พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2025 หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดประเวณี

           พระเยซูเจ้าเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พระองค์เสด็จไปในพระวิหารอีก ประชาชนเข้ามาห้อมล้อมพระองค์ พระองค์ประทับนั่ง แล้วทรงเริ่มสั่งสอน บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีนำหญิงคนหนึ่งเข้ามา หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี เขาให้นางยืนตรงกลาง แล้วทูลถามพระองค์ว่า “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติ โมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” เขาถามพระองค์เช่นนี้ เพื่อทดลองพระองค์ หวังจะหาเหตุปรักปรำพระองค์ แต่พระเยซูเจ้าทรงก้มลง เอานิ้วพระหัตถ์ขีดเขียนที่พื้นดิน เมื่อคนเหล่านั้นยังทูลถามย้ำอยู่อีก พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” แล้วทรงก้มลงขีดเขียนบนพื้นดินต่อไป เมื่อคนเหล่านั้นได้ฟังดังนี้ ก็ค่อย ๆ ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนอาวุโส จนเหลือแต่พระเยซูเจ้าตามลำพังกับหญิงคนนั้น ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสกับนางว่า “นางเอ๋ย พวกนั้นไปไหนหมด ไม่มีใครลงโทษท่านเลยหรือ” หญิงคนนั้นทูลตอบว่า “ไม่มีใครเลย พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไป อย่าทำบาปอีก”
(ยอห์น 8:1-11)








วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562

พระสันตะปาปาไม่อนุญาติให้ฆราวาสจูบพระธำมรงค์


                  วันที่ 27 มี.ค. 2019 พระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จไปที่เมืองโลเรตโต , อิตาลี และทรงทักทายประชาชนมากกว่า 100 คน ในการพบประชาชนครั้งนี้ พระองค์ทรงพบกับพระสงฆ์ นักบวช และซิสเตอร์ รวมทังฆราวาส เมื่อมีการจูบพระธำมรงค์ พระองค์อนุญาตให้เฉพาะพระสงฆ์ นักบวชและซิสเตอร์จูบเท่านั้น แต่ไม่อนุญาตให้ฆราวาสจูบพระธำมรงค์
                  หลังจากคลิปวีดีโอนี้เผยแพร่ออกไป ทำให้ผู้ที่รับชมต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ไม่เฉพาะแต่ชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเท่านั้น เพราะเป็นที่ทราบกันว่าธรรมเนียมการจุมพิตที่พระธำมรงค์เป็นภาพที่เจนตาชาวโลกมานานหลายร้อยปี
                 รัสเซล โพลิตต์ บาทหลวงในคณะเยสุอิต โพสต์ทวิตเตอร์ในแอคเคาท์ @rpollittsj สนับสนุนการกระทำของโป๊ป กล่าวว่าการจุมพิตที่แหวนพระธำมรงค์ประจำตำแหน่งบิชอปและพระสันตะปาปา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธรรมเนียมทางศาสนา เป็นการหยิบยืมมาจากธรรมเนียมการจุมพิตพระธำมรงค์ของกษัตริย์ ผู้นำศาสนาจึงควรเลิกการปฏิบัติแบบนี้เสีย
                   ด้านออสเตน ไอวีเรจ์ ผู้เขียนชีวประวัติสมเด็จพระสันตะปาปาและผู้สนับสนุนโป๊ฟรานซิส กล่าวทางทวิตเตอร์ว่า "พระองค์ต้องการให้ศาสนิกเข้าถึงพระองค์ ไม่ใช่ปฏิบัติกับพระองค์เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระองค์คือตัวแทนของพระเยซู ไม่ใช่จักรพรรดิโรมัน"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น