พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การบริโภคไข่


ไข่เป็นอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารในกลุ่มนี้จะให้โปรตีนซึ่งช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ไข่ก็มีสารอาหารที่ต้องระวังคือ โคเลสเตอรอล  และมีในปริมาณสูง คือ ในไข่ ๑ ฟองมีโคเลสเตอรอล ประมาณ ๒๐๐-๒๒๐ มิลลิกรัม ซึ่งเท่ากับ ๒ ใน ๓ ของปริมาณที่แนะนำว่าไม่ควรบริโภคเกินต่อวันคือ ๓๐๐ มิลลิกรัม อาหารในกลุ่มนี้ไม่ใช่เฉพาะไข่ที่มีโคเลสเตอรอลสูง ยังมีอาหารประเภทหนังสัตว์ เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารทะเลประเภทกุ้ง หอย และน้ำมันจากสัตว์ต่างๆ ก็ล้วนมีโคเลสเตอรอลสูง
ดังนั้น ในกลุ่มคนที่อายุเกิน ๓๕-๔๐ ปีขึ้นไปจึงควรระมัดระวังการบริโภคไข่และอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนที่อาจมีความเสี่ยงได้ถ้ากินไข่ทุกวัน ซึ่งได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ คนอ้วน ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันเลือดสูง ผู้มีโคเลสเตอรอลสูง และกลุ่มที่มีพันธุกรรมที่ร่างกายไวต่อการดูดซึมโคเลสเตอรอล บุคคลในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ควรบริโภคไข่สัปดาห์ละ ๓-๔ ฟอง หรือบริโภคไข่วันเว้นวัน หรือบริโภคเฉพาะไข่ขาว ทั้งนี้ไข่ที่บริโภคควรเป็น ไข่ที่สุกเพราะไข่ที่ไม่สุกจะเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และไข่ขาวที่ไม่สุกจะขัดขวางการดูดซึมวิตามินไบโอติน ทำให้ได้รับคุณค่าทางโภชนาการจากไข่ลดลง นอก จากนี้ ไข่ที่ไม่สุกร่างกายจะย่อยได้ยาก สำหรับเด็กเล็ก เด็กวัยเรียน วัยรุ่น และคนวัยทำงานที่ร่างกายปกติ สามารถรับกินไข่ได้ทุกวัน วันละ ๑ ฟอง
การกินอาหารเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงควรปฏิบัติตามโภชนบัญญัติและธงโภชนาการ โดยการบริโภคอาหารให้ครบ ๕ หมู่ และมีความหลากหลาย กินอาหารให้มีปริมาณพอเหมาะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป โดยยึดถือทางสายกลาง มีการกินผักและผลไม้ให้มาก เป็นประจำ หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด มันจัด และเค็มจัด และที่สำคัญคือออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลตัวดีคือเอชดีแอล ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการควบคุมโคเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ข้อมูลสื่อ
นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 314
เดือน/ปี: มิถุนายน 2548
นักเขียน: รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แม่ลูกผูกพันธ์

การทดลองเล็กๆเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก  ทำให้พบว่า ในแม่ลูก 6 คู่มีความสัมพันธ์ที่น่าประหลาดใจ  ขอมอบให้ในโอกาสวันแม่

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ฉลองวันเกิดของแม่พระ

ในเดือนสิงหาคมมีวันเกิดของพระราชินีสามองค์  คือ  พระราชินีอลิซาเบ็ทที่ 2 ของอังกฤษ   พระราชินีสิริกิตของประเทศไทย  และพระราชินีสำคัญอีกองค์หนึ่งคือ พระราชินีแห่งสวรรค์  วันที่ 5 สิงหาคม  เป็นวันฉลองวันเกิดของแม่พระ......อ่านต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อย่ากลัวที่จะไปสารภาพบาป



พระสันตปาปาฟรังซิสตรัสเกี่ยวกับพระคุณการุณย์แห่งอัสซีซี และทรงขอให้คาทอลิกทุกคนไปสารภาพบาป
พระสันตปาปาฟรังซิส
“วันนี้เราระลึกถึงพระคุณการุณย์แห่งอัสซีซี  เป็นการเรียกให้เราเข้าไปใกล้ชิดพระเยซูเจ้าในศีลแห่งพระเมตตาเพื่อจะรับศีลมหาสนิทได้ด้วย  บางคนกลัวที่จะเข้าไปยังที่สารภาพบาป  พวกเขาลืมคิดว่าศีลนี้จะทำให้เขาไม่ต้องรับการพิพากษาอันเคร่งครัด  แต่จะได้รับพระเมตตาเหลือล้นจากพระบิดาแทน”
พระคุณการุณย์แห่งอัสซีซีคืออะไร?  พระคุณนี้เป็นพระคุณการุณย์ครบบริบูรณ์  เราสามารถรับพระคุณนี้ได้ภายในสองวันแรกของเดือนสิงหาคม
จากธรรมประเพณีซึ่งย้อนหลังไปยังปี 1216  ในวันที่ 1 สิงหาคม  แม่พระพร้อมด้วยเหล่านิกรเทวดาได้ปรากฏต่อนักบุญ ฟรังซิส อัสซีซี ที่โบสถ์น้อย แม่พระแหงปวงเทวา ที่อัสซีซี ในเวลานั้น นักบุญฟรังซิสได้วอนขอพระคุณการุณย์จากพระเป็นเจ้าประทานแก่ทุกคนที่มาแสวงบุญในโบสถ์ที่ถวายแด่แม่พระ  และพระเป็นเจ้าก็ทรงประทานให้
ในวันรุ่งขึ้น  น.ฟรังซิสได้ขอต่อพระสันตะปาปาโฮโนเรียสที่ 3 ให้ทรงอนุมัติในเรื่องนี้  และพระองค์ก็ทรงอนุมัติ
เป็นเวลานานหลายศตวรรษที่พระคุณการุณย์นี้สามารถรับได้เฉพาะที่โบสถ์น้อย แม่พระแห่งปวงเทวา เท่านั้น  แต่ปัจจุบันนี้เราสามารถรับพระคุณนี้ได้ในโบสถ์ทุกโบสถ์ของคณะฟรังซิสกัน  และโบสถ์ทุกโบสถ์ในอัสซีซี  และต้องทำตามเงื่อนไขคือ  สารภาพบาป  รับศีลมหาสนิทและสวดภาวนาตามพระประสงค์ของพระสันตปาปา
 
 
 

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

คาทอลิกในประเทศจีน



ต่อจากคิวบา...ก็คือประเทศจีน  มีคำถามว่าประเทศจีนจะเป็นอย่างไรต่อไป? ประเทศคอมมิวนิสต์นี้จะสานสัมพันธ์กับวาติกันหรือพระศาสนจักรคาทอลิกอย่างเต็มตัวหรือไม่?
พระสันตปาปาฟรังซิสพยายามผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าในเรื่องนี้  แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า   จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงสำคัญๆเกิดขึ้น..อย่างน้อยก็ในตอนนี้
FR. BERNARDO CERVELLERA ผู้อำนวยการของเอเชียนิวส์
“ปัจจุบัน ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก  และดูเหมือนมีอำนาจมากที่สุดในการเมืองระดับโลก  ไม่เหมือนกับคิวบา  จีนไม่จำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากวาติกันหรือประเทศอื่นๆเพื่อให้มีความมั่นคง”
Fr. Bernardo Cervellera เป็นผู้ก่อตั้งเอเชียนิวส์  ท่านเคยเป็นมิชชันนารีในประเทศจีนอยู่หลายปี จนกระทั่งท่านถูกเชิญให้ออกนอกประเทศไป
ด้วยความตื่นตัวในคริสตศาสนาของแถบเอเชีย  จะทำให้ในปี ค.ศ. 2050 ประเทศจีนจะกลายเป็นประเทศที่มีคริสตชนมากที่สุดในโลก
มีสิ่งท้าทายสำคัญประการหนึ่งระหว่างวาติกันกับประเทศจีน  ประเทศคอมมิวนิสต์ประเทศนี้ประกาศว่า  - รัฐบาลจะเป็นผู้ดูแลศาสนจักรของตนเอง  และกำลังกำจัดอิทธิพลของวาติกัน  รัฐบาลแต่งตั้งพระสังฆราชของตนเองและมักประกาศความเป็นอิสระของตนอยู่บ่อยๆ
FR. BERNARDO CERVELLERA 
 “สำนักงานศาสนาของจีนส่งสาส์นออกมาอย่างต่อเนื่องว่าต้องการแยกตัวออกจากพระศาสนจักร  พวกเขาแต่งตั้งและบวชพระสังฆราชใหม่ของตนเอง 15 องค์ต่อปี  พวกเขาบอกว่าเขามีสิทธิที่จะดูแลศาสนจักรอิสระได้โดยปราศจากอิทธิพลของต่างประเทศซึ่งหมายถึงวาติกัน”
ในความเป็นจริง  พระสังฆราชจีนที่ได้รับการรับรองจากวาติกันหลายคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในประเทศจีน  มีพระสังฆราชบางองค์ที่ถูกบังคับใช้แรงงานในค่ายกักกัน
อย่างไรก็ตาม  มีข่าวดีอยู่บ้างในพื้นที่ส่วนใหญ่  ผู้มีความเชื่อยังสามารถแสดงความเชื่อของพวกเขาได้อย่างเปิดเผยในประเทศจีน  แต่การควบคุมอย่างเข้มงวดยังมีอยู่สำหรับพระสงฆ์ที่ดูแลโบสถ์  รวมทั้งในด้านการประกอบพิธีมิสซา
FR. BERNARDO CERVELLERA 
 “นี่หมายความว่า พระสงฆ์ไม่มีอิสระในการออกไปอภิบาลในชุมชนของพวกท่าน  ท่านต้องทำตามแนวทางที่รัฐบาลจัดทำขึ้น”
Fr. Cervellera ไม่คิดว่าจะมีความก้าวหน้าที่สำคัญเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ระหว่างพระศาสนจักรและประเทศจีน  ท่านคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เวลาสิบปีเป็นอย่างน้อย