พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2024 พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์

           ต่อมาอีกหกวัน พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูงตามลำพัง แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวเจิดจ้า ขาวผ่องอย่างที่ไม่มีช่างซักฟอกคนใดในโลกทำให้ขาวเช่นนั้นได้ แล้วประกาศกเอลียาห์กับโมเสสแสดงตนสนทนาอยู่กับพระเยซูเจ้า เปโตรจึงทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริง ๆ เราจงสร้างเพิงขึ้นสามหลังเถิด หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับประกาศกเอลียาห์” เขาไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรเพราะศิษย์ทั้งสามคนต่างตกใจกลัว ครั้นแล้วเมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้ มีเสียงหนึ่งออกมาจากเมฆก้อนนั้นว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด” ทันใดนั้น ศิษย์ทั้งสามคนเหลียวมองรอบ ๆ ไม่เห็นผู้ใดอยู่กับตนนอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น
           ขณะที่กำลังลงจากภูเขา พระองค์ตรัสสั่งเขามิให้เล่าเหตุการณ์ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย ศิษย์ทั้งสามคนเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกใครแต่ยังปรึกษากันว่า “จนกว่าจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย” นี้ หมายความว่าอย่างไร
(มาระโก 9:2-10)








วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2557

การสารภาพบาป


________________________________________________________

พระสันตปาปาฟรังซิส สร้างความประหลาดใจให้แก่ศาสนิกในโบสถ์ เมื่อพระองค์ไป
สารภาพบาปในที่ฟังสารภาพบาปทั่วไปของสัตบุรุษ

วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557

สาสน์แม่พระ - มี.ค. 2014

สาสน์แม่พระประทานแก่มารีจา 25 มี.ค.
"ลูกที่รักทั้งหลาย  แม่กำลังเรียกร้องพวกลูกอีกครั้ง  จงเริ่มต้นทำสงครามต่อสู้กับบาปเหมือนวันแรกเถิด  จงไปสารภาพบาปและตัดสินใจที่จะอยู่ในความศักดิ์สิทธิ์  ความรักของพระเป็นเจ้าจะเริ่มต้นหลั่งไหลมายังโลกนี้โดยผ่านทางพวกลูก  สันติภาพจะเริ่มต้นปกครองหัวใจของพวกลูกและพระพรที่พระเป็นเจ้าทรงอวยพรให้ก็จะเต็มเปี่ยมในตัวลูก  แม่อยู่กับพวกลูกและจะแซกแทรงช่วยเหลือเพื่อพวกลูกทุกคน  โดยวิงวอนอยู่เบื้องหน้าพระเยซูเจ้าองค์พระบุตรของแม่  ขอขอบใจลูกที่ตอบสนองเสียงเรียกร้องของแม่"
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ** * * *
สาส์นแม่พระประทานแก่มีรยานา 2 มี.ค. 2014
ลูกที่รักทั้งหลาย 
แม่มาหาลูกในฐานะมารดา  และแม่ปรารถนาให้ลูกได้พบที่พักพิง  การปลอบประโลมใจ และพบการพักผ่อนในแม่ผู้เป็นมารดาของลูก
เพราะฉะนั้น  ลูกๆทั้งหลาย  ผู้เป็นอัครสาวกแห่งความรักของแม่  จงสวดภาวนา
สวดภาวนาด้วยความศรัทธาและถ่อมตน  จงเชื่อและไว้วางใจอย่างสมบูรณ์ต่อองค์พระบิดาสวรรค์
ไว้วางใจดังเช่นที่แม่ไว้วางใจเมื่อแม่ได้รับแจ้งว่าแม่จะเป็นผู้นำพระพรแห่งพระสัญญา
ขอให้คำพูดนี้ออกมาจากหัวใจของลูก  จากริมฝีปากของลูกเสมอ คือ “ขอให้น้ำพระทัยของพระองค์จงสำเร็จไป”
เพราะฉะนั้นจงไว้วางใจและสวดภาวนา  เพื่อที่แม่จะสามารถช่วยเหลือลูกด้วยการวิงวอนเบื้องพระพักตร์พระเป็นเจ้าเพื่อลูกได้  เพื่อที่พระองค์จะได้ประทานพระพรแห่งสวรรค์แก่ลูก  และทำให้ลูกเต็มเปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า
แล้วนั้นลูกจะสามารถช่วยเหลือทุกคนที่ยังไม่รู้จักพระเป็นเจ้า – ลูก ผู้เป็นอัครสาวกแห่งความรักของแม่  จะช่วยเหลือพวกเขาให้เรียกพระองค์ว่า “พระบิดา” ด้วยความไว้วางใจอย่างสมบูรณ์
จงสวดภาวนาเพื่อนายชุมพาบาลของลูก  และมอบความไว้วางใจแก่ท่านในมือที่อวยพรของท่าน
ขอขอบใจลูก
ธรรมชาติมหัศจรรย์
มีความมหัศจรรย์ลึกลับหลายอย่างในธรรมชาติที่ทำให้เราต้องพิศวง  แม้นักธรรมชาติวิทยาพยายามให้คำตอบว่ามันเป็นเรื่องการปรับตัวเพื่อการดำรงชีวิตรอดของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติก็ตาม  แต่การปรับตัวอย่างชาญฉลาดเช่นนี้  แม้แต่มนุษย์ที่ถือว่าฉลาดที่สุดแล้ว  ก็ยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย  ในตอนนี้เราให้ชื่อว่า .........สุดยอดแห่งการพรางตัว

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

ธรรมชาติมหัศจรรย์-El condo pasa



ธรรมชาติมหัศจรรย์ของวัวไบซันในทวีปอเมริกาเหนือ  พร้อมเพลงประกอบ Elcondo pasa ที่ไพเราะ
 

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

ห้ามทานเนื้อในเทศกาลมหาพรต

น.โทมัส อควินัสได้ให้เหตุผลทางเทววิทยาในการห้ามทานเนื้อในเทศกาลมหาพรตดังนี้
1. พระคริสต์ทรงมอบพระกายของพระองค์เพื่อพวกเราทุกคนบนไม้กางเขน  พระคริสต์ทรงมอบเนื้อของพระองค์แก่พวกเรา  ดังนั้นเราก็ไม่ควรทานเนื้อเพื่อระลึกถึงพระองค์
2. ประการที่สองนี้ น.โทมัสอธิบายยาวหน่อย 
            พระศาสนจักรได้กำหนดกฏเกณฑ์ในเรื่องการอดเนื้อในวันศุกร์ตลอดปี และ ในวันพุธและวันศุกร์ในระหว่างมหาพรต  เพื่อระงับความพึงพอใจในเรื่องอาหารและเรื่องทางเพศ  และเนื้อเป็นอาหารที่ให้ความพึงพอใจมากที่สุดและชักนำให้เกิดความลุ่มหลงมากที่สุด
                เนื้อของสัตว์ทุกชนิดที่หายใจในอากาศบนพื้นพิภพรวมทั้งผลิตภัณฑ์ของมัน  อันได้แก่ นมของสัตว์บก  ไข่ของนก  ร่างกายของสัตว์เหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับร่างกายของมนุษย์มากกว่าสัตว์ประเภทอื่น  และให้ความพึงพอใจเมื่อถูกทำเป็นอาหาร  ช่วยบำรุงร่างกายมนุษย์ได้ดีที่สุด  มันจึงเป็นสิ่งที่ตอบสนองต่อตัณหาของมนุษย์มากที่สุด  ดังนั้นพระศาสนจักรจึงห้ามทานอาหารที่ทำมาจากสัตว์บก
             ดังนั้นอาหารที่ทำจากสัตว์เลือดอุ่นจึงให้ความพึงพอใจมากกว่าสัตว์ที่ทำจากสัตว์เลือดเย็น  น.โทมัส ได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของความพึงพอใจที่รับจากอาหารไปสู่ความความพึงพอใจจากเรื่องทางเพศ
             น.โทมัสให้เหตุผลว่า  อาหารของเรามีผลต่อราคะตัณหาของเรา
             และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ก็สนับสนุนคำอธิบายนี้  ระดับของฮอร์โมนเทสโตสเตโรนที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นด้วย  ถ้าเราต้องการให้ฮอร์โมนนี้สูงขึ้น  ก็ให้ทานเนื้อแดงและเนื้อติดมัน  มหาวิทยาลัยฮารวาร์ดได้ทดลองและพบว่าผู้หญิงจะมีภาวะตอบสนองต่อการเจริญพันธุ์เมื่อดื่ม นมวัวที่มีไขมัน
             แล้วจะลดระดับฮอร์โมนนี้ได้อย่างไร?  ให้ทานผักสลัด  ถั่วเหลือง  น้ำตาล  ผักต่างๆ และ ปลา  และงดทานเนื้อและผลิตภัณฑ์จากนม
             แล้วอาหารพวกกุ้งลอบสเตอร์หรือหอยนางรมล่ะ?
             น.โทมัสกล่าวถึงปัญหานี้ว่า”ยิ่งกว่านั้น  ปลาบางชนิดก็ให้ความอเร็ดอร่อยเช่นเดียวกับเนื้อสัตว์  และราคะตัณหาก็ปรารถนาความอเร็ดอร่อยเหมือนกับที่ได้กล่าวมาแล้ว (I-II, 30, 1).”
             แล้วไวน์ล่ะ?
            ไวน์ก็เช่นเดียวกัน  แต่พระศาสนจักรไม่ได้ห้ามดื่มไวน์ราคาแพงในระหว่างเทศกาลมหาพรต  แต่การดื่มก็ถือว่าขัดกับจิตตารมณ์ของมหาพรต  พระศาสนจักรกำหนดกฎเกณฑ์ในระดับที่ต่ำที่สุด  ความรักส่งเสริมให้เราทำการเสียสละบางสิ่งบางอย่างบ้างเพื่อเป็นการใช้โทษบาป  แล้วพระคริสต์จะทรงมอบความชื่นชมยินดีและพระหรรษทานจากดวงพระทัยของพระองค์มาให้แก่จิตวิญญาณของเรา  คนส่วนมากคงไม่ได้ทานกุ้งลอบสเตอร์  แต่อาจจะทานเนื้อ  พระศาสนจักรปรารถนาให้เราทำการเสียสละบางอย่างบ้างในวันศุกร์  และใครจะรู้  การงดทานเนื้ออาจทำให้คุณผอมลงพอที่จะเข้าสู่ทางแคบๆได้

วันอังคารที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557

เทเรซากับนักโทษประหาร

เทเรซา  มาร์ติน


เขาเป็นอาชญากรที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้น 
เป็นคนที่โหดเหี้ยมน่าเกลียดน่าชังที่สุด
-- เขาคือ  อองรี  ปรานซินี  

.......อ่านต่อ

วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

การโฆษณาชวนเชื่อ


      “ถ้าคุณพูดโกหกให้ใหญ่โตพอ  และพูดซ้ำๆหลายครั้ง  ประชาชนจะค่อยๆคล้อยตามและเชื่อ  การโกหกเป็นสิ่งที่คอยค้ำจุนรัฐ (นาซี) เพราะมันเป็นเกราะที่กันประชาชนออกจากเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และ/หรือ การทหาร ได้  เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรัฐที่จะต้องใช้อำนาจทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อกำจัดการไม่เห็นด้วยกับรัฐ  และเพราะว่า ความจริงเป็นศัตรูที่ร้ายกาจของการโกหก  ดังนั้น  ความจริงจึงเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัฐ (นาซี)”
      "การโฆษณาชวนเชื่อจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อบรรดาผู้ที่ถูกครอบงำ มั่นใจว่าพวกเขากำลังแสดงออกด้วยเจตจำนงค์อิสระของพวกเขาเอง"
     ฝูงชนมหาศาลถูกหลอกด้วยการโกหกเรื่องใหญ่ ง่ายกว่าโกหกเรื่องเล็กๆ"
     --- วาทะของโยเซฟ เกิบเบลส์
โยเซฟ เกิบเบลส์ นักจิตวิทยามวลชน และแกนนำคนสำคัญฝ่ายพลเรือนของพรรคนาซี  เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมือซ้ายของฮิตเลอร์ เขารับตำแหน่งประธานาธิบดีของจักรวรรดิไรซ์ ต่อจากฮิตเลอร์ - หลังจากฮิตเลอร์ฆ่าตัวตาย  แต่ก็อยู่ได้เพียง 1 วัน เขาก็ฆ่าตัวตายตามฮิตเลอร์โดยกรอกยาพิษให้กับภรรยาและลูก 7 คนและตัวเองในที่สุด

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

จิตใจวอกแวกเวลาสวดภาวนา

น.เบอร์นาร์ดเดินทางไปกับชาวนาคนหนึ่งซึ่งยากจนและไร้การศึกษา  ชาวนาคุยโอ้อวดว่า “ผมไม่เคยมีใจวอกแวกเวลาสวดภาวนาเลย” น.เบอร์นาร์ดแย้งว่า “ผมไม่เชื่อหรอก  ผมขอท้าพนันกับคุณ  ถ้าคุณสามารถสวดบทข้าแต่พระบิดาโดยใจไม่วอกแวกเลย   ผมจะให้ลาที่ผมขี่นี้แก่คุณ  แต่ถ้าคุณทำไม่ได้  คุณต้องมากับผมและบวชเป็นนักพรต”  ชาวนาตอบตกลงและเริ่มสวดภาวนาด้วยเสียงดังอย่างมั่นใจ  “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย  พระองค์สถิตในสวรรค์  พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ....” แล้วเขาหยุดสวดพักหนึ่งหันมาถาม น. เบอร์นาร์ดว่า “รวมอานและบังเหียนด้วยหรือเปล่าครับ?”
.........อ่านต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557

พระสันตะปาปาจะเสด็จเยือนเกาหลีใต้ในเดิอนสิงหาคม


(AsiaNews) พระสันตะปาปาจะเสด็จเยือนเกาหลีใต้ระหว่างวันที่ 13 – 18 สิงหาคม 2014  พระองค์จะเข้าร่วมในงานวันชุมนุมเยาวชนเอเชียซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองแดจอง Daejeon  อีกทั้งจะทรงเป็นประธานในพิธีมิสซาเพื่อสถาปนามรณะสักขีชาวเกาหลี 124 คน และเป็นพิธีมิสซาเพื่อสันติภาพในเกาหลีเหนือ  หมายกำหนดการนี้ได้รับการยืนยันจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสันตสำนัก

พระเยซูเจ้าทรงพบกับพระมารดา

ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงดำเนินไปตามทางแห่งพระมหาทรมาน  ท่ามกลางฝูงชนที่รายล้อม  พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระมารดาสุดที่รักของพระองค์.......

อ่านต่อ 

วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2557

ศัตรูที่แท้จริงของพระศาสนจักรคือคาทอลิกที่ไม่ดี


 

แบร์นาแด็ต  ซูบีรุส เป็นนักบุญที่ทุกคนรู้จักกันดี  หลังจากที่แม่พระประจักษ์เสร็จสิ้นแล้ว  แบร์นาแด๊ตได้บวชเข้าอารามที่เนแวร์ในปี 1870  เวลานั้นสงครามได้ปะทุขึ้นทางตอนเหนือของฝรั่งเศส  กองทัพปรัสเซีย-เยอรมันเดินทัพมาสู่ปารีส  มีชายคนหนึ่งมาเยี่ยมแบร์นาแด๊ตที่อารามและได้ถามคำถามเธอ  คำพูดของเธอถูกตีพิมพ์ในขณะที่เธอยังมีชีวิตอยู่  นี่เป็นคำพูดจากต้นฉบับที่ถูกตีพิมพ์
-ที่ถ้ำในลูร์ดส  ซิสเตอร์ได้รับการเปิดเผยในเรื่องอนาคตและชะตากรรมของฝรั่งเศสบ้างไหมครับ?  แม่พระไม่ได้ทรงประทานคำเตือนแก่ฝรั่งเศสบ้างหรือ?”
-ไม่
-ปรัสเซียนกำลังอยู่แค่ประตู  สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้ซิสเตอร์รู้สึกกลัวบ้างหรือ?
-ไม่
-ไม่มีสิ่งใดที่ซิสเตอร์กลัวเลยหรือ?
-ดิฉันกลัวแต่คาทอลิกที่ไม่ดี
-นอกจากนี้ไม่กลัวสิ่งอื่นอีกหรือ?
-ไม่มีค่ะ

สวดภาวนา


        เด็กชายคนหนึ่งต้องการทำสนามข้างบ้านให้เป็นสนามสำหรับเล่นฟุตบอล  เขาขนก้อนหินออกไปทีละก้อน แต่มีก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งเขาพยายามเท่าไรก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้  พ่อเฝ้ามองลูกของตนทำงานและรู้ปัญหาจึงเข้าไปถาม “ลูกแน่ใจว่าได้ใช้ความพยายามทั้งหมดแล้วนะ?” ...”ครับพ่อ”...ลูกยืนยัน...แต่พ่อพูดว่า “ไม่หรอก ลูกยังไม่ได้ทำ – ลูกยังไม่ได้มาขอให้พ่อช่วยเลย” 
       พวกเราหลายคนมีปัญหาในชีวิตและพยายามแก้ไขปัญหาของตัวเองอย่างเต็มความสามารถ  แม้กระนั้นก็ตามก็ยังแก้ปัญหาไม่สำเร็จ  เพราะมันใหญ่เกินความสามารถของเรา  เราลืมที่จะขอความช่วยเหลือจากพระบิดาสวรรค์ของเรา  พระองค์กำลังรอคอยให้เราวอนขอพระองค์ให้ทรงช่วยเหลือ  การสวดภาวนาเป็นวิธีที่เราจะขอความช่วยเหลือจากพระองค์  สวดภาวนาด้วยความถ่อมตนและไว้วางใจในพระองค์  ขอบพระคุณ  ขออภัยในบาปของเราและสวดภาวนาเพื่อผู้อื่นด้วย  จงสรรเสริญพระทัยเมตตาของพระองค์เสมอ

วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557

พระเยซูเจ้ารับศีลล้าง จำศีล และถูกปีศาจประจญ

 
องค์พระผู้ไถ่ของเราทรงละจากพระมารดาสุดที่รักของพระองค์ซึ่งประทับอยู่ในบ้านอันยากจนที่นาซาเร็ธ โดยไม่มีใครติดตามพระองค์ไปด้วย..... 
อ่านทั้งหมด

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

มหาพรต 2014


_____________________________________________________________________________ 
Modernist   หมายถึงกลุ่มผู้นิยมความทันสมัยสุดขั้ว  ต่อต้านความคิดแบบเก่าๆ  โดยมากจะเป็นกลุ่มคนที่ทำงานทางด้านศิลปะแขนงต่างๆ เช่น ภาพวาด  สถาปัตยกรรม  ภาพยนตร์  ดนตรี (เช่น ดนตรีป๊อป  ร๊อก)  และยังได้ลุกลามเข้ามาถึงศาสนา  กลุ่มสุดขั้วนี้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนค่านิยมและความเชื่อดั้งเดิมให้มีรูปแบบใหม่ๆที่เข้ากับความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์    อุตสาหกรรม  การเมือง ฯลฯ  มีพื้นฐานมาจากวัตถุนิยม  สุขนิยม  ระบบความคิดนี้เรียกว่า ลัทธิความคิดใหม่ทันสมัย (Modernism)  มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17  ในส่วนของทางด้านคริสตศาสนา กลุ่มนี้จะปฏิเสธคำสอนของพระศาสนจักรโดยไม่คำนึงถึงความจริงในพระคัมภีร์  ความก้าวหน้าทางวิทยาการต่างๆ ทำให้โลกเข้าสู่ความทันสมัยมีอิทธิพลต่อจิตใจของเยาวชนรุ่นใหม่มาก หลังจากสังคยนาวาติกันครั้งที่ 2  พระศาสนจักรมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง  เพื่อให้ทันกับกระแสของโลกสมัยใหม่  เพื่อทำให้การประกาศพระวรสารและการอภิบาลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  พระศาสนจักร ไม่ได้ขัดแย้งกับ Modernism ไปทุกเรื่อง  แต่ Modernism ส่งผลกระทบต่อความเชื่อของคริสตชนจำนวนมาก  จึงจำเป็นที่คริสตชนต้องตระหนักและมีความรู้ความเข้าใจให้ดีถึงประโยชน์และผลเสียของ Modernism นี้