พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

คน 6-7 ล้านคนร่วมพิธีมิสซา



มิสซาวันอาทิตย์ 18/1/2015 ที่มะนิลา มีชาวฟิลิปปินส์ประมาณ 6-7 ล้านคนร่วมพิธี  ฝนตกลงมาใน Rizal Park in Manila สถานที่ประกอบพิธีมิสซา  พระองค์ยังทรงพบกับชายที่เป็นบิดาของผู้เสียชีวิตจากพายุเมขลาที่ Tacloban เมื่อวานนี้ด้วย
ในคำเทศน์พระสันตะปาปาตรัสว่า “ปีศาจมันซ่อนตัวในสิ่งล่อลวงของ “ความทันสมัย”
“พระเป็นเจ้าทรงสร้างโลกให้สวยงามเหมือนสวนสวรรค์  แต่มนุษย์ทำให้ธรรมชาติสูญเสียคงามสวยงามไปด้วยการสร้างโครงสร้างทางสังคมที่ทำให้เกิดความยากจน  การกดขี่และการคอร์รัปชั่น” 
“บางครั้งเมื่อเราได้รับความทุกข์ยากลำบาก  มีสิ่งล่อลวงมากมายอยู่รอบๆเรา  ทำให้เราท้อใจ  ดูคล้ายกับว่าพระสัญญาของพระเป็นเจ้าในพระวรสารไม่เป็นจริง  แต่พระคัมภีร์บอกเราว่า  สิ่งที่คุกคามต่อแผนการณ์อันยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้าที่ทรงมีสำหรับเราก็คือ  “การโกหก”  ปีศาจเป็นบิดาแห่งการโกหก  บ่อยครั้งมันซ่อนหลุมพรางของมันไว้เบื้องหลังความซับซ้อนของความดึงดูดใจของ “ความทันสมัย” และ “เหมือนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง”  มันหันเหจิตใจของเราด้วยคำสัญญาของความสุขอันไม่จิรังยั่งยืน  และดังนั้นเราจึงใช้พระพรที่พระเป็นเจ้าทรงประทานแก่เราอย่างไม่อินังขังขอบ  เราใช้เงินในการเล่นการพนันและดื่มเหล้า  เราสนใจแต่ตนเอง  เราลืมที่จะมุ่งไปสู่สิ่งที่แท้จริง  เราลืมไปที่จะดำรงอยู่ในฐานะบุตรของพระเป็นเจ้า  นั่นคือบาป  ของการลืมที่จะเป็นบุตรของพระเป็นเจ้า” 

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

วันสุดท้ายของการเสด็จเยื่อนฟิลิปปินส์



วันอาทิตย์ที่ 18/1/2015 พระสันตะปาปาประกอบพิธีมิสซาที่ Rizal Park  ในมะนิลา เป็นมิสซาสุดท้ายและสิ้นสุดการเสด็จเยือนฟิลิปปินส์

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2558

พระสันตปาปาที่ Tacloban



วันที่ 17 /1/2015 พระสันตะปาปาประกอบพิธีมิสซาที่ Tacloban  ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามบิน Tacloban International Airport  บริเวณนี้เคยถูกพายุไต้ฝุ่นไห่เอี้ยนพัดถล่มมาเมื่อปีที่แล้ว  ทำให้ประชาชนเสียชีวิต 6,300 คนและมีผู้ได้รับความยากลำบากมาก  ก่อนมิสซานี้ประชาชนมารอตั้งแต่เช้ามืดและมีฝนตกตลอดเวลา  พระสันตะปาปาทรงสวมเสื้อคลุมฝนด้วย  ก่อนหน้านี้ทางกรมอุตุฯมีคำเตือนว่าจะมีพายุไต้ฝุ่นพัดมาบริเวณนี้ (สองสัปดาห์ก่อน Tropical Storm Jiangmi, renamed Seniang in the Philippines ได้พัดที่นี่ทำให้คนเสียชีวิต 54 คนเนื่องจากน้ำท่วมและแผ่นดินถล่ม)

พระสันตปาปาบนเครื่องบิน


15/1/2015 บนเครื่องบินที่กำลังนำพระสันตะปาปาไปยังฟิลิปปินส์  พระองค์เปิดโอกาสให้นักหนังสือพิมพ์ที่เดินทางไปด้วยได้ซักถาม  ผู้สื่อข่าวชาวฝรั่งเศสถามพระองค์เกี่ยวกับอิสรภาพทางศาสนากับอิสรภาพในการแสดงออก (เกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อการร้ายในฝรั่งเศสที่มีคนตายไป 12 คน)  พระองค์ตอบว่า  ทั้งสองอย่างเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์”  และทรงย้ำว่าการฆ่าคนในนามของพระเจ้าเป็น “ความวิปลาส”  แต่พระองค์ก็บอกว่าต้องมีขึดจำกัดในอิสรภาพในการแสดงออกด้วย (หนังสือพิมพ์แอปโด) พระองค์ยกตัวอย่าง  นาย อัลเบอร์โต แกสปาร์รี ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการในการเดินทางของพระสันตปาปาครั้งนี้และกำลังยืนอยู่ข้างๆพระองค์บนเครื่องบิน  พระสันตะปาปาตรัสว่า “ดร. แกสปาร์รี่เป็นมิตรที่ดีของพระองค์”  ถ้าหากเขาพูดจาดูหมิ่นมารดาของพระองค์  เขาต้องถูกชกแน่นอน  แล้วพระองค์ก็ทรงแสดงท่าทางชกไปที่เขาและตรัสว่า “เป็นธรรมดา  คุณไม่สามารถดูหมิ่นความเชื่อของคนอื่น  คุณไม่สามารถเล่นตลกในความเชื่อของผู้อื่น”
พระสันตะปาปาตรัสเกี่ยวกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงว่า  พระองค์ไม่แน่ใจว่ากิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุแต่เพียงอย่างเดียวหรือไม่  “มนุษย์ได้ทำร้ายธรรมชาติมากเกินไปแล้ว”  พระองค์หวังว่าสมณลิขิตในเรื่องระบบนิเวศน์ของพระองค์ จะทำให้เกิดความกล้าที่จะตัดสินใจพิทักษ์สิ่งสร้างของพระเป็นเจ้า
พระองค์ยังทรงบอกด้วยว่าพระองค์จะสถาปนาคุณพ่อ เซอร์ร่า เป็นนักบุญ (พระสงฆ์ชาวสเปน)  เมื่อพระองค์เสด็จไปเยือนสหรัฐอเมริกาในเดือนกันยายน

 

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558

พระสันตปาปาถึงฟิลิปปินส์



      เครื่องบินมาถึงสนามบินก่อนกำหนด 10 นาที  ฝูงชนมองเห็นพระองค์ทางหน้าต่าง  ได้โห่ร้องต้อนรับพระองค์
กลุ่มผู้ต้อนรับกำลังยืนรอพระองค์อยู่  มีทั้งทหาร  นักการเมือง  ผู้นำศาสนจักรของฟิลิปปินส์  สิ่งที่พระสันตปาปาจะรู้สึกในวินาทีแรกที่ลงมาจากเครื่องบินก็คือ ลมที่พัดแรงจนทำให้หมวกที่สวมอยู่ปลิว
      นายนอยนอย อคิวโน ประธานาธิบดีเป็นบุคคลแรกที่ต้อนรับพระองค์  กลุ่มเยาวชนได้ร้องเพลงประกอบท่าทางเป็นการต้อนรับด้วย
      พระคาร์ดินัล ลุยส์ อันโตนิโอ พระอัครสังฆราชแห่งมานิลา ต้อนรับพระสันตะปาปา  เป็นเวลาที่น่าประทับใจ  เพราะเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว  ทั้งสองได้สวมกอดกันแต่ในบรรยากาศที่แตกต่างออกไป  ประเทศฟิลิปปินส์ถูดพายุได้ฝุ่นถล่มจนราบเรียบ  ผู้คนนับพันที่ได้รับผลกระทบ
       หลังจากนั้นพระองค์เสด็จไปที่ประทับ  ตามทางมีประชาชนมากมายมายืนส่งเสียงต้อนรับเป็นระยะๆ
         นี่เป็นครั้งที่สามที่มีพระสันตะปาปาเสด็จเยือนประเทศนี้  พระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 เสด็จมาในปี 1970  พระสันตปาปายอห์นปอลที่ 2 เสด็จมาสองครั้งในปี 1981 และ 1995

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

ใครคือนักบุญองค์แรกของศรีลังกา



เขาเกิดที่อินเดียในปี 1651 หลังจากได้รับศีลบรรพชาเป็นพระสงฆ์แล้ว  เขาเดินทางมาที่ศรีลังกาในราวศตวรรษที่ 17 – 18  ซึ่งเป็นเวลาที่ชาวดัทช์กำลังปกครองเกาะอยู่และบังคับให้ชาวคาทอลิกที่นั่นเปลี่ยนเป็นคาลวินนิสม  ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้  ท่านโจเซฟ วาส  Joseph Vaz  ได้เทศน์สอนบรรดาคาทอลิกที่กำลังถูกเบียดเบียนอย่างหนัก
Fr,Prasad Harshan : เขาเป็นคนที่น่ามหัศจรรย์มาก  เต็มเปี่ยมด้วยความรัก  ความประนีประนอมและสันติภาพ  พระเป็นเจ้าทรงประทานให้ท่านกลับมาสู่เราอีกครั้งในฐานะนักบุญองค์แรกของศรีลังกา  พระสันตปาปาฟรังซิสทรงประทานท่านแก่เราในแผ่นดินของเราเอง