Pages
พระเมตตาของพระเยซูเจ้า
จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย
พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง
เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)
พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง
เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)
วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566
วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2566
วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566
คำขอร้องของแม่พระ

พระนางพรหมจารีย์มารีย์ทรงขอความช่วยเหลือจากเรา แต่เพื่อที่จะช่วยเหลือพระนาง, เราจำเป็นต้องมีความตระหนักรู้ว่า เหตุผลที่พระนางทรงมาที่ฟาติมาก็เพื่อร้องขอคำภาวนาของเรา,โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสวดสายประคำทุกวัน
พระนางยังขอให้เราสวมสายจำพวกและถวายตัวของเราแด่พระหทัยนิรมลของพระนาง
โลกอยู่ในภาวะของการละทิ้งความเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้น การละทิ้งความเชื่อได้รุกรานเข้ามาในพระศาสนจักร นั่นคือสิ่งที่อยู่ในความลับแห่งฟาติมาข้อที่สาม ความลับข้อที่สามหมายถึงการละทิ้งความเชื่อในพระศาสนจักรเอง
นักบุญอาธานาซีอุสบอกเราว่า พื้นฐานของความรอดของเราคือความเชื่อคาทอลิก บทแสดงความเชื่อคือสิ่งที่นักบุญอาธานาซีอุสอ้างถึง ท่านบอกเราว่า "ผู้ที่ปรารถนาที่จะได้รับความรอดจะต้องยึดมั่นในความเชื่อคาทอลิก,ทุกอย่างและทุกประการ" สังคายนาวาติกันครั้งที่หนึ่งบอกเราว่าไม่มีข้ออ้าง,ไม่มีเหตุผลใดที่คาทอลิกจะละทิ้งความเชื่อ
ที่มา: Jesus Tells Us "Make It Known"
วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
ชีวิตฝ่ายจิต

ขั้นแรก
ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยเมล็ดพันธ์เล็กๆของการรับศีลล้างบาปของเรา จากนั้นชีวิตก็เติบโตขึ้น, สำหรับคริสตชนคนใดก็ตาม นี่คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัย หรือเราเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เลยก็ได้ นักบุญบรูโน, วันหนึ่งท่านได้ยินเสียงเบาๆจากที่หนึ่งในลักษณะที่ไม่อาจต้านทานได้ เสียงนั้นคือจงทิ้งทุกสิ่งเพื่อพระเจ้าเท่านั้น เป็นคำเชื้อเชิญภายในใจ แต่ท่านต้องเลือก เพื่อทำตามการเรียกนี้ ท่านจะต้องละทิ้งทุกสิ่งโดยสิ้นเชิง นั่นคือ หนีจากโลกและหันไปหาพระเจ้าเท่านั้น เป็นการหลุดพ้นจากสิ่งสร้างและผูกพันกับพระเจ้า
สำหรับนักบุญบรูโน,สิ่งนี้สามารถบรรลุได้เฉพาะในชีวิตที่อุทิศให้กับความรักของพระคริสต์อย่างเต็มที่ ด้วยการเสริมสร้างชีวิตภายในของตนเอง ไปจนถึงการสวดภาวนา,การอยู่ในความลับแห่งความสันโดษ นักบุญบรูโนเขียนถึงราล์ฟเพื่อนของท่าน,เล่าให้เขาฟังว่า ความสันโดษทำให้แม่ชีผู้นั้น “อยู่กับตัวเอง” ซึ่งในความเป็นจริงหมายถึง: การปรากฏเบื้องพระพักตร์ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าในส่วนลึกของหัวใจของเธอ ในลักษณะที่จิตใจมีสถานะที่มั่นคง
จากนั้นบทสนทนาส่วนตัวกับองค์พระผู้เป็นเจ้าก็เกิดขึ้น การสนทนาระหว่างเจ้าสาวกับพระคริสต์,ผู้เป็นเจ้าบ่าวของเธอ ความผูกพันเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้นในความรัก แต่ในสถานะ “ฉันกับพระองค์” นี้ ก็เป็นสิ่งที่ปรากฏในพระศาสนจักรทั้งมวลด้วย เพราะพระศาสนจักรมีพระคริสต์เป็นเจ้าบ่าวเพียงผู้เดียว ในเวลาเดียวกัน, เจ้าสาวก็คือพระศาสนจักรผู้เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดชีวิตใหม่ ได้รับการบำรุงเลี้ยงด้วยอาหารแห่งพระวาจาและปังแห่งศีลมหาสนิท
แม่ชีผู้นั้นจึงมุ่งหน้าสู่เส้นทางที่จะยิ่งทำให้เธอมีความรักมากขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตอันซ้ำซากจำเจของเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว
วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
นักบุญซีซีเลีย 22 พ.ย.

คำว่า“ร่างที่ไม่เน่าเปื่อย” หมายถึงนักบุญหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในความศักดิ์สิทธิ์ผู้ซึ่งร่างกายของเขาไม่เสื่อมสลายอย่างน่าอัศจรรย์ ร่างกายของนักบุญหลายองค์ถูกค้นพบในภายหลังว่าไม่เสื่อมสลายไป และในบรรดาร่างเหล่านี้มีบางร่างที่เสื่อมสลายเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งหรือถูกทำลายโดยศัตรูของพระศาสนจักร นักบุญในยุคแรกซึ่งร่างกายไม่เน่าเปื่อยคือนักบุญซีซีเลีย ใน ค.ศ. 1599, 1300 ปีหลังจากที่เธอตายไปแล้ว,ร่างกายของเธอถูกค้นพบว่ายังไม่เน่าเปื่อยแต่ดูเหมือนกำลังหลับอยู่ กล่าวกันว่านิ้วของเธอเหยียดออกในลักษณะที่แสดงถึงความเชื่อในพระตรีเอกภาพของเธอ นั่นคือนิ้วชี้เหยียดออก นิ้วกลาง,นาง,ก้อยพับเข้า และนิ้วหัวแม่มือทับอยู่ รูปแกะสลักด้านบนนี้แกะตามรูปร่างของเธอเวลาที่ถูกค้นพบ
วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
จงให้ด้วยใจกว้าง

ในช่วงเวลาที่เกิดความอดอยากครั้งใหญ่ในกัมปาเนีย นักบุญเบเนดิกต์มอบทุกสิ่งที่มีในอารามของท่านให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ถึงขนาดที่แทบไม่เหลืออะไรเลยในห้องใต้ดิน เว้นแต่น้ำมันเพียงเล็กน้อยในภาชนะแก้ว เมื่ออากาปิทัส,ซึ่งเป็นสังฆานุกร,มาขอร้องให้ช่วยมอบน้ำมันเล็กน้อยนั้นแก่เขา เบเนดิกต์ (ผู้ตั้งใจว่าจะให้ทุกสิ่งในโลกนี้เพื่อจะได้มีทั้งหมดในสวรรค์) จึงสั่งให้นำน้ำมันเล็กน้อยที่เหลืออยู่นี้มอบให้อากาปีทัส. พระสงฆ์ที่อยู่ในห้องใต้ดินได้ยินคำสั่งของเบเนดิกต์แล้ว,แต่ก็ไม่กล้าทำตาม สักพัก,เบเนดิกต์ก็เข้ามาถามว่าได้ทำตามความปรารถนาของอากาปิทัสแล้วหรือไม่ พระสงฆ์ก็ตอบว่าไม่ได้ให้น้ำมันไปเพราะถ้าให้ไปแล้วก็ไม่เหลือให้กับบรรดาพี่น้องเลย
บิดาผู้แสนดีไม่พอใจอย่างยิ่งจึงสั่งให้อีกคนหนึ่งหยิบขวดแก้วที่มีน้ำมันเหลืออยู่เล็กน้อยโยนออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อมิให้ผลของการไม่เชื่อฟังจะเหลืออยู่ในอารามเลย คำสั่งของเบเนดิกต์จึงได้ถูกดำเนินการในทันที ใต้หน้าต่างมีทางลงสูงชัน, เต็มไปด้วยหินหยาบขนาดใหญ่ ซึ่งขวดแก้วได้ตกลงมา แต่ปรากฏว่าขวดแก้วนั้นยังคงสภาพเหมือนเดิมราวกับว่าไม่ได้ถูกโยนลงมา ขวดแก้วไม่แตกและน้ำมันก็ไม่หกออกไป เบเนดิกต์จึงสั่งให้หยิบมันขึ้นมามอบให้แก่ผู้ที่ขอมัน แล้วเรียกบรรดาพี่น้องทั้งหมดมารวมกันแล้วตำหนิพระสงฆ์ผู้ไม่เชื่อฟังต่อหน้าพวกเขาเพราะความหยิ่งทะนงและความไม่ซื่อสัตย์
ที่มา: The Life of St. Benedict
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



