พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2024 อาณาจักรของพระเจ้าบนโลก

           พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ประชาชนมาชุมนุมกันอีกจนพระองค์ไม่อาจเสวยและบรรดาศิษย์ก็ไม่อาจกินอาหารได้ เมื่อพระญาติของพระองค์ได้ยินเช่นนี้ ก็ออกไปคุมพระองค์ไว้ เพราะคิดว่าทรงเสียพระสติ
           บรรดาธรรมาจารย์ที่มาจากกรุงเยรูซาเล็มพูดว่า “เขามีปีศาจเบเอลเซบูล สิงอยู่” และ “ขับไล่ปีศาจด้วยอำนาจของเจ้าแห่งปีศาจนั่นเอง” พระองค์จึงทรงเรียกเขาเหล่านั้นเข้ามาพบ ตรัสเป็นอุปมาว่า “ซาตานจะขับซาตานได้อย่างไร ถ้าอาณาจักรหนึ่งแตกแยก อาณาจักรนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้ ถ้าครอบครัวหนึ่งแตกแยก ครอบครัวนั้นก็ตั้งมั่นอยู่ต่อไปไม่ได้ ถ้าซาตานลุกขึ้นต่อสู้กันเองและแตกแยก มันก็อยู่ไม่ได้ ต้องถึงจุดจบ ไม่มีใครเข้าไปในบ้านของคนเข้มแข็งและปล้นเอาทรัพย์ของเขาได้ ถ้าไม่มัดคนเข้มแข็งนั้นไว้ก่อน เมื่อนั้นแหละจึงจะเข้าปล้นบ้านได้ “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า มนุษย์จะรับการอภัยบาปทุกประการรวมทั้งคำดูหมิ่นพระเจ้าที่ได้พูดออกไป แต่ใครที่พูดดูหมิ่นพระจิตเจ้าจะไม่ได้รับการอภัยเลย เขามีความผิดตลอดนิรันดร” พระเยซูเจ้าตรัสเช่นนี้เพราะมีผู้พูดว่า “คนนี้มีปีศาจสิงอยู่”
           พระมารดาและพระญาติของพระองค์มาถึง ยืนรออยู่ข้างนอก ส่งคนเข้าไปทูลพระองค์ ประชาชนกำลังนั่งล้อมพระองค์อยู่ เขาจึงทูลพระองค์ว่า “มารดาและพี่น้องของท่านกำลังตามหาท่าน คอยอยู่ข้างนอก” พระองค์ตรัสถามว่า “ใครเป็นมารดาและพี่น้องของเรา” แล้วพระองค์ทอดพระเนตรผู้ที่นั่งเป็นวงล้อมอยู่ ตรัสว่า “นี่คือมารดาและพี่น้องของเรา ผู้ใดทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ผู้นั้นเป็นพี่น้องชายหญิงและเป็นมารดาของเรา”
(มาระโก 3:20-35)








วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566

50 ปีอากิตะ


อารักขเทวดาของซิสเตอร์ซาซากาวะปรากฏตัวต่อเธอพร้อมกับสาส์นสั้นๆ
>>>อ่านต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ร่างที่ไม่เน่าเปื่อยของนักบุญริต้า


สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อ 
 +++++++++++++++++++++++++++ 
นี่เป็น ครั้งที่ 3 ในรอบ 60 ปี ที่มีการนำร่างกายอันบริสุทธิ์ของนักบุญริต้า ออกมาจากตู้กระจก กลิ่นหอมของดอกกุหลาบซึ่งเป็นลักษณะของ Saint Rita อบอวลไปทั่วทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 
นักบุญริต้า เสียชีวิตในศตวรรษที่ 15 ร่างกายของเธอยังคงสภาพสมบูรณ์และมีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ กลิ่นหอมนี้จะฟุ้งไปทั่วสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 
 นักบุญริต้าบันดาลให้เกิดอัศจรรย์ในวันนี้ อาแมน!
 

วันพุธที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566

อัศจรรย์การกลับใจอาศัยเสื้อจำพวก


เราควรจะมอบเสื้อจำพวก(Scapular) ให้กับผู้ที่ไม่ใช่คาทอลิกด้วย เพราะพระแม่มารีย์จะนำมาซึ่งการกลับใจแก่ผู้ที่จะสวมเสื้อจำพวกนี้และสวดบทวันทามารีย์วันละครั้ง ดังเรื่องจริงต่อไปนี้จะแสดงให้เห็น:

ชายชราคนหนึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาล St. Simon Stock ในนิวยอร์กซิตี้ เขาหมดสติและกำลังจะเสียชีวิต พยาบาลเห็นเสื้อจำพวกสีน้ำตาลบนตัวคนไข้ จึงโทรศัพท์เรียกพระสงฆ์ให้มาที่โรงพยาบาล ขณะที่พระสงฆ์กำลังสวดภาวนาให้ชายที่กำลังจะตาย เขาก็ได้สติและพูดขึ้นว่า
“คุณพ่อครับ ผมไม่ใช่คาทอลิก”
“แล้วทำไมคุณถึงสวมเสื้อจำพวกสีน้ำตาลนี่ล่ะ?” พระสงฆ์ถาม  

“ผมสัญญากับเพื่อนว่าจะสวมมัน” ผู้ป่วยอธิบาย “และจะสวดภาวนาบทวันทามารีย์วันละหนึ่งครั้งด้วย” 
 
“คุณกำลังจะตาย” พระสงฆ์บอกเขา “คุณอยากเป็นคาทอลิกไหม”  
 
“ตลอดชีวิตของผม ผมอยากเป็นครับ” ชายที่กำลังจะตายตอบกลับ  
 
เขารับศีลล้างบาป, รับศีลสำหรับผู้ใกล้ตาย และเสียชีวิตอย่างสงบ พระแม่มารีย์รับดวงวิญญาณอีกดวงหนึ่งภายใต้เสื้อคลุมของพระนางโดยอาศัยเสื้อจำพวกที่เขาสวมใส่นี้ 
 

วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566

พิธีมิสซาและวิญญาณในไฟชำระ


"เอากิจการดีทั้งหมดมารวมกันก็ไม่สามารถนำมาเทียบเท่ากับคุณค่าของมิสซาศักดิ์สิทธิ์แม้เพียงมิสซาเดียว เพราะกิจการดีเหล่านั้นเป็นงานของมนุษย์ แต่พิธีมิสซาเป็นงานของพระเจ้า" - นักบุญยอห์น เวียนเนย์,เจ้าอาวาสแห่งอารส์

เมื่อนักบุญยอห์นแห่งอาวิลาอยู่บนที่นอนในเวลาใกล้จะเสียชีวิต,บรรดาญาติถามท่านว่าท่านปรารถนาสิ่งใดมากที่สุดหลังมรณภาพ นักบุญตอบทันทีว่า "พิธีมิสซา....พิธีมิสซา.... ไม่มีอะไรอื่นนอกจากพิธีมิสซา

นักบุญเจอโรมเขียนว่า "สำหรับทุกๆมิสซาที่มีการประกอบด้วยความศรัทธา,วิญญาณจำนวนมากจะออกจากไฟชำระและขึ้นไปสู่สวรรค์”  

พระโลหิตของพระเยซูเจ้าเป็นเสียงสวดภาวนาสำหรับวิญญาณในไฟชำระเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการช่วยให้วิญญาณพ้นจากไฟชำระ เพื่อนรักของบุญราศีเฮนรี ซูโซซึ่งได้เสียชีวิตไปและมาปรากฏแก่บุญราศีในสภาพที่เต็มไปด้วยความทุกข์เวทนาเป็นอย่างมากในไฟชำระได้ตำหนิบุญราศีว่า "คำภาวนาและการใช้โทษบาปของท่านไม่เพียงพอสำหรับฉัน ฉันต้องการพระโลหิตของพระเยซูเจ้า" แท้จริงแล้ว,พระโลหิตของพระเยซูเจ้าได้ชำระหนี้บาปของเรา ”  
 

วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566

สาส์นแม่พระวันที่ 25 มิ.ย. 2023

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 มิ.ย. 2023
ลูกที่รักทั้งหลาย
          องค์พระผู้สูงสุดทรงอนุญาตให้แม่มาอยู่ท่ามกลางพวกลูก---เพื่อสวดภาวนาเพื่อลูก,เพื่อเป็นแม่ของพวกลูกและเป็นที่ลี้ภัยของพวกลูก ลูกน้อยทั้งหลาย,แม่ขอให้ลูกกลับมาหาพระเจ้าและสวดภาวนา แล้วพระเจ้าจะทรงอวยพรพวกลูกอย่างอุดมบริบูรณ์     

          ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่

วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566

วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566

วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566

การพูดไม่ดีถึงคนอื่น


ครั้งหนึ่งคุณพ่อปีโอพูดว่า 
เมื่อมีคนเราพูดถึงเพื่อนในทางไม่ดี เขาทำลายชื่อเสียงและเกียรติยศของพี่น้องที่มีสิทธิ์ได้รับความเคารพ 

วันหนึ่ง คุณพ่อปีโอ กล่าวกับผู้มาพบกับท่านว่า "เมื่อคุณนินทาใครสักคน หมายความว่าคุณได้ลบคนๆนั้นออกจากใจของคุณแล้ว แต่ระวังไว้ เมื่อคุณลบคนนั้นออกจากใจ พระเยซูก็จะไปจากใจคุณพร้อมกับชายที่คุณลบเขาไปด้วย."
 
 ครั้งหนึ่งคุณพ่อปิโอได้รับเชิญให้ไปอวยพรบ้าน แต่เมื่อท่านมาถึงทางเข้าห้องครัว ท่านพูดว่า: "ที่นี่มีงู ฉันไม่อยากเข้าไป" แล้วท่านก็พูดกับพระสงฆ์ผู้หนึ่งที่มักไปกินอาหารที่บ้านนั้นบ่อยๆว่า "อย่าไปบ้านนั้น เพราะเขาจะกล่าวร้ายพี่น้องของเขา"

วันพุธที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ความสมบูรณ์ครบครัน


ยิ่งมนุษย์เป็นอิสระจากความพึงพอใจในเรื่องทางโลกมากเท่าใด จิตใจของเขาก็จะยิ่งรักพระเจ้ามากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น นักบุญออกัสตินจึงกล่าวว่า "ความปรารถนาในสิ่งของชั่วคราวคือยาพิษของการทำดี การเติบโตของความดีคือการลดลงของความปรารถนาสิ่งของฝ่ายโลกนี้ และความสมบูรณ์ครบครันของความดีไม่ใช่ความปรารถนาสิ่งของฝ่ายโลก" ดังนั้น คำแนะนำทั้งหมดซึ่งเชื้อเชิญเราไปสู่ความสมบูรณ์ครบครันนั้น มีเป้าหมายที่สิ่งนี้คือ เพื่อให้จิตใจของมนุษย์หันเหจากความพึงพอใจในวัตถุทางโลก เพื่อที่จิตใจของเขาจะได้มีอิสระมากขึ้นสำหรับพระเจ้า โดยการพินิจใคร่ครวญถึงพระองค์,รักพระองค์,และทำตามพระประสงค์ของพระองค์
 
-นักบุญ โทมัส อไควนัส พูดถึงความสมบูรณ์ครบครันในความรักต่อพระเจ้า
 

วันอังคารที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566

การรักษาตนให้อยู่ในสถานะพระหรรษทาน


จิตวิญญาณได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยการรับศีลอภัยบาป,ซึ่งไม่เพียงได้รับการปลดปล่อยให้พ้นจากบาปเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มพูนพลังในการต่อต้านการประจญล่อลวงอีกด้วย ศีลมหาสนิทเรียกว่าปังแห่งสวรรค์ เพราะร่างกายไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากอาหารทางโลกฉันใด วิญญาณก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้หากปราศจากอาหารจากสวรรค์ฉันนั้น ถ้าท่านไม่กินเนื้อของบุตรแห่งมนุษย์และดื่มโลหิตของบุตรแห่งมนุษย์ ท่านจะไม่มีชีวิตอยู่ในตัวท่าน แต่ในทางกลับกัน สำหรับผู้ที่กินปังนี้บ่อยๆ จะได้รับชีวิตนิรันดร์ตามพระสัญญา ถ้าผู้ใดกินปังนี้ ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร์ ดังนั้นสภาแห่งเทรนต์จึงเรียกศีลมหาสนิทว่า'ยา',ซึ่งช่วยเราให้รอดพ้นจากโรคร้าย และปกป้องเราจากบาปหนัก 
วิธีที่สามคือการรำพึงไตร่ตรองหรือที่เรียกว่าจิตภาวนา 
เพื่อรักษาจิตวิญญาณให้อยู่ในพระหรรษทานของพระเจ้า ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสวดภาวนาอยู่เสมอและทูลขอพระหรรษทานที่เราต้องการ 
หลังจากตื่นนอนในตอนเช้า,คริสตชนพึงระลึกถึงพระเจ้าเพื่อขอบคุณพระองค์, แสดงความรัก,การเทิดทูนบูชา, และความตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงบาป พร้อมกับการสวดภาวนาต่อพระเยซูเจ้าและพระแม่มารีย์เพื่อขอให้ทรงปกป้องเราจากบาป ในระหว่างวัน,เราควรอ่านหนังสือฝ่ายจิต,เฝ้าศีลมหาสนิทและเฝ้าพระรูปของแม่พระ ในเวลาเย็น,ให้เราสวดสายประคำ และสำรวจมโนธรรม เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องถวายเกียรติแด่พระแม่มารีย์ผู้บริสุทธิ์ที่สุดด้วยการแสดงความศรัทธาเป็นพิเศษ เช่น การจำศีลอดอาหารในวันเสาร์
 
#Catholic 4 Life
 

วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ความลับของศีลมหาสนิท


ทูตสวรรค์อัศจรรย์ใจ,เปล่งเสียงนมัสการการเป็นหนึ่งเดียวอันน่าพิศวงของพระเจ้ากับมนุษย์
>>>อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566

วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2566

การประจักษ์ของพระหฤทัยสี่ครั้ง


พระหฤทัยของพระเจ้าดวงนี้จะต้องได้รับเกียรติภายใต้รูปของพระหฤทัยที่เป็นเนื้อหนังของพระองค์
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566

อัศจรรย์จากนักบุญเบเนดิกต์


วันหนึ่ง,นักบุญเบเนดิกต์, เจ้าอาวาสผู้ยิ่งใหญ่ ( ค.ศ. 480-ค.ศ. 547) ซึ่งกำลังกลับมาที่โบสถ์จากการทำงานในไร่นา,ได้พบกับชาวนาผู้หนึ่งที่กำลังได้รับความทุกข์อย่างหนัก “เอาลูกชายฉันคืนมา! เอาลูกชายฉันคืนมา!” เขาร้องไห้. 
เบเนดิกต์หยุดชะงัก “แต่เราไม่ได้พรากลูกชายไปจากท่านนะ?” 
"เขาตายแล้ว มาเถิด มาช่วยชุบชีวิตเขาขึ้นมา!" ชายผู้นั้นร้อง 
สหายบางคนของเบเนดิกต์เริ่มเดินไปข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น ราวกับตั้งใจจะไปพร้อมกับบิดาที่กำลังเป็นทุกข์ผู้นี้ แต่เบเนดิกต์รู้สึกไม่พอใจกับคำพูดที่ร้องขอเป็นนัยของบิดา ท่านพูดขึ้นว่า: "หยุดก่อนพี่น้อง! ถอยไป! อัศจรรย์เช่นนี้อยู่นอกเหนืออำนาจของเรา มีแต่อัครสาวกผู้ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่สามารถชุบชีวิตคนตายได้ ทำไมพวกท่านถึงเป็นเช่นนั้น กระตือรือร้นที่จะยอมรับในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเรา” นักบุญพูดด้วยความถ่อมตน 
แต่ชายคนนั้นขอร้องต่อไป เขาสาบานด้วยว่าเขาจะไม่ยอมจากเบเนดิกต์ไปจนกว่านักบุญจะคืนชีวิตให้กับลูกชายของเขา เบเนดิกต์อาจมีปัญหากับคำสาบานของชายผู้นี้ ท่านถามชายคนนั้นว่าศพอยู่ที่ไหน ผู้เป็นบิดาบอกนักบุญว่าเขาทิ้งศพไว้ที่ประตูอารามและมาตามหาเบเนดิกต์หลังจากได้รับแจ้งว่าท่านไม่อยู่ 
เมื่อทุกคนมาถึงประตูอาราม นักบุญคุกเข่าลงข้างๆร่างที่ไร้ชีวิตแล้วโน้มตัวลงเหนือร่างนั้น แล้วท่านก็ยืนยกมือขึ้นสวดภาวนาว่า “ข้าแต่พระเจ้า, ขออย่าทรงพิจารณาถึงบาปของข้าพระองค์ แต่โปรดทอดพระเนตรความเชื่อของชายผู้นี้ซึ่งขอให้เห็นบุตรของเขามีชีวิตอีกครั้ง และโปรดทรงนำวิญญาณที่พระองค์ทรงพรากไปจากร่างนี้กลับคืนสู่ร่างนี้ด้วยเทอญ” คำอธิษฐานภาวนาของเบเนดิกต์จบลง,และร่างกายของเด็กก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีก ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ต่างก็ให้การอัศจรรย์ว่าเป็นการช่วยเหลือจากสวรรค์ เป็นอีกครั้งที่นักบุญได้ชุบชีวิตเด็กให้กลับมามีชีวิตและมีความสุขในอ้อมแขนของบิดาที่เปี่ยมล้นด้วยความยินดี
 
- Source: Raised from the Death
 

วันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566

มรณกรรมของนักบุญแอนโทนีแห่งปาดัว


ความยินดีอย่างยิ่งของชาวปาดัวคือการที่ศพถูกย้ายจากอาร์เซลลา(Arcella)ไปยังเซนต์แมรีซึ่งเป็นโบสถ์ของนักบุญในปัจจุบัน
>>>อ่านต่อ

วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566

การประกวดที่ไม่เกิดขึ้น


นักบุญโบนาเวนตูราผู้ซึ่งปรารถนาให้วันสมโภชนี้เป็นประโยชน์ที่สุดต่อพระศาสนจักรคาทอลิกและถวายเกียรติแด่พระเจ้าอย่างสูงสุด
>>>อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566

อัศจรรย์ศีลมหาสนิท


ความวอกแวกชั่วครู่ทำให้เขาไม่ได้นำจอกบรรจุศีลนั้นไปวางไว้ในตู้ศีลบริเวณพระแท่นบูชา
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ชาร์ล ดิกเกนส์เคยได้รับการเยี่ยมจากแม่พระ?

พระแม่มารีย์ทรงเยี่ยมผู้ที่ไม่ใช่คาทอลิก พระนางเคยประจักษ์แก่ผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า

วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ข้อคิดจากคุณแม่เทเรซา


“ปีศาจอาจพยายามใช้ความเจ็บปวดในชีวิตของเรา,และบางครั้งมันใช้ความผิดพลาดของเราเพื่อทำให้เรารู้สึกว่า เป็นไปไม่ได้ที่พระเยซูทรงรักเราจริง,สิ่งนี้ฝังแน่นอยู่กับเรา มันเป็นอันตรายสำหรับเราทุกคน,และน่าเศร้าใจมาก,เพราะมันเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่พระเยซูทรงประสงค์,และทรงรอคอยที่จะบอกกับเราว่า...พระองค์ทรงรักเราเสมอ,แม้แต่เวลาที่เรารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า”  
~ นักบุญคุณแม่เทเรซา แห่งกัลกัตตา 

วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566

โจน ออฟ อาร์ค


สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือการที่เธอกลายเป็นผู้แพร่ธรรมในหมู่ทหารฝรั่งเศส เธอให้กำลังใจพวกเขาในการปฏิบัติตามความเชื่อ
>>>ดูเพิ่มเติม

วันพุธที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566

เอาชนะความซึมเศร้าด้วยความยินดี


เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีศาจเมื่อมันสามารถพรากเราจากความชื่นชมยินดีของชีวิตฝ่ายจิตได้
 
มันนำเอาฝุ่นแห่งความเศร้าที่ละเอียดใส่ไว้ในกล่องเล็กๆ และโปรยฝุ่นผ่านรอยร้าวของมโนธรรมของเราเพื่อทำให้แรงกระตุ้นอันบริสุทธิ์และความสวยงามของวิญญาณมืดบอดไป
 
แต่ความยินดีที่เต็มเปี่ยมในจิตใจของผู้ดำเนินชีวิตฝ่ายจิตได้ทำลายพิษร้ายของเจ้างูร้าย………
 
ส่วนคนที่ซึมเศร้าและคิดว่าตนถูกทอดทิ้งในความโศกเศร้าของเขา,ความซึมเศร้าก็จะฉีกทำลายพวกเขาอย่างต่อเนื่อง หรือมิฉะนั้นเขาก็จะเสียไปในความหลากหลายที่ว่างเปล่า
 
เมื่อความซึมเศร้าหยั่งรากลึก, ความชั่วร้ายก็เติบโต, หากไม่ถูกทำให้ละลายไปด้วยน้ำตา, ความเสียหายถาวรก็เกิดขึ้น”
 
- นักบุญฟรังซิส อัสซีซี  

วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2566

พระตรีเอกภาพ


คาทอลิกเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียวที่ประกอบด้วยสามพระบุคคลที่แตกต่างกันและเท่าเทียมกันคือ พระบิดา พระบุตร และพระจิต - เพราะในหลายครั้งพระเจ้าได้อธิบายพระองค์เองดังนี้ 
 ในพันธสัญญาเดิมบอกเป็นนัยว่าในพระเจ้าทรงมีมากกว่าพระบุคคลเดียว ปฐมกาล 1:26 พระเจ้าตรัสว่า "ให้เราสร้างมนุษย์ตามรูปลักษณ์ของเรา" 
 ในอิสยาห์ 9:6-7 พระเจ้าพระบิดาทรงเปิดเผยการเสด็จมาในโลกของพระเจ้าพระบุตรที่ใกล้เข้ามา 
 ในสดุดี 2:7 เราพบว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า ท่านเป็นบุตรของเรา ในวันนี้เราได้ให้กำเนิดท่าน" 
 และในพันธสัญญาใหม่ พระเจ้าทรงเปิดเผยหลักคำสอนนี้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ในพิธีล้างของพระเยซูคริสต์ พระจิตทรงปรากฏมาในรูปของนกพิราบ และได้ยินเสียงของพระเจ้าพระบิดาว่า: "นี่คือบุตรสุดที่รักของเรา (มธ. 3:16-17). 
ในมัทธิว. 28:19 พระคริสตเจ้าทรงบัญชาอัครสาวกให้ล้างบาป "ในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระจิต" และใน 1 คร. 12:4-6 กล่าวถึงพระเจ้าด้วยพระนามสามพระนาม คือ พระบิดา พระบุตร และพระจิต
 
#Catholic 4 Life
 

วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566

วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ผมจะไม่ไปโบสถ์อีก


ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านรู้ว่า เราจะต้องประพฤติตนอย่างไรในบ้านของพระเจ้า
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566

วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566

เจ้าสาวของพระจิตเจ้า

เราต้องแสวงหาพระหรรษทานโดยทางพระนางมารีย์ เพราะพระนางคือเจ้าสาวของพระจิตเจ้า