พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

การแต่งกายที่เหมาะสมของสตรี


เมื่อได้รับคำแนะนำพิเศษจากสวรรค์,คุณพ่อปีโอ,พระสงฆ์ผู้ได้รับรอยบาดแผลที่มีเลือดออกของพระคริสต์ในร่างกายของคุณพ่อตั้งแต่ปี 1918 จนเสียชิวิตในปี 1968 คุณพ่อปีโอปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะโปรดศีลอภัยบาปแก่ผู้หญิง,ไม่ว่าเธอจะมีความสำคัญแค่ไหนก็ตาม ถ้าหากเธอไม่สวมชุดกระโปรงที่มีความยาวของชายกระโปรงต่ำลงมาจากเข่าอย่างน้อย 8 นิ้ว คุณพ่อปีโอยังยืนกรานว่าพวกเธอต้องไม่สวมกางเกงสแล็กด้วย อย่างไรก็ตาม,คำแนะนำตามประเพณีดั้งเดิมนี้,ได้ถูกต่อสู้คัดค้านกันอย่างมากในยุคปัจจุบันอันเนื่องมาจากความไม่รู้,อคติ,หรือการตกเป็นทาสของความไร้สาระหรือกิเลสตัณหา 
สภาคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิกออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อยในปี 1930, 1954 และ 1957 แต่ตั้งแต่นั้นมาก็เงียบไปเพราะผู้คนไม่ฟังอีกต่อไป พระเจ้าทรงยอมให้เราถูกลงโทษโดยการไม่ยอมฟังเสียงของสภาคำสอนในวันนี้ สำหรับบาปที่ไม่เชื่อฟังสภาคำสอน สิ่งนี้คล้ายกับวิธีที่พระเจ้าตอบสนองต่อจิตใจที่แข็งกระด้างของผู้คนในพันธสัญญาเดิม เพื่อเป็นการลงโทษ,พระเจ้าไม่ได้ส่งประกาศกเป็นเวลาสี่ร้อยปีหลังจากที่ชาวยิวได้สังหารและปฏิเสธประกาศกหลายคนที่พระองค์ทรงส่งมาก่อนหน้านี้ 
ที่มา: Our Lady of Fatima Stressed... Modesty in Dress

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

การจำศีลอดอาหาร


เมื่อใดก็ตามที่บุคคลต้องการบรรลุความเป็นเลิศฝ่ายจิต,การปฏิเสธตนเองเป็นสิ่งจำเป็น
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

สระน้ำซีโลอัม



สถานที่ที่มีชื่อเสียงซึ่งมีชื่ออยู่ในพระธรรมใหม่และเป็นที่ที่พระเยซูคริสต์ทรงรักษาคนตาบอดได้ถูกค้นพบในการขุดค้นทางโบราณคดี 
สระน้ำซีโลอัม(Siloam) ถูกค้นพบหลังจากถูกทรายปกคลุมอยู่ในทะเลทรายมานานกว่า 2,000 ปี สระน้ำแห่งนี้อยู่ในกรุงเยรูซาเลมซึ่งถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสต์ศักราช ภายใต้รัชสมัยของกษัตริย์เฮเซคียาห์ สระน้ำถูกค้นพบโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานโบราณวัตถุแห่งอิสราเอล หน่วยงานอุทยานแห่งชาติแห่งอิสราเอล และมูลนิธิเมืองเดวิด การค้นพบนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคริสตชน
ยอห์น 9 : 6 – 41 
ชายตาบอดได้รับการรักษาจากพระเยซู โดยพระองค์เอาโคลนทาตาของเขา แล้วให้เขาไปล้างที่สระสิโลอัม แล้วเขาก็หายดี 
สิ่งที่เราเห็นได้ว่าชายคนนี้เป็นโรคตาบอดแต่กำเนิด เพื่อเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้าสูงสุด และเขาได้ประกาศให้บรรดาฟาริสีรู้ทั่วกันว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเมสสิยาห์ 
มากกว่านั้น ชายคนนั้นยัง เข้าใจถึงพระวาจาที่แท้จริงของพระเจ้า เมื่อเขาโต้ตอบกับฟาริสีและกล่าวว่า "เรารู้ว่าพระเจ้าไม่ทรงฟังคนบาป แต่ทรงฟังคนที่ยำเกรงพระองค์และทำตามพระทัยของพระองค์ ” (31) 
และสุดท้าย ชายคนนั้นก็ได้ยืนหยัดและวางใจในพระเยซู ( 38 ) และเขาได้ถูกฟาริสีไล่ออกมา เสมือนหนึ่งถูกตราหน้าว่าไม่เชื่อฟัง หรือไม่ยอมรับสิทธิอำนาจของโมเสส เขาได้มีส่วนในการร่วมทนทุกข์กับพระคริสต์แล้ว เพราะความไว้วางใจในพระเยซูของเขา 
มีหลายเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิตเพื่อทำให้เราตอบสนองตามน้ำพระทัยของพระเจ้า แม้เรายังไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความหมายอย่างไร แต่เราก็เลือกที่จะเชื่อและวางใจ ทำส่วนของเราด้วยความซื่อสัตย์ต่อไป และพระสัญญาของพระองค์ก็จะสำเร็จสมบูรณ์ในที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

นักบุญมาร์กาเร็ต มารี ช่วยวิญญาณพระสงฆ์ในไฟชำระ


ขณะที่ฉันกำลังสวดภาวนาต่อหน้าศีลมหาสนิทในวันฉลองพระคริสตวรกาย(feast of Corpus Christi) จู่ๆก็มีบุคคลที่ถูกห่อหุ้มด้วยไฟมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน จากสภาพที่น่าเวทนาซี่งวิญญาณอยู่ในนั้น,ฉันก็รู้ว่าเขากำลังอยู่ในไฟชำระและฉันก็ร้องไห้อย่างขมขื่น 
วิญญาณนี้บอกฉันว่าเขาเป็นพระสงฆ์ในคณะเบเนดิกติน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยฟังการสารภาพบาปของฉันและสั่งให้ฉันไปรับศีลมหาสนิท เพื่อเป็นรางวัลสำหรับสิ่งนี้,พระเจ้าทรงอนุญาตให้เขามาขอให้ฉันช่วยเขาในความทุกข์ทรมานของเขา เขาขอให้ฉันทำทุกสิ่งเพื่ออุทิศให้เขา,ทุกสิ่งที่ฉํนควรทำหรือยอมรับทนทุกข์เป็นเวลาสามเดือน เมื่อได้การอนุญาตจากคุณแม่อธิการแล้ว,ฉันก็ทำตามที่เขาขอ 
เขาบอกฉันว่าสาเหตุใหญ่ที่สุดของความทุกข์ทรมานของเขาคือในช่วงชีวิตบนโลกของเขา,เขาสนใจเรื่องผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าผลประโยชน์ของพระเจ้า เพราะเขายึดติดกับชื่อเสียงที่ดีของเขามากเกินไป ข้อบกพร่องประการที่สองของเขาคือขาดความเมตตากรุณาต่อพี่น้องของเขา อย่างที่สามคือการยึดติดกับสิ่งต่างๆของโลก คงเป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่จะบรรยายถึงสิ่งที่ฉันต้องยอมรับด้วยความอดทนในช่วงเวลาสามเดือนนั้น 
เขา [พระสงฆ์] ไม่เคยจากฉันไปแลยและฉันเห็นเขาบ่อยๆ,ขณะที่ถูกไฟเผาไหม้อย่างเจ็บปวดสาหัสเช่นนี้ ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากคร่ำครวญและร้องไห้แทบไม่หยุดหย่อน คุณแม่อธิการของฉัน,สัมผัสถึงความน่าสงสาร,จึงบอกให้ฉันทำพลีกรรมอย่างหนัก,โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปฏิบัติตามพระวินัย . . ผ่านมาได้ 3 เดือน,ฉันเห็นวิญญาณของเขาเปล่งแสงด้วยความสุข, ความยินดี, และสิริรุ่งโรจน์. เขากำลังจะมีความสุขชั่วนิรันดร์ และเพื่อขอบคุณฉัน เขาบอกว่าเขาจะปกป้องฉันเมื่อเขาอยู่กับพระเจ้า” 
- นักบุญ มาร์กาเร็ต มารี อาลาก๊อก อัครสาวกแห่งดวงพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์

วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566