พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

พระพรของพระจิต


เขามีความเชื่อในพระเจ้าอย่างร้อนรน และอ่อนน้อมถ่อมตนต่อพระศาสนจักร
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

มงกุฏหนามของนักบุญคัทรีนแห่งเซียนนา


จิตรกรมักวาดภาพนักบุญคัทรีนแห่งเซียนนามีมงกุฎหนามสวมอยู่ และเรื่องนี้มาจากเรื่องราวที่พระเยซูทรงปรากฏต่อคัทรีนโดยพระองค์ทรงถือมงกุฎสองอัน อันหนึ่งเป็นมงกุฎทองคำและอีกอันหนึ่งเป็นมงกุฎหนาม และพระองค์ถามคัทรีนว่าเธออยากสวมมงกุฏอันไหน? "ลูกต้องการสวมมงกุฏทองคำในโลกนี้หรือไม่? แต่ในโลกหน้าลูกจะห่างไกลจากพระเจ้าและทนทุกข์ทรมานอย่างมาก หรือลูกเลือกสวมมงกุฎหนามในชีวิตนี้และใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสียสละและความทุกข์ทรมาน แต่ในโลกหน้าลูกจะสวมมงกุฎทองคำอยู่ท่ามกลางพระนางมารีย์, พระคริสต์, และทูตสวรรค์" แน่นอนว่าคัทรีนเลือกมงกุฎหนามซึ่งมาพร้อมกับรอยแผลลึกลับบนศีรษะของเธอด้วย คัทรีนดำเนินชีวิตถวายความทุกข์ทรมานและความเจ็บปวดของเธอเพื่อวิญญาณของผู้อื่น แต่เธอก็จะดูแลคนป่วยและคนจนด้วยเช่นกัน นักบุญคัทรีนเตือนเราว่าเราก็ถูกเรียกให้สวมมงกุฎของพระคริสต์เช่นกัน มงกุฏคือเครื่องหมายของความเป็นกษัตริย์ที่ไม่ได้มาด้วยกำลังอันดุร้ายหรือการพิชิตศัตรู แต่เป็นการเสียสละที่กระทำเพื่อวิญญาณของทุกคน 
นักบุญคัทรีนแห่งเซียนนา,เจ้าสาวลึกลับของพระคริสต์ โปรดภาวนาเพื่อเราด้วยเทอญ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เป็นตัวของตัวเอง


ผู้ที่มีมโนธรรมแจ่มใสจะพบความพอใจและความสงบสุขได้ง่าย คุณค่าของท่านไม่ได้ถูกกำหนดโดยคำชมเชยหรือคำวิจารณ์จากผู้อื่น ท่านเป็นตามที่ท่านเป็น และคุณค่าของท่านถูกกำหนดโดยพระเจ้า หากท่านเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง,ท่านจะไม่ถูกรบกวนจากความคิดเห็นของผู้คน ผู้คนตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่พระเจ้าทรงมองเห็นจิตใจ ผู้คนเพ่งมองที่การกระทำ แต่พระเจ้าทรงพิจารณาความตั้งใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตนแสดงออกด้วยการทำความดีสม่ำเสมอและไม่โอ้อวด การได้รับการปลอบโยนจากพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียวแสดงถึงความบริสุทธิ์และความเชื่อของท่าน 
- จำลองแบบพระคริสต์ 
Thomas A Kempis

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

วิญญาณของโปรแตสแตนท์ในไฟชำระ


ฉันเห็นวิญญาณในไฟชำระ,วิญญาณชาวโปรแตสแตนท์ที่จมอยู่ในความโง่เขลาของพวกเขา, พวกเขาโดดเดี่ยวอ้างว้างเป็นอย่างยิ่ง,เพราะไม่มีคำภาวนาที่สวดอุทิศเพื่อพวกเขา 
- บุญราศีอันนา คัทเทอรีน อัมเมอริก

(วิวรณ์ 20:15) “ผู้ใดไม่มีชื่อบันทึกอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตก็ถูกโยนลงไปในทะเลไฟ” 

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เราถูกประจญอยู่เกือบตลอดเวลา


เป็นความเสียหายยิ่งนัก ถ้าเราไม่รู้ตัวว่าเราถูกประจญล่อลวงเกือบตลอดเวลา - โดยความเย่อหยิ่ง , ความไร้สาระ , โดยความคิดว่าคนอื่นชื่นชมเรา หรือโดยการอิจฉาผู้อื่น โดยความเกลียดชังและการแก้แค้น บางครั้งปีศาจโจมตีเราด้วยความคิดลามกและมโนภาพที่ไม่บริสุทธิ์ พี่น้องจะเห็นว่า แม้แต่ในการสวดภาวนาของพี่น้อง มันก็เบี่ยงเบนจิตใจของพี่น้องให้ออกนอกทาง นับตั้งแต่อาดัมลงมา ยังไม่มีนักบุญองค์ใดเลยที่ไม่ถูกประจญ ไม่ว่าโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง และนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด คือนักบุญที่ได้รับการประจญหนักที่สุด ถ้าพระอาจารย์เจ้าของเรายังถูกประจญล่อลวง นั่นก็แสดงว่า เราก็ต้องประสบด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น เราจึงต้องระวังตัวไว้เสมอ

-นักบุญยอห์น เวียนเนย์
  (เจ้าอาวาสแห่งอารส์)
#Catholic 4 Life

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2567