรักโดยปราศจากการถ่อมตน และการมีความถ่อมตนโดยปราศจากความรัก คุณธรรมทั้งสองประการนี้มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน คุณธรรมหนึ่งไม่สามารถมีอยู่ได้โดยปราศจากอีกคุณธรรมหนึ่ง

- นักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ (1567-1622)นักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

เมลคีเซเดคคือใคร?


ในภาษาฮีบรู คำว่ากษัตริย์คือ מלך (อ่านว่า Melch เมลเลค) 
 และคำว่า ความชอบธรรม ในภาษาฮีบรู คือ צדיק‎‎, (Tzedek ซิเดค)

คำว่า เมลคีเซเดค(Melchizedek) จึงแปลว่า กษัตริย์แห่งความชอบธรรม

เมลคีเซเดค(Melchizedek) เป็นกษัตริย์ของเมืองซาเลม(Salem) ซาเลม มีที่มาจากคำว่า Shalom ซึ่งแปลว่า สันติภาพ(Peace) คำเหล่านี้ให้วิสัยทัศน์บางอย่างแก่เรา

กษัตริย์เมลคีเซเดคแห่งเมืองซาเลม เป็นกษัตริย์แห่งความชอบธรรมและกษัตริย์แห่งสันติภาพด้วย (ฮีบรู 7:2). นอกจากนี้พระคัมภีร์ยังบอกว่า กษัตริย์เมลคีเซเดคเป็นสมณะสูงสุดของพระเจ้าอีกด้วย

ในหนังสือปฐมกาล สมัยนั้นยังไม่ได้เริ่มต้นมีสมณะเลย แต่พระคัมภีร์ได้พูดถึงเมลคีเซเดคซึ่งเป็นกษัตริย์และเป็นสมณะของพระเจ้าแล้ว

เมื่ออับราฮัมรบชนะข้าศึก, เมลคีเซเดคได้ออกมาพบอับราฮัมและนำขนมปังและเหล้าองุ่นมาให้ ทั้งอวยพรอับราฮัมในพระนามของพระเจ้าสูงสุด

การถวายขนมปังและเหล้าองุ่นของเมลคีเซเดคจึงเป็นรูปแบบของพระเมสสิยาห์,พระเยซูคริสต์ (ฮีบรู 6:20; ฮีบรู 7:2).และเป็นเครื่องหมายของพิธีกรรมในพิธีมิสซา

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ทำไมพระเยซูจึงทรงเขียนบนพื้นด้วยนิ้วของพระองค์


ใน ยอห์นบทที่ 8 เล่าว่า เมื่อบรรดาฟาริสีพาหญิงที่ถูกจับได้ว่าทำผิดประเวณีมาให้พระเยซูตัดสิน โดยพวกเขาบอกว่า”ในธรรมบัญญัติ โมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” แต่พระเยซูเจ้าทรงก้มลง เอานิ้วพระหัตถ์ขีดเขียนที่พื้นดิน ทำไมพระเยซูจึงทรงทำเช่นนั้น?

อพยพ 31:18 กล่าวว่า “เมื่อพระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสบนภูเขาซีนายแล้ว พระองค์ประทานแผ่นศิลาจารึกสองแผ่นให้เขา เป็นแผ่นศิลาที่ทรงจารึกด้วยพระหัตถ์ของพระองค์”

พระเยซูทรงเอานิ้วพระหัตถ์ขีดเขียนที่พื้น เท่ากับพระเยซูทรงปรารถนาที่จะบอกกับเราว่า พระองค์คือพระเจ้า,พระยาห์เวห์,ผู้ทรงจารึกพระบัญญัติด้วยนิ้วพระหัตถ์บนศิลาและประทานศิลาสองแผ่นแก่โมเสส

และเป็นไปได้ว่าบนพื้นนั้นพระเยซูทรงเขียนพระบัญญัติหนึ่งในสิบประการ ซึ่งคงจะเป็นพระบัญญัติประการที่ 5 นั่นคือ "อย่าฆ่าคน"  เพราะฟาริสีต้องการให้พระองค์ทำตามกฎในเลวีนิติที่สั่งให้ลงโทษผู้ทำผิดประเวณีด้วยการเอาก้อนหินทุ่มให้ตาย แต่พระเยซูทรงล่วงรู้ถึงความคิดของพวกเขา ถึงแม้ว่าในพระบัญญัติข้อที่ 6 บอกว่า "อย่าทำผิดประเวณี"  แต่พระบัญญัติข้อที่ 5 มาก่อนบัญญัติข้อที่ 6 และในบัญญัติข้อที่ 6 ก็ไม่ได้สั่งให้ลงโทษผู้กระทำผิดแต่อย่างใด  พระบัญญัติของพระเจ้าย่อมใหญ่กว่ากฏเกณฑ์ของมนุษย์

พวกฟาริสีคิดแต่จะจับผิดพระเยซูเจ้าจนลืมและมองข้ามพระบัญญัติประการที่ 5 ที่สั่งว่า อย่าฆ่าคนและนำเอากฏเกณฑ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นเองมาใช้อย่างไร้ความเมตตา พระเยซูจึงทรงเขียนพระบัญญัติข้อที่ 5 เพื่อย้ำเตือนพวกเขา

ยอห์น 8:7-11 เล่าต่อไปว่า "เมื่อคนเหล่านั้นยังทูลถามย้ำอยู่อีก พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” แล้วทรงก้มลงขีดเขียนบนพื้นดินต่อไป เมื่อคนเหล่านั้นได้ฟังดังนี้ ก็ค่อย ๆ ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนอาวุโส จนเหลือแต่พระเยซูเจ้าตามลำพังกับหญิงคนนั้น ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสกับนางว่า “นางเอ๋ย พวกนั้นไปไหนหมด ไม่มีใครลงโทษท่านเลยหรือ” หญิงคนนั้นทูลตอบว่า “ไม่มีใครเลย พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไป อย่าทำบาปอีก”

พระเมตตาของพระเยซูเจ้ายิ่งใหญ่กว่าบาปใดๆทั้งสิ้น

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ฟรังซิสกับนก


พระองค์ประทานอิสระเสรีแห่งท้องฟ้านภากาศ,พวกเธอไม่ต้องหว่านข้าว,ไม่ต้องเก็บเกี่ยว
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ฉลองแม่พระแห่งลูรดส์


สิ่งที่เห็นไม่ใช่ภาพลวงตาที่เกิดจากความศรัทธาที่เกินจริงของผู้แสวงบุญ
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ไปหาพระเยซูเจ้าผ่านทางพระนางมารีย์


โปรแตสแตนท์มักจะพูดเสมอว่า คาทอลิกให้ความสำคัญต่อพระนางมารีย์มากกว่าพระเยซูเจ้า โดยคาทอลิกมักสอนว่า เราควรไปหาพระเยซูเจ้าโดยผ่านทางพระนางมารีย์เพื่อที่จะได้รับความรอดของพระเยซูเจ้า ทำไมเราจึงไม่ไปหาพระเยซูเจ้าโดยตรงล่ะ ซึ่งเป็นวิธีที่ถูกต้องกว่า

คำตอบ : เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาในโลกนี้ พระองค์ไม่ได้เสด็จมาหามนุษย์โดยตรงมิใช่หรือ แต่เสด็จมาโดยผ่านทางพระนางมารีย์,ทางพระครรภ์ของพระนาง ทำไมพระเยซูเจ้าไม่เสด็จมายังโลกโดยตรงล่ะ ทั้งๆที่พระองค์สามารถกระทำได้ด้วยพระฤทธานุภาพอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระองค์ นี่เป็นความล้ำลึกของพระเจ้าที่ประสงค์ให้เป็นเช่นนี้ พระเยซูเจ้าทรงยกย่องพระนางมารีย์ให้เป็นมารดาของพระองค์ และทรงทำให้พระนางมารีย์เป็นผู้ร่วมการไถ่กู้มนุษยชาติพร้อมกับพระองค์ด้วย

แน่นอนว่าเราสามารถและต้องสวดภาวนาถึงพระเยซูเจ้าโดยตรง และเราก็ยังมีพระนางมารีย์คอยช่วยเหลือเราให้ใกล้ชิดพระเยซูเจ้าได้ง่ายขึ้นสะดวกมากขึ้นด้วย เพราะพระนางทรงรู้จักพระเยซูเจ้าดีที่สุด และรู้จักเราอย่างดีด้วย พระนางมารีย์จะช่วยวิงวอนต่อพระเยซูเจ้าเพื่อพวกเรา

ไม่มีแม่คนใดที่จะไม่ช่วยเหลือลูกเมื่อลูกวอนขอต่อแม่ของเขา เราจึงวอนขอพระนางมารีย์ให้ช่วยเราให้ไปหาพระเยซูเจ้าดังที่พระเยซูเจ้าทรงมาหาเราโดยทางพระนางมารีย์เช่นเดียวกัน

#CATHOLIC 4 LIFE

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

พระศาสนจักรคาทอลิก


ทำไมพระศาสนจักรคาทอลิกจึงรอดพ้นจากการถูกทำลายจากผู้มุ่งร้านได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ?

เจมส์ ฮิทช์คอก นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปรินซ์ตันเขียนไว้ว่า

“ขณะที่พระศาสนจักรอยู่ที่โลกเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกโดยอาศัยพระเยซูคริสต์,พระผู้ทรงก่อตั้งพระศาสนจักรขึ้นมา ความอ่อนแอทางศีลธรรมของผู้นำของเธออันเป็นที่น่าดูหมิ่นกลับเป็นพยานถึงลักษณะที่ศักดิ์สิทธิ์ของเธอ มนุษย์แต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสวรรค์,ไม่สามารถทำให้พระศาสนจักรบรรลุความสำเร็จในความดีได้ในตลอด 2000 ปี อาศัยแต่เพียงมนุษย์เท่านั้น,พระศาสนจักรจะพินาศไปแล้วในประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ผ่านมาของเธอ ทำไมสาส์นของชาวประมงในเรื่องการกลับฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ยังคงอยู่ได้ตลอด 2000 ปีโดยผ่านทางธรรมประเพณี? ในขณะที่จักรวรรดิโรมันอันทรงอำนาจ,ซึ่งได้เบียดเบียนข่มเหงชายหญิงเหล่านี้ ด้วยอำนาจทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อกำจัดพวกเขาให้หมดสิ้นไป แล้วเวลานี้จักรวรรดิโรมันไปอยู่ที่ไหน? ผู้สืบทอดอำนาจของจูเลียส ซีซาร์อยู่ที่ไหน? เพราะชาวประมงที่ชื่อ เปโตรได้รับชัยชนะในการประกาศถึงพระเยซูคริสต์ในโรม และเวลานี้ผู้สืบทอดของชาวประมง,ชื่อของเขาคือ พระสันตปาปาฟรังซิส จักรวรรดิโรมันถูกทิ้งไว้เหลือแต่ซากปรักหักพัง

พระศาสนจักรเชื่อว่าพระจิตเจ้าทรงปกป้องพระศาสนจักรจากข้อผิดพลาดทั้งปวง และพระเจ้าทรงสามารถทำให้เกิดความดีออกมาจากความชั่วที่เกิดจากภายในหรือที่มาจากภายนอกกำแพงของเธอ พระศาสนจักรคาทอลิกจะยังคงอยู่จนถึงวันสิ้นพิภพ จนถึงวันที่พระผู้ทรงก่อตั้งเธอ,พระเยซูคริสต์,จะกลับมาเป็นครั้งทื่สอง

#Catholic 4 Life

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ความถ่อมตนที่ไม่ถูกต้อง


ความอ่อนน้อมถ่อมตนที่แท้จริงอยู่ที่การเชื่อฟังและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์
>>>อ่านต่อ

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

อธิษฐานภาวนา


ถ้าพระเจ้าทรงตอบสนองต่อการสวดภาวนาวอนขอของท่าน แสดงว่าพระเจ้าทรงประสงค์จะเพิ่มพูนความเชื่อของท่าน

เมื่อพระเจ้าทรงชักช้าในการตอบสนองคำภาวนาของท่าน นั่นแสดงว่าพระเจ้าทรงประสงค์ให้ท่านมีความอดทนมากขึ้น

และเมื่อพระเจ้าไม่ทรงตอบสนองคำภาวนาวอนขอของท่าน นั่นแสดงว่า พระเจ้าทรงตระเตรียมบางสิ่งที่ดีกว่าสำหรับท่าน

เพื่อนที่รัก จงจำสิ่งนี้ไว้เสมอ

#Catholic 4 Life

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ซิสเตอร์เอมมานูเอล กับ มาเรีย ซิมมา


ในระหว่างการสัมภาษณ์กับ Maria Simma ในออสเตรียเมื่อปี 1989 เธอได้บอกกับฉันว่า “การนินทาและใส่ร้ายป้ายสีเป็นมลทินที่เลวร้ายที่สุดสำหรับจิตวิญญาณ และสิ่งเหล่านี้ต้องการการชำระล้างในไฟชำระเป็นเวลานาน” การใส่ร้ายป้ายสีสามารถทำลายชื่อเสียงของบางคนได้ และถึงขั้นผลักดันให้เขาฆ่าตัวตาย นักบุญหลายองค์ได้บรรยายถึงความน่ากลัวของบาปนี้ในสายพระเนตรของพระเจ้า และความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัสที่รอคอยผู้ที่ใส่ร้ายป้ายสีในไฟชำระ,ถ้าพวกเขายังไม่กลับใจ นอกจากนี้ “การตั้งใจฟังคำใส่ร้ายป้ายสีก็เท่ากับใส่ร้ายป้ายสีเช่นกัน และต้องรับโทษเช่นเดียวกัน”  แต่อย่าลืมว่า “ความรักลบล้างบาปได้มากมาย” (1 ปต 4:8) ดังนั้นจึงไม่สายเกินไปที่จะวิงวอนต่อพระจิตเจ้าให้ทรงเติมเต็มใจของเราด้วยความรัก ความรักอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาสู่เราจากรอยบาดแผลแห่งดวงพระหทัยของพระเยซูเจ้า และจะทำให้เรามีความสุขชั่วนิรันดร์

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ความพากเพียรในการทำความดี


ในพระวรสาร,พระเยซูทรงบอกเราว่า “รางวัลแห่งพระสัญญาจะไม่ประทานให้แก่ผู้ที่เริ่มต้นในการทำความดีหรือกำลังทำที่ทำเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่จะประทานให้แก่ผู้ที่พากเพียรจนถึงวาระสุดท้าย เพราะฉะนั้นผู้ที่เริ่มต้นจำเป็นต้องพากเพียรให้มากขึ้นเสมอ ส่วนผู้ที่กำลังทำจำเป็นต้องทำต่อไปให้ถึงวาระสุดท้าย และคนที่ยังไม่เริ่มต้นเลยนั้นช่างน่าละอายนัก เขาควรจะเริ่มต้นในหนทางที่ถูกต้องได้แล้ว จงใช้ความพยายามและความพากเพียร พ่อรู้ว่านี่เป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่ด้วยแบบอย่างของบรรดานักบุญและด้วยความช่วยเหลือจากพระแม่มารีย์,และพระหรรษทานของพระเจ้า,พระเจ้าผู้ทรงพร้อมเสมอต่อคนที่วอนขอ และเราจะไม่ล้มเหลว
ให้เราสวมใส่ตัวเราเองด้วย ความสม่ำเสมอ,ความอดทน,และด้วยความพากเพียร และจะเป็นความจริงที่พระเยซูตรัสไว้ในพระวรสารว่า “ผู้ที่พากเพียรจนถึงวาระสุดท้ายจะได้รับความรอดพ้น” พ่อขอให้พวกลูกทุกคนนอนหลับฝันดี เปี่ยมด้วยพระหรรษทานและพระพร ไม่แต่เพียงเฉพาะตัวลูกเท่านั้น แต่รวมถึงคนที่ลูกรักในครอบครัวของลูก และคนที่ลูกดูแลเอาใจใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนยากจน,คนเจ็บป่วย,คนที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก ขอพระเยซูเจ้าประทานความกล้าหาญและความพากเพียร และประทานสุขภาพดีแก่พวกเขา
ในพระนามของพระบิดา,พระบุตร,และพระจิต อาแมน
ขอสรรเสริญพระเยซูเจ้าและพระแม่มารีย์ บัดนี้และตลอดไป 😊🙏🩵

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

อารมณ์ขันของคุณพ่อปีโอ


ชายคนหนึ่งเป็นกังวลมากเพราะผมบนศีรษะของเชาร่วงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเขารู้ถึงอัศจรรย์ย์ของคุณพ่อปีโอ เขาจึงไปหาท่านและกล่าวว่า “คุณพ่อครับ โปรดช่วยสวดภาวนาขอให้ผมของผมไม่ร่วงอีกต่อไปด้วยครับ”
คุณพ่อปีโอซึ่งขณะนั้นกำลังก้าวลงบันไดจากที่ขับร้องก็เปลี่ยนสีหน้าและโบกมือเรียกนักพรตที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบันไดส่งท่าทางที่บอกว่า “ท่านนั่นแหละ!”
ชายหัวล้านผู้น่าสงสารหันกลับไปมองและเห็นพระสงฆ์หัวล้านจนเป็นเงาเหมือนกระจก ทุกคนต่างพากันหัวเราะลั่น
Padre Pio 😊🙏🩵

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

รูปถ่ายพระพักตร์พระเยซูเจ้า


ภาพถ่ายนี้ถ่ายโดยซิสเตอร์อันนา อาลี แม่ชีชาวเคนยา ในกรุงโรม เมื่อวันที่ 8 กันยายน (วันฉลองการบังเกิดของพระแม่มารีย์) ปี 1987 เมื่อพระเยซูทรงปรากฏแก่เธอ ทรงขอให้เธอส่งพระดำรัสของพระองค์ออกไป,พระดำรัสขอให้โลกกลับใจ และทรงเตือนให้เธอมีความศรัทธาต่อศีลมหาสนิท การประจักษ์ต่ออันนาดำเนินต่อไปจนถึงปี 1991 ตลอดสี่ปีนั้น เธอได้รับการเยี่ยมเยียนจากพระเยซูทุกสัปดาห์ และทรงร้องไห้เป็นเลือดในคืนวันพุธถึงวันพฤหัสบดี ตามคำให้การของพยาน

พระเยซูทรงอนุญาตให้ซิสเตอร์แอนนาถ่ายรูปพระองค์ในโอกาสต่างๆ ที่พระองค์ปรากฏ และในการเปิดเผยครั้งต่อๆ มา พระองค์ก็ทรงให้เหตุผลในการทำให้พระองค์ปรากฏชัดในยุคของเรา

“จงฟังเรา เราอยู่เหนือโลกนี้ เรายอมให้ตัวเราถูกเห็นได้หลังจากการเตือนหลายครั้ง”

“เราทำให้ตนเองปรากฏให้เห็นเพื่อนำวิญญาณกลับคืนมา”

“เรารักมนุษยชาติ และเราทำให้ตนเองปรากฏให้เห็นเพื่อเป็นการเตือนแห่งพระเมตตา”

“หลายคนไม่ฟังเราเพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าเรามีอยู่จริง”

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

คำเตือนของคุณพ่อบอสโก


ในปี 1847 คุณพ่อบอสโกได้กล่าวตักเตือนเด็กๆของท่านอย่างอบอุ่นโดยเตือนพวกเขาถึงการหลอกลวงของปีศาจ

มีกับดักสองอย่างที่ปีศาจใช้เพื่อทำให้เด็กๆขาดกำลังใจที่จะพยายามเป็นคนดี

กับดักแรกคือการปลูกฝังความคิดที่ว่าการเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้าหมายถึงการมีช่วงเวลาที่น่าเบื่อและไม่มีความสนุกสนาน กับดักที่สองคือการทำให้พวกเขามีความหวังในชีวิตที่ยืนยาว โดยใส่ความคิดว่าพวกเขาสามารถแก้ไขชีวิตของตนเองได้เสมอเมื่อแก่ตัวลง หรือเมื่อความตายเข้ามาคุกคาม

ระวังให้ดีเยาวชนที่รักของพ่อ,เพราะหลายคนถูกหลอกด้วยวิธีนี้ ใครสามารถรับประกันได้ว่าลูกจะมีชีวิตถึงวัยชรา? เราต่อรองกับความตายให้รอจนกว่าเราจะแก่ได้หรือ? ชีวิตและความตายอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า และพระองค์จะจัดการกับสิ่งเหล่านี้ตามที่พระองค์ทรงเห็นสมควร

อย่าปล่อยให้ปีศาจจูงจมูกลูกได้

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ทำไมพระเจ้าประทานจิตใจอิสระให้แก่มนุษย์


คำตอบ : จิตใจอิสระเกี่ยวข้องกับความรัก ถ้าพระเจ้าบังคับให้มนุษย์ต้องรักพระองค์ นั่นไม่ใช่ความรักที่แท้จริง พระเจ้าทรงต้องการความรักที่แท้จริงและความสัมพันธ์ที่จริงใจของมนุษย์ และนั่นหมายถึงมนุษย์ต้องเลือกด้วยตนเองที่จะรักพระองค์

พระคัมภีร์กล่าวไว้ในบุตรสิรา 15:14-17 “พระองค์ทรงเนรมิตมนุษย์แต่แรกเริ่ม ทรงปล่อยให้เขาตัดสินใจด้วยตนเอง 15ถ้าท่านต้องการ ท่านก็ปฏิบัติตามบทบัญญัติได้ ท่านจะซื่อสัตย์ต่อพระองค์หรือไม่ขึ้นอยู่กับท่าน 16พระองค์ทรงวางน้ำกับไฟไว้ต่อหน้าท่าน ท่านต้องการสิ่งใดก็จงยื่นมือหยิบด้วยตนเอง 17ทั้งชีวิตและความตายอยู่ต่อหน้ามนุษย์ เขาเลือกสิ่งใดก็จะได้รับสิ่งนั้น”

เฉลยธรรมบัญญัติ 30:19 “ข้าพเจ้าเสนอให้ท่านเลือกชีวิตหรือความตาย เลือกคำอวยพรหรือคำสาปแช่ง จงเลือกชีวิตเถิด เพื่อท่านและบุตรหลานของท่านจะมีชีวิต”

พระเจ้าทรงตั้งชีวิตและความตาย คำอวยพรและคำสาปแช่ง ไว้ต่อหน้าเราขึ้นอยู่กับเราที่จะต้องเลือก

แต่พระเจ้าไม่ได้ทรงประทานจิตใจอิสระเพื่อให้เกิดความล้มเหลว พระองค์ประทานจิตใจอิสระให้กับเรา เพราะพระองค์ไว้ใจเรา พระองค์ทราบว่าเราอาจจะเลือกผิดได้ในบางครั้ง แต่พระเจ้าทรงรอเวลาที่เราจะเลือกพระองค์ ในโยชูอา 24:15 โยชูอาพูดกับชาวยิวว่า “ถ้าท่านรังเกียจที่จะรับใช้พระยาห์เวห์ วันนี้ จงเลือกว่าท่านต้องการรับใช้พระเจ้าองค์ใด...ส่วนข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้าจะรับใช้พระยาห์เวห์”

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

นักบุญเทเรซา แห่งอาวิลลา หยุดสวดภาวนา


ฉันเริ่มหมกมุ่นอยู่กับงานอดิเรกอันแล้วอันเล่า ในความไร้สาระครั้งแล้วครั้งเล่า
>>>อ่านต่อ