พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2025 หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดประเวณี

           พระเยซูเจ้าเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พระองค์เสด็จไปในพระวิหารอีก ประชาชนเข้ามาห้อมล้อมพระองค์ พระองค์ประทับนั่ง แล้วทรงเริ่มสั่งสอน บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีนำหญิงคนหนึ่งเข้ามา หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี เขาให้นางยืนตรงกลาง แล้วทูลถามพระองค์ว่า “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติ โมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” เขาถามพระองค์เช่นนี้ เพื่อทดลองพระองค์ หวังจะหาเหตุปรักปรำพระองค์ แต่พระเยซูเจ้าทรงก้มลง เอานิ้วพระหัตถ์ขีดเขียนที่พื้นดิน เมื่อคนเหล่านั้นยังทูลถามย้ำอยู่อีก พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” แล้วทรงก้มลงขีดเขียนบนพื้นดินต่อไป เมื่อคนเหล่านั้นได้ฟังดังนี้ ก็ค่อย ๆ ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนอาวุโส จนเหลือแต่พระเยซูเจ้าตามลำพังกับหญิงคนนั้น ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสกับนางว่า “นางเอ๋ย พวกนั้นไปไหนหมด ไม่มีใครลงโทษท่านเลยหรือ” หญิงคนนั้นทูลตอบว่า “ไม่มีใครเลย พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไป อย่าทำบาปอีก”
(ยอห์น 8:1-11)








วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พระพรการรู้ล่วงหน้า2

นักบุญแอนโทนี  มารีย์ คลาเรต์ (1807-1870) เป็นผู้ก่อตั้งคณะ the Missionary Sons of the Immaculate Heart of Mary (หรือเรียกอีกชื่อว่า Claretians)  ครั้งหนึ่งท่านจัดให้มีการเข้าเงียบเตรียมจิตใจสำหรับสัตบุรุษ  แต่ช่วงเวลานั้นเป็นฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลของชาวบ้าน และชาวบ้านต้องไปทำงานในทุ่งนาของพวกเขา  คุณพ่อได้ไปเยี่ยมแต่ละบ้านและชักชวนให้พวกเขามาร่วมเข้าเงียบเตรียมจิตใจ  ท่านบอกว่าพระเป็นเจ้าจะอวยพรพวกเขาถ้าพวกเขามาร่วม  ชาวบ้านหลายคนตอบปฏิเสธ  บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะพืชผลทั้งหมดอาจเสียหายได้ภายในวันเดียว  ในสถานการณ์เช่นนี้  คุณพ่อได้กล่าวทำนายว่า “ในนามของพระเป็นเจ้า  พ่อขอบอกพวกคุณว่า  ถ้าพวกคุณมาร่วมในการเตรียมจิตใจครั้งนี้  ต้นข้าวสาลีจะให้ผลมากมาย  ฝนและพายุจะไม่มาทำลาย  แต่ถ้าพวกคุณไม่มาร่วมงาน  พืชผลของพวกคุณก็จะเสียหาย”  ด้วยคำทำนายนี้ คุณพ่อจึงสามารถดำเนินกิจการงานของท่านต่อไปได้  มีชาวนาและคนงานมาร่วมมากมาย   แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่มา  สองวันต่อมา  ชาวนาที่ไม่มาร่วมงานก็ได้เห็นพืชผลที่เขาปลูกไว้ถูกทำลายจนราบเรียบจากพายุหนักที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว  แต่ในที่นาของชาวนาที่มาร่วมงานกลับไม่ได้รับความเสียหาย มิหนำซ้ำต้นข้าวสาลีของพวกเขายังออกรวงมีเมล็ดข้าวมากกว่าแต่ก่อนด้วย  เป็นไปตามคำทำนายของคุณพ่อ คลาเรต์
คำทำนายอีกอันหนึ่งของคุณพ่อเกิดขึ้นที่สังฆมณฑลวิค ในสเปน  คู่สามีภรรยา  โจเซ่  โรวิรา และ โรซ่า  มาลาตส์ พวกเขามีลูกสาวสองคน  คนหนึ่งตายตั้งแต่ยังเล็ก  ส่วนอีกคนหนึ่งชื่อ แคนดีดา  เธอปรารถนาจะเข้าอารามเป็นนักบวชและได้บอกความปรารถนาให้พ่อแม่ทราบ  พ่อแม่ขอให้เธอคิดทบทวนดู  พ่อได้พาลูกสาวมาปรึกษากับพระสงฆ์ชื่อ Father Canals ซึ่งเป็นอธิการของคณะคาร์เมไลท์แห่งวิค  ท่านได้พูดคุยสอบถามแคนดีดา  และได้เห็นถึงความยากจนและอายุของผู้เป็นพ่อ  ท่านจึงรู้สึกลังเลใจ  เพราะพ่อแม่ปรารถนาให้ลูกสาวอยู่กับพวกเขาดูแลพวกเขาในยามแก่ชรา  คุณพ่อคานาลรู้เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของคุณพ่อคลาเรต์  ท่านจึงส่งพวกเขาไปหาคุณพ่อคลาเรต์  หลังจากคุณพ่อคลาเรต์สอบถามผู้เป็นลูกสาวแล้ว  ท่านสวดภาวนาและพูดกับผู้เป็นพ่อโดยกล่าวทำนายว่า  “เป็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า  ที่จะให้แคนดีดาเข้าเป็นนักบวช  จงอย่าวิตกกังวลไปเลย  เพราะภายในหนึ่งปี  พระเป็นเจ้าจะทรงอวยพรพวกคุณให้ได้ลูกชายคนหนึ่ง  เขาจะเป็นผู้ปลอบประโลมใจของคุณในยามที่คุณแก่ชรา”  ผู้เป็นพ่อฟังแล้วก็ยิ้ม  เพราะรู้ดีว่าภรรยาของเขาหมดเวลาที่จะมีลูกได้แล้ว  แต่เขาก็ตอบคุณพ่อคลาเรต์ว่า “ถ้าในหนึ่งปีนี้ผมมีลูกชาย  เราจะอนุญาตให้ลูกสาวของเราเข้าคอนแวนต์ครับ” และก็เป็นไปตามคำทำนาย  ปีถัดมาพวกเขาก็ได้ลูกชาย  คนทั้งเมืองรู้เรื่องเกี่ยวกับคำทำนายนี้  และถือว่านี่เป็นการกำเนิดที่อัศจรรย์  แคนดีดาได้เข้าเป็นคาร์เมไลท์ชั้นที่สาม  ส่วนน้องชายของเธอก็เติบโตเป็นคนที่ดูแลพ่อแม่ในยามแก่ชราตามที่คุณพ่อคลาเรต์ทำนายไว้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น