พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ 25 ก.ย. 2022 เศรษฐีกับลาซารัส

           ‘เศรษฐีผู้หนึ่ง แต่งกายหรูหราด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง จัดงานเลี้ยงใหญ่ทุกวัน คนยากจนผู้หนึ่งชื่อลาซารัส นอนอยู่ที่ประตูบ้านของเศรษฐีผู้นั้น เขามีบาดแผลเต็มตัว อยากจะกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐี มีแต่สุนัขมาเลียแผลของเขา วันหนึ่ง คนยากจนผู้นี้ตาย ทูตสวรรค์นำเขาไปอยู่ในอ้อมอกของอับราฮัม เศรษฐีคนนั้นก็ตายเช่นเดียวกัน และถูกฝังไว้ ‘เศรษฐีซึ่งกำลังถูกทรมานอยู่ในแดนผู้ตาย แหงนหน้าขึ้น มองเห็นอับราฮัมแต่ไกล และเห็นลาซารัสอยู่ในอ้อมอก จึงร้องตะโกนว่า “ท่านพ่ออับราฮัม จงสงสารลูกด้วย กรุณาส่งลาซารัสให้ใช้ปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นให้ลูกสดชื่นขึ้นบ้าง เพราะลูกกำลังทุกข์ทรมานอย่างสาหัสในเปลวไฟนี้” แต่อับราฮัมตอบว่า “ลูกเอ๋ย จงจำไว้ว่า เมื่อยังมีชีวิต ลูกได้รับแต่สิ่งดี ๆ ส่วนลาซารัสได้รับแต่สิ่งเลว ๆ บัดนี้เขาได้รับการบรรเทาใจที่นี่ ส่วนลูกต้องรับทรมาน ยิ่งกว่านั้น ยังมีเหวใหญ่ขวางอยู่ระหว่างเราทั้งสอง จนใครที่ต้องการจะข้ามจากที่นี่ไปหาลูก ก็ข้ามไปไม่ได้ และผู้ที่ต้องการจะข้ามจากด้านโน้นมาหาเรา ก็ข้ามมาไม่ได้ด้วย” ‘เศรษฐีจึงพูดว่า “ท่านพ่อ ลูกอ้อนวอนให้ท่านส่งลาซารัสไปยังบ้านบิดาของลูก เพราะลูกยังมีพี่น้องอีกห้าคน ขอให้ลาซารัสเตือนเขาอย่าให้มายังสถานที่ทรมานแห่งนี้เลย” อับราฮัมตอบว่า “พี่น้องของลูกมีโมเสสและบรรดาประกาศกอยู่แล้ว ให้เขาเชื่อฟังท่านเหล่านั้นเถิด” แต่เศรษฐีพูดว่า “มิใช่เช่นนั้น ท่านพ่ออับราฮัม ถ้าใครคนหนึ่งจากบรรดาผู้ตายไปหาเขา เขาจึงจะกลับใจ” อับราฮัมตอบว่า “ถ้าเขาไม่เชื่อฟังโมเสสและบรรดาประกาศก แม้ใครที่กลับคืนชีวิตจากบรรดาผู้ตายเตือนเขา เขาก็จะไม่เชื่อ”
(ลูกา 16:19-31)








วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ความเจริญและความเสื่อมของอารยธรรม

ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังอยู่ปลายยุคสมัยของความเจริญรุ่งเรือง  และโลกกำลังอยู่ในยุคสมัยของความเสื่อม  มนุษย์ตกอยู่ในกระแสของความโลภ  โลกียนิยม  การหย่าร้าง  ความสำส่อนทางเพศ  และการทำลายพื้นฐานโครงสร้างของอารยธรรมที่ดีงาม  นั่นคือ ครอบครัว  วัฒนธรรมที่ดีงามกำลังเจ็บป่วย  และกำลังอยู่ในขั้นสุดท้ายของโรคร้าย  ความจริงอันเจ็บปวดนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559

The Hidden Rebellion



ภาพยนตร์ตัวอย่างเรื่อง The Hidden Rebellion ผลิตโดย Ignatius Press เล่าเรื่องราวความเชื่อของชาวบ้านในหมู่บ้าน Vendee ของฝรั่งเศสในยุคมืดของการปฏิวัติฝรั่งเศส  หลังจากโค่นล้มระบอบกษัตริย์ได้แล้ว  รัฐบาลของกลุ่มปฏิวัติพยายามกำจัดความเชื่อคาทอลิกให้หมดสิ้นไปจากประเทศ  ชาวบ้าน Vendee รวมตัวกันต่อสู้กับทหารเพื่อปกป้องความเชื่อของพวกเขา  จึงถูกทหารสังหารจนหมดสิ้น  ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างโดย Daniel Rabourdin ซึ่งเป็นพลเมืองอเมริกัน แต่เกิดและได้รับการศึกษาในฝรั่งเศส

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ลัทธิคอมมิวนิสต์ล่มสลายอย่างไร



         เหตุการณ์ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์อย่างหนึ่งก็คือการได้รับชัยชนะด้วยอำนาจฝ่ายจิตเหนือความอธรรมในโลก  นี่เป็นเรื่องราวของ  พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 และการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์  วีดีโอนี้เล่าถึงบทบาทของพระสันตปาปายอห์นปอลที่2 ในการโค่นล้มลัทธิคอมมิวนิสต์และทำให้ยุโรปตะวันออกได้รับอิสรภาพจากการกดขี่ของระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์  จุดเริ่มต้นจากโปแลนด์  ต่อไปก็ที่รัสเซียอันเป็นต้นกำเนิดของลัทธิคอมมิวนิสต์เอง  หลังจากนั้นกำแพงเบอร์ลินก็พังทลายลง  ประเทศคอมมิวนิสต์อื่นๆก็เปลี่ยนแปลงตามมาเป็นลำดับ
         นี่คือชัยชนะของพระเยซูเจ้าและแม่พระในการปราบเจ้าซาตานและทำลายผลงานที่มันสร้างไว้บนโลกนี้  โดยอาศัยพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ผู้เป็นเครื่องมือของพระเป็นเจ้า  พระองค์ไม่ได้ใช้อาวุธในการปลดปล่อยมนุษย์จากอำนาจของความมืด  พระองค์ใช้แต่อำนาจฝ่ายจิตด้วยพลังจิตใจของมนุษย์ผู้มีความเชื่อในพระเป็นเจ้าได้ทำลายอำนาจของปีศาจและผู้ไม่มีความเชื่อลงอย่างราบคาบ   

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สาส์นแม่พระ2+25ต.ค.2016

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 ต.ค. 2016
ลูกที่รักทั้งหลาย
วันนี้แม่ขอให้ลูกสวดภาวนาเพื่อสันติภาพ
จงละทิ้งความเห็นแก่ตัวและดำรงชีวิตด้วยสาส์นที่แม่มอบให้แก่ลูก

ปราศจากสาส์นเหล่านี้  ลูกจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของลูกได้
โดยการดำรงชีวิตในการสวดภาวนา  ลูกจะมีสันติภาพ  โดยการดำรงชีวิตในสันติภาพ  ลูกจะสัมผัสได้ถึงความจำเป็นในการเป็นพยาน  เพราะลูกจะค้นพบพระเป็นเจ้า  พระผู้ซึ่งในขณะนี้พวกลูกรู้สึกว่าพระองค์ทรงอยู่ห่างไกล
เพราะฉะนั้น  ลูกน้อยทั้งหลาย  จงสวดภาวนา สวดภาวนา  สวดภาวนาและให้พระเป็นเจ้าเข้ามาในหัวใจของลูก
จงหันกลับมาทำการอดอาหารและสารภาพบาปเพื่อที่ลูกจะมีชัยชนะเหนือปีศาจที่อยู่ในตัวลูกและอยู่รอบๆลูก
ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่
 
สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 ต.ค. 2016
ลูกที่รักทั้งหลาย
องค์พระจิตเจ้าทรงทำให้แม่เป็นมารดาของพระเยซูเจ้าตามพระประสงค์ของพระบิดาสวรรค์  และเพราะเหตุนี้  แม่จึงเป็นแม่ของพวกลูกด้วย
              เพราะเหตุนี้แม่จึงมาหาลูกเพื่อที่แม่จะได้โอบกอดลูกด้วยความรักเยี่ยงมารดาของแม่  เพื่อมอบหัวใจของแม่แก่ลูกและเรียกลูกให้คงอยู่กับแม่  เพราะจากบนไม้กางเขน  องค์พระบุตรของแม่ทรงมอบพวกลูกไว้กับแม่
แต่น่าเศร้าใจที่พวกลูกของแม่จำนวนมากยังคงไม่มารู้จักความรักขององค์พระบุตรของแม่  พวกเขาหลายคนไม่ต้องการมารู้จักพระองค์
โอ, ลูกทั้งหลายของแม่,  สิ่งชั่วร้ายมากมายสักเพียงใดที่พวกเขาได้กระทำ  พวกเขาต้องเห็นและเข้าใจเพื่อจะได้กลับใจมาเชื่อ
  นี่คือสาเหตุที่พวกลูก – ลูกทั้งหลายของแม่ , อัครสาวกของแม่   ในความเงียบสงบของลูก, จงฟังเสียงขององค์พระบุตรของแม่เถิด  เพื่อหัวใจของลูกจะได้เป็นบ้านที่พำนักของพระองค์  เพื่อหัวใจนั้นจะไม่มืดมิดและเศร้าหมอง  แต่จะสว่างไสวด้วยแสงจากองค์พระบุตรของแม่
จงแสวงหาความหวังด้วยความเชื่อ  เพราะความเชื่อเป็นชีวิตของวิญญาณ
แม่ขอเรียกร้องจากลูกอีกครั้งหนึ่ง  จงสวดภาวนา  สวดภาวนาเพื่อที่จะได้ดำรงอยู่ในความถ่อมตนด้วยความเชื่อ  ดำรงอยู่ในสันติภาพฝ่ายจิต  และได้รับการส่องสว่างด้วยแสงขององค์พระบุตร
ลูกทั้งหลายของแม่, อย่าพยายามเข้าใจทุกสิ่งในทันทีทันใด  เพราะแม่เองก็ไม่ได้เข้าใจทุกสิ่งในทันทีทันใด  แต่แม่รักและเชื่อในพระวาจาอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งองค์พระบุตรของแม่ตรัส – พระองค์คือแสงสว่างแสงแรกและเป็นการเริ่มต้นของการไถ่กู้
อัครสาวกแห่งความรักของแม่เอ๋ย – พวกลูกที่สวดภาวนา, จงเสียสละตนเอง  จงรักและไม่ตัดสินผู้อื่น – พวกลูกจงออกไปและเผยแพร่ความจริง  นั่นคือเผยแพร่พระวาจาขององค์พระบุตรของแม่  เผยแพร่พระวรสาร  เพราะพวกลูกดำรงชีวิตอยู่ในพระวรสาร  พวกลูกเป็นรังสีแห่งแสงขององค์พระบุตรของแม่
องค์พระบุตรของแม่และแม่เองจะอยู่กับพวกลูกเพื่อให้กำลังใจและทดสอบพวกลูก
ลูกทั้งหลายของแม่  จงวิงวอนขอพระพรจากบรรดาท่านเหล่านั้น  คือจากผู้ที่มือของพวกท่านได้รับการอวยพรจากองค์พระบุตรของแม่  นั่นคือบรรดานายชุมพาบาลของพวกลูก
ขอขอบใจลูก


วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ครบรอบ100ปีอัศจรรย์ดวงอาทิตย์ที่ฟาติมา


         ครบรอบ 99 ปีของการเกิดอัศจรรย์ดวงอาทิตย์ที่ฟาติมา  เมื่อวันที่13 ต.ค. 1917 เกิดอัศจรรย์แห่งดวงอาทิตย์ที่ฟาติมา  โปรตุเกส  แม่พระทรงประจักษ์แก่เด็กสามคน และอัศจรรย์เกิดขึ้นตามที่แม่พระทรงสัญญาไว้  ผู้ที่มาชุมนุมต่างเห็นดวงอาทิตย์หมุนส่งแสงกระจายออกไปโดยรอบๆ  และในทันทีทันใด เหมือนดวงอาทิตย์หลุดออกจากตำแหน่งของมัน และตกลงมายังโลก  ทุกคนต่างหวาดกลัวบางคนร้องขอให้พระเจ้าอภัยบาปให้แก่เขา  วันนั้นมีคนที่มาชุมนุมประมาณ 70,000 คน มาจากทุกชนชั้น  ทุกฐานะ ทุกอาชีพ มีทั้งผู้ที่เชื่อและไม่เชื่อ   ปี 2017 ก็จะครบ 100 ปีของการประจักษ์ที่ฟาติมา  เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะพระสันตปาปาเลโอที่ 13 ทรงมีนิมิตว่าปีศาจได้ท้าทายพระเป็นเจ้าว่าถ้าให้เวลามัน 100 ปีมันจะทำลายพระศาสนจักรบนโลกนี้ได้  ดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ต่างๆบนโลกนี้ที่ทำให้มนุษย์ละทิ้งพระเป็นเจ้า  อันเป็นผลงานที่ปีศาจสร้างไว้  มนุษย์ถูกครอบงำทั้งระบบความคิด ระบบการเมือง  ระบบเศรษฐกิจ  ระบบการศึกษา  ความบันเทิง ฯลฯ 
         พระเยซูเจ้าในฐานะพระผู้ไถ่และแม่พระในฐานะผู่ร่วมไถ่กู้ของพระคริสตเจ้า  ทั้งสองพระองค์จะทรงทำลายซาตานและผลงานของมันในโลกนี้  ผลงานบางส่วนของมันถูกทำลายไปแล้ว  นั่นคือการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ในรัสเซียและทั่วโลก  ผลงานอื่นๆของมันก็จะต้องถูกทำลายไปเช่นเดียวกันในอนาคตอันใกล้นี้  เราสามารถมีส่วนร่วมกับพระเป็นเจ้าและแม่พระได้ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำของแม่พระ  นั่นคือ  สวดสายประคำทุกวัน  แก้บาปรับศีลบ่อยๆ  ปฏิบัติหน้าที่ในชีวิตประจำวันอย่างดีที่สุด  มีความเมตตาต่อผู้อื่น  มีความรักความศรัทธาต่อพระเป็นเจ้าและแม่พระ

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ปารีส2016



ปารีส 2016 : สภาพของถนนสายสำคัญในกรุงปารีสซึ่งแต่เดิมมีความสวยงาม  ต้องอยู่ในสภาพที่พังเสียหายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  ผู้ชายชาวอัฟริกันเกือบ 2,000 คนที่ลี้ภัยมายังยุโรปได้รวมตัวกันที่ถนน Avenue de Flandres, 19th Arrondissement และยึดเป็นที่หลับนอนเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2016 นอกจากทิ้งสิ่งของ,ถ่ายปัสสาวะอุจาระบนถนนแล้วก็ยังทำลายทรัพย์สินที่เป็นสาธารณสมบัติด้วย  เมื่อตำรวจยกกำลังมาขับไล่  พวกเขาก็ต่อสู้ด้วยการขว้างปาสิ่งของต่างๆ ชายอัฟริกันเหล่านี้ต้องการได้รับอนุญาติให้อยู่ในปารีสเป็นการถาวร  และต้องการบ้านพักและสวัสดิการต่างๆในการดำรงชีวิตจากทางรัฐบาลฝรั่งเศส  ถ้าหากกระแสการอพยพลี้ภัยของขาวอัฟริกันมายังฝรั่งเศสยังคงดำเนินต่อไป  ชาวฝรั่งเศสเองจะกลายเป็นคนกลุ่มน้อยในประเทศของตนเองทันที

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ลำดับวงศ์วานของพระเยซูเจ้า

อาณาจักรของพระเป็นเจ้าใหญ่พอที่จะรวบรวมคนร่ำรวยและคนยากจน  คนแข็งแรงและคนเจ็บป่วย  นักบุญและคนบาปเอาไว้ได้  ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในพระอาณาจักรของพระองค์
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ในหลวงกับพระสันตปาปา


10 พ.ค. 1984 พระสันตะปาปายอห์นปอลที่2 เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และทรงเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สดุดีที่72คำอธิษฐานเพื่อกษัตริย์



บทสดุดีที่ 72 คำอธิษฐานเพื่อกษัตริย์
               ข้าแต่พระเจ้าจอมสวรรค์                ข้าฯ วอนทรงธรรม์ประภาศรี
โปรดสอนกษัตริย์ให้ทรงมี                            ยุติธรรมเยี่ยงที่พระทรงธรรม์
               เพื่อกษัตริย์ปกครองผองผสก        เที่ยมธรรมดิลกมิแปรผัน
คนมีคนจนคนเหมือนกัน                               อย่าได้แบ่งชั้นขีดขั้นคน
               ขอให้ประเทศทั่วเขตขัณฑิ์             รุ่งโรจน์สุขสันติ์ทุกแห่งหน
ชื่นชมเที่ยงธรรม์อันมงคล                             ดั่งนี้ปวงชนได้ร่มเย็น
               ขอให้กษัตริย์ทรงตัดสิน                 คนจนทั้งสิ้นที่ทุกข์เข็ญ
โดยยุติธรรมทุกประเด็น                                 ทั้งทรงเล็งเห็นทุรพล
ขอให้พระองค์ทรงช่วยเขา             ผ่อนหนักเป็นเบาคนขัดสน
แต่ปราบคนข่มขี่ผู้คน                                     อย่าให้เขาพันอาชญา
ขอให้ทั่วหน้าประชาชี                    ดำรงเสรีพระศาสนา
ตราบเท่าดวงตะวันและจันทรา                    ยังคงส่องหล้าตลอดไป
ขอให้กษัตริย์เป็นเช่นฝน                โปรดสัตว์ผู้คนให้สดใส
หลั่งมาจากฟ้าสุราลัย                                     รดทุ่งนาไร่และแผ่นดิน
               ให้ทรงบริสุทธิ์ยุติธรรม                   ทรงเป็นผู้นำนิจศีล
บ้านเมืองพัฒนาเป็นอาจิณ                            ตราบเท่าจนสิ้นรัชกาล
               และให้พระเกียรติ ธ ดำรง              อยู่ยั่งยืนยงคนเล่าขาน
ตราบเท่าแสงโสมส่องสราญ                        เชิดชูผลงานพระภูมี
               อาณาจักรของพระองค์ไซร้           จะขยายแผ่ไปเสริมศักดิ์ศรี
จากทะเลจดทะเลรุ่งรุจี                                  เสมือนว่ามิมีซึ่งพรมแดน

ขอพระเป็นเจ้าทรงรับพระวิญญาณของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศไว้ในสวรรค์นิรันดรเทอญ
ธ สถิตย์ในดวงใจ

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

มิสซาถวายพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

       คริสตชนบ้านหนองทามน้อย จ.ศรีสะเกษ นับ 1,000 คน ร่วมพิธีบูชามิสซาถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
วันที่ข่าว : 16 ตุลาคม 2559
วันที่ 16 ตุลาคม 2559 นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายนพ พงศ์พลาดิสัย นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับคริสตชนบ้านหนองทามน้อย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ จำนวนกว่า 1,000 คน ประกอบพิธีบูชามิสซา ซึ่งเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในศาสนาคริสต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย โดยมี บาทหลวงบุญพฤกษชาติ ทองอินทร์ รักษาการวัดนักบุญยอแซฟ อัครสังฆมณฑลอุบลราชธานี นำคริสตชนประกอบพิธีบูชามิสซา ณ วัดนักบุญยอแซฟ บ้านหนองทามน้อย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ
บาทหลวงบุญพฤกษชาติ ทองอินทร์ กล่าวว่า เนื่องในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศที่รัก เคารพ และศรัทธายิ่งของปวงชนชาวไทย ตลอดจนพี่น้องศริสตชนลูกวัดนักบุญยอแซฟ บ้านหนองทามน้อยทุกคน เศร้าโศกเสียใจเป็นที่สุด ในวันนี้พวกเราในฐานะคริสตชนที่เกิดใต้ร่มพระบารมีและมีความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ จึงได้ร่วมใจกันอธิฐานภาวนาถวายพิธีบูชามิสซาอย่างตั้งใจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สดุดีบทที่121


บทสดุดีที่ 121  พระเจ้าผู้ปกป้องผองภัย
               ยามเมื่อข้าฯทอดสายตา                                 แลดูภูผา
ความอุปถัมภ์มาจากไหน?
               จากพระเจ้าผู้ทรงฤทธิไกร                            สร้างโลกกว้างใหญ่
รวมหล้าทั้งหมดจดสวรรค์
               ทั้งทรงคุ้มครองปัองกัน                                 มิเคยเคลิ้มฝัน
หรือทรงเผลอสนิทนิทร์ไป
               พระองค์ปกป้องผองภัย                                 อิสราแอลอย่างไร
แก่ท่านก็เช่นเดียวกัน
               พระอาทิตย์ไร้พิษกลางวัน                            ถึงแม้พระจันทร์
ไม่ทำร้ายยามค่ำคืน
               ปลอดภัยทั้งหลับและตื่น                               ท่านจะสดชื่น
ในยามดำเนินไปมา
               พระเจ้าทรงพิทักษ์รักษา                                ด้วยพระทัยเมตตา
บัดนี้   เบื้องหน้า  นิรันดร

ขอพระเป็นเจ้าทรงรับพระวิญญาณของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศไว้ในสวรรค์นิรันดรเทอญ
ธ สถิตในดวงใจ

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ปรีชาญาณบทที่3



ปริชาญาณบทที่ 3 จุดประสงค์เร้นลับของพระเป็นเจ้า
ก. เกี่ยวกับความทุกข์ทรมาน
1.         วิญญาณของคนดีมีธรรมอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ความทุกข์ร้อนใดเล่าจะกล้ำกราย
2.         ในสายตาของคนโฉดเขลา เขาดูเหมือนว่าสิ้นชีวี การลาโลกนี้ดูคล้ายกับเป็นความทุกข์
3.         การพรากจากกันไปดูเหมือนกับเป็นการสูญสิ้น แต่ที่ไหนได้ เขากลับอยู่เย็นเป็นสุข
4.         ในสายตาของมนุษย์ เขาคล้ายกับว่าต้องรับอาชญา แต่เขาก็หวังอย่างเต็มที่ว่าจะได้ชีวิตอมตะ
5.         เขาต้องทนทุกข์เพียงเล็กน้อย แต่แล้วก็จะได้รับพระพรมากมาย เพราะพระเจ้าทรงลองใจ และทรงพบว่า เขาเหมาะสมกับพระองค์
6.         พระองค์ทรงทดลอง เหมือนหลอมทองในเบ้า และทรงพอพระทัยเขา ดังเครื่องยัญบูชา
7.         วาระเมื่อพระองค์เสด็จมาพิพากษา เขาจะรุ่งโรจน์วิไล เขาจะเป็นเหมือนประกายไฟที่ว่องไวในกองฟาง
8.         เขาจะเป็นผู้ตัดสินนานาชาติ และปกครองประชาชาติ พระเป็นเจ้าจะครองราชย์เหนือคนชั่วกาลนาน

ขอพระเป็นเจ้าทรงรับพระวิญญาณของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศไว้ในสวรรค์นิรันดรเทอญ
ธ สถิตย์ในดวงใจ

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บุตรสิรา(17:10-19)



บุตรสิรา (17:10-19) บทเพลงจากพันธสัญญาเก่า การพิพากษาของพระเจ้า
พระทรงไขให้เรารู้พระบัญญัติ                     ผู้ปฏิบัติจะภิญโญสโมสร
พระทรงทำพันธสัญญานิรันดร                     กับนิกรมนุษย์บุตรพระองค์
นัยน์ตามนุษย์ได้ชมความยิ่งใหญ่                 ฤทธิไกรเดชะและพระประสงค์
หูได้ยินพระวจนะของพระองค์                    แว่วดำรงกังวานหวานจับใจ
พระประทานพระบัญญัติประเสริฐสุด        เรื่องมนุษย์สัมพันธ์อันทันสมัย
จงละเว้นความชั่วทั้งปวงไป                         รักกันไว้เพราะทั้งผองพี่น้องกัน
พระเป็นเจ้าทรงธรรม์สัพพัญญู                    ทรงล่วงรู้เท็จและจริงทุกสิ่งสรรพ์
ใครประพฤติอย่างไรที่ไหนกัน                     องค์ทรงธรรม์ทราบแจ้งแห่งกิจจา
พระโปรดให้แต่ละชาติสามารถอยู่                โดยมีผู้ปกครองป้องรักษา
ส่วนมรดกของพระเจ้าเหล่าประชา             มีนามว่าอิสราแอลเด่นรุจี
พฤติการณ์ของเขาเป็นที่ประจักษ์                เฉพาะพระพักตร์ขององค์ผู้ทรงศรี
สว่างแจ้งดุจแสงแห่งสุรีย์                              มิได้มีเคลื่อนคลาดปลาตไป
สิริพึงมีแด่พระบิดา                                       พระบุตราพระจิตผู้เรืองศรี
เหมือนดังในแรกเริ่มแต่เดิมที                       ทั้งบัดนี้และตลอดกาล อาแมน

ขอพระเป็นเจ้าทรงรับพระวิญญาณของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศไว้ในสวรรค์นิรันดรเทอญ
ธ สถิตในดวงใจ

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พิธีมิสซาสำหรับในหลวงที่วัดอัสสัมชัญ



คริสตชนทั่วประเทศร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในฐานะทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภกพระผู้ทรงอุปถัมภ์ทุกศาสนา

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สายจำพวกสีน้ำตาล2


แม่พระแห่งภูเขาคาร์แมล ปี 1251ผู้ใดก็ตามที่เสียชีวิตโดยสวมสายจำพวกนี้อยู่จะไม่ต้องรับความทุกข์ในไฟชั่วนิรันดร”

แม่พระกุหลาบทิพย์  14 กันยายน 1985 “แม่ขอสัญญากับลูกทุกคน  เมื่อลูกสวมสายจำพวกของแม่นี้  ลูกจะไม่ถูกสาปแช่งให้ไปสู่นรก  แม่ขอย้ำว่า  ถ้าลูกกำลังจะสิ้นใจและลูกได้สวมสายจำพวกอยู่  ลูกจะไม่ต้องเห็นไฟนรก”

ในปี 1917 แม่พระแห่งฟาติมาทรงร้องขอกิจปฏิบัติ  5 ประการจากคริสตชนคือ
1)        ถวายตนเองแด่ดวงหทัยนิรมลของแม่พระ
2)        รับศีลมหาสนิทในวันเสาร์ต้นเดือนติดต่อกัน 5 เดือน
3)        มอบถวายพลีกรรมสำหรับการกลับใจของคนบาป
4)        สวดสายประคำหนึ่งสายทุกวัน
5)        *สวมสายจำพวกแห่งภูเขาคาร์แมลเพื่อเป็นเครื่องหมายของการที่เราถวายตนเองแด่แม่พระ
ลูซีอาแห่งฟาติมาเล่าว่า “แม่พระมิได้ตรัสอะไร  แต่พระนางทรงถือสายจำพวกของพระนางขณะที่ประจักษ์บนท้องฟ้าในการประจักษ์ครั้งสุดท้ายที่ฟาติมา  แม่พระทรงทำเช่นนี้เพื่อบ่งบอกว่าพระนางทรงประสงค์ให้พวกเราทุกคนสวมสายจำพวกนี้  การสวดสายประคำและสายจำพวกเป็นสองสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้  และเหตุผลที่เราต้องสวมใส่สายจำพวกนี้ก็เพราะเป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าเราได้ถวายตนเองแด่ดวงหท้ยนิรมลของพระนางมารีย์นั่นเอง”

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สายจำพวกสีน้ำตาล1

Rev. Howard Rafferty, O. Carm.  เล่าให้ฟังว่า
            ผมได้เห็นพระนางมารีย์ทรงรักษาสัญญาของพระนาง  ในวันหนึ่งในเมืองใกล้กับชิคาโก  ผมถูกเรียกให้ไปอยู่สวดให้ชายคนหนึ่งซึ่งใกล้จะสิ้นใจ  เขาหันหลังให้โบสถ์เป็นเวลานานหลายสิบปีและไม่
 ได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์  เขาไม่ต้องการพบกับผม  เขาตั้งใจจะไม่พูดอะไร  แต่ผมขอร้องให้เขามองดูที่สายจำพวกเล็กๆที่ผมห้อยคออยู่  ผมพูดกับเขาว่า  “คุณจะยอมสวมมันไหมถ้าผมจะใส่ให้คุณ?”  ผมไม่ขออะไรมากไปกว่านี้  เขายินยอมที่จะใส่  และภายในหนึ่งชั่วโมง  เขาก็รับศีลอภัยบาปและมีสันติสุขในพระเจ้า  เรื่องนี้ทำให้ผมประหลาดใจมาก  เป็นเวลา 700 ปีแล้วที่แม่พระทรงทำงานโดยผ่านทางสายจำพวกของพระนางนี้

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สารพิษในผัก

ผักสด และผลไม้ที่วางขายในท้องตลาดทั่วไป ส่วนใหญ่มักมีสารพิษ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตกค้างอยู่ทั้งสิ้น ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นสารพิษเหล่านั้นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้นเพื่อ ความปลอดภัยในการบริโภคเราจึงต้องล้างผักผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทาน วิธีการล้างก็มีมากมาย ตั้งแต่การใช้ด่างทับทิม ใช้น้ำส้มสายชู ใช้เบกกิ้งโซดา หรือวิธี การล้างด้วยน้ำเปล่าให้ไหลผ่านผักผลไม้.....ดูวีดีโอ

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

หญิงชราอายุ101ปีรับศีลมหาสนิทครั้งแรก

Rio de Janeiro, Brazil, Oct 2, 2016 / 02:29 pm (CNA/EWTN News).-
นางโดนา  เพนยา Dona Penha  มาอยู่ที่บ้านพักคนชราประมาณหนึ่งปีมาแล้ว บ้านพักนี้ดำเนินงานโดยซิสเตอร์คณะแม่พระแห่งสายประคำแห่งฟาติมา  มีโบสถ์น้อยอยู่ที่นี่ซึ่งประกอบพิธีมิสซาทุกวัน
              นางโดนา มาร่วมพิธีมิสซาพร้อมกับหญิงคนอื่นๆ  และวันหนึ่งเธอก็ขอไปสารภาพบาป  คุณพ่อ Domingos Sávio Silva Ferreira ทราบว่าเธอยังไม่เคยรับศีลมหาสนิทมาก่อนเลย  จึงขอให้ซิสเตอร์ช่วยสอนคำสอนเธอ  และเตรียมตัวเธอในการรับศีลมหาสนิท  หลังจากนั้นเธอจึงได้รับศีลมหาสนิทเป็นครั้งแรก 

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

อัศจรรย์ศีลมหาสนิทในอินเดีย(ใหม่)

หนังสือพิมพ์ Deccan Chronicle ในอินเดียรายงานว่ามีศีลมหาสนิทได้หลั่งโลหิต (รูปภาพข้างบน)
เหตุการณ์นี้เกิดในโบสถ์น้อยของโรงเรียนแห่งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “วันอาทิตย์มีหลายคนมาที่โบสถ์น้อยของโรงเรียนมัธยมเซนต์ฟรานซิส ซึ่งตั้งอยู่ที่ Secunderabad  หลังจากที่ทราบข่าวนี้  แผ่นศีลได้หลั่งโลหิตให้เห็นเมื่อถูกบรรจุไว้ในรัศมีและตั้งอยู่บนพระแท่น  กลุ่มคนหกคนเป็นผู้สังเกตเห็น “จุดสีแดงของโลหิต”ในตอนบ่าย  ซึ่งประกอบด้วยซิสเตอร์สองคนที่กำลังสวดภาวนาในโบสถ์ในวันที่ 2 ต.ค. 2016 อันเป็นวันสำคัญของประเทศอินเดีย  ซิสเตอร์ทั้งสองอยู่ที่อารามแห่งนี้และเป็นผู้จัดเตรียมพิธีบูชาศีลมหาสนิทในเวลาบ่ายสามโมง”
หนังสือพิมพ์ได้ลงคำพูดของซิสเตอร์ที่เล่าว่า  หลังจากนั้นประมาณสิบนาที  เธอก็เห็นจุดสีแดง “มันดูเหมือนรอยแผลเล็กๆ  ไม่นานต่อมาหยดเลือดก็พุ่งออกมาและแพร่กระจายไปทั่วแผ่นศีล”
หนังสือพิมพ์ได้ให้ข้อคิดแก่ผู้ที่แห่กันไปชมแผ่นศีลนี้ว่า
“ถ้าพระองค์ทรงหลั่งโลหิตในครั้งนี้  ก็เป็นเพราะบาปของประชาชนและเป็นการส่งสาส์นถึงประชาชนว่าพวกเราควรหันหลังให้กับธรรมชาติในบาปและกลับมาหาพระองค์”
หนังสือพิมพ์กล่าวต่อไปว่า “ยังไม่มีการประกาศรับรองอย่างเป็นทางการจากสังฆมณฑลไฮเดอลาบัด   จะต้องมีการพิจารณาสอบสวนอย่างเป็นระบบก่อนที่จะมีการประกาศว่าเป็นอัศจรรย์หรือไม่  เคยมีรายงานข่าวว่ามีโลหิตหลั่งจากพระรูปแม่พระ  แต่นี่เป็นครั้งแรกที่โลหิตหลั่งออกจากแผ่นศีลในรัฐ Telugu

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559

คุณธรรมของแม่พระ

คุณธรรมของแม่พระทำให้มีผลสืบเนื่องไปถึงการได้รับชัยชนะขององค์พระบุตรของพระนาง - พระเยซูคริสตเจ้า  ทำให้พระนางทรงพิชิตและสยบความชั่วร้ายของมารซาตานได้อย่างราบคาบ  ซาตานกลัวพระนางมารีย์เป็นอย่างยิ่ง 
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แอ็ปโทรศัพท์สำหรับคริสตชน


'Images of Jesus' เป็นชื่อของฟรีแอ็ปที่ให้คุณสามารถดูรูปภาพมากมายของพระเยซูเจ้า  แม่พระ  และนักบุญทั้งหลาย  และยังมีรูปถ่ายของพระสันตปาปาฟรังซิสด้วย
รูปภาพมากมายนี้สามารถบันทึกใน "favorite” และกลับมาดูได้ในภายหลังอย่างสะดวกรวดเร็ว
คุณยังสามารถแบ่งปันรูปภาพเหล่านี้ในโซเชียลมีเดียได้  หรือทำเป็นวอลล์เปเปอร์สำหรับโทรศัพท์ก็ได้
แอ็ปนี้ใช้กับระบบแอนดรอยด์และเชื่อมต่อได้ทางอินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พระสันตปาปาเสด็จเยือนเมืองที่เกิดแผ่นดินไหว



05-10-2016  พระสันตปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนเมืองที่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 24 ส.ต. 2016 ในอิตาลี
พระองค์เริ่มต้นไปที่โรงเรียนที่พัง  และทรงทักทายกับชายที่สูญเสียภรรยาและลูกสองคน
ต่อมาทรงไปที่ "red zone”, สถานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากแผ่นดินไหว  พระองค์ขอบคุณหน่วยดับเพลิงที่ได้ช่วยชีวิตคนไว้หลายคน  เจ้าหน้าที่กล่าวกับพระสันตปาปาว่า
“การเสด็จเยี่ยมของพระองค์เป็นข่าวดีมากสำหรับประชาชน  และสำหรับพวกเราที่ทำงานที่นี่ด้วย”
“คนเหล่านี้สูญเสียทุกสิ่ง”
“เรามาเพื่อดูว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง”
พระสันตะปาปาทรงสวดภาวนาเงียบๆที่ด้านหน้ากองปรักหักพัง
ต่อมาทรงไปที่บ้านพักฟื้นของผู้ป่วย  หลายคนสูญเสียบ้านของเขา
ต่อมาทรงไปที่เมือง Accumoli ซึ่งได้รับความเสียหายมากเช่นกัน  พระองค์ทรงสวดภาวนาที่หน้าโบสถ์นักบุญฟรานซิสที่พังเสียหาย
พระสันตะปาปาทรงนิ่งเงียบและมีหยาดน้ำตาไหล  พระองค์ตรัสกับประชาชนว่าพวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยว  พระองค์ต้องการสวดภาวนากับพวกเขา
สุดท้ายพระองค์ไปที่เมือง San Pellegrino di Norcia และมองดูที่โบสถ์ของเมือง  พระองค์ยืนอยู่เงียบๆและอวยพรซากปรักหักพังของโบสถ์