พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ 25 ก.ย. 2022 เศรษฐีกับลาซารัส

           ‘เศรษฐีผู้หนึ่ง แต่งกายหรูหราด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง จัดงานเลี้ยงใหญ่ทุกวัน คนยากจนผู้หนึ่งชื่อลาซารัส นอนอยู่ที่ประตูบ้านของเศรษฐีผู้นั้น เขามีบาดแผลเต็มตัว อยากจะกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐี มีแต่สุนัขมาเลียแผลของเขา วันหนึ่ง คนยากจนผู้นี้ตาย ทูตสวรรค์นำเขาไปอยู่ในอ้อมอกของอับราฮัม เศรษฐีคนนั้นก็ตายเช่นเดียวกัน และถูกฝังไว้ ‘เศรษฐีซึ่งกำลังถูกทรมานอยู่ในแดนผู้ตาย แหงนหน้าขึ้น มองเห็นอับราฮัมแต่ไกล และเห็นลาซารัสอยู่ในอ้อมอก จึงร้องตะโกนว่า “ท่านพ่ออับราฮัม จงสงสารลูกด้วย กรุณาส่งลาซารัสให้ใช้ปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นให้ลูกสดชื่นขึ้นบ้าง เพราะลูกกำลังทุกข์ทรมานอย่างสาหัสในเปลวไฟนี้” แต่อับราฮัมตอบว่า “ลูกเอ๋ย จงจำไว้ว่า เมื่อยังมีชีวิต ลูกได้รับแต่สิ่งดี ๆ ส่วนลาซารัสได้รับแต่สิ่งเลว ๆ บัดนี้เขาได้รับการบรรเทาใจที่นี่ ส่วนลูกต้องรับทรมาน ยิ่งกว่านั้น ยังมีเหวใหญ่ขวางอยู่ระหว่างเราทั้งสอง จนใครที่ต้องการจะข้ามจากที่นี่ไปหาลูก ก็ข้ามไปไม่ได้ และผู้ที่ต้องการจะข้ามจากด้านโน้นมาหาเรา ก็ข้ามมาไม่ได้ด้วย” ‘เศรษฐีจึงพูดว่า “ท่านพ่อ ลูกอ้อนวอนให้ท่านส่งลาซารัสไปยังบ้านบิดาของลูก เพราะลูกยังมีพี่น้องอีกห้าคน ขอให้ลาซารัสเตือนเขาอย่าให้มายังสถานที่ทรมานแห่งนี้เลย” อับราฮัมตอบว่า “พี่น้องของลูกมีโมเสสและบรรดาประกาศกอยู่แล้ว ให้เขาเชื่อฟังท่านเหล่านั้นเถิด” แต่เศรษฐีพูดว่า “มิใช่เช่นนั้น ท่านพ่ออับราฮัม ถ้าใครคนหนึ่งจากบรรดาผู้ตายไปหาเขา เขาจึงจะกลับใจ” อับราฮัมตอบว่า “ถ้าเขาไม่เชื่อฟังโมเสสและบรรดาประกาศก แม้ใครที่กลับคืนชีวิตจากบรรดาผู้ตายเตือนเขา เขาก็จะไม่เชื่อ”
(ลูกา 16:19-31)








วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ซิสเตอร์ เซซีเลีย

รูปภาพนี้กระจายไปทั่วโลกในอินเตอร์เน็ต  เป็นรูปถาพที่ถ่ายขณะสิ้นใจของซิสเตอร์ เซซีเลีย มาเรีย แห่งคาร์เมลไลท์  ภาพหนึ่งภาพเล่าเรื่องได้มากมาย
หลังจากเจ็บป่วยเป็นเวลานาน  ซิสเตอร์ เซซีเลีย ก็สิ้นใจในความยินดีชื่นบาน
เรื่องนี้มาจาก Aleteia’ ในภาคภาษาสเปน
            ถึงแม้จะเจ็บป่วย แต่ซิสเตอร์เซซีเลีย ก็ยังคงมีใจร่าเริง  เธอได้รับแรงใจจากสมาชิกในครอบครัวที่มาเยี่ยมเยียน  หลานชายและหลานสาวอยู่ที่สวนด้านนอกของโรงพยาบาล  และเธอส่งสาส์นด้วยลูกบอลลูนฮีเลียมไปให้พวกเขาจากทางหน้าต่าง
            ความร่าเริงยินดีของเธออาจอธิบายได้จากตอนที่เธอกำลังสวดภาวนาเพื่อรวมใจไปกับพิธีมิสซาในโบสถ์น้อยของโรงพยาบาล  เธอทำเหมือนกับได้ร่วมอยู่ในพิธีมิสซาซึ่งกระทำเสมอๆขณะที่อยู่ที่อาราม Carmel of Villa Pueyrredon ในกรุงบัวโนสไอเรส ของประเทศอาร์เจนตินา
            เมื่อเดือนที่ผ่านมานี้ความเจ็บป่วยทำให้เธอไม่สามารถพูดได้  และความอ่อนแอของร่างกายทำให้เธอไม่สามารถไปร่วมพิธีมิสซาได้
            ผู้ที่อยู่ในเวลาที่เธอสิ้นใจ ได้เห็นใบหน้าของเธอซึ่งเต็มไปด้วยความยินดีและสันติสุข  ราวกับว่าเธอได้พบผู้ที่เธอรอคอยแล้ว  ผู้ที่เธอได้มอบชิวิตของเธอให้ – พระเยซูเจ้า  พระเจ้าของเรา
            “ดิฉันรู้สึกประหลาดใจมาก”  ซิสเตอร์เซซีเลีย เขียนไว้ในเดือนพฤษภาคม “ในผลงานของพระผู้เป็นเจ้าโดยผ่านทางความทุกข์ยากลำบาก  และโดยผ่านทางคนจำนวนมากที่ได้สวดภาวนาเพื่อดิฉัน”
            แม้แต่พระสันตปาปาฟรังซิส ก็ยังได้บอกแก่เธอว่า พระองค์ทรงสวดภาวนาเพื่อเธอด้วย  พระองค์ตรัสว่า  ทรงทราบถึงการถวายตัวของเธอและพระองค์ทรงรักเธอมาก
            พี่สาวของเธอซึ่งอยู่ในอาราม Carmel of Santa Fe กล่าวไว้อาลัยแก่เธอในพิธีฝังว่า “ เวลาที่สิ้นใจ  เธอค่อยๆหลับไปในพระเจ้า  หลังจากได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัสในความเจ็บป่วย  แต่เธออดทนรับด้วยความยินดี และยอมรับทุกสิ่งจากองค์เจ้าบ่าวสวรรค์ของเธอ”

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ความถ่อมตนและการแบ่งปัน


 
ที่สนามบินนานาชาติ มีนักธุรกิจสาวบุคลิกดีคนหนึ่ง จำเป็นต้องรอเวลาเครื่องออก อีก 2 ชั่วโมง ในการเปลี่ยนเครื่อง เพื่อไปปลายทาง เธอจึงได้ซื้อหนังสืออ่านเล่น และคุกกี้ 1 ห่อ แล้วก็หาที่นั่งเพื่ออ่านและกินคุกกี้ฆ่าเวลา
เนื่องจากบริเวณที่นั่งรอเครื่องนั้นมีผู้คนมาก เธอจึงมองหาที่นั่ง และเจอที่นั่งที่หนึ่ง เธอสังเกตเห็นว่าข้างๆเธอมีชายหนุ่ม นั่งสบายเหยียดขาอย่างสบายอารมณ์ ไม่สนใจใคร ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้างๆ เขา แต่เธอก็ได้ไปนั่งที่ข้างๆชายหนุ่มนั่น เนื่องจากไม่มีที่ว่างอื่นๆแล้ว
สักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ ชายหนุ่มก็หยิบคุ๊กกี้ออกมาจากถุงที่วางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง แล้วกินมันทีละชิ้น เธอมองด้วยความ งุนงง ปนโกรธ แต่ไม่ต้องการมีปัญหา เธอจึงข่มใจและทำเป็นไม่สนใจ
เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ารอเวลา ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินคุ๊กกี้เรื่อยๆ เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า ถ้าหากฉันไม่ใช่คนมีชาติกระกูล และการศึกษาสูงล่ะก็ ฉันจะชกหน้าหมอนี่ให้หายซ่าเลย
ทุกครั้งที่เธอหยิบคุ๊กกี้ขึ้นมากิน ชายหนุ่มก็หยิบมันกินเช่นกัน ทั้งสองสบตากัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มนั่นจะทำอย่างไร
ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็นสองท่อน ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น
เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า ช่างเป็นผู้ชายที่ไร้มารยาทจริงๆ ไร้การศึกษา จะขอบคุณซักคำก็ไม่มี
ต่อมาก็ถึงเวลาขึ้นเครื่อง เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของแล้วเดินไปที่ทางออกขึ้นเครื่อง ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองชายหัวขโมย ผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่แล้ว เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอ่านต่อ ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ
เธอตกใจมาก….ถ้าคุกกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ งั้นก็แปลว่าคุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน!!
เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม
ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง เธอรู้สึกเจ็บปวดใจ เธอเองนั่นแหล่ะที่ไร้มารยาท เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง
จะมีซักกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มันไม่ใช่อย่างที่เราคิด แต่มันเป็นการเข้าใจผิด
มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น และเราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากนัก
นี่แหละที่ทำให้เราควรต้องคิดทบทวนให้แน่ใจ ก่อนตัดสินผู้อื่น เพราะหลายๆสิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า
เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง?”
เราได้เคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือเปล่า?”

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ความบากบั่นอดทน


หนุ่มบ้านนอกยากจนคนหนึ่งเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ  เขาไปสมัครงานเป็นภารโรงในโรงเรียนแห่งหนึ่งแต่กลับถูกปฏิเสธ  ด้วยสาเหตุที่ว่า เขาอ่านและเขียนหนังสือไม่ได้  เพราะตั้งแต่เด็กเขาไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนเลย
หนุ่มบ้านนอกได้แต่เดินออกจากโรงเรียนที่ตั้งความหวังว่าจะได้งานทำนั้นอย่างเงื่องหงอย  เขากลับบ้านนอกด้วยความผิดหวัง
เมื่อกลับถึงบ้านจึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองนั้นเพิ่งได้รับมรดกเป็นที่ดินสวนรกร้างเล็กๆมาจากพ่อผู้ล่วงลับไปแล้วด้วยความเจ็บใจจึงเกิดเป็นแรงมานะ ให้จับจอบเสียมหักร้างถางพง ที่ดินสวนเก่าที่รกร้างนั้นและค่อย ๆ พลิกฟื้นลงร่องผลไม้ไปทีละเล็กละน้อยอย่างฮึดสู้ชะตาชีวิต ด้วยความอดทน. . .จนสามารถเก็บเงินซื้อที่ดินในแปลงข้างเคียงขยายอาณาเขตสวนของตนเองกว้างขึ้น...เวลาผ่านไปเขากลายเป็นชายชราที่ร่ำรวย
อยู่มาปีหนึ่งเมื่อขายผลไม้ได้มากมาย  ชายชราก็หอบเงินไปที่ธนาคารในตัวอำเภอเพื่อขอเปิดบัญชีกับธนาคารเป็นครั้งแรก
ผู้จัดการสาขาเดินมาต้อนรับลูกค้าใหญ่รายใหม่ อย่างนอบน้อม  แล้วยื่นใบเปิดบัญชีพร้อมปากกาปลอกทองให้กับชายผู้ชราอย่างพินอบพิเทา พลางพูดขอให้กรอกใบสมัครให้
ชายชราส่ายหน้าช้าๆยื่นปากกาปลอกทองคืนให้กับผู้จัดการพร้อมกับยิ้มให้ กล่าวว่า
พ่อหนุ่มช่วยกรอกรายการให้ลุงทีเถิด ลุงอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้หรอก...
ผู้จัดการรับปากกาคืนมาแบบงงๆพลางถามลูกค้ารายใหญ่อย่างเกรงใจ
“...เอ่อ......พวกเราทราบถึงชื่อเสียงของท่านในกิจการสวนผลไม้....แต่ท่านอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนหนังสือไม่ได้ หรือครับ...
“...พ่อหนุ่ม” ชายชรายิ้มให้ผู้จัดการสาขาของธนาคารอย่างใจดี  “...ถ้าลุงอ่านหนังสือออก และเขียนหนังสือได้น่ะนะ...
แกถอนหายใจยาวก่อนจะพูดว่า
“...ป่านนี้ ลุงก็คงได้เป็นภารโรงไปแล้วละ...

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เด็กที่ฝากผลงานไว้ให้โลก4

Claudette Colvin
ฉันจะไม่ลุก เพื่อรักษาสิทธิของความเท่าเทียมกันของมนุษย์



คุณกล้าที่จะต่อสู้กับสิ่งผิดๆ ในสังคมเห็นเป็นเรื่องปรกติหรือไม่?
เรื่องราวของ Claudette Colvin เด็กสาวผิวสีอายุเพียง 15 ปี ในสหรัฐอเมริกา นั่งรถบัสกลับบ้านตามปรกติ ซึ่งในยุคนั้น สิทธิของคนผิวดำมีน้อยมาก เรียกได้ว่าเป็นคนละชนชั้นกับคนผิวขาวเลย ทั้งการจำกัดอาชีพ บริการสาธารณะต่างๆ หากใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง The Help จะยิ่งเห็นภาพ เช่นการแบ่งห้องน้ำระหว่างเจ้านายผิวขาวและลูกจ้างผิวสี รวมถึงการขึ้นรถบัสประเภทหนึ่งคือรถบัสแบ่งแยกสีผิว ที่มีกฏว่าคนผิวสีจะต้องลุกให้คนผิวขาวนั่ง แม้จะมานั่งก่อนก็ตาม ซึ่งคงมองกันว่าเป็นกฏที่ปรกติธรรมดาในสมัยนั้น
แต่ Colvin ไม่คิดเช่นนั้น
เธอปฏิเสธและยืนกรานที่จะไม่ปฏิบัติตามกฏนั้น เธอไม่ลุกให้คนผิวขาวนั่ง ซึ่งการปฏิเสธเช่นนี้ทำให้ต้องถูกดำเนินคดี แต่เธอก็ต่อสู้คดีจนถึงศาลสูงสุด
การต่อสู้ของเธอสำฤทธิ์ผล.. ในที่สุดศาลก็มีคำสั่งให้ ยกเลิกรถบัสแบ่งแยกสีผิว จะต้องไม่มีการให้คนผิวใดลุกให้คนผิวใดอีก นี่เป็นดั่งจุดเริ่มต้นจุดหนึ่งที่นำไปสู่แรงกระเพื่อมทางสังคม และมีเหตุการณ์ต่างๆ อีกมากมายหลังจากนั้น จนนำไปสู่ค่านิยมการไม่แบ่งแยกผิวสีและเชื้อชาติตราบจนทุกวันนี้ จากคำปฏิเสธเล็กๆ ของเด็กสาวอายุ 15 ปี

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สาส์นแม่พระ2+25มิ.ย.2016

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 มิ.ย. 2016
ลูกที่รักทั้งหลาย
จงขอบพระคุณพระเป็นเจ้าพร้อมกับแม่เถิดสำหรับพระพรที่ทรงอนุญาตให้แม่มาอยู่กับพวกลูก  
ลูกน้อยทั้งหลาย  จงสวดภาวนาและปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกลูกบนโลกนี้ 
วันนี้เป็นวันแห่งพระหรรษทาน  แม่ปรารถนาที่จะมอบคำอวยพรแห่งสันติภาพและความรักของแม่แก่พวกลูก
แม่ได้เข้าแทรกแซงช่วยเหลือเพื่อพวกลูกต่อองค์พระบุตรของแม่
และแม่ขอให้พวกลูกสวดภาวนาอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อที่แม่พร้อมกับพวกลูกจะได้ตระหนักถึงแผนการณ์ของแม่

ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่
 
สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 มิ.ย. 2016
ลูกที่รักทั้งหลาย
ในฐานะมารดาของพระศาสนจักรและในฐานะมารดาของลูก  แม่กำลังยิ้มขณะที่มองดูพวกลูกที่กำลังมาหาแม่และมารวมกันอยู่รอบๆแม่  พวกลูกกำลังแสวงหาแม่ 
การที่แม่มาหาพวกลูกเป็นการพิสูจน์ถึงความรักของสวรรค์ที่มีต่อพวกลูกว่ามีมากสักเพียงไร  
และเป็นการแสดงให้ลูกเห็นหนทางที่จะไปสู่ชีวิตนิรันดร  ไปสู่ความรอดพ้น 
อัครสาวกของแม่เอ๋ย,พวกลูกซึ่งเพียรพยายามทำให้หัวใจบริสุทธิ์และให้พระบุตรพำนักอยู่ในหัวใจนั้น 
พวกลูกกำลังอยู่ในหนทางที่ดีแล้ว 

ลูกที่กำลังแสวงหาองค์พระบุตรของแม่ก็กำลังแสวงหาหนทางที่ดี 
ระองค์ทรงให้หมายสำคัญหลายอย่างของความรักของพระองค์  พระองค์ประทานความหวัง 
เป็นการง่ายมากที่จะพบกับพระองค์ถ้าหากลูกพร้อมที่จะทำพลีกรรมและทำการใช้โทษบาป—ถ้าหากลูกมีความอดทน  มีความเมตตาและความรักต่อเพื่อนบ้าน 
ลูกหลายคนของแม่มองไม่เห็นและไม่ได้ยินก็เพราะพวกเขาไม่ต้องการ  พวกเขาไม่ต้องการยอมรับวาจาสั่งสอนและกิจการของแม่  อย่างไรก็ตามโดยอาศัยแม่,องค์พระบุตรทรงเรียกพวกลูกทุกคน 
พระจิตของพระองค์ส่องสว่างในบรรดาลูกทั้งหลายของแม่  ในแสงสว่างของพระบิดาสวรรค์ ,ในความเป็นหนึ่งเดียวของสวรรค์และโลก,ในความรักซึ่งกันและกัน---เพราะความรักเรียกร้องความรักและทำให้กิจการสำคัญมากกว่าคำพูด
เพราะฉะนั้น,อัครสาวกทั้งหลายของแม่,จงสวดภาวนาเพื่อพระศาสนจักรของลูก,จงรักพระศาสนจักรและทำกิจการแห่งความรัก  ไม่ว่าจะประสบกับการทรยศหรือได้รับบาดเจ็บก็ตาม 
พระศาสนจักรดำรงอยู่ ณ.ที่นี้ เพราะพระศาสนจักรมาจากพระบิดาสวรรค์ 
จงสวดภาวนาเพื่อนายชุมพาบาลของลูก  เพื่อที่ลูกจะมองเห็นความรักอันยิ่งใหญ่ขององค์พระบุตรของแม่ในบรรดาพวกท่านเหล่านั้น
ขอขอบใจลูก

ท่าทางของมือในรูปไอคอน


เมื่อคุณดูรูปไอคอน  ลองหาความหมายซี่งสื่อเป็นภาษาที่แฝงอยู่ในนั้น

>>>อ่านต่อ 

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สงครามฝ่ายจิต

ในขณะที่เรากำลังทำสงครามเพื่อปกป้องความเชื่อของเรา  พระเจ้า,บรรดานิกรเทวดา  และองค์พระคริสตเจ้าเอง กำลังเฝ้ามองดูเรา
>>>อ่านต่อ 

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

รองเท้าอีกข้าง

วันหนึ่ง ท่านมหาตมะ คานธีขึ้นรถไฟ
แล้วรองเท้าข้างหนึ่งของท่านหลุดออกจากเท้า
ขณะที่รถไฟก็เคลื่อนตัวออกไป ท่านไม่สามารถจะลงรถไฟไปเก็บรองเท้าที่หลุดตกไปได้
ท่านมหาตมะ คานธี ก็ถอดรองเท้าอีกข้างหนึ่ง
โยนลงรถไฟไปอยู่ใกล้ๆ กับรองเท้าข้างแรกที่หลุดไป
คนถามท่านมหาตมะว่า...
"ทำไมถึงโยนอีกข้างลงไป"
ท่านตอบว่า..."คนเก็บรองเท้าได้ เขาจะมีได้ครบคู่ เอาไปใช้ประโยชน์ได้".............

.......การให้ที่ยิ่งใหญ่ คือให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน.............

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เด็กที่ฝากผลงานไว้ให้โลก3

Ryan Hreljac
เรื่องราวของคนตัวเล็ก เพื่อน้ำดื่มแด่ผู้หิวโหย

การเติบโตมาในเมืองที่เพียงแค่หมุนก๊อก น้ำสะอาดก็ไหลให้เราได้ดื่มใช้อย่างไม่รู้จักหมด อาจจะทำให้จินตนาการยากว่ายังมีเด็กกว่าล้านคนในแอฟริกาที่ต้องเดินทางหลายกิโลเมตรเพื่อนำน้ำสะอาดมาอุปโภคบริโภค และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตไปก่อน เนื่องจากขาดแคลนน้ำสะอาดประทังชีวิต
หนูน้อยไรอัน เด็กชายวัย 6 ขวบจากประเทศแคนาดา ได้ยินเรื่องดังนั้นก็ถึงกับช็อกขณะเรียนวิชาสังคมศึกษา กับเรื่องราวของโลกที่ขาดแคลนน้ำสะอาด ความตกใจของเขากลายเป็นแรงบันดาลใจและตั้งเป้าหมายที่จะขุดบ่อน้ำเพื่อเด็กๆ แอฟริกาให้ได้
ไรอันทำงานรับจ้างต่างๆ รวมถึงออกไปพูดเพื่อขอเงินสนุบสนุนเป็นเวลา 1 ปีและในที่สุดก็ได้นำเงินไปขุดบ่อน้ำแห่งแรกสำเร็จ แต่การเดินทางของหนูน้อยไรอันพึ่งเริ่มต้น
ข่าวความเสียสละของเด็ก 7 ขวบนี้ โด่งดังไปทั่วแคนาดาและสหรัฐอเมริกา สร้างแรงบันดาลใจต่อให้เด็กๆ อยากร่วมกันส่งเงินไปให้เช่นกัน ไรอันได้จัดตั้งมูลนิธิ “Ryan’s Well Foundation” ขึ้นเพื่อระดมทุนที่จะขุดบ่ออื่นๆ เพิ่มในหลายๆ ที่
ปัจจุบัน ไรอันได้รับเลือกให้เป็น Global Youth Leader โดยองค์การยูนิเซฟ มูลนิธิของเขาได้ ขุดบ่อน้ำไปแล้วกว่า 740 บ่อ ห้องน้ำกว่า 1 พันห้อง ในเกือบ 20 ประเทศทั่วโลก ช่วยเหลือผู้คนกว่า 1 ล้านชีวิต ไม่ให้ตายอย่างทุกข์ทรมาน และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอีกหลายคนที่จะลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อวันที่ดีกว่า

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

แสงสว่างเกิดในเวลาปฏิสนธิ

26 April 2016 • 11:49am
นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบเป็นครั้งแรกว่า ชีวิตมนุษย์จุติขึ้นในแสงสว่างเมื่อสเปิร์มสัมผัสกับไข่  ภายหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์สามารถถ่ายภาพในเวลาที่สเปิร์มสัมผัสกับไข่  เวลานั้นเองแสงสว่างเล็กๆวาบขึ้นทันที
อันที่จริงนักวิทยาศาสตร์เคยเห็นปรากฏการณ์นี้แล้วในสัตว์  แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พบในมนุษย์  ศาสตราจารย์ Teresa Woodruff, แห่ง Northwestern University ซึ่งค้นพบปรากฏการณ์นี้กล่าวว่า “เมื่อเห็นแสงรังสีที่วาบขึ้นมาจากไข่ของมนุษย์ทำให้แทบหยุดหายใจเลย”
ไม่เพียงแต่เกิดแสงที่เหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นในเวลาที่ชีวิตใหม่จุติเท่านั้น  ขนาดของแสงสว่างยังสามารถใช้ในการพิจารณาถึงคุณภาพของไข่ที่ปฏิสนธิแล้วได้ด้วย
นักวิจัยจาก Northwestern University, in Chicago สังเกตุเห็นว่าไข่บางใบเกิดแสงสว่างมากกว่าใบอื่น  แสดงให้เห็นว่ามันเป็นไข่ที่จะให้กำเนิดทารกที่มีสุขภาพดีกว่าใบอื่น
ภาพที่ถ่ายได้เห็นแสงสว่างวาบขึ้นทันทีเวลาที่สเปิร์มมาพบกับไข่  Eggs flash as they meet
Teresa Woodruff กล่าวว่า “เราสามารถดูที่แสงสว่างที่วาบขึ้น( zinc spark )ในเวลาที่มีการปฏิสนธิ และเรารู้ในทันทีว่าไข่ใบไหนดีหรือไม่ในการทำปฏิสนธิในหลอดแก้ว”
ปัจจุบันนี้  การทำปฏิสนธิในหลอดแก้วจะมีไข่ 50 เปอร์เซนต์ที่การพัฒนาเป็นไปอย่างไม่เหมาะสม  และนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเกิดจากรหัสทางพันธุกรรมที่ผิดพลาด

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ผู้ได้รับพระพรพิเศษชาวซีเรีย

 เมื่อไม่นานมานี้ เราได้มีโอกาสพูดกับ มีรนา นาสซูร์ (Myrna Nazzour) หญิงชาวซีเรียที่ได้รับพระพรพิเศษ>>>อ่านต่อ


วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การเสด็จเยี่ยมเอลีซาเบธ

ผมเคยถามเพื่อนๆว่า  เมื่อแม่พระเสด็จเยี่ยมนักบุญเอลีซาเบธ นั้น นักบุญโยเซฟอยู่ที่นั่นด้วยหรือไม่?  พวกเขาส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย  ผมสงสัยในเรื่องนี้จึงได้พยายามศึกษาเพื่อตอบคำถามนี้>>>อ่านต่อ 

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

นักบุญคัทรินแห่งเซียนนา8

สาส์นของพระบิดา

น.คัทรินได้รับพระพรพิเศษในการฟังและบันทึกสาส์นจากพระบิดานิรันดร  ในหนังสือของเธอชื่อ “The Dialogue” บรรยายถึงการเปิดเผยของพระบิดาที่ให้ความมั่นใจและท้าทายแก่พวกเรา  พระบิดาทรงเป็นผู้ปกครองและอาจารย์สวรรค์ของพวกเรา  พระองค์ทรงสอนดังนี้
เกี่ยวกับความทุกข์(On Suffering )
·       ในชีวิตนี้  ความผิดบาปไมได้รับการชดเชยด้วยความทุกข์ใดๆที่เกิดขึ้นเอง  แต่บาปได้รับการชดเชยด้วยความทุกข์ที่เกิดจากความปรารถนา จากความรัก และจากหัวใจที่สำนึกผิด
·       คุณค่าในการชดเชยใช้โทษบาปมิได้มาจากตัวของความทุกข์เอง  แต่มาจากความปรารถนาของวิญญาณ
·       เช่นเดียวกัน, ความปรารถนาหรือการทำความดีต่างๆจะมีคุณค่าได้ก็โดยผ่านทางองค์พระบุตรสุดที่รักหนึ่งเดียวของเราเท่านั้น  คือในพระคริสต์ผู้ทรงถูกตรึงกางเขน  เพราะวิญญาณได้รับความรักมาจากพระองค์และจาดการทำความดีที่ปฏิบัติตามพระแบบฉบับของพระองค์
·       ความทุกข์ได้ชดเชยบาป  ความรักเกิดขึ้นจากความรู้ถึงความดีของเราและจากความขมขื่นและการสำนึกผิดที่หัวใจประสบในความรู้จักตนเองและรู้ถึงบาปที่ทำลงไป

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พระสันตปาปาพบคณะละครสัตว์


ผ้าสองผืน

สถาบัน Valencia-based Centro Español de Sindonología (CES)ได้ให้การสนับสนุนแก่โครงการของศาสตราจารย์ Dr. Juan Manuel Miñarro แห่งมหาวิทยาลัยแห่งเซวิล ในการวิจัยผ้าพันพระศพแห่งเมืองตุริน  และผ้าพันพระพักตร์พระเยซูเจ้าแห่งโอวิโด(The Shroud of Turin and the Sudarium of Oviedo)
ผ้าพันพระศพถูกใช้ในการพันร่างกายของพระเยซูเจ้า  และผ้าอีกผืนหนึ่งที่ใช้พันเฉพาะพระเศียรและพักตร์ของพระองค์  ผ้าทั้งสองถูกพบโดยนักบุญเปโตรและนักบุญยอห์นเมื่อทั้งสองมาถึงถ้ำที่เขานำพระศพของพระเยซูเจ้าไปวางไว้  ตามที่เขียนอยู่ในพระคัมภีร์  การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่าพระศพนี้เป็นพระศพของพระเยซูเจ้า  แต่ต้องการพิสูจน์ว่าผ้าทั้งสองถูกใช้กับบุคคลคนเดียวกัน  จากจุดพิกัดที่กำหนดในภาพของผ้าทั้งสองผืนซึ่งใช้ 8-12 จุดอันเป็นระบบในการพิสูจน์ลักษณะบุคคลในทางนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ทั่วโลก  จากจุดพิกัดนี้พบว่าตำแหน่งเหล่านั้นในผ้าทั้งสองตรงกันทั้งในด้านขนาดและระยะห่างของจุดพิกัด  นอกจากนี้ยังมีรอยเลือดที่ปรากฏอยู่บนผ้าทั้งสองผืน  และตำแหน่งของรอยเลือดในผ้าทั้งสองก็สอดคล้องกันด้วย
ศาสตราจารย์มานูเอล กล่าวว่า “ดังนั้นโดยตรรกะ  เราจึงสรุปว่าเรากำลังพูดถึงบุคคลคนเดียวกันอยู่”
ข้อสรุปที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้คือ ผ้าพันพระศพแห่งตูรินและผ้าพันพระพักตร์พระเยซูเจ้าแห่งโอวิโด ผ้าทั้งสองใช้กับบุคคลคนเดียวกัน
 “ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นจะไม่ถูกเปิดเผย  และไม่มีสิ่งใดที่ถูกปกปิดไว้จะไม่ถูกนำออกมาสู่ที่แจ้ง” ลก. 8:17

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เด็กที่ฝากผลงานไว้ให้โลก2

Louis Braille
ข้อจำกัดของร่างกาย ไม่ใช่อุปสรรคต่อการพัฒนาสิ่งที่ดีกว่า
              เบรลล์ เด็กหนุ่มชาวฝรั่งเศษ ผู้เกิดในปี ค.ศ.1809 เขาตาบอดสนิทเมื่ออายุ 3 ขวบ และได้เข้ารับการศึกษาที่สถาบันเพื่อเยาวชนตาบอดแห่งปารีส (Royal Institute for Blind Youth in Paris) ด้วยวัยเพียง 19 ปี เขาได้พัฒนาระบบอักษรขึ้นโดยไม่ใช้ดวงตา แต่อาศัยตำแหน่งของจุดที่นูนขึ้นมาบนกระดาษแทนซึ่งในสมัยก่อนใช้งานยุ่งยากและซับซ้อนมาก ระบบอักษรที่เบรลล์ประดิษฐ์ขึ้นนี้ในปัจจุบันถูกเรียกว่า ระบบอักษรเบรลล์ เพื่อเป็นเกียรติแด่หลุยส์ เบรลล์
อักษรเบรลล์ถูกใช้ทั่วโลกสำหรับการอ่าน/เขียน ของคนตาบอด มีรูปแบบเพื่อทดแทนอักษรในภาษาต่างๆ รวมถึงภาษาไทย ละยังแทนตัวเลขได้อีกด้วย ซึ่งเรามักพบอักษรเบรลล์อยู่ในลิฟท์บริเวณเลขชั้นนั่นเอง
หลุยส์ เบรลล์ ได้เป็นอาจารย์ที่ Royal Institute for Blind Youth in Paris กระทั่งเสียชีวิตไปในวัย 43 ปี แต่ผลงานในวัยเด็กของเขา ยังคงสร้างคุณประโยชน์ให้แก่โลกจวบจนทุกวันนี้

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า2

ในปี 1200 นักบุญลุทการ์ดได้เห็นนิมิตพระเยซูเจ้าเสด็จมาหาเธอ  และในเวลานั้น พระคริสต์ทรงสัญญาว่าจะให้ทุกสิ่งที่เธอวอนขอ  น.ลุทการ์ดได้ขอพรธรรมดาอย่างหนึ่งคือ  ขอให้เธอเข้าใจภาษาลาตินได้ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้เพื่อที่เธอจะได้สามารถนมัสการพระเยซูเจ้าได้อย่างถูกต้องดีพร้อม  และเธอก็ได้รับพระพรแห่งความรู้นี้  แต่ น.ลุทการ์ดได้วอนของพรอีกอย่างหนึ่งแทนที่พรที่เธอได้รับไปแล้ว  พระเยซูเจ้าถามเธอว่า  เธอจะวอนขอพรอะไรแทนที่พรนั้น  น.ลุทการ์ดทูลขอดวงพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า  และพระเยซูเจ้าได้เข้าไปใกล้ น.ลุทการ์ด  ทรงนำเอาหัวใจของเธอออกมาจากทรวงอกของเธอ  และนำดวงพระทัยของพระองค์ใส่เข้าไปแทนที่

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เด็กที่ฝากผลงานไว้ให้โลก1

Anne Frank
กับไดอารี่ทีทำให้ทั้งโลกต้องหลั่งน้ำตา

             แอนน์ แฟรงค์ เด็กสาวชาวยิว อายุ 13 ปี ผู้ได้รับสมุดไดอารี่เป็นของขวัญวันเกิดในปี ค.ศ. 1942 ท่ามกลางไฟสงคราม ซึ่งในขณะนั้น อดอฟ ฮิตเลอร์ ผู้ปกครองเยอรมันนี ได้ออกนโยบายกำจัดชาวยิว จนกระทั่งครอบครัวแฟรงก์ซึ่งเป็นยิวกลัวภัยอันตรายจึงต้องหลบหนี และได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวหนึ่งให้ซ่อนอยู่ในห้องใต้หลังคานั้น
แอนน์ ได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ทั้งความหวาดกลัว ชีวิตความเป็นอยู่ การหลบซ่อน หรือกิจกรรมฆ่าเวลาเพื่อให้ผ่านไปแต่ละวัน โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่าบันทึกชีวิตประจำวันของเธอเล่มนั้น วันหนึ่งจะกลายเป็นส่วนสำคัญหนึ่งของประวัติศาสตร์โลก
วันหนึ่ง ทหารนาซีสืบค้นจนพบครอบครัวรวมทั้งตัวเธอ  ทุกคนถูกส่งไปยังค่ายกักกันเอาชวิทซ์ของนาซี ใช้ชีวิตราวนรกบนดิน  ครอบครัวถูกแยกออกจากกัน เด็กและคนแก่ต้องโดนรวมแก๊ซพิษจนตาย แอนน์รอดมาได้เพราะอายุเกินเกณฑ์มาอย่างหวุดหวิด แต่ท้ายที่สุด แม่ พี่สาว และแอนน์ แฟรงค์ก็เสียชีวิตในที่สุด ก่อนทหารอังกฤษจะเข้ามาปลดปล่อยนักโทษได้เพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น พ่อของเธอเป็นคนเดียวที่รอดชีวิต  เขาได้กลับมายังบ้านกระทั่งพบไดอารี่ของเธอและทำการตีพิมพ์หนังสือ ไดอารี่ของแอนน์ แฟรงก์ หลายปีต่อมาหนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมทั่วโลก ในฐานะของหลักฐานที่เล่าถึงเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ที่โด่งดังที่สุดและเป็นวรรณกรรมที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกชิ้นหนึ่ง
นิตยสารไทมส์ ยกให้แอนน์ แฟรงก์ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การกลับฟื้นคืนชีพของพระเยซูเจ้า



พระเยซูเจ้าทรงกลับฟื้นคืนชีพจากความตายจริงหรือ? หลักฐานที่สนับสนุนความเชื่อของคริสตชน
มากกว่า 2000 ปี ที่ชายผู้หนึ่งที่มาจากกาลิลีถูกประหารชีวิต  อย่างไรก็ตาม  สามวันหลังจากนั้น เขาก็กลับฟื้นคืนชีพจากความตาย  ทำให้บรรดาผู้มีความเชื่อและไม่มีความเชื่อประหลาดใจ  นี่เป็นการกระทำที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า  สิ่งที่เขาพูดไว้เป็นความจริงและเขาเป็นบุตรของพระเจ้า  เป็นพระแมสสิยาห์
และนี่เป็นแก่นของความเชื่อคริสตชน
หนังสือชื่อ "Did Jesus Really Rise from the Dead?" เขียนขึ้นจากมุมมองที่แตกต่างกันหลายแง่มุม  ดังเช่น  จากประวัติศาสตร์  เทววิทยาและเรื่องฝ่ายจิต  หนังสือได้แสดงหลักฐานยืนยันความเป็นจริงของเหตุการณ์นี้
CARL E. OLSON ผู้เขียนหนังสือ
“ผมใช้เวลาเล็กน้อยในการอธิบายว่าเหตุใดการกลับฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเจ้าจึงมีความสำคัญมาก  มันมีความหมายสำหรับคริสตชน  ไม่ใช่เป็นแค่เพียงประโยคหนึ่งในบทสวดข้าพเจ้าเชื่อเท่านั้น   แต่มันเป็นหัวใจหลักทีเดียว  มันเชื่อมโยงกับความเชื่อของเราที่มีในพระเป็นเจ้า องค์พระตรีเอกภาพ  และความเชื่อว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเป็นเจ้าแท้และมนุษย์แท้ที่ได้ทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์
Carl Olson มีพื้นเพมาจากการเป็นโปรแตสแตนท์ , แอนตี้คาทอลิก, เป็นผู้ยึดมั่นในคำสอนของตนอย่างเหนียวแน่น  แต่หลังจากที่เขาได้ศึกษาประวัติศาสตร์พระศาสนจักรแล้ว  เขาก็ได้เข้าสู่พระศาสนจักรคาทอลิกอย่างเต็มตัว
หนังสือได้พูดถึงการกลับฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเจ้าและพระคัมภีร์ได้กล่าวถึงเรื่องนี้อย่างไร  โดยตัดประเด็นเรื่องของอัศจรรย์ หรือการมีใจอคติต่อศาสนายิว  ต่อธรรมเนียมและพิธีกรรมของชาวยิวซึ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อเรื่องการกลับฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเจ้า  แต่นี่เป็นแง่มุมหนึ่งเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าจากผู้เขียนที่เป็นชาวเยอรมันโปรแตสแตนท์ในศตวรรษที่ 18-19
CARL E. OLSON ผู้เขียนหนังสือ
“คริสต์ศาสนาเป็นประวัติศาสตร์แห่งความเชื่อ  ซึ่งฝังรากลึกในยุคสมัยและสถานที่  ดังนั้นผมต้องการให้ประชาชนเชื่อมโยงเรื่องราวตั้งแต่คริสตศาสนายุคต้นกับพระคัมภีร์เพื่อทำให้ความเข้าใจของเรามีมากขึ้นและบังเกิดความรักในสิ่งเหล่านั้น”
อาจมีคนคิดว่า  การกลับฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเจ้าอาจเป็นเพียงภาพมายา หรือเป็นตำนานลึกลับ หรือเป็นเพียงความฝันของบรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าซึ่งเกิดจากความตายของพระองค์  อย่างไรก็ตาม  ความจริงในประวัติศาสตร์ได้ลบล้างความคิดเหล่านี้  ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนชีพจากความตายอย่างแท้จริง

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อัศจรรย์ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์

ในฐานะคริสตชน  เราย่อมเชื่อว่ามีอัศจรรย์ทั้งในอดีตและในปัจจุบัน  อย่างเช่นอัศจรรย์การรักษาโรคแก่ผู้ป่วยที่ไม่มีทางรักษา  ซึ่งเป็นอัศจรรย์สำคัญที่ใช้ในการพิจารณาการสถาปนาเป็นนักบุญ  แต่ก็ยังมีอัศจรรย์ใหญ่กว่าที่เกิดกับผู้คนจำนวนมาก  >>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559

นักบุญคัทรินแห่งเซียนนา7

สาส์นของพระบิดา

น.คัทรินได้รับพระพรพิเศษในการฟังและบันทึกสาส์นจากพระบิดานิรันดร  ในหนังสือของเธอชื่อ “The Dialogue” บรรยายถึงการเปิดเผยของพระบิดาที่ให้ความมั่นใจและท้าทายแก่พวกเรา  พระบิดาทรงเป็นผู้ปกครองและอาจารย์สวรรค์ของพวกเรา  พระองค์ทรงสอนดังนี้
เกี่ยวกับโลหิตของพระคริสต์ (On The Blood of Christ)
·       ด้วยการถวายพระโลหิตแห่งชีวิตขององค์พระบุตรสุดที่รักหนึ่งเดียวของเรา  ได้ขับไล่ความตายและความมืดออกไป  กำจัดความหลงผิดและนำพระพรแห่งแสงสว่างและความจริงกลับคืนมา
·       สำหรับผู้ที่รับพระโลหิตที่หลั่งลงมานี้  พวกเขาจะได้บรรลุถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการเพื่อการได้รับความรอดและความดีเพียบพร้อม  แต่เนื่องจากพระโลหิตนี้เป็นพระพรแห่งชีวิต  และพระหรรษทานย่อมเป็นสัดส่วนกับความปรารถนาและการตระเดรียมวิญญาณให้ดีด้วย  เหมือนที่ความตายย่อมมาจากความชั่วร้าย
·       เราสร้างมนุษยชาติขึ้นมาใหม่ในพระโลหิตขององค์พระบุตรสุดที่รักหนึ่งเดียวของเรา  และประทานพระหรรษทานแก่พวกเขา  แต่พวกเขาได้ดูหมิ่นพระหรรษทานที่เราประทานแก่พวกเขาและยังคงประทานให้นี้มากเหลือเกิน

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ทำไมเรียกศีลมหาสนิทว่าhost

“นี่คือกายของเรา....นี่คือโลหิตของเราที่หลั่งลงมาเพื่อท่านทั้งหลาย”>>>อ่านต่อ

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บทภาวนาของนักบุญออกุสตินเพื่อการกลับใจ

นักบุญออกัสตินหลังจากกลับใจแล้ว  ท่านได้เขียนหนังสือคำสอนมากมายรวมทั้งบทภาวนาบทนี้>>>อ่านต่อ

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

วิทยาศาสตร์วิบัติ


เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนมนุษย์ในห้องทดลองได้นาน 13 วันด้วยวิธีพิเศษที่คิดขึ้น นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังคิดที่จะโคลนนิ่งสัตว์ที่สูญพันธ์ไปแล้วในอดีตจากเนื้อเยื่อที่ค้นพบ อย่างเช่น นกโดโด นกแก้วพาราคีต แต่ไดโนเสาร์ไม่อาจเพาะเลี้ยงหรือโคลนนิ่งได้เพราะตัวอย่างเนื้อเยื่อที่มีอยู่มีอายุมากเกินไป

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559

นักบุญคัทรินแห่งเซียนนา6

สาส์นของพระบิดา

น.คัทรินได้รับพระพรพิเศษในการฟังและบันทึกสาส์นจากพระบิดานิรันดร  ในหนังสือของเธอชื่อ “The Dialogue” บรรยายถึงการเปิดเผยของพระบิดาที่ให้ความมั่นใจและท้าทายแก่พวกเรา  พระบิดาทรงเป็นผู้ปกครองและอาจารย์สวรรค์ของพวกเรา  พระองค์ทรงสอนดังนี้
เกี่ยวกับจิตใจอิสระ (Freewill)
·       ลูกแต่ละคนมีไร่องุ่นของตนเอง  คือวิญญาณของลูก โดยมีจิตใจอิสระของลูกเป็นคนงานตลอดชีวิตของลูก
·       เมื่อวันเวลาของลูกผ่านพ้นไป  “จิตใจอิสระ”ของลูกจะไม่สามารถทำงานได้ไม่ว่าจะเป็นความดีหรือความชั่ว  แต่ขณะที่ลูกยังมีชีวิตอยู่  จิตใจอิสระสามารถอยู่ในไร่องุ่นแห่งวิญญาณของลูกที่ซึ่งเราได้จัดไว้ให้มันอยู่
·       คนงานแห่งวิญญาณของลูก (จิตใจอิสระ)ได้รับอำนาจซึ่งไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรือสิ่งสร้างใดๆก็ตามก็ไม่สามารถขโมยไปได้โดยปราศจากความยินยอมของจิตใจ  เพราะในพิธีการชำระล้างบาปอันศักดิ์สิทธิ์  จิตใจอิสระได้รับการปกป้องด้วยพระแสงดาบคือความรักในคุณธรรมและความเกลียดชังบาป  ความรักในคุณธรรมและความเกลียดชังบาปนี้พบได้ในโลหิต  เพราะองค์พระบุตรแต่องค์เดียวของเราได้ประทานโลหิตของพระองค์แก่ลูกในความตายของพระองค์ด้วยความรักต่อลูกและความเกลียดชังบาป  และโดยอาศัยพระโลหิตนี้ลูกจึงได้รับชีวิตในพิธีการชำระล้างบาปนี้

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

เดือนมิถุนายนเราระลึกถึงพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าเป็นพิเศษ พระองค์ตรัสกับนักบุญมากาเร็ต มารีย์ ว่า “จงมองดูหัวใจดวงนี้ที่รักมนุษย์เป็นอย่างมาก  แต่มนุษย์กลับไม่ต้องการรักเราเป็นการตอบสนอง  ดวงพระหฤทัยดวงนี้ปรารถนาจะใช้ลูกเพื่อเผยแพร่ความรักของเราไปทั่วทุกหนแห่งบนโลกนี้”
ต่อไปนี้เป็นความจริง 8 ข้อเกี่ยวกับพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า
ข้อที่ 1 ดวงพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ประทานพระสัญญา 12 ข้อ ได้แก่
1.             เราจะประทานพระคุณทุกๆ ประการที่จำเป็นตามสถานภาพแห่งชีวิตของเขา
2.             เราจะนำสันติสุขมาสู่ครอบครัวของเขา
3.             เราจะปลอบบรรเทาใจเขา ในความทุกข์ยากต่างๆ
4.             เราจะเป็นที่ลี้ภัยอันปลอดภัย ของผู้ที่อยู่ในภยันตรายของศัตรูแห่งชีวิตและเป็นต้นเมื่อใกล้จะตาย
5.             เราจะประทานพระพรอย่างอุดมสมบูรณ์มายังกิจการงานทุกอย่างของเขา
6.             คนบาปจะพบท่อธารและมหาสมุทรแห่งความเมตตา ที่ไม่มีขอบเขตในพระหฤทัยของเรา
7.             วิญญาณที่เย็นชาจะกลับเป็นวิญญาณที่ศรัทธาร้อนรน  
8.             วิญญาณที่ศรัทธาร้อนรนอยู่แล้ว จะก้าวสู่ความศักดิ์สิทธิ์ที่สูงขึ้น
9.             เราจะอวยพรทุกบ้านที่มีรูปพระหฤทัยของเราตั้งไว้เป็นที่เคารพ
10.      เราจะประทานพระพรให้พระสงฆ์สามารถเข้าถึงจิตใจของผู้มีใจแข็งกระด้าง
11.      เราจะจารึกชื่อของผู้ที่เผยแผ่ความศรัทธานี้ไว้ในพระหฤทัยของเราตลอดไป
12.      เราสัญญาต่อลูกด้วยดวงพระหฤทัยเมตตาอันเหลือล้นของเราว่า  ความรักทรงฤทธานุภาพทุกประการของเราจะอวยพรแด่ ผู้ที่รับศีลมหาสนิทในวันศุกร์ต้นเดือน 9 ครั้ง ต่อเนื่องกัน  เขาจะไม่ตายโดยไม่ได้รับพระหรรษทานหรือโดยไม่ได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์  ดวงพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของเราจะเป็นที่ลี้ภัยอันปลอดภัยของเขาในวาระสุดท้าย