พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

การแปลความหมายในพระคัมภีร์


ข้อความหนึ่งของพระวาจาในพระคัมภีร์ที่มีการแปลความหมายอย่างไม่ถูกต้องก็คือ “ถ้ามีใครตบแก้มขวาของท่าน ก็จงยื่นอีกข้างให้เขาด้วย” (ลูกา 6:29) 

โดยทั่วไปมักแปลพระวาจานี้ว่า อย่าตอบโต้ผู้ที่ทำร้ายเรา หรือไม่ให้เราป้องกันตัวเอง แต่อันที่จริง,ข้อความนี้ไม่ได้พูดถึงประเด็นเรื่องการตบแก้ม ผมอยากอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของข้อความนี้ซึ่งน่าสนใจมากและจะทำให้คุณประหลาดใจในตอนท้าย เมื่อพระเยซูตรัสว่าข้างขวา ภาษากรีกใช้คำว่า DEXIA คำนี้แปลได้ว่า ให้เกียรติ (place of honor) หรือ อำนาจหน้าที่(Authority) ดังนี้ข้อความดังกล่าวจึงพูดเกี่ยวกับการที่บางคนพยายามทำลายเกียรติของคุณหรืออำนาจของคุณ สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อพระเยซูตรัส ว่าจงให้อีกข้างหนึ่งแก่เขา ซึ่งคำในภาษากรีกใช้ ESTRESFO ซึ่งมีความหมายว่า หันหลังให้ (Turn your back) ดังนั้นเมื่อแปลข้อความทั้งหมดที่พระเยซูตรัสก็จะเป็นว่า เมื่อบางคนพยายามจะทำลายเกียรติของคุณหรืออำนาจของคุณ ก็จงหันหลังของคุณให้เขา จุดประสงค์หลักของพระวาจานี้คือเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หลีกเลี่ยงข้อพิพาท,เมื่อมีใครบางคนพยายามทำลายเกียรติของคุณ,ซึ่งอาจทำให้คุณมีความรู้สึกโกรธแค้น   

#Catholic 4 Life

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ศีลมหาสนิท


พระคริสต์ทรงเปิดเผยแก่นักบุญเกอร์ทรูดว่าทุกครั้งที่บุคคลหนึ่งได้รับศีลมหาสนิท จะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับทุกชีวิตในสวรรค์, บนโลก, และในไฟชำระ แต่ละครั้งที่เราได้รับศีลมหาสนิท, บาปเบาของเราได้รับการอภัย, สถานที่ของเราในสวรรค์ถูกสถาปนาขึ้นตลอดกาล และระยะเวลาของการอยู่ในไฟชำระจะสั้นลง 

พระคริสต์ยังทรงเปิดเผยแก่นักบุญเกอร์ทรูดด้วยว่าแต่ละครั้งที่เราร่วมพิธีมิสซาด้วยความศรัทธา, พระองค์จะทรงส่งนักบุญองค์หนึ่งมาปลอบประโลมใจเราในเวลาที่เราใกล้ตาย คำภาวนาของเราจะแข็งแกร่งที่สุดในภาคถวายของพิธีมิสซาศักดิ์สิทธิ์เมื่อศีลมหาสนิทและถ้วยพระโลหิตถูกยกชูขึ้น 

พระนางมารีย์พรหมจารีย์เคยบอกกับผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระนาง,บุญราศีอแลน(Bl. Alain)ว่า “องค์พระบุตรของแม่ทรงรักผู้ที่ช่วยเหลือในพิธีมิสซาศักดิ์สิทธิ์มาก จนถ้าจำเป็น,พระองค์จะยอมสิ้นพระชนม์เพื่อพวกเขาหลายครั้งเท่าที่พวกเขาเคยร่วมมิสซา”

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

พระนางมาีย์นำเราสู่สวรรค์


“บนโลก,เด็กๆไม่สามารถเกิดมาได้โดยปราศจากมารดา เป็นสตรีที่นำพวกเขามาสู่โลก และเช่นเดียวกันเป็นสตรีที่นำพวกเราไปสู่สวรรค์ และสตรีนั้นคือพระนางมารีย์” 
- นักบุญมารีย์แห่งพระเยซูผู้ถูกตรึกางเขน

พระสันตะปาปาเลโอที่ 13 กล่าวว่า “อาจเป็นการยืนยันว่าตามพระประสงค์ของพระเจ้า ไม่มีสิ่งใดมาถึงเราโดยไม่ผ่านมือของพระนางมารีย์ เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้พระบิดาผู้ทรงฤทธานุภาพได้นอกจากโดยทางพระบุตร ดังนั้นไม่มีใครสามารถเข้าใกล้พระคริสตเจ้าได้นอกจากผ่านทางพระมารดาของพระองค์” (สมณสาสน์ Octobri Mense).
ข้าแต่พระนางมารีย์ โดยเหตุที่องค์พระเยซูเจ้าปรารถนาที่จะมาหาพวกลูกผ่านทางพระนาง โปรดให้ลูกสามารถไปถึงพระองค์ผ่านทางพระนางด้วยเทอญ

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

พระพรของพระจิต


เขามีความเชื่อในพระเจ้าอย่างร้อนรน และอ่อนน้อมถ่อมตนต่อพระศาสนจักร
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

มงกุฏหนามของนักบุญคัทรีนแห่งเซียนนา


จิตรกรมักวาดภาพนักบุญคัทรีนแห่งเซียนนามีมงกุฎหนามสวมอยู่ และเรื่องนี้มาจากเรื่องราวที่พระเยซูทรงปรากฏต่อคัทรีนโดยพระองค์ทรงถือมงกุฎสองอัน อันหนึ่งเป็นมงกุฎทองคำและอีกอันหนึ่งเป็นมงกุฎหนาม และพระองค์ถามคัทรีนว่าเธออยากสวมมงกุฏอันไหน? "ลูกต้องการสวมมงกุฏทองคำในโลกนี้หรือไม่? แต่ในโลกหน้าลูกจะห่างไกลจากพระเจ้าและทนทุกข์ทรมานอย่างมาก หรือลูกเลือกสวมมงกุฎหนามในชีวิตนี้และใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสียสละและความทุกข์ทรมาน แต่ในโลกหน้าลูกจะสวมมงกุฎทองคำอยู่ท่ามกลางพระนางมารีย์, พระคริสต์, และทูตสวรรค์" แน่นอนว่าคัทรีนเลือกมงกุฎหนามซึ่งมาพร้อมกับรอยแผลลึกลับบนศีรษะของเธอด้วย คัทรีนดำเนินชีวิตถวายความทุกข์ทรมานและความเจ็บปวดของเธอเพื่อวิญญาณของผู้อื่น แต่เธอก็จะดูแลคนป่วยและคนจนด้วยเช่นกัน นักบุญคัทรีนเตือนเราว่าเราก็ถูกเรียกให้สวมมงกุฎของพระคริสต์เช่นกัน มงกุฏคือเครื่องหมายของความเป็นกษัตริย์ที่ไม่ได้มาด้วยกำลังอันดุร้ายหรือการพิชิตศัตรู แต่เป็นการเสียสละที่กระทำเพื่อวิญญาณของทุกคน 
นักบุญคัทรีนแห่งเซียนนา,เจ้าสาวลึกลับของพระคริสต์ โปรดภาวนาเพื่อเราด้วยเทอญ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เป็นตัวของตัวเอง


ผู้ที่มีมโนธรรมแจ่มใสจะพบความพอใจและความสงบสุขได้ง่าย คุณค่าของท่านไม่ได้ถูกกำหนดโดยคำชมเชยหรือคำวิจารณ์จากผู้อื่น ท่านเป็นตามที่ท่านเป็น และคุณค่าของท่านถูกกำหนดโดยพระเจ้า หากท่านเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง,ท่านจะไม่ถูกรบกวนจากความคิดเห็นของผู้คน ผู้คนตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่พระเจ้าทรงมองเห็นจิตใจ ผู้คนเพ่งมองที่การกระทำ แต่พระเจ้าทรงพิจารณาความตั้งใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตนแสดงออกด้วยการทำความดีสม่ำเสมอและไม่โอ้อวด การได้รับการปลอบโยนจากพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียวแสดงถึงความบริสุทธิ์และความเชื่อของท่าน 
- จำลองแบบพระคริสต์ 
Thomas A Kempis