พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฏาคม 2024 อัครสาวกกลับมารายงาน

           บรรดาอัครสาวกกลับมาเฝ้าพระเยซูเจ้าและทูลรายงานให้ทรงทราบถึงทุกสิ่งที่เขาได้ทำและได้สอน พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงมาพักผ่อนกับเราตามลำพังในที่สงัดระยะหนึ่งเถิด” เพราะมีคนไปมาจนเขาไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะกินอาหาร พระเยซูเจ้าจึงทรงลงเรือไปยังที่สงัดพร้อมกับบรรดาอัครสาวก ประชาชนหลายคนเห็นพระเยซูเจ้ากับบรรดาอัครสาวกแล่นเรือออกไป ก็คาดคะเนได้ว่า พระองค์จะทรงไปที่ใด จึงรีบเดินเท้าออกจากเมืองต่าง ๆ ไปที่นั่นและไปถึงก่อน เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือ ทรงแลเห็นประชาชนมากมายก็ทรงสงสาร เพราะเขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง พระองค์จึงทรงเริ่มสั่งสอนเขาหลายเรื่อง
(มาระโก 6:30-34)








วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

มงกุฏดอกกุหลาบ



คำว่าสายประคำหมายถึง "มงกุฎดอกกุหลาบ" กล่าวคือทุกครั้งที่ผู้คนสวดสายประคำอย่างศรัทธา พวกเขาจะสวมมงกุฎหนึ่งร้อยห้าสิบดอก ได้แก่ กุหลาบสีแดงสามดอกและดอกกุหลาบขาวสิบหกดอกบนพระเศียรของพระเยซูและพระนางมารีย์ ด้วยความที่เป็นดอกไม้แห่งสวรรค์,ดอกกุหลาบเหล่านี้จะไม่มีวันจางหายหรือสูญเสียความงามอันวิจิตรงดงามของมัน บราเดอร์อัลฟอนซุส โรดริเกซ(Brother Alphonsus Rodriguez) คณะเยสุอิตผู้มีชื่อเสียง, เคยสวดสายประคำด้วยศรัทธาแรงกล้าจนเห็นดอกกุหลาบสีแดงออกมาจากปากท่านในขณะที่สวดบทข้าแต่พระบิดา, และดอกกุหลาบสีขาวในขณะที่สวดบทวันทามารีย์ ดอกกุหลาบเป็นราชินีแห่งดอกไม้ ดังนั้นสายประคำจึงเป็นดอกกุหลาบแห่งความศรัทธาทั้งหมด และเป็นดอกกุหลาบที่สำคัญที่สุด 
ที่มา: ความลับแห่งสายประคำ 


วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

บิลจากโรงพยาบาล


ชายคนหนึ่งประสบภาวะหัวใจวายขณะช้อปปิ้งในร้านค้า 
ผู้จัดการร้านจึงโทรแจ้ง 911 เมื่อเห็นเขาล้มลงกับพื้น 
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวชายรายนี้ส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อรับการผ่าตัดบายพาสหัวใจแบบเปิดฉุกเฉิน 
เขาตื่นจากการผ่าตัดและพบว่าตัวเองอยู่ในความดูแลของแม่ชีที่โรงพยาบาลคาทอลิก 
แม่ชีนั่งอยู่ข้างเตียงโดยถือคลิปบอร์ดที่บรรจุแบบฟอร์มต่างๆพร้อมด้วยปากกา เธอถามเขาว่าเขาจะจ่ายค่ารักษาอย่างไร 
“คุณมีประกันสุขภาพหรือยัง” แม่ชีถาม. 
เขาตอบด้วยเสียงแหบแห้ง “ไม่มีประกันสุขภาพครับ” 
แม่ชีถามว่า “มีเงินในธนาคารไหม?” 
เขาตอบว่า "ไม่มีเงินในธนาคาร" 
คุณมีญาติที่สามารถช่วยคุณเรื่องการชำระเงินได้หรือไม่” แม่ชีถามอย่างหงุดหงิด 
เขาพูดว่า "ผมมีพี่สาวคนเดียว,เธอเป็นหญิงโสดและเธอเป็นแม่ชี" 
แม่ชีรู้สึกไม่ค่อยพอใจและพูดว่า "แม่ชีไม่ใช่หญิงโสด! แม่ชีแต่งงานกับพระเจ้า" 
คนไข้ตอบว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว, ส่งบิลไปให้พี่เขยผมได้เลย”  

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

พระธรรมเก่า - พระธรรมใหม่


เมื่อพระเจ้าลงโทษอาดัมและเอวาที่ไม่เชื่อฟังสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม,พระเจ้าทรงสาปแช่งแผ่นดินว่าแผ่นดินจะผลิตต้นหนามและกอหนาม (ปฐ.3:17-18)  

หลายปีต่อมา,พระเจ้าทรงทดสอบความเชื่อของอับราฮัมและเมื่อทรงทราบว่าอับราฮัมมีความเชื่อในพระองค์ อับราฮัมพบแกะตัวผู้ตัวหนึ่ง ขนของมันติดอยู่ในพุ่มไม้ อับราฮัมจึงจับมันมาฆ่าเผาถวายบูชาแทนบุตรชาย”(ปฐ. 22:13)  

..และผ่านไปเป็นพันปี,พระบุตรสุดที่รักองค์เดียวของพระเจ้า ทรงยอมรับบาปของมนุษย์มาไว้ในตัวของพระองค์เอง ทหารใช้หนามแหลมมาสานเป็นมงกุฎสวมพระเศียรของพระเยซูเจ้า(เหมือนแกะตัวผู้ที่ติดในพุ่มไม้)  

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

คำแนะนำแก่เยาวชน


คุณพ่อบอสโกได้ให้คำแนะนำแก่เยาวชนในโรงเรียนของท่านดังนี้: 
1. ความสุภาพเรียบร้อย, ลูกที่รัก, หมายถึงการมี กิริยาวาจา, การกระทำ, และการเดินที่เหมาะสม เนื่องจากคุณธรรมเป็นเครื่องประดับที่ดีที่สุดในวัยของลูก คุณธรรมจึงควรเปล่งประกายในทุกสิ่งที่ลูกทำหรือพูด 
2. ร่างกายและเสื้อผ้าของลูกจะต้องสะอาด และใบหน้าของลูกควรสงบและร่าเริงอยู่เสมอ ลูกไม่ควรเอาแต่ก้มหน้าหรือเศร้าสร้อย 
3. พ่อขอแนะนำให้ลูกมีความสุภาพเรียบร้อยเป็นพิเศษ,เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างที่ปีศาจจะนำบาปเข้ามาในใจของลูก จงเดินอย่างสงบ, อย่ารีบร้อน เว้นแต่เมื่อมีความจำเป็น ควรรักษาท่าทางเหล่านี้ไว้ และในเวลากลางคืนควรทำให้เป็นนิสัยที่จะประสานมือไว้บนทรวงอกของลูก 
4. ใช้วาจาสุภาพเรียบร้อย ห้ามใช้ภาษาที่ไม่สุภาพหรือหยาบคาย 
5. อย่าวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของผู้อื่นหรือโอ้อวดเกี่ยวกับคุณสมบัติที่ดีของลูก ยอมรับคำตำหนิหรือคำสรรเสริญในลักษณะเดียวกัน ถ่อมตัวลงต่อพระเจ้าเมื่อถูกตำหนิ 
6. หลีกเลี่ยงการกระทำ, ท่าทาง, หรือคำพูดที่อาจดูหยาบคาย พยายามแก้ไขข้อบกพร่องของลูกในขณะที่ลูกยังเป็นเด็ก และพยายามเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและมีอารมณ์สม่ำเสมอตามแบบอย่างความสุภาพเรียบร้อยของคริสตชน 
7. ภายใต้ความสุภาพเรียบร้อย,ยังต้องมาพร้อมกับพฤติกรรมที่โต๊ะอาหารด้วย จำไว้ว่าเราไม่ใช่สัตว์ป่าที่ดุร้าย เราไม่ได้กินอาหารเพียงเพื่อตอบสนองความอยากอาหารของเราเท่านั้น, แต่เพื่อให้ร่างกายของเราแข็งแรงในฐานะเครื่องมือที่เหมาะสมในการรับใช้พระผู้สร้างของเราและได้รับความสุขที่แท้จริงในจิตวิญญาณของเรา 
8.สวดภาวนาก่อนและหลังรับประทานอาหาร 
9. จงระวังอย่ากินอาหารอย่างสิ้นเปลืองหรือใช้สิ่งใดจนเหลืออย่างสิ้นเปลืองแม้แต่น้อย ผู้ที่จงใจทิ้งอาหาร,สมควรได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง และควรเกรงกลัวอย่างยิ่งว่าพระเจ้าจะยอมให้เขาตายด้วยความหิวโหย 

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

สาส์นแม่พระ 25 พ.ค. 2024

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 พ.ค. 2024
ลูกที่รักทั้งหลาย
         ในเวลาแห่งพระหรรษทานนี้,แม่ขอให้ลูกสวดภาวนาด้วยหัวใจ ลูกน้อยทั้งหลาย,จงสร้างกลุ่มภาวนาที่ซึ่งลูกจะส่งเสริมกันและกันเพื่อความดีและเติบโตในความยินดี  
          ลูกน้อยทั้งหลาย,พวกลูกยังคงอยู่ห่างไกล นั่นเป็นสาเหตุที่ต้องมีการกลับใจใหม่ต่อไปและเลือกหนทางแห่งความศักดิ์สิทธิ์และความหวัง เพื่อที่พระเจ้าจะประทานสันติสุขแก่พวกลูกอย่างอุดมบริบูรณ์ 
          ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่           
            

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

พระเมตตาของพระเยซูเจ้า5


(ไดอารี่ 687): ครั้งหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังออกจากห้องโถงไปที่ห้องครัว ฉันได้ยินคำพูดเหล่านี้ในจิตวิญญาณของฉัน: "จงสวดสายประคำแห่งพระเมตตาที่เราสอนลูกอย่างไม่หยุดหย่อน ใครก็ตามที่สวดภาวนานี้จะได้รับพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ในชั่วโมงแห่งความตาย พระสงฆ์จะแนะนำแก่คนบาปเพื่อเป็นความหวังสุดท้ายแห่งความรอดขแงเขา แม้ว่าเขาจะเป็นคนบาปที่ใจแข็งกระด้างที่สุด หากเขาสวดสายประคำแห่งพระเมตตานี้เพียงครั้งเดียว เขาจะได้รับพระหรรษทานจากพระเมตตาอันไม่มีขอบเขตของเรา เราปรารถนาให้คนทั้งโลกรู้จักพระเมตตาอันไม่มีขอบเขตของเรา เราปรารถนาที่จะมอบพระหรรษทานที่ไม่อาจจินตนาการได้แก่ดวงวิญญาณผู้วางใจในพระเมตตาของเรา" 
 ให้เราภาวนา 
ข้าแต่พระเยซูเจ้า ขอทรงโปรดให้ลูกตระหนักถึงพลังแห่งการสวดสายประคำแห่งพระเมตตานี้มากขึ้นด้วยเถิด เพื่อพระเมตตาอันไม่มีสิ้นสุดของพระองค์จะหลั่งไหลไปสู่คนบาป,ผู้กำลังจะตาย, และคนทั้งโลก ขอพระองค์โปรดดลใจให้ลูกสวดภาวนาโอยไม่หยุดหย่อนด้วยเถิด อาแมน  

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวิญญาณในไฟชำระ


เรื่องนี้เล่าโดยคุณพ่อโดลินโด(Fr.Dolindo พระสงฆ์ชาวอิตาลี) เกี่ยวกับชายคนหนึ่งซึ่งมักสวดภาวนาเพื่อวิญญาณในไฟชำระเสมอ 
วันหนึ่งนักค้าอัญมณีคนหนึ่งตัดสินใจนำเพชรที่มีราคาแพงที่สุดของเขากลับไปบ้านด้วย ขณะที่เดินกลับบ้าน,เขาสวดสายประคำเพื่อวิญญาณในไฟชำระ เมื่อเดินไปถึงตรอกที่นำไปสู่บ้านของเขา,เขาเห็นขโมยหลายคนกำลังหลบซ่อนรออยู่ เขารีบสวดภาวนาเพื่อขอให้วิญญาณในไฟชำระปกป้องเขา มีโบสถ์เล็กๆอยู่ในตรอกนี้ ทันใดนั้นประตูโบสถ์ก็เปิดออก และมีขบวนแห่ของประชาชนที่สวมเสื้อคลุมสีขาวที่มีผ้าคลุมศีรษะ พวกเขากำลังร้องเพลงราวกับว่ากำลังร่วมในพิธีปลงศพ ผ้าคลุมศีรษะนั้นปกคลุมใบหน้าพวกเขาด้วยเหลือแต่เพียงช่องดวงตาและปากเท่านั้น นักอัญมณีจึงตัดสินใจไปเข้าร่วมในขบวนแห่นั้นด้วย ในที่สุดเขาก็สามารถกลับไปถึงบ้านได้ เขาเล่าให้ภรรยาฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ภรรยารู้สึกงุนงงเพราะเธอคอยเฝ้าดูเหตุการณ์ทุกอย่างทางหน้าต่างและมองเห็นแต่เพียงสามีของเธอเท่านั้น พวกเขาจึงตระหนักว่าขบวนแห่นั้นเป็นขบวนแห่ของบรรดาวิญญาณในไฟชำระ  

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

พระพรแห่งความเข้าใจ


เราพบว่าตนเองมีความรู้อันลึกซึ้งโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆเลย
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

เสื้อคลุมประวัติศาสตร์


วันที่ 13 พฤษภาคม 1981 ซึ่งเป็นวันฉลองแม่พระประจักษ์ที่ฟาติมา และยังเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์ลอบสังหารนักบุญพระสันตปาปายอห์น ปอลที่ 2 ด้วย ในปีถัดมา,พระสันตปาปาเสด็จไปยังฟาติมาเพื่อขอบคุณพระนางมารีย์พรหมจารีย์ที่ช่วยชีวิตพระองค์ไว้ และพระสันตปาปาทรงนำกระสุนที่เจาะทะลุพระองค์ไปใส่ไว้ในมงกุฎที่สวมพระรูปแม่พระฟาติมา 
เสื้อคลุมคาสซอค(cassock)ที่เปื้อนเลือดซึ่งพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 สวมในวันนั้นได้รับการเก็บรักษาไว้ที่เมืองคราคูฟ ประเทศโปแลนด์  

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ภาพยนตร์บารับบาส


ในปี 1961 ภาพยนตร์เรื่อง บารับบาส (Barabbas) ได้ถ่ายทำถาพยนตร์ในขณะที่เกิดสุริยุปราคาขึ้น ภาพยนตร์ถ่ายทำในอิตาลี ในวันที่ 15 กุมภาพันธุ์ 1961 ริชาร์ด เฟรเชอร์เป็นผู้อำนวยการภาพยนตร์ นับเป็นเพียงครั้งเดียวที่สามารถทำได้ และเพื่อให้ดูสมจริง,เขาจึงยอมเลื่อนเวลาให้ตรงกับเวลาที่เกิดสุริยุปราคาครั้งนี้  

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

พระเจ้าทรงดูแล


มีเรื่องราวเล่าว่ากลุ่มร็อคกี้เฟลเลอร์,มหาเศรษฐีของอเมริกา,จงใจวางรูปปั้น Atlas (ลูกโลก) ไว้ตรงข้ามกับมหาวิหารเซนต์แพทริคในนิวยอร์ก เป็นสัญลักษณ์ถึงความยากลำบากของมนุษย์ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้า เพื่อเป็นการตอบสนองต่อสิ่งนี้, พระอัครสังฆราช ซึ่งน่าจะเป็นพระคาร์ดินัลเฮย์ส (Cardinal Hayes)ได้สร้างรูปปั้นพระกุมารเยซูแห่งปราก ทรงถือลูกโลกไว้ในพระหัตถ์ แสดงถึงความใส่พระทัยของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์และทรงช่วยเหลือดูแลเสมอ 

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

นักบุญโยเซฟองค์อุปถัมภ์ของคนยากจน


นักบุญโยเซฟไม่เพียงแต่ช่วยเหลือพระสงฆ์หรือนักบวชเท่านั้น แต่ท่านยังช่วยเหลือคนยากจนทุกคนที่เข้ามาลี้ภัยในท่านด้วยความมั่นใจ มีบันทึกตัวอย่างมากมายที่นักบุญโยเซฟช่วยเหลือคนยากจนและคนขัดสนในลักษณะที่ยอดเยี่ยมที่สุด คนยากจนควรเคารพและวิงวอนท่านนักบุญโยเซฟเป็นพิเศษเมื่อประสบปัญหา ท่านจะไม่ปล่อยให้ผู้ที่ไว้วางใจในท่านต้องสับสน ขณะอยู่บนโลกนี้ นักบุญโยเซฟเองก็ประสบความยากลำบากจากความยากจน ดังนั้นเวลานี้ท่านจึงเป็นองค์อุปถัมภ์คนยากจนที่ดีและมีอำนาจมาก 
ที่มา: Favorite Prayers to St. Joseph 

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ความเกลียดชังในบาป


มีเรื่องราวหนึ่งเกี่ยวกับนักบุญยอห์น เวียนเนย์ เจ้าอาวาสแห่งอารส์ ท่านฟังสารภาพบาปของผู้คนจำนวนมาก และขณะที่ชายผู้หนึ่งกำลังสารภาพบาปของเขา นักบุญยอห์น เวียนเนย์ก็เริ่มร้องไห้ และชายคนนั้นก็ถามนักบุญว่า “ทำไมคุณพ่อจึงร้องไห้?” ท่านตอบว่า “พ่อร้องไห้ เพราะลูกไม่ได้มีความเกลียดชังในบาป” 
เราก็อาจไม่มีความเกลียดชังในบาป,อย่างเช่นบาปเบา เรามักมีท่าทีแบบนี้ “ผมรู้ว่าการกระทำนี้เป็นสิ่งผิด แต่มันก็ไม่เลวร้ายอะไร มันไม่ได้เป็นเรื่องหนักหนาสาหัส ผมไม่ได้ไปนรกด้วยบาปนี้” ให้เราระลึกถึงพระวาจาของพระเยซูเจ้าตรัสไว้ในพระวรสาร “ท่านต้องรักพระเจ้าของท่านด้วยสิ้นสุดจิตใจ สิ้นสุดวิญญาณ และสิ้นสุดกำลัง”
ให้เราพยายามหลีกเลี่ยงบาปทุกชนิดไม่ว่าจะหนักหรือเบาเพื่อพระเจ้า พยายามทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ศักดิ์ศรีของพระสงฆ์


คุณพ่อบอสโกพูดถึงพระสงฆ์ไว้ดังนี้ 
“ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ดีเลิศไปกว่าศักดิ์ศรีของพระสงฆ์” - (นักบุญแอมโบรส) 
พ่อเป็นพระสงฆ์ ศักดิ์ศรีของพ่ออยู่เหนือกว่าทูตสวรรค์ บรรดาปิตาจารย์ทั้งหมด, นักปราชญ์ของพระศาสนจักรทุกคนล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันในการเชิดชูศักดิ์ศรีอันล้ำเลิศของพระสงฆ์ นักบุญอิกนาเชียสมรณะสักขีกล่าวว่า “ฐานะพระสงฆ์อยู่จุดสูงสุดแห่งศักดิ์ศรีของสิ่งสร้างทั้งหมด” นักบุญเอฟเรมเรียกสิ่งนี้ว่าศักดิ์ศรีอันไม่มีที่สิ้นสุด ผู้เขียนอีกคนหนึ่งซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนักบุญออกัสติน,กล่าวว่า: "โอ พระสงฆ์ของพระเจ้า จงประหลาดใจในความสูงส่งแห่งสวรรค์ของท่านเถิด แต่จงรู้ว่าท่านถูกยกให้สูงขึ้น จงชื่นชมกับความอลังการของบัลลังก์ที่สูงส่งที่สุด แต่ท่านยังประเสริฐยิ่งกว่า พระเจ้า,ผู้ทรงสร้างท่านเท่านั้นที่อยู่สูงกว่าท่าน” 
นักบุญยอห์น เวียนเนย์กล่าวว่า: "ถ้าพระสงฆ์เข้าใจ ว่าเขาเป็นอะไร, เขาจะตาย" 
“ความศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์คือตำแหน่งที่มอบให้กับพระสงฆ์” นักบุญซีริลแห่งอเล็กซานเดรีย กล่าว
พระสงฆ์ถวายเครื่องบูชาอันศักดิ์สิทธิ์แด่พระเจ้า โดยพิธีมิสซาเพียงครั้งเดียว,พระสงฆ์ถวายเกียรติแด่พระเจ้ามากกว่าที่ทูตสวรรค์และนักบุญทุกองค์ในสวรรค์มอบให้พระองค์ ไม่เว้นแม้แต่พระแม่มารีย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ เพราะบุคคลทั้งหมดนี้ร่วมกันไม่สามารถถวายการนมัสการอันไม่มีที่สิ้นสุดแด่พระเจ้าได้เหมือนดังที่พระสงฆ์ถวายแด่พระองค์เมื่อเขาประกอบพิธีมิสซา  
ที่มา: Don Bosco And The Priesthood Vol. 2 

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

พระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท


โดย-Fr.Jewel Aytona, CPM
หัวใจของเราควรลุกไหม้ด้วยความเร่าร้อนด้วยความรักต่อพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิทเหมือนกับบรรดานักบุญ เหมือนกับจิตใจของพวกท่าน 
นักบุญคัทรีนแห่งเจนัวเคยกล่าวว่า “ถ้าฉันต้องเดินเป็นไมล์ๆบนถ่านไฟที่ร้อนเพื่อไปรับพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท ฉันขอบอกว่านั่นเป็นเรื่องง่ายมาก, เหมือนกับการเดินไปบนพรมที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ” 
นักบุญยอห์น เวียนเนย์เคยกล่าวว่า “ถ้าเรารู้ว่าพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิททรงรักเรามากสักเพียงใด เราจะตายด้วยความสุขอันล้นเหลือ” 
นักบุญยอห์น คริสซอสโตมเคยกล่าวว่า “พวกท่านพูดกันบ่อยๆว่า เราอยากเห็นพระพักตร์ของพระองค์ เห็นเสื้อคลุม,เห็นรองเท้าของพระองค์ พวกท่านได้เห็นพระองค์แล้ว ท่านได้สัมผัสพระองค์,ท่านได้รับพระองค์ พระองค์ทรงประทานแก่ท่านไม่เพียงแต่ให้ท่านเห็นพระองค์ แต่ยังทรงเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงดูท่านด้วย” 

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

คำสารภาพของนักบุญออกัสติน


บาปของข้าพเจ้าเป็นอย่างนี้คือ ข้าพเจ้าแสวงหาความพึงพอใจ,ความสวยงาม,และไม่แสวงหาความจริงในพระองค์แต่แสวงหาในตัวข้าพเจ้าเองและในสิ่งสร้างอื่นๆของพระองค์ และการแสวงหานั้นนำข้าพเจ้าไปสู่ความเจ็บปวด,ความสับสน,และความผิดพลาด 
- นักบุญออกัสติน 

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ประโยชน์ของการอดอาหาร


การอดอาหารให้ประโยชน์ทั้งฝ่ายวิญญาณและร่างกาย
สติปัญญาจะแจ่มใสขึ้นโดยการเข้มงวดในอาหารของเรา ที่ราชสำนักของกษัตริย์เนบูคัดนัสซอร์, ดาเนียลกินแต่ผักและดื่มน้ำ และเขาก็มีความเข้าใจ, มีความรู้, และสติปัญญามากกว่านักปราชญ์ทุกคนในอาณาจักร (Dan. 1.) การอดอาหารทำให้จิตวิญญาณเข้มแข็งขึ้นและทำให้ร่างกายอยู่ภายใต้การควบคุม (1 คร. 9. 27) และเอาชนะการล่อลวงของปีศาจได้ ศัตรูจะยอมจำนนเมื่อเราทำการอดอาหาร; ดังนั้นร่างกายภายใต้ความหิวโหยจึงยอมจำนนต่อความตั้งใจและความเข้าใจ ร่างกายของเราจะเชื่องเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกฝึก ปีศาจถือว่าเนื้อหนังเป็นพันธมิตรที่ดีที่สุดของมัน มันรู้ดีว่าศัตรูที่อยู่ข้างกองไฟสามารถทำร้ายมันได้อย่างเลวร้ายที่สุดและร้ายแรงที่สุด โดยการอดอาหารเราได้ทำให้ศัตรูของเราถูกใส่กำไลเหล็ก เพื่อที่มันจะไม่สามารถทำสงครามกับเราได้ นกล่าเหยื่อชอบของรางวัลอันอ้วนพี เขาไม่เอานกที่อดอาหารครึ่งตัวเป็นล่อเหยื่อ นักกีฬาที่ "งดเว้นในทุกสิ่ง" (1 คร. 9. 25) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะได้รับชัยชนะ 
คุณธรรมระดับสูงได้มาจากการอดอาหารเช่นกัน มันทำให้มนุษย์โน้มเอียงในการสวดภาวนา ช่วยให้เอาชนะใจตนเองได้ มีความอ่อนโยน อดทน และบริสุทธิ์ มันทำให้เขาดูเหมือนทูตสวรรค์,ผู้ซึ่งไม่กินหรือดื่ม 
 ในสัดส่วนเดียวกันที่ความต้องการของธรรมชาติร่างกายลดลง ธรรมชาติฝ่ายวิญญาณของเราก็จะมีชีวิตชีวาขึ้น เหมือนตาชั่งแห่งความสมดุล เมิ่อข้างหนึ่งต่ำลง อีกข้างหนึ่งก็สูงขึ้น สุขภาพของเราดีขึ้นและชีวิตของเรายืนยาวขึ้นด้วยการมีความพอประมาณ นั่นคือการเป็นผู้ปกครองของการมีสุขภาพที่ดี พวกฤาษีในทะเลทรายถือศีลอดอาหารอย่างเคร่งครัด และมีอายุยืนยาวถึงร้อยปี 
นักปราชญ์กล่าวว่า: "ผู้ที่รู้จักพอประมาณย่อมมีอายุยืนยาว" (ปัญญาจารย์ 37. 34) โดยการอดอาหารเราได้รับการอภัยบาปจากพระเจ้า พระเจ้าทรงฟังและตอบคำอธิษฐานของผู้อดอาหาร พระองค์ทรงฟังคำอธิษฐานของนายร้อยซึ่งอดอาหารจนถึงชั่วโมงที่เก้า (กิจการ 10 30) และส่งทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาหาเขา 
การละเว้นจากอาหารจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าก็ต่อเมื่อเราละเว้นจากบาปและกระทำความดีเท่านั้น 
ที่มา: The Catechism Explained 

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2567