พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ 25 ก.ย. 2022 เศรษฐีกับลาซารัส

           ‘เศรษฐีผู้หนึ่ง แต่งกายหรูหราด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง จัดงานเลี้ยงใหญ่ทุกวัน คนยากจนผู้หนึ่งชื่อลาซารัส นอนอยู่ที่ประตูบ้านของเศรษฐีผู้นั้น เขามีบาดแผลเต็มตัว อยากจะกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐี มีแต่สุนัขมาเลียแผลของเขา วันหนึ่ง คนยากจนผู้นี้ตาย ทูตสวรรค์นำเขาไปอยู่ในอ้อมอกของอับราฮัม เศรษฐีคนนั้นก็ตายเช่นเดียวกัน และถูกฝังไว้ ‘เศรษฐีซึ่งกำลังถูกทรมานอยู่ในแดนผู้ตาย แหงนหน้าขึ้น มองเห็นอับราฮัมแต่ไกล และเห็นลาซารัสอยู่ในอ้อมอก จึงร้องตะโกนว่า “ท่านพ่ออับราฮัม จงสงสารลูกด้วย กรุณาส่งลาซารัสให้ใช้ปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นให้ลูกสดชื่นขึ้นบ้าง เพราะลูกกำลังทุกข์ทรมานอย่างสาหัสในเปลวไฟนี้” แต่อับราฮัมตอบว่า “ลูกเอ๋ย จงจำไว้ว่า เมื่อยังมีชีวิต ลูกได้รับแต่สิ่งดี ๆ ส่วนลาซารัสได้รับแต่สิ่งเลว ๆ บัดนี้เขาได้รับการบรรเทาใจที่นี่ ส่วนลูกต้องรับทรมาน ยิ่งกว่านั้น ยังมีเหวใหญ่ขวางอยู่ระหว่างเราทั้งสอง จนใครที่ต้องการจะข้ามจากที่นี่ไปหาลูก ก็ข้ามไปไม่ได้ และผู้ที่ต้องการจะข้ามจากด้านโน้นมาหาเรา ก็ข้ามมาไม่ได้ด้วย” ‘เศรษฐีจึงพูดว่า “ท่านพ่อ ลูกอ้อนวอนให้ท่านส่งลาซารัสไปยังบ้านบิดาของลูก เพราะลูกยังมีพี่น้องอีกห้าคน ขอให้ลาซารัสเตือนเขาอย่าให้มายังสถานที่ทรมานแห่งนี้เลย” อับราฮัมตอบว่า “พี่น้องของลูกมีโมเสสและบรรดาประกาศกอยู่แล้ว ให้เขาเชื่อฟังท่านเหล่านั้นเถิด” แต่เศรษฐีพูดว่า “มิใช่เช่นนั้น ท่านพ่ออับราฮัม ถ้าใครคนหนึ่งจากบรรดาผู้ตายไปหาเขา เขาจึงจะกลับใจ” อับราฮัมตอบว่า “ถ้าเขาไม่เชื่อฟังโมเสสและบรรดาประกาศก แม้ใครที่กลับคืนชีวิตจากบรรดาผู้ตายเตือนเขา เขาก็จะไม่เชื่อ”
(ลูกา 16:19-31)








วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557

น้ำเพื่อชีวิต



มูลนิธิของเกาหลีที่รณรงค์ในการหาน้ำสะอาดให้แก่เด็กในประเทศที่ด้อยพัฒนา


วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

หน่วยกู้ภัยอาสาสมัครซีเรีย



หน่วยกู้ภัยของซีเรีย (White Helmet)ได้ช่วยเหลือเด็กทารกอายุเพียง 2 สัปดาห์คนหนึ่งให้รอดชีวิตจากซากปรักหักพังได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เด็กชายชาวซีเรีย


เด็กชายชาวซีเรียคนนี้ต้องหลบซ่อนเป็นเวลาสองวันโดยไม่ได้กินอาหารเลย  เขาต้องกินหญ้าเพื่อประทังชีวิต  หลังจากได้รับความช่วยเหลือ สิ่งที่เขาอยากทำคือกินขนมปัง

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สาส์นแม่พระวันที่ 2-25 ธ.ค. 2014

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 ธ.ค. 2014
ลูกที่รักทั้งหลาย  
  ในวันนี้  แม่ได้อุ้มพระกุมารเยซูมาหาพวกลูกและแม่ได้วอนขอสันติภาพจากพระองค์สำหรับลูก  ให้สันติภาพดำรงอยู่ท่ามกลายพวกลูก  จงสวดภาวนาและเทิดทูนบูชาองค์พระบุตรของแม่เถิดเพื่อที่สันติภาพและความชื่นชมยินดีของพระองค์จะได้เข้าสู่หัวใจของพวกลูก  แม่ได้สวดภาวนาสำหรับลูกให้เปิดหัวใจของลูกมากขึ้นในเวลาสวดภาวนา
ขอขอบใจลูกที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่

สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 ธ.ค. 2014
ลูกที่รักทั้งหลาย 
จงจำไว้ – แม่ขอบอกลูกว่าความรักจะได้รับชัยชนะ แม่รู้ว่าพวกลูกหลายคนสูญเสียความหวัง เนื่องจากสิ่งรอบๆตัวลูก ลูกได้เห็นความทุกข์ ความเจ็บปวด ความอิจฉา ความริษยา...แต่ แม่ เป็นแม่ของลูก แม่อยู่ในอาณาจักรสวรรค์แต่แม่ก็อยู่ที่นี่กับลูกด้วย องค์พระบุตรของแม่ได้ส่งแม่มาอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือพวกลูก เพราะฉะนั้น จงอย่าสูญเสียความหวัง แต่จงติดตามแม่แทน – เพราะชัยชนะแห่งดวงหทัยนิรมลของแม่อยู่ในพระนามของพระเป็นเจ้า องค์พระบุตรสุดที่รักของแม่ทรงคิดถึงพวกลูก พระองค์ทรงคิดถึงพวกลูกอยู่เสมอ จงเชื่อในพระองค์และอาศัยอยู่ในพระองค์เถิด พระองค์ทรงเป็นชีวิตของโลก ลูกทั้งหลายของแม่ การอาศัยอยู่ในองค์พระบุตรหมายถึงการดำเนินชีวิตตามพระวรสาร สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งนี้หมายถึงความรัก การให้อภัยและการเสียสละตนเอง สิ่งนี้จะชำระล้างลูกให้บริสุทธิ์และเปิดทางสู่อาณาจักรสวรรค์ จงสวดภาวนาด้วยความจริงใจ ไม่ใช่เพียงแต่คำพูดเท่านั้น แต่จงสวดภาวนาโดยให้หัวใจพูด ซึ่งจะช่วยลูก เช่นเดียวกับการอดอาหาร เพราะนั่นทำให้ความรัก การให้อภัยและการเสียสละตนเองเพิ่มพูนขึ้น เพราะฉะนั้น จงอย่าได้สูญเสียความหวังแต่จงติดตามแม่ แม่ขอร้องพวกลูกอีกครั้ง ขอให้สวดภาวนาเพื่อนายชุมพาบาลของลูก เพื่อที่ท่านจะได้เพ่งมององค์พระบุตรของแม่อยู่เสมอ พระองค์ผู้ทรงเป็นนายชุมพาบาลองค์แรกของโลกและทรงเป็นเจ้าของครอบครัวทุกครอบครัวในโลกทั้งมวล
ขอขอบใจลูก

การประจักษ์ประจำปีแก่ยาโคบ วันที่ 25 ธ.ค. 2014
การประจักษ์ทุกวันครั้งสุดท้ายแก่ยาโคบวันที่ที่ 12 ก.ย. 1998 แม่พระทรงบอกยาโคบว่าจะประจักษ์แก่เขาปีละครั้งในวันที่ 25 ธ.ค. ในวันนี้แม่พระประจักษ์แก่เขาเวลาบ่าย  2.40  และยาโคลได้บอกสาส์นของแม่พระแก่เรา
“ลูกที่รักทั้งหลาย

วันนี้ ในวันแห่งพระหรรษทาน  แม่ปรารถนาให้หัวใจของลูกแต่ละคนเป็นเหมือนถ้ำเลี้ยงสัตว์ในเบทเลเฮ็มที่ซึ่งองค์พระผู้ไถ่ของโลกทรงบังเกิดมา  แม่เป็นแม่ของลูกผู้ที่รักลูกมากจนไม่อาจประมาณได้และแม่สนใจลูกแต่ละคน  เพราะฉะนั้น ลูกทั้งหลายของแม่ จงมาพึ่งพิงแม่ผู้นี้  เพื่อที่แม่จะได้นำหัวใจของลูกแต่ละดวงไว้เบื้องพระพักตร์องค์พระกุมารเยซู  เพราะด้วยวิธีนี้  หัวใจของลูกจะได้รับรู้ถึงการบังเกิดของพระเจ้าทุกๆวันในหัวใจของพวกลูก  จงยอมให้พระเป็นเจ้าส่องสว่างชีวิตของลูกและหัวใจของลูกด้วยแสงสว่างและความชื่นชมยินดี  เพื่อที่ลูกจะได้ส่องสว่างและเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้อื่นซึ่งยังอยู่ในความมืดมิด และยังไม่ยอมเปิดใจให้แก่พระเป็นเจ้าและพระหรรษทานของพระองค์ 
ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่”

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

การบังเกิดของพระเยซูเจ้า



พระวรสารนักบุญมัทธิว

18เรื่องราวการประสูติของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นดังนี้ พระนางมารีย์ พระมารดาของพระองค์ได้หมั้นอยู่กับโยเซฟ แต่ก่อนที่ท่านทั้งสองจะครองชีวิตอยู่ร่วมกัน ก็ปรากฏว่าพระนางตั้งครรภ์แล้วเดชะพระจิตเจ้า 19โยเซฟคู่หมั้นของพระนาง เป็นผู้ชอบธรรม ไม่อยากฟ้องหย่าพระนางอย่างเปิดเผย จึงคิดถอนหมั้นอย่างเงียบๆ 20 ขณะที่โยเซฟกำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่ ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็มาเข้าฝัน กล่าวว่า 'โยเซฟ โอรสกษัตริย์ดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของท่านเลย เพราะว่าเด็กที่ปฏิสนธิในครรภ์ของนางนั้นมาจากพระจิตเจ้า 21นางจะให้กำเนิดบุตรชาย ท่านจงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า เยซู เพราะเขาจะช่วยประชากรของเขาให้รอดพ้นจากบาป'22เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพื่อพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ตรัสผ่านประกาศกจะเป็นความจริงว่า23หญิงพรหมจารีจะตั้งครรภ์และจะคลอดบุตรชายซึ่งจะได้รับนามว่า"อิมมานูเอล"แปลว่า'พระเจ้าทรงสถิตกับเรา' 24เมื่อโยเซฟตื่นขึ้น เขาก็ทำตามที่ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้สั่งไว้ คือรับภรรยามาอยู่ด้วยกัน 25แต่เขามิได้มีเพศสัมพันธ์กับนางจนกระทั่งนางได้ให้กำเนิดบุตรชาย โยเซฟจึงตั้งชื่อกุมารนั้นว่า เยซู

             พระวรสารนักบุญลูกา

ครั้งนั้น พระจักรพรรดิออกัสตัสaทรงออกพระราชกฤษฎีกาให้มีการสำรวจสำมะโนประชากรทั่วจักรวรรดิโรมัน 2การสำรวจสำมะโนประชากรครั้งแรกนี้มีขึ้นเมื่อคีรินีอัสเป็นผู้ว่าราชการแคว้นซีเรีย 3ทุกคนต่างไปลงทะเบียนในเมืองของตน 4โยเซฟออกเดินทางจากเมืองนาซาเร็ธในแคว้นกาลิลีไปยังเมืองของกษัตริย์ดาวิดชื่อเบธเลเฮมในแคว้นยูเดีย เพราะโยเซฟสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์กษัตริย์ดาวิด 5ท่านไปลงทะเบียนพร้อมกับพระนางมารีย์ ซึ่งกำลังทรงพระครรภ์ 6ขณะที่อยู่ที่นั่น ก็ถึงกำหนดเวลาที่พระนางมารีย์จะมีพระประสูติกาล 7พระนางประสูติพระโอรสองค์แรกcทรงใช้ผ้าพันพระวรกายพระกุมารนั้น แล้วทรงวางไว้ในรางหญ้า เนื่องจากไม่มีที่ในห้องพักแรมเลยd 8ในบริเวณนั้นมีคนเลี้ยงแกะกลุ่มหนึ่งอยู่กลางแจ้ง กำลังเฝ้าฝูงแกะในยามกลางคืน 9ทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเจ้าปรากฏองค์ต่อหน้าเขา และพระสิริของพระเจ้าก็ส่องแสงรอบตัวเขา คนเลี้ยงแกะมีความกลัวอย่างยิ่ง 10แต่ทูตสวรรค์กล่าวแก่เขาว่า "อย่ากลัวเลย เพราะเรานำข่าวดีมาบอกท่านทั้งหลาย เป็นข่าวดีที่จะทำให้ประชาชนทุกคนยินดีอย่างยิ่ง 11วันนี้ ในเมืองของกษัตริย์ดาวิด พระผู้ไถ่ประสูติเพื่อท่านแล้ว พระองค์คือพระคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าe 12ท่านจะรู้จักพระองค์ได้จากเครื่องหมายนี้ ท่านจะพบกุมารคนหนึ่ง มีผ้าพันกายนอนอยู่ในรางหญ้า" 13ทันใดนั้น ทูตสวรรค์อีกจำนวนมากปรากฏมาสมทบกับทูตสวรรค์องค์นั้น ร้องสรรเสริญพระเจ้าว่า

14พระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระเจ้าในสวรรค์สูงสุดและบนแผ่นดิน สันติจงมีแก่มนุษย์ที่พระองค์โปรดปรานf

15เมื่อบรรดาทูตสวรรค์จากเขากลับสู่สวรรค์แล้ว คนเลี้ยงแกะเหล่านั้นจึงพูดกันว่า "เราจงไปเมืองเบธเลเฮมกันเถิด จะได้เห็นเหตุการณ์นี้ที่พระเจ้าทรงแจ้งให้เรารู้" 16เขาจึงรีบไปและพบพระนางมารีย์ โยเซฟ และพระกุมารซึ่งบรรทมอยู่ในรางหญ้า 17เมื่อคนเลี้ยงแกะเห็น ก็เล่าเรื่องที่เขาได้ยินมาเกี่ยวกับพระกุมาร 18ทุกคนที่ได้ยินต่างประหลาดใจในเรื่องที่คนเลี้ยงแกะเล่าให้ฟัง 19ส่วนพระนางมารีย์ทรงเก็บเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ไว้ในพระทัยและยังทรงคำนึงถึงอยู่ 20คนเลี้ยงแกะกลับไปโดยถวายพระพรและสรรเสริญพระเจ้าgในเรื่องต่าง ๆ ที่พวกเขาได้ยินและได้เห็น ตามที่ทูตสวรรค์บอกไว้

เทียนในวันคริสต์มาสที่เยอรมนี



ในระหว่างเทศกาลคริสต์มาส บ้านหลายหลังในเยอรมนีจะประดับหน้าต่างด้วยแสงเทียน  ธรรมเนียมนี้เริ่มต้นโดยคนงานเหมืองถ่านหิน  ในฤดูหนาวพวกเขาจะลงใต้ดินก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและกลับขึ้นมาหลังพระอาทิตย์ตก  แสงเทียนจะเป็นเหมือนสิ่งล่อใจพวกเขา Schwibbogen เป็นแท่นวางเทียนรูปโค้งที่ประดิษฐ์อย่างสวยงาม  มีที่มาจากภูเขาแร่ Ore Mountains (Erzgebirge)ซึ่งอยู่แถวแซกโซนี ในเยอรมนี มันถูกทำขึ้นในปี 1740 ในเมือง Johanngeorgenstadt แท่นวางเทียนในสมัยแรกจะมีแร่ประดับอยู่ด้วยเสมอ จำนวนเทียนขึ้นอยู่กับขนาดของแท่น สมัยแรกจะมี 11 เล่ม

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557

O Come, O Come Emmanuel



เพลง O Come, O Come Emmanuel แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 12 เป็นภาษาลาติน และต่อมาได้แปลเป็นภาษาอังกฤษ  เนื้อเพลงให้ความรู้สึกของความหวังในการรอคอยองค์พระผู้ไถ่  จึงเหมาะที่จะเป็นเพลงในเทศกาลแห่งการรอรับเสด็จพระคริสตเจ้า

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อาสนวิหารแห่งโลเรตโตในอิตาลี



บทแปล
           ระฆังของโลเรตโต มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบสองเมตรและหนักมากกว่า 7,000 กก. ส่งเสียงเชื้อเชิญให้ผู้คนเข้ามาในอาสนวิหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป  อาสนวิหารนี้ไม่เหมือนกับแห่งอื่น  เป็นอาสนวิหารแห่งแรกที่สร้างอุทิศแด่พระแม่มารีย์  เป็นสถานที่ซึ่งได้พบบ้านเดิมของพระนาง  โดยถูกย้ายจากแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มายังอิตาลีอย่างอัศจรรย์  อาสนวิหารแห่งโลเรตโตอยู่ที่จังหวัด แอนโคนา ในอิตาลี  การก่อสร้างอาสนวิหารเริ่มต้นในเดือนมีนาคม รูปแบบสถาปัตย์โกธิคของศตวรรษที่ 15 สิ้นสุดการก่อสร้างในศตวรรษที่ 16  เมืองโลเรตโตในปัจจุบันมีประชากรเพียง 11,000 คน อาศัยอยู่รอบๆอาสนวิหาร  ตามความเชื่อของท้องถิ่น  ในวันที่ 10 ปี 1294 บ้านของแม่พระแห่งนาซาเร็ธถูกเคลื่อนย้ายโดยเหล่าเทวดามายังสถานที่ตั้งในปัจจุบันนี้  แต่การวิจัยเมื่อไม่นานนี้  กล่าวว่าบ้านถูกเคลื่อนย้ายมาทางเรือโดยครอบครัวแองเจลิส( Angelis family) เพื่อปกป้องให้พ้นจากการถูกทำลายจากพวกซาราเซ็นในสงครามครูเสด  อาสนวิหารถูกสร้างขึ้นครอบบ้านของแม่พระ  เหนือพระแท่นบูชามีพระรูปแม่พระแห่งโลเรตโตประดิษฐานอยู่  พระรูปทำด้วยไม้ถูกแกะสลักตามคำสั่งของพระสันตะปาปาปีโอที่ 11 โดยใช้ไม้ซีดาร์เลบานอนซึ่งขึ้นในสวนของวาติกัน  มีผ้าคลุมสีทองคลุมพระรูปอยู่ด้วย
          ในปี 1922 มีการสวมมงกุฎให้แก่พระรูปแม่พระนี้และนำไปประดิษฐานไว้ในอาสนวิหาร ในศตวรรษที่ 16 ผู้แสวงบุญเริ่มสวดบทเร้าวิงวอนแม่พระที่เรียกว่า “บทเร้าวิงวอนแห่งโลเรตโต”  ในไม่ช้าอาสนวิหารก็กลายเป็นที่แสวงบุญที่สำคัญแห่งหนึ่งของคริสตชนทั่วโลก  พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 เคยเสด็จมาเยี่ยมที่นี่หลายครั้ง และทรงพบปะกับเยาวชนในปี 1995 และ 2004  ในเดือนกันยายน 2007 พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงเสด็จมาที่อาสนวิหารเพื่อพบกับเยาวชนอิตาเลียนที่อาโกรา  ในระหว่างการเสด็จเยี่ยมพระองค์ทรงอธิบายว่าบ้านแท้ของแม่พระนั้นมีกำแพงเพียงสามด้านเท่านั้น  ไม่ใช่สี่ด้าน  ดังนั้นบ้านจึงเปิดสำหรับทุกคนให้เข้ามา ไม้กางเขนที่ถูกพบปักอยู่ในหินในบ้านศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นแบบเดียวกับไม้กางเขนที่ใช้กันอยู่ในที่นาซาเร็ธในศตวรรษที่ 2
          เรื่องเล่าเกี่ยวกับบ้านศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถูกเคลื่อนย้ายโดยเหล่าเทวดา กลายเป็นเรื่องที่บรรดานักบินชื่นชอบจึงได้ขอให้แม่พระแห่งโลเรตโตเป็นองค์อุปถัมภ์ของพวกเขา  และมีบทสวดเพื่อขอการปกป้องในการบินของนักบินด้วย
         “ข้าแต่พระมารดาแห่งโลเรตโต  พระแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง  เราวางใจมาพึ่งท่าน โปรดฟังคำภาวนาของเราด้วยความถ่อมตนด้วยเถิด  ศัตรูของความสุภาพถ่อมตนต้องการทำลายคุณธรรมนี้  รวมทั้งสันติภาพ,ความยุติธรรม, ความจริงและความรัก มันต้องการให้เราอยู่ห่างไกลจากองค์พระบุตรของท่าน  โอพระมารดาผู้ทรงรับองค์พระผู้ไถ่ไว้ในพระครรภ์อันนิรมลทินของท่านและทรงอาศัยอยู่กับพระองค์ในบ้านศักดิ์สิทธิ์นี้  ซึ่งได้มาประทับอยู่ที่เนินเขาโลเรตโต  โปรดประทานพระหรรษทานแก่เราเพื่อให้เราแสวงหาและทำตามพระฉบับแบบของพระองค์  ผู้ทรงนำเราไปสู่ความรอดด้วยเถิด”

หมายเหตุ  บ้านแม่พระแห่งโลเรตโตเป็นบ้านที่อยู่ที่นาซาเร็ธ  คนละที่กับบ้านที่เอเฟซุสซึ่งเป็นบ้านที่แม่พระทรงอยู่หลังจากพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์แล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ที่พึ่งที่แท้จริง

เราได้รับความทุกข์ในโลกนี้ไม่มากก็น้อย  เมื่อเรามีความวิตกกังวล  มีความเศร้าโศกในจิตใจ  หรือได้รับความเจ็บป่วยด้านร่างกาย ในเวลาเช่นนี้เราต้องการที่พึ่ง  และเราแสวงหาการปลอบประโลมใจ
...อ่านต่อ

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เค็ก Panettone



ชาวอิตาเลียนนิยมจะทำเค็กที่เรียกว่า Panettone ในวันคริสต์มาส และให้เป็นของขวัญ

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ความป่าเถื่อนของกลุ่ม ISIS


ผู้แทนพระสันตะปาปาเล่าว่า กลุ่ม ISIS ตัดหัวเด็กคริสตชนสี่คนในอิรักเพราะปฏิเสธไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา
Canon Andrew White ซึ่งรู้จักในฐานะผู้แทนพระสันตปาปาแห่งแบกแดด 'vicar of Baghdad'ได้ให้สัมภาษณ์กับ   Orthodox Christian Network ว่า การสังหารนี้เกิดขึ้นในบริเวณที่อยู่ของชาวคริสต์ใกล้กับกรุงแบกแดดซึ่งถูกพวก ISIS ยึดครอง
กลุ่ม ISIS ได้ตามล่าชาวคริสต์ทั่วอิรัก  และได้ฆ่าคนไปเป็นจำนวนมาก พวกมันตัดตัวเด็ก และตัดหัวเด็ก  พวกมันข้นไปทางตอนเหนือของอิรักและทำสิ่งที่ป่าเถื่อนน่าสยดสยองมากมาย”
 “วันหนึ่งพวกมันเดินไปหาคนของเราคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวคริสต์”
 “พวกมันพูดกับชายคนนั้นที่เป็นผู้ใหญ่ว่า แกจะยอมพูดคำที่แสดงถึงการเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลามหรือจะให้เราฆ่าเด็กๆทุกคนของแก
“เขายอมทำตาม  เขาได้พูดคำๆนั้น  และเขาโทรศัพท์มาหาผม พูดว่า ‘Abouna (คุณพ่อ) ผมได้พูดคำๆนั้น  นั่นหมายถึงพระเยซูเจ้า (Yeshua) ไม่ทรงรักผมอีกต่อไปแล้วหรือครับ?  ผมตอบเขาว่า “พระเยซูเจ้ายังคงรักคุณอยู่  พระองค์ทรงรักคุณเสมอ”
ท่าน Canon White กล่าวว่า  เด็กๆที่ถูกฆ่าตัดหัวได้ปฏิเสธที่จะติดตามโมฮัมหมัด
ISIS พูดกับพวกเด็กว่า แกจงพูดว่า แกจะติดตามโมฮัมหมัด”
“เด็กๆเหล่านั้นซึ่งอายุต่ำกว่า 15  มีสี่คนที่พูดว่า “ไม่  เรารักพระเยซูเจ้า (Yeshua) เรารักพระองค์เสมอและเราจะติดตามพระเยซูตลอดไป  พระเยซูอยู่กับพวกเราเสมอ”
พวกมันพูดอีก “จงพูดเดี๋ยวนี้”  เด็กๆพูดว่า “ไม่ เราไม่ทำ”  แล้วพวกมันก็ตัดหัวเด็ก  คุณจะทำอย่างไรในเรื่องนี้?  คุณทำได้แต่เพียงร้องไห้”
ท่าน Canon White เล่าต่อไปว่า  พวกมันยังขู่จะฆ่าท่านด้วย  เวลานี้ท่านอยู่ที่อิสราเอลตามคำสั่งของพระอัครสังฆราชแห่งแคนเทอเบอรี่ให้ออกจากอิรัก  ท่านบอกว่าผู้ร่วมงานของท่านหลายคนยังคงอยู่ทางตอนเหนือของอิรักเพื่อช่วยเหลือคริสตชนที่ลี้ภัย

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ชีวิตหลังความตาย

น.ออกัสติน เป็นปิตาจารย์ของพระศาสนจักร คนแรกที่เป็นผู้พิจารณาไตร่ตรองเรื่องการปรากฏตัวของวิญญาณ....อ่านต่อ

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เรียนภาษาจีนในวันคริสต์มาส



คริสต์มาส เป็นการฉลองวันประสูติของพระเยซูเจ้า  ไม่ใช่ วันเกิดของซานตาคลอส นะครับ

กษัตริย์อับดุลลาห์ แห่งจอร์แดน


LOS ANGELES, CA (Catholic Online) ในระหว่างการให้สัมภาษณ์  กษัตริย์อับดุลลาห์ แห่งจอร์แดน ตรัสว่า กลุ่ม ISIS เป็นปัญหาของชาวมุสลิม  และชาวมุสลิมทั่วโลกจำเป็นต้องร่วมมือกันหยุดคนพวกนี้
“เราต้องลุกขึ้นพูดยืนยันว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด  นี่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับศาสนา  นี่เป็นความชั่วร้ายและพวกเราทุกคนต้องตัดสินใจ” พระองค์ตรัส
“เราต้องลุกขึ้นพูด  นี่เป็นเส้นที่ขีดลงบนพื้นทราย  คนที่เชื่อในความถูกต้องจะมายืนทางด้านนี้  และคนที่ยังไม่ยอมตัดสินใจต้องไปยืนฝั่งตรงข้าม  มันชัดเจนว่านี่เป็นการต้อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว  ข้าพเจ้าคิดว่ามันเป็นสงคราม  ดังที่ข้าพเจ้าพูดกับประธานาธิบดีปูติน  ข้าพเจ้าคิดว่านี่เป็นสงครามโลกครั้งที่สามของพวกเรา”
กษัตริย์อับดุลลาแห่งจอร์แดน ทรงเตือนว่าโลกกำลังอยู่ชายขอบของสงครามโลก  และกลุ่ม ISIS เป็นตัวการในเรื่องนี้
กลุ่มนี้ได้ฆ่าชาวอิรักและซีเรียนับพันคน  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คริสตชนและชนกลุ่มน้อยอื่นๆ  อาสาสมัครชาวสหรัฐและอังกฤษก็ถูกจับตัวและฆ่าโดยกลุ่มนี้ด้วย
กษัตริย์อับดุลลาไม่ทรงคาดหวังว่า  การโจมตีทางเครื่องบินของสหรัฐต่อกลุ่ม ISIS จะเป็นการเพียงพอ “เราจำเป็นต้องมียุทธวิธีที่ดีและมากกว่านี้เพื่อจัดการกับองค์การเหล่านี้ซึ่งเรียกชื่อแตกต่างกัน แต่มีความเชื่ออย่างเดียวกัน”
กษัตริย์อับดุลลา ทรงเปิดเผยเหตุผลที่พระองค์มายังสหรัฐ เพื่อพบกับประธานาธิบดี  พระองค์ทรงหวังจะสถาปนาความร่วมมือในนโยบายทางตะวันออกกลางให้มากขึ้น  เพื่อป้องกันกลุ่มหัวรุนแรงอิสลามไม่ให้มีอำนาจขึ้นจนสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมา”
“นี่เป็นประเด็นที่เราต้องเชื่อมโยงยุทธวิธีของเราเข้าด้วยกันจริงๆ  ข้าพเจ้าทราบว่าเราต้องพุ่งความสนใจไปที่ซีเรียและอิรัก  แต่เราต้องมองไปยังภูมิภาคอื่นๆด้วยเพื่อให้ครอบคลุมประเด็นดังกล่าวนี้”
พระองค์ยอมรับว่ากองกำลังสหรัฐและกองกำลังจากประเทศยุโรปสามารถดำเนินการในภูมิภาคนี้ได้  แต่รัฐบาลของตะวันออกกลางและผู้นำมุสลิมจะต้องร่วมมือด้วย

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อาทิตย์ที่ 2 ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า


7 ธ.ค. 2014 อาทิตย์ที่ 2 ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

แสงของดวงจันทร์จะสว่างเหมือนแสงของดวงอาทิตย์  และแสงของดวงอาทิตย์จะสว่างเป็นเจ็ดเท่า (เหมือนความสว่างของเจ็ดวัน)  ในวันของพระเจ้า  พระองค์จะทรงรักษาบาดแผลของประชากรของพระองค์  พระองค์จะรักษารอยฟกช้ำให้หายด้วยลมหายใจของพระองค์ (อิสยาห์ 30:26)

ข้อคิด

หลายคนอาจเย้ยหยันและไม่เชื่อในอัศจรรย์  ไม่เชื่อว่าพระเยซูเจ้าจะสามารถรักษาคนตาบอดให้กลับแลเห็นได้ในเวลาที่พระองค์ยังดำเนินอยู่ในโลก  พวกเขาไม่ต้องการเห็นอัศจรรย์ที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำในทุกวันนี้ด้วย  ถ้าเราเปิดใจยอมให้พระเป็นเจ้าทรงสัมผัสชีวิตของเรา  และพยายามค้นหาแผนการณ์ของพระองค์ที่ทรงมีต่อเรา  อัศจรรย์ก็จะบังเกิดขึ้น  อะไรหรือที่กีดขวางเราไม่ให้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการณ์ของพระเป็นาเจ้า?  เราจะยังคงตาบอดอยู่อีกหรือ?

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า



เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า เริ่มต้นในวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ย. นี้  ซึ่งถือเป็นปีใหม่ในพระศาสนจักรคาทอลิก  วีดีโอนี้จะอธิบายถึงเทศกาลเตรียมรับเสด็จอย่างสั้นๆเป็นเวลาสองนาที

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คอเดินเบิร์ก



คอเดินเบิร์ก คือ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับเทศกาลคริส­ต์มาสในเยอรมนี

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

จงตื่นเฝ้าระวังเถิด


บทความต่อไปนี้นำมาจาก Scott Hahn:
บทอ่าน
อิสยาห์ 63:16-17, 19
บทสดุดี 80:2-3, 15-16, 18-19
โครินทร์ 1 1:3-9
มก. 13:33-37


ปีใหม่ในพระศาสนจักรเริ่มต้นด้วยคำวิงวอนขอให้พระเป็นเจ้าเสด็จมา “โอพระผู้สถิตในสรวงสวรรค์  โปรดเสด็จมาเถิด”  ประกาศกอิสยาห์ร้องคร่ำครวญในวันนี้  ในบทอ่านที่หนึ่ง

บทสดุดี ก็เช่นเดียวกัน  เราจะได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญของชาวอิสราเอล  วิงวอนต่อพระเป็นเจ้าให้ทอดพระเนตรจากพระบัลลังก์บนสวรรค์  ให้ทรงช่วยเหลือและคุ้มครองประชากรของพระองค์

บทอ่านในวันนี้เป็นบทอ่านสั้นๆ  ใช้ภาษาง่ายๆ  แต่เราจะสังเกตุถึงอารมณ์ที่จริงจังและเปี่ยมด้วยความหวัง  เมื่อประชากรอิสราเอลตระหนักถึงบาปของตน  การที่พวกเขาไม่ถือตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า และความอ่อนแอที่ไม่สามารถปกป้องตนเองได้

ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จนี้  เราจึงควรพิจารณาชีวิตของเรา  ตรวจสอบจิตสำนึกของเรา  เช่นเดียวกับชาวอิสราเอลเหล่านั้น  มีหลายครั้งมิใช่หรือ ที่เรามีใจแข็งกระด้าง  ไม่ทำตามพระบัญญัติ  ออกนอกทางของพระเจ้า  และปฏิเสธความรักของพระองค์?

แต่พระเป็นเจ้าทรงซื่อสัตย์  นักบุญเปาโลเตือนเราในวันนี้ในบทอ่านว่า  พระเป็นเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเรา  พระองค์ทรงจับตามองบรรดาบุตรของพระองค์เสมอ  เพื่อเห็นแก่ชาวอิสราเอลและเห็นแก่พวกเรา  พระองค์จึงทรงเสด็จลงมาจากสวรรค์ – เพื่อไถ่บาปเราทำให้เรากลับคืนดีกับพระเป็นเจ้าและดำรงอยู่ในความรักของพระองค์

ในองค์พระเยซูเจ้า เราได้เห็นพระบิดา (ยน. 14:8-9)  พระบิดาทรงฉายแสงพระพักตร์ของพระองค์มายังเรา  ในองค์พระเยซูเจ้า  พระองค์เป็นนายชุมพาบาลที่ดี (ยน. 10:11 – 15) ที่มานำทางเราไปสู่อาณาจักรสวรรค์  ไม่ว่าเราจะหลงออกนอกทางไปไกลเพียงใด  พระองค์จะประทานชีวิตใหม่ให้แก่เราถ้าเราหันมาหาพระองค์  ถ้าเราเรียกพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์  ถ้าเราสัญญาว่าจะไม่ถอยห่างออกจากพระองค์อีก

ดังที่นักบุญเปาโลกล่าวในวันนี้  พระองค์จะทรงประทานพระพรฝ่ายจิตทุกประการแก่เรา  -  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือศีลมหาสนิทและศีลอภัยบาป  -  เพื่อทำให้เรายืนหยัดอยู่ได้ในขณะที่เรากำลังรอคอยการเสด็จมาครั้งสุดท้ายของพระคริสตเจ้า  พระองค์จะช่วยเราให้ยืนหยัดจนถึงที่สุด   ถ้าหากเรายอมให้พระองค์ช่วยเรา

ดังนั้น  ในเทศกาลนี้  ให้เราสำนึกผิดกลับใจ  จงระลึกถึงพระวาจาของพระเยซูเจ้าในพระวรสารวันนี้  -  จงตื่นเฝ้าระวังเถิด  เพราะท่านไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านจะกลับมาในเวลาใด

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ราชินีราเนีย แห่งจอร์แดน


ราชินีราเนีย แห่งจอร์แดน ประณามกลุ่ม ISIS ว่าทำให้โลกอาหรับ”กลับไปสู่ยุคมืด”....อ่านต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การประจักษ์ที่ ลิทมาโนวา

การประจักษ์ที่ ลิทมาโนวา Litmanova ในประเทศสโลวาเกีย ตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. 1990 – 6 ส.ค. 1995  เป็นการประจักษ์ของแม่พระที่พระศาสนจักรรับรองแล้ว....อ่านต่อ 

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สาส์นแม่พระวันที่ 2 - 25 พ.ย. 2014

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 พ.ย. 2014
ลูกที่รักทั้งหลาย  
ในวันนี้ แม่กำลังเรียกพวกลูกในหนทางพิเศษให้สวดภาวนา  จงสวดภาวนาเถิด  ลูกน้อยทั้งหลาย  เพื่อที่ลูกจะมีความเข้าใจว่าลูกเป็นใครและลูกจำเป็นจะต้องไปยังที่ใด  จงเป็นผู้นำข่าวดีและเป็นประชากรแห่งความหวัง  จงรักทุกคนที่ปราศจากความรัก  ลูกน้อยทั้งหลาย  ลูกจะเป็นทุกสิ่งและจะประสพผลสำเร็จในทุกสิ่ง  ถ้าเพียงแต่ลูกสวดภาวนาและเปิดใจให้แก่น้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า – พระผู้ทรงปรารถนาจะนำทางลูกไปสู่ชีวิตนิรันดร  แม่จะอยู่กับลูกและคอยช่วยเหลือลูกในแต่ละวันเบื้องเฉพาะพระพักตร์ขององค์พระบุตรเยซู
ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่

สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 พ.ย. 2014
ลูกที่รักทั้งหลาย 
แม่มาอยู่กับลูกพร้อมด้วยพระพรขององค์พระบุตรของแม่ ลูกผู้ซึ่งรักแม่และพยายามติดตามแม่
แม่ยังปรารถนาที่จะอยู่กับบรรดาลูกทั้งหลายซึ่งยังไม่ยอมรับแม่ด้วย
สำหรับพวกลูกทุกคน แม่เปิดหัวใจของแม่ที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักและอวยพรลูกด้วยมือของแม่

แม่คือแม่ที่เข้าใจลูก
แม่อยู่ในชีวิตของลูกและอยู่ในความทุกข์และความยินดีของลูก
ลูกผู้ซึ่งมีชีวิตในความเจ็บปวดจะเข้าใจความเจ็บปวดและความทุกข์ของแม่ที่ได้รับอันเนื่องมาจากบรรดาลูกเหล่านั้นของแม่ที่ไม่ยอมให้แสงขององค์พระบุตรของแม่ส่องสว่างในพวกเขา บรรดาลูกเหล่านั้นกำลังดำเนินชีวิตอยู่ในความมืดมิด
เพราะเหตุนี้แม่จึงต้องการพวกลูก – ลูกซึ่งได้รับการส่องสว่างโดยแสงและเข้าใจความจริงแล้ว
แม่กำลังเรียกพวกลูกให้เทิดทูนบูชาองค์พระบุตรของแม่ เพื่อที่วิญญาณของลูกจะได้เติบโตและเข้าถึงความจริงของชีวิตฝ่ายจิต
อัครสาวกทั้งหลายของแม่ แล้วพวกลูกจะสามารถช่วยเหลือแม่ได้
การช่วยเหลือแม่หมายถึง ให้สวดภาวนาสำหรับคนเหล่านั้นที่ยังไม่มารู้จักความรักขององค์พระบุตรของแม่
ในการสวดภาวนาสำหรับพวกเขา ลูกกำลังแสดงให้องค์พระบุตรทราบว่าลูกรักพระองค์และกำลังติดตามพระองค์
องค์พระบุตรทรงสัญญากับแม่ว่า ความชั่วจะไม่มีวันได้รับชัยชนะ ก็เพราะ พวกลูก – วิญญาณที่ชอบธรรม มาอยู่ที่นี่ ; คือบรรดาลูกที่พยายามสวดภาวนาด้วยหัวใจ ลูกผู้ได้มอบถวายความเจ็บปวดและความทุกข์แด่องค์พระบุตรของแม่ ; ลูกผู้เข้าใจว่าชีวิตนี้สั้นเพียงแค่ชั่วพริบตา ; ลูกผู้ใฝ่หาอาณาจักรสวรรค์
สิ่งทั้งหลายนี้ทำให้ลูกเป็นอัครสาวกของแม่และนำพวกลูกมาสู่ชัยชนะแห่งดวงทหัยนิรมลของแม่
เพราะฉะนั้น ลูกทั้งหลายของแม่ จงชำระหัวใจของลูกให้บริสุทธิ์และเทิดทูนองค์พระบุตรของแม่เถิด
ขอขอบใจลูก

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บุญราศีคาโรลินา คอสกา


บุญราศีคาโรลินา คอสกา เป็นเยาวชนสตรีชาวโปแลนด์  เธอได้รับประกาศให้เป็นบุญราศีพรหมจารีย์ จากทางพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก  เธอเสียชีวิตเนื่องจากปฏิเสธและขัดขืนความพยายามของทหารรัสเซียที่จะข่มขืนเธอ  หลังจากเธอเสียชีวิต ประชาชนชาวโปแลนด์ในเมืองของเธอก็ให้ความเคารพนับถือเธอทันที  ได้มีการยื่นเรื่องเพื่อประกาศให้เธอเป็นนักบุญในปี 1965  เธอได้รับการประกาศให้เป็นบุญราศีโดยพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ในปี 1987  คาโรลินา ได้รับการยกย่องให้เป็น มาเรีย กอเรียตตี แห่งโปแลนด์

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พิพิธภัณฑ์วาติกัน 3D



บริษัท . Sharmill Films ร่วมกับพิพิธภัณฑ์วาติกัน ได้ผลิตภาพยนตร์ในระบบความคมชัดสูง Ultra HD 4K/3D เป็นระบบ 3 มิติ  ถ่ายทำในพิพิทภัณฑ์วาติกันและอาสนวิหารซิสทิน  เพื่อแสดงผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยมที่ได้รวบรวมไว้ออกเผยแพร่แก่ภายนอก  อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สาธารณรัฐเช็ค ชับไล่แม่ชี



สาธารณรัฐเช็ค สมัยที่ถูกปกครองโดยคอมมิวนิสต์ปี 1950  รัฐบาลได้ขับไล่บรรดาซิสเตอร์ออกจากคอนแวนต์และให้ไปอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆชื่อ Bila Voda  ซิสเตอร์ต้องอยู่ที่นี่นานหลายสิบปีภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดจากทหาร  พวกท่านต้องปฏิบัติศาสนกิจอย่างลับๆ  ยี่สิบห้าปีผ่านไป  หลังจากการปฏิวัติล้มล้างระบอบคอมมิวนิสต์  หมู่บ้านนี้ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นอนุสรณ์ของบรรดาซิสเตอร์เหล่านี้