พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

การสวดภาวนาคือแสงสว่างของวิญญาณ

คำเทศน์ของนักบุญยอห์น คริสซอนโตม (พระสังฆราช)
การสวดภาวนาเป็นแสงสว่างของวิญญาณ
การสวดภาวนาและการสนทนากับพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดียิ่ง (....)  ข้าพเจ้าไม่ได้หมายถึงการสวดภาวนาแต่เพียงภายนอกเท่านั้น  แต่หมายถึงการสวดภาวนาจากหัวใจซึ่งไม่จบสิ้นในเวลาใดเวลาหนึ่ง  แต่ต่อเนื่องกันไปตลอดวันและคืน
วิญญาณของเราต้องรวดเร็วในการขึ้นไปหาพระเจ้า  ไม่ใช่เฉพาะเวลาที่เราเพ่งพิจารณาไตร่ตรอง  ซึ่งกระทำด้วยจิตใจไม่ใช่เป็นหน้าที่  เราสดับฟังพระองค์ตรัสด้วยความกระหาย  เรากระทำกิจการด้วยความรักความเมตตา  รับใช้ผู้อื่นอย่างดี  จิตวิญญาณของเราควรโหยหาพระเป็นเจ้า  และเรียกหาพระองค์ในจิตใจ  เพื่อที่การงานของเราจะได้มีรสชาติด้วยความรักของพระเป็นเจ้า  และบังเกิดความเอร็ดอร่อยเมื่อถวายงานนั้นแด่องค์พระเจ้าจอมจักรวาล
จิตวิญญาณ....เป็นเหมือนเด็กทารกกำลังร้องไห้ฟูมน้ำตาหามารดาของเขาเพราะหิวนม  ซึ่งพระเป็นเจ้าทรงจัดเตรียม  เด็กทารกได้รับสมความปรารถนาของเขา  และได้รับของขวัญมากมายจากโลกแห่งธรรมชาติ (....)  ข้าพเจ้าพูดถึงการสวดภาวนาที่ไม่ใช่คำพูด  แต่เป็นการโหยหาพระเป็นเจ้า.....ของขวัญมิใช่มาจากมนุษย์แต่มาจากพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า  อัครสาวกเปาโลกกล่าวว่า “เราไม่รู้ว่าจะสวดาภาวนาอย่างไร  แต่พระจิตเจ้าทรงวอนขอเพื่อเรา  (....)
            จงฝึกฝนการสวดภาวนาตั้งแต่เริ่มต้น  จงทาสีบ้านของท่านด้วยสีแห่งความถ่อมตนและสุภาพเรียบง่าย  ทำให้บ้านส่องสว่างด้วยแสงแห่งความยุติธรรม  ประดับบ้านด้วยใบไม้สีทองแห่งกิจการที่ดีงาม  ตกแต่งบ้านด้วยกำแพงและศิลาแห่งความเชื่อและความรุ่งเรือง

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ทาสสมัยใหม่


ทาสสมัยใหม่มีมากกว่า 50 ล้านคน และ 60% อยู่ในเอเชีย
ประเทศในเอเชียที่มีทาสเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากที่สุดมี 5 ประเทศ  ได้แก่ เกาหลีเหนือ  อุซเบกิสสถาน  กัมพูชา  อินเดีย และกาตาร์  การค้าทาสเป็นธุรกิจที่เกิดจากความต้องการแรงงานราคาถูก  กระทำโดยกลุ่มอาชญากรเป็นผู้ทำการค้ามนุษย์  มนุษย์แสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ด้วยกันเอง  จึงมีความจำเป็นต้องมีกฎหมายที่เข้มงวดต่อผู้กระทำความผิด  ต้องมีการประกอบธุรกิจและการผลิตที่โปร่งใส  เปลี่ยนแปลงทัศนะคติและค่านิยมที่ไม่ถูกต้อง  ส่งเสริมศีลธรรมอันดีงามและต่อสู้กับลัทธิบริโภคนิยม

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ชิวีตหลังความตาย

 ผู้เห็นแม่พระในเมดจูกอเรจ์ – อิวานกา กล่าวว่า “ในเวลาแห่งความตายคุณจะรู้สึกถึงการแยกจากของร่างกับและวิญญาณ”
อิวานกาเล่าว่า พระนางมารีย์ตรัสกับเธอว่า “ลูกจะไปสู่สวรรค์ด้วยสติสัมปชัญญะอย่างเต็มเปี่ยมเหมือนที่ลูกมีอยู่ในเวลานี้ ในเวลาแห่งความตายลูกจะรู้สึกถึงการแยกจากของร่างกายและวิญญาณ  เป็นคำสอนที่ผิดพลาดที่บอกว่า  คนเราจะเกิดใหม่หลายครั้งและเราจะมีร่างกายที่แตกต่างไป  คนเราเกิดมาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น  ร่างกายเป็นสิ่งที่มาจากโลกและมันจะเน่าเปื่อยไปหลังจากที่ตายแล้ว  มันจะไม่กลับคืนมามีชีวิตได้อีก  มนุษย์ได้รับร่างกายที่อนิจจัง”

คำถามสำหรับวิกก้า – “เธอเป็นผู้เห็นแม่พระอีกคนหนึ่งที่ได้พบกับแม่พระทุกวัน  เกี่ยวกับชีวิตในโลกหน้า  ในสวรรค์  ชีวิตในเวลานี้จะเปรียบได้กับชีวิตในโลกหน้าที่กำลังรอคอยเราอยู่ได้หรือไม่?
วิกก้า – “แม่พระตรัสว่า  พวกเราบนโลกจะได้อยู่ในสวรรค์  นรก หรือไฟชำระ ก็ขึ้นกับการตัดสินใจของมนุษย์เอง  พระนางตรัสว่าบนโลกนี้  พวกเราหลายคนคิดว่าเมื่อตายไปแล้วทุกอย่างก็จบสิ้น  พระนางมารีย์ยืนยันว่าพวกเราเป็นเพียงผู้ที่กำลังเดินทางอยู่บนโลกนี้เท่านั้น  และชีวิตในโลกนี้ไม่อาจเปรียบเทียบได้กับชีวิตในโลกหน้า – ในสวรรค์ ซึ่งกำลังรอคอยเราอยู่ได้เลย

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

กลุ่มลัทธิฟรีเมซอน

เดือนตุลาม 1910 กลุ่มฟรีเมซอนก็ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาลด้วยวิธีการปฏิวัติ
>>>อ่านต่อ