พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

คาทอลิกในประเทศจีน



ต่อจากคิวบา...ก็คือประเทศจีน  มีคำถามว่าประเทศจีนจะเป็นอย่างไรต่อไป? ประเทศคอมมิวนิสต์นี้จะสานสัมพันธ์กับวาติกันหรือพระศาสนจักรคาทอลิกอย่างเต็มตัวหรือไม่?
พระสันตปาปาฟรังซิสพยายามผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าในเรื่องนี้  แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า   จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงสำคัญๆเกิดขึ้น..อย่างน้อยก็ในตอนนี้
FR. BERNARDO CERVELLERA ผู้อำนวยการของเอเชียนิวส์
“ปัจจุบัน ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก  และดูเหมือนมีอำนาจมากที่สุดในการเมืองระดับโลก  ไม่เหมือนกับคิวบา  จีนไม่จำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากวาติกันหรือประเทศอื่นๆเพื่อให้มีความมั่นคง”
Fr. Bernardo Cervellera เป็นผู้ก่อตั้งเอเชียนิวส์  ท่านเคยเป็นมิชชันนารีในประเทศจีนอยู่หลายปี จนกระทั่งท่านถูกเชิญให้ออกนอกประเทศไป
ด้วยความตื่นตัวในคริสตศาสนาของแถบเอเชีย  จะทำให้ในปี ค.ศ. 2050 ประเทศจีนจะกลายเป็นประเทศที่มีคริสตชนมากที่สุดในโลก
มีสิ่งท้าทายสำคัญประการหนึ่งระหว่างวาติกันกับประเทศจีน  ประเทศคอมมิวนิสต์ประเทศนี้ประกาศว่า  - รัฐบาลจะเป็นผู้ดูแลศาสนจักรของตนเอง  และกำลังกำจัดอิทธิพลของวาติกัน  รัฐบาลแต่งตั้งพระสังฆราชของตนเองและมักประกาศความเป็นอิสระของตนอยู่บ่อยๆ
FR. BERNARDO CERVELLERA 
 “สำนักงานศาสนาของจีนส่งสาส์นออกมาอย่างต่อเนื่องว่าต้องการแยกตัวออกจากพระศาสนจักร  พวกเขาแต่งตั้งและบวชพระสังฆราชใหม่ของตนเอง 15 องค์ต่อปี  พวกเขาบอกว่าเขามีสิทธิที่จะดูแลศาสนจักรอิสระได้โดยปราศจากอิทธิพลของต่างประเทศซึ่งหมายถึงวาติกัน”
ในความเป็นจริง  พระสังฆราชจีนที่ได้รับการรับรองจากวาติกันหลายคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในประเทศจีน  มีพระสังฆราชบางองค์ที่ถูกบังคับใช้แรงงานในค่ายกักกัน
อย่างไรก็ตาม  มีข่าวดีอยู่บ้างในพื้นที่ส่วนใหญ่  ผู้มีความเชื่อยังสามารถแสดงความเชื่อของพวกเขาได้อย่างเปิดเผยในประเทศจีน  แต่การควบคุมอย่างเข้มงวดยังมีอยู่สำหรับพระสงฆ์ที่ดูแลโบสถ์  รวมทั้งในด้านการประกอบพิธีมิสซา
FR. BERNARDO CERVELLERA 
 “นี่หมายความว่า พระสงฆ์ไม่มีอิสระในการออกไปอภิบาลในชุมชนของพวกท่าน  ท่านต้องทำตามแนวทางที่รัฐบาลจัดทำขึ้น”
Fr. Cervellera ไม่คิดว่าจะมีความก้าวหน้าที่สำคัญเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ระหว่างพระศาสนจักรและประเทศจีน  ท่านคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เวลาสิบปีเป็นอย่างน้อย

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

คาตาลินา รีวาส

คาตาลีนา ริวาส คือใคร?  หลายคนอาจเคยรู้จักและได้ยินชื่อของเธอบ้างแล้ว  เธอเป็นผู้ได้รับพระพรพิเศษชาวโบลิเวีย  ปัจจุบันนี้เธออาศัยอยู่ที่เมกซิโก .....อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Sister Briege Mckenna


Sister Briege Mckenna
เธอได้รับพระพรการรักษา...แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ซิสเตอร์บริกต้องการพูดถึง
เรื่องราวของซิสเตอร์บริก ( Sister Briege Mckenna has )ถูกกล่าวขานมากมาย  ครั้งหนึ่งนายแพทย์เคยบอกกับเธอว่า  เธอจะต้องนั่งอยู่บนรถเข็นไปตลอดชีวิต  แต่วันหนึ่งเธอก็หายจากโรคอย่างอัศจรรย์
แต่เรื่องนั้นก็เป็นเพียงเหตุการณ์ครั้งหนึ่งของการเดินทางฝ่ายจิตของเธอ
             ในปี 1971 ขณะที่เธอสวดภาวนาเบื้องหน้าศีลมหาสนิท  เธอเล่าว่า พระเยซูเจ้าได้มอบหมายภารกิจแก่เธอเกี่ยวกับพระสงฆ์
SISTER BRIEGE MCKENNA 
ซิสเตอร์บริก แห่งคณะนักบุญคลารา(St. Clara Sisters Retreat Ministry )
“พระเยซูตรัสกับดิฉันว่า จงบอกพระสงฆ์เกี่ยวกับ  สิ่งที่เราบอกกับลูกและบอกกับพวกเขา  เราจะใช้ลูก”  ดิฉันจะอยู่ในสัมพันธญาณเป็นเวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง  และดิฉันได้เห็นภาพกระบวนการในการบวชพระสงฆ์  ทำให้ดิฉันร้องไห้”
ซิสเตอร์จำวันนั้นได้เหมือนเกิดขึ้นเมื่อวานนี้  เธอเล่าว่าพระเยซูตรัสกับเธอว่า จะเกิดวิกฤตการณ์และการขาดแคลนพระสงฆ์ขึ้น  และพระองค์ขอให้ดิฉัน  ดูแลพระสงฆ์และทำให้พวกท่านเข้มแข็งในกระแสเรียกของพวกท่าน  นั่นเป็นการสนทนาระหว่างเธอกับพระเยซูเจ้า  เธอถามพระองค์และพระองค์ทรงตอบเธอ 
 “ดิฉันพูดกับพระองค์ว่า  พระเจ้าข้ามีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับการเป็นพระสงฆ์หรือคะ?  ดิฉันได้ยินพระองค์ตรัสอย่างชัดเจนในหัวใจของดิฉันว่า  อะไรที่ผิดปกติน่ะหรือ?  การเป็นพระสงฆ์เป็นของประทานจากเรา  และเราเคยประทานสิ่งใดที่ไม่สมบูรณ์แบบกระนั้นหรือ?
ในการปฏิบัติตามกระแสเรียกนั้นเป็นเวลาหลายปี  ซิสเตอร์บริกได้ช่วยเหลือพระสงฆ์นับพันท่านในทั่วทุกมุมโลก  ซิสเตอร์พูดให้พระสงฆ์มีความมั่นใจ  ให้กำลังใจ  เตือนและท้าทายพวกท่าน  ซิสเตอร์แบกรับภารกิจนี้โดยคิดถึงพระวาจาของพระเยซูเจ้าที่ตรัสกับเธอว่า
 “กระแสเรียกมากมายที่เราประทานให้นั้น  จะไม่กลับมาโดยไม่บังเกิดผล  เราต้องการให้ลูกเดินทางไปทั่วโลกและเราต้องการให้ลูกพูดกับครอบครัวทั้งหลายถึงความหมายของการเป็นพระสงฆ์และพระพรของสถานะนี้”
มีนิมิตเกิดขึ้นอีกมากมายตามมารวมทั้งประสบการณ์ที่เหนือธรรมชาติ  ได้แก่พระพรในการรักษา  ซิสเตอร์บอกว่า  นั่นไม่ใช้การกระทำของเธอ  แต่เป็นพระเยซูเจ้าที่ทรงใช้เธอเป็นเครื่องมือ  ในเรื่องนี้ เธอพูดอย่างติดตลก
 “ผู้คนมาหาดิฉันและพูดกับดิฉันว่า  ดิฉันสามารถทำนายอนาคตได้หรือไม่?  ดิฉันจะเป็นพระสังฆราชไหม?  ดิฉันตอบว่า  พระเป็นเจ้าไม่ได้บอกดิฉันในเรื่องเหล่านี้”
หลายสิบปีที่ผ่านมา  พระศาสนจักรต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายหลายประการ  รวมทั้งการถูกดูหมิ่นดูแคลน  แต่ซิสเตอร์บอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งดี  เพราะเกิดความสนใจมากขึ้นในการพัฒนาปรับปรุงทำให้พระสงฆ์กลับมาสู่กระแสเรียกที่แท้จริง
ศักดิ์ศรีของพระสงฆ์ ไม่ใช่ศักดิ์ศรีของโลก  ซิสเตอร์บริกกล่าว