พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2024 พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์

           ต่อมาอีกหกวัน พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูงตามลำพัง แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวเจิดจ้า ขาวผ่องอย่างที่ไม่มีช่างซักฟอกคนใดในโลกทำให้ขาวเช่นนั้นได้ แล้วประกาศกเอลียาห์กับโมเสสแสดงตนสนทนาอยู่กับพระเยซูเจ้า เปโตรจึงทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริง ๆ เราจงสร้างเพิงขึ้นสามหลังเถิด หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับประกาศกเอลียาห์” เขาไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรเพราะศิษย์ทั้งสามคนต่างตกใจกลัว ครั้นแล้วเมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้ มีเสียงหนึ่งออกมาจากเมฆก้อนนั้นว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด” ทันใดนั้น ศิษย์ทั้งสามคนเหลียวมองรอบ ๆ ไม่เห็นผู้ใดอยู่กับตนนอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น
           ขณะที่กำลังลงจากภูเขา พระองค์ตรัสสั่งเขามิให้เล่าเหตุการณ์ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย ศิษย์ทั้งสามคนเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกใครแต่ยังปรึกษากันว่า “จนกว่าจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย” นี้ หมายความว่าอย่างไร
(มาระโก 9:2-10)








วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

พระเยซูทรงถูกสวมมงกุฏหนาม


แล้วพวกเขาก็สวมมงกุฎหนามที่พระเศียรของพระองค์ มันมีความกว้างประมาณสองฝ่ามือ และสานถักกันอย่างชำนาญ โดยมีขอบที่ยื่นออกมาด้านบน พวกเขาวางมงกุฏหนามเหนือคิ้วของพระองค์และยึดติดกิ่งหนามไว้ทางด้านหลังให้แน่นจนกลายเป็นมงกุฎ มันถูกสานกันอย่างชำนาญจากกิ่งหนามที่มีความหนาสามนิ้ว,เป็นหนามที่งอกออกมาตรงๆ ในการถักมงกุฎนั้นจะต้องออกแบบให้หนามยื่นเข้าด้านในมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มีหนามอยู่สามชนิด ตามที่เราเรียกกันว่า buckthorn(บัคธอร์น), blackthorn(แบล็คธอร์น), และhawthorn(ฮอว์ธอร์น) 
 เวลานี้มงกุฎหนามถูกเก็บรักษาไว้ที่อาสนวิหารน็อตเตอร์-ดาม ปารีส 
- จากนิมิตของบุญราศีอันนา คัทเธอรีน เอมเมอริก

วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ร่วมพิธีมิสซา


มาร่วมพิธีมิสซาด้วยตัวของท่านเองเถิด  อย่ารอให้คนอื่นเป็นผู้นำท่านมาร่วมพิธีเลย 
“มิสซาเพียงมิสซาเดียวที่คนหนึ่งมีส่วนร่วมในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่,มีค่ามากกว่ามิสซาพันครั้งที่อุทิศให้เขาหลังจากที่เขาตายไปแล้ว” 
– นักบุญอังแซล์ม( St.Anselm) 

วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

สาส์นแม่พระ 25 ก.พ. 2024

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 ม.ค. 2023
ลูกที่รักทั้งหลาย
          จงสวดภาวนาและฟื้นฟูจิตใจของลูกเสียใหม่ เพื่อที่ความดีที่ลูกได้หว่านไว้จะได้บังเกิดผลแห่งความชื่นชมยินดีและเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า เมล็ดข้าวละมานได้ยึดครองจิตใจของคนจำนวนมากและพวกเขาก็ไม่บังเกิดผล ลูกน้อยทั้งหลาย,นั่นคือเหตุผลที่แม่ขอให้ลูกเป็นแสงสว่าง,เป็นความรัก, และเป็นมือของแม่ที่เหยียดออกไปในโลก,มือซึ่งปรารถนาพระเจ้า,ผู้ทรงเป็นความรัก     
          ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่           
            

วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ขบวนการสงฆ์ของม่พระ


เนื่องจากการแพร่กระจายของข้อผิดพลาดเหล่านี้ หลายคนจึงหันเหออกจากความเชื่อที่แท้จริง
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

พระเยซูทรงถูกโบยตี


“พระวรกายของพระเยซูสั่นสะท้านขณะที่ยืนอยู่หน้าเสา และทรงถอดฉลองพระองค์ออกโดยเร็วที่สุด แต่พระหัตถ์ของพระองค์มีเลือดและบวม สิ่งที่พระองค์ทรงทำเมื่อทหารผู้โหดเหี้ยมชกและดูหมิ่นพระองค์คือการสวดภาวนาเพื่อพวกเขาด้วยท่าทางที่น่าประทับใจที่สุด พระองค์ทรงหันพระพักตร์ไปทางพระมารดาครั้งหนึ่ง,พระมารดาซึ่งยืนหยัดด้วยความโศกเศร้า ท่าทางนี้ทำให้พระนางทรงตกพระทัยมาก พระนางทรงเป็นลมและคงจะล้มลงหากไม่มีสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ที่นั่นคอยประคองพระนาง พระเยซูทรงโอบพระหัตถ์รอบเสา และเมื่อยกพระหัตถ์ขึ้นแล้ว เขาก็ยึดพระหัตถ์ไว้กับห่วงเหล็กซึ่งอยู่บนยอดเสา จากนั้นพวกเขาก็ลากแขนของพระองค์ขึ้นไปให้สูงจนพระบาทซึ่งผูกติดกับฐานเสาแทบแตะพื้นไม่ได้ เช่นนี้แหละที่พระผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดถูกขึงดึงอย่างโหดเหี้ยมบนเสาที่ใช้ลงโทษอาชญากร จากนั้นคนพาลสองคนที่เกรี้ยวกราดกระหายเลือดก็เริ่มต้นกระทำในลักษณะที่ป่าเถื่อนที่สุดด้วยการเฆี่ยนตีร่างกายอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ตั้งแต่หัวจรดเท้า” 
 —บุญราศี อันนา คัทรีน เอมเมอริก(Bl. Anne Cathrine Emmerich), 
 จากพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า(The Dolorous Passion of Our Lord Jesus Christ p. 218-219) 

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

พระเมตตายิ่งใหญ่ของพระเยซูเจ้า


วันศุกร์ที่ 19 มกราคม อ้อนวอนขอพระเมตตา 
ผลลัพท์ของการอ้อนวอน 
(ไดอารี่, 640): ในวันศุกร์แรกของเดือน, ก่อนการรับศีลมหาสนิท, ฉันเห็นผอบใบใหญ่(ciborium)ที่เต็มไปด้วยแผ่นศีล มีมือหนึ่งถือผอบอยู่ตรงหน้าฉัน และฉันก็รับผอบมาไว้ในมือ มีแผ่นศีลที่มีชีวิตนับพันอยู่ข้างใน แล้วฉันก็ได้ยินเสียงว่า เหล่านี้คือแผ่นศีลซึ่งบรรดาวิญญาณได้รับไป,คือวิญญาณที่ลูกวอนขอพระหรรษทานแห่งการกลับใจอย่างแท้จริงแก่พวกเขาในช่วงมหาพรตนี้ นั่นคือหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ 
(ไดอารี่ 928): ทันใดนั้น ฉันก็เห็นพระเยซูเจ้า, ผู้ทรงโอบฉันไว้กับดวงพระทัยของพระองค์ และตรัสกับฉันว่า ลูกสาวเอ๋ย, อย่าร้องไห้เลย, เพราะเราไม่สามารถทนน้ำตาของลูกได้ เราจะให้ทุกสิ่งที่ลูกวอนขอ แต่หยุดร้องไห้เถิด, แล้วฉันก็เปี่ยมด้วยความยินดีอย่างยิ่ง, และจิตวิญญาณของฉันก็จมอยู่ในพระองค์เหมือนเช่นสมบัติเพียงชิ้นเดียวของพระองค์