พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

เอกสาร



ต่อไปนี้เป็นประเด็นสำคัญ 5 ประการจากเอกสาร ตามมาด้วยคำอธิบายสั้นๆสำหรับผู้อ่าน

1. พระนางมารีย์ร่วมมือในความรอด แต่พระคริสต์เท่านั้นที่ทรงเป็นพระผู้คนกลาง 
บันทึกนี้เน้นย้ำถึง “ความสมดุลที่จำเป็น... ระหว่างการเป็นคนกลางของพระคริสต์แต่เพียงผู้เดียวและความร่วมมือของพระนางมารีย์ในงานแห่งความรอด” บันทึกนี้เตือนเราว่าแม้พระนางมารีย์จะมีส่วนร่วม (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับสาส์นจากอัครเทวดากาเบรียลและที่แทบไม้กางเขน) “การเป็นคนกลางเฉพาะของพระผู้ไถ่ไม่ได้ตัดขาดความร่วมมือของพระนางมารีย์ แต่กลับก่อให้เกิดความร่วมมือที่หลากหลาย” (Lumen Gentium 62) — ความร่วมมือนี้ยังคงยึดมั่นในพระคริสต์เสมอ

2. มีการชี้แจงพระนามของมารีย์บางชื่อให้กระจ่างขึ้น ในขณะที่บางชื่อไม่สนับสนุน 
บันทึกนี้ให้ข้อคิดพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับพระนามต่างๆ เช่น ผู้ร่วมไถ่กู้ (Co-Redemptrix), ผู้เป็นคนกลาง (Mediatrix), พระมารดาแห่งพระหรรษทาน (Mother of Grace), พระมารดาแห่งผู้มีความเชื่อ (Mother of Believers) เป็นต้น บันทึกนี้เน้นย้ำว่าพระนามบางชื่อ โดยเฉพาะผู้ร่วมไถ่กู้ (Co-Redemptrix) นั้น “ไม่เหมาะสม” เพราะอาจทำให้บทบาทเฉพาะตัวของพระคริสต์ถูกบดบัง คำว่า “ผู้เป็นคนกลาง” อาจใช้ในความหมายรองได้ แต่ไม่ควรแข่งขันกับการเป็นคนกลางของพระคริสต์

3. ชื่อ “ผู้ร่วมไถ่กู้” ถูกปฏิเสธอย่างเป็นทางการ 
บันทึกระบุว่าการใช้ชื่อ “ผู้ร่วมไถ่กู้” เพื่อนิยามความร่วมมือของพระนางมารีย์นั้นไม่เหมาะสม เนื่องจาก “ชื่อนี้เสี่ยงต่อการบดบังการเป็นคนกลางเฉพาะของพระคริสต์” และอาจทำให้เกิดความสับสนในความเชื่อของประชากรของพระเจ้า

4. บทบาทของพระนางมารีย์ในฐานะมารดาและผู้แทรกแซงช่วยเหลือเป็นที่ยืนยันแล้ว แม้จะจำกัดความเกินเลย แต่เอกสารฉบับนี้ยืนยันถึงความเป็นมารดาของผู้มีความเชื่อของพระนางมารีย์ว่า “มารดาแห่งพระศาสนจักรผู้ประกาศข่าวประเสริฐ […] มารดาแห่งประชากรผู้ซื่อสัตย์ของพระเจ้า” (ย่อหน้า 76) เอกสารนี้เน้นย้ำว่าการแทรกแซงช่วยเหลือของพระนางมารีย์นั้นเป็นความแท้จริง แต่ขึ้นอยู่กับพระราชกิจแห่งความรอดของพระคริสต์เสมอ “บทบาทมารดาของพระนาง […] ไม่ได้มุ่งหมายที่จะลดทอนการนมัสการเฉพาะอันควรได้รับจากพระคริสต์เท่านั้น แต่ […] กลับจุดประกายการนมัสการนั้น”

5. ความศรัทธาต่อพระนางมารีย์นั้นมีคุณค่า แต่ต้องคงไว้ซึ่งพระคริสต์เป็นศูนย์กลางและถูกต้องตามหลักเทววิทยา 
บันทึกดังกล่าวระบุอย่างชัดเจนว่า ความศรัทธาต่อพระแม่มารีย์อย่างแพร่หลาย ซึ่งคนยากจน “จะพบความรักและความเอ็นดูของพระเจ้าในพระพักตร์ของพระแม่มารีย์” ถือเป็นสมบัติล้ำค่าของพระศาสนจักร ขณะเดียวกัน ยังได้เตือนถึงความศรีทธาหรือพระนามของพระนางมารีย์ที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจผิดทางเทววิทยา

# CATHOLIC 😊🙏🩵

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น