พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ 25 ก.ย. 2022 เศรษฐีกับลาซารัส

           ‘เศรษฐีผู้หนึ่ง แต่งกายหรูหราด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง จัดงานเลี้ยงใหญ่ทุกวัน คนยากจนผู้หนึ่งชื่อลาซารัส นอนอยู่ที่ประตูบ้านของเศรษฐีผู้นั้น เขามีบาดแผลเต็มตัว อยากจะกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐี มีแต่สุนัขมาเลียแผลของเขา วันหนึ่ง คนยากจนผู้นี้ตาย ทูตสวรรค์นำเขาไปอยู่ในอ้อมอกของอับราฮัม เศรษฐีคนนั้นก็ตายเช่นเดียวกัน และถูกฝังไว้ ‘เศรษฐีซึ่งกำลังถูกทรมานอยู่ในแดนผู้ตาย แหงนหน้าขึ้น มองเห็นอับราฮัมแต่ไกล และเห็นลาซารัสอยู่ในอ้อมอก จึงร้องตะโกนว่า “ท่านพ่ออับราฮัม จงสงสารลูกด้วย กรุณาส่งลาซารัสให้ใช้ปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นให้ลูกสดชื่นขึ้นบ้าง เพราะลูกกำลังทุกข์ทรมานอย่างสาหัสในเปลวไฟนี้” แต่อับราฮัมตอบว่า “ลูกเอ๋ย จงจำไว้ว่า เมื่อยังมีชีวิต ลูกได้รับแต่สิ่งดี ๆ ส่วนลาซารัสได้รับแต่สิ่งเลว ๆ บัดนี้เขาได้รับการบรรเทาใจที่นี่ ส่วนลูกต้องรับทรมาน ยิ่งกว่านั้น ยังมีเหวใหญ่ขวางอยู่ระหว่างเราทั้งสอง จนใครที่ต้องการจะข้ามจากที่นี่ไปหาลูก ก็ข้ามไปไม่ได้ และผู้ที่ต้องการจะข้ามจากด้านโน้นมาหาเรา ก็ข้ามมาไม่ได้ด้วย” ‘เศรษฐีจึงพูดว่า “ท่านพ่อ ลูกอ้อนวอนให้ท่านส่งลาซารัสไปยังบ้านบิดาของลูก เพราะลูกยังมีพี่น้องอีกห้าคน ขอให้ลาซารัสเตือนเขาอย่าให้มายังสถานที่ทรมานแห่งนี้เลย” อับราฮัมตอบว่า “พี่น้องของลูกมีโมเสสและบรรดาประกาศกอยู่แล้ว ให้เขาเชื่อฟังท่านเหล่านั้นเถิด” แต่เศรษฐีพูดว่า “มิใช่เช่นนั้น ท่านพ่ออับราฮัม ถ้าใครคนหนึ่งจากบรรดาผู้ตายไปหาเขา เขาจึงจะกลับใจ” อับราฮัมตอบว่า “ถ้าเขาไม่เชื่อฟังโมเสสและบรรดาประกาศก แม้ใครที่กลับคืนชีวิตจากบรรดาผู้ตายเตือนเขา เขาก็จะไม่เชื่อ”
(ลูกา 16:19-31)








วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สัมพันธ์นิรันดร

              กุมารน้อยบังเกิดแล้ว  พระเป็นเจ้าเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ และประทับอยู่ท่ามกลางเรา  ในวันนี้พระเป็นเจ้าทรงเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพระองค์เองกับมนุษยชาติ  เป็นสัมพันธ์นิรันดร  และพระองค์ทรงทำให้สัมพันธ์นี้มั่นคงยิ่งขึ้นไปอีก  ด้วยการทนรับทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน  ด้วยพระชนม์ชีพทั้งหมดของพระองค์  ตั่งแต่การบังเกิด  การเทศนาสั่งสอน  การรับทรมานและสิ้นพระชนม์  การกลับคืนพระชนม์ชีพ  ทั้งหมดนี้เป็นการบอกเราว่า  สัมพันธ์ของพระองค์กับมนุษย์นั้นจะไม่มีการแตกสลาย  พระเจ้าไม่มีวันแยกจากมนุษย์เลย  สามีภรรยาต้องซื่อสัตย์ต่อกันฉันใด  พระเป็นเจ้าทรงซื่อสัตย์ยิ่งกว่าอีก  พระเป็นเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียวกับมนุษย์แล้ว  และมนุษย์ต้องตอบสนองอย่างไร?  มนุษย์ต้องซื่อสัตย์ต่อพระเป็นเจ้า  ต้องรักและเทิดทูนพระองค์ยิ่งกว่าสิ่งใด  เพราะพระองค์ทรงพิสูจน์ให้เราเห็นซึ่งความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ต่อมนุษย์  แม้แต่เหล่านิกรเทวดายังประหลาดใจสุดพรรรณา  ที่เห็นความรักของพระเป็นเจ้าต่อมนุษย์ผู้ต่ำต้อยนี้  มนุษย์ได้รับเกียรติจากรพระเป็นเจ้ามากสักเพียงไรหนอ  มนุษย์ได้ทำความดีอะไรหนอ  พระองค์จึงทรงรักพวกเขามากถึงเพียงนี้?  โอ ถ้าหากมนุษย์จะได้รับรู้ถึงความรักของพระเป็นเจ่าที่มีต่อพวกเขาแล้ว  พวกเขาจะไม่สามารถทนทานได้ และจะตายไปในความรักของพระองค์  โอ้องค์ความรักยิ่งใหญ่  โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้รับรู้ถึงความรักของพระองค์เถิด

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สุขสันติวันคริสต์มาส

กุมารน้อย             บังเกิดแล้ว
งามผ่องแผ้ว         ดั่งแก้วมณี
บังเกิดมา               ในราตรี
ไม่มีใคร                 จะล่วงรู้
ทูตสวรรค์              มาแจ้งสาร
ชุมพาบาล             จงยินดี
จงไปเฝ้า                เจ้าธาตรี
ณ. บัดนี้                 ที่เบ็ธเลเฮม
จะมีหมาย             ให้ท่านรู้
กุมารอยู่                 ในรางหญ้า
บรรทม                  พักกายา
อาภรณ์ผ้า              พันพระกาย
ชุมพาบาล             ไม่รอช้า
จร(ะ)ลา                       ยังที่หมาย
พบกุมาร                ตามบรรยาย
ต่างกราบไหว้       ด้วยเปรมปรีด์
สุขสันติ                 จงมีแด่
มนุษย์ผู้                  ทำความดี
พระเกียรติ            บรรดามี
                      จงมีแด่                   พระเจ้า   สูงสุด  เทอญ

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ยืนยันการบังเกิดของพระเยซูคริสต์

เมื่อใดก็ตามที่มีผู้สงสัยในความน่าเชื่อถือของข้อเขียนของลูกา  นักโบราณคดีจะพิสูจน์ทุกครั้งไปว่าลูกาถูกต้องและผู้ที่วิจารณ์นั้นผิด
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เป็นบุญของผู้สร้างสันติ

ผู้ที่ได้สวดภาวนาอย่างต่อเนื่องและทำงานเพื่อสันติภาพในโลกของเราทุกวันนี้  เราอาจไม่รู้ว่าการกระทำของเรานั้นบางทีจะมีผลต่อโลกของเราบ้างไม่มากก็น้อย 
>>>อ่านต่อ

สาสน์แม่พระ2-25ธ.ค.2015

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 ธ.ค. 2015
ลูกที่รักทั้งหลาย
วันนี้แม่มาหาลูกพร้อมด้วยพระกุมารในอ้อมกอดของแม่  และจากอ้อมกอดของแม่นี้  แม่ขอมอบสันติสุขและความปรารถนาดีจากสวรรค์แก่พวกลูกทุกคน  แม่สวดภาวนาพร้อมกับพวกลูกเพื่อสันติภาพและแม่ขอเรียกร้องให้พวกลูกจงสร้างสันติภาพ  แม่ขออวยพรพวกลูกทุกคนในฐานะมารดาแห่งสันติภาพ
ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่
 
  สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 ธ.ค. 2015
ลูกที่รักทั้งหลาย
แม่อยู่กับพวกลูกเสมอ  เพราะองค์พระบุตรของแม่ได้มอบพวกลูกไว้กับแม่
และพวกลูก, ลูกทั้งหลายของแม่,  พวกลูกต้องการแม่ พวกลูกแสวงหาแม่ 
พวกลูกมาหาแม่และพวกลูกนำความสุขความยินดีมาให้แก่หัวใจของแม่ 
แม่มีความรักต่อพวกลูก และจะมีเสมอไป
เพราะพวกลูกซึ่งมีความทุกข์และได้มอบความเจ็บปวดของลูกถวายแด่แม่และองค์พระบุตรของแม่ 
ความรักของแม่แสวงหาความรักจากบรรดาลูกทุกคนของแม่ และพวกลูกก็แสวงหาความรักของแม่ 
โดยอาศัยความรัก  พระเยซูทรงแสวงหาความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างสวรรค์และโลก 
ระหว่างองค์พระบิดาสวรรค์และพวกลูก  คือบรรดาลูกทั้งหลายของแม่ – คือพระศาสนจักรของพระองค์  
เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสวดภาวนามากๆ สวดภาวนาและรักพระศาสนจักรซึ่งลูกดำรงชีวิตอยู่
เวลานี้, พระศาสนจักรกำลังทนทุกข์และต้องการอัครสาวกผู้แพร่ธรรม 
อัครสาวกผู้ซึ่งรักความเป็นเอกภาพ ผู้ซึ่งเป็นพยานยืนยันและเป็นผู้ให้ พวกเขาจะแสดงหนทางของพระเจ้า 
พระศาสนจักรต้องการอัครสาวกผู้ซึ่งดำรงชีวิตด้วยศีลมหาสนิทในหัวใจ
พวกเขาจะทำงานที่ยิ่งใหญ่ สิ่งเหล่านี้ต้องการพวกลูกผู้เป็นอัครสาวกแห่งความรักของแม่ 
ลูกๆทั้งหลายของแม่, พระศาสนจักรถูกเบียดเบียนและถูกทรยศตั้งแต่จุดเริ่มต้นของพระศาสนจักรแล้ว 
แต่พระศาสนจักรก็เจริญเติบโตขึ้นทุกวัน  พระศาสนจักรมิอาจถูกทำลายลงได้ 
เพราะองค์พระบุตรของแม่ทรงประทานหัวใจให้แก่พระศาสนจักร 
นั่นคือ ศีลมหาสนิท  อันเป็นแสงสว่างแห่งการกลับฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ซึ่งส่องสว่างและจะส่องสว่างตลอดไป 
เพราะฉะนั้น  จงอย่ากลัว  จงสวดภาวนาสำหรับนายชุมพาบาลของลูก
เพื่อที่พวกท่านจะมีพละกำลังเข้มแข็งและมีความรักที่จะเป็นสะพานแห่งความรอด
ขอขอบใจลูก

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ประวัติวันคริสต์มาส


    ประวัติวันคริสต์มาส
          คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า" ซึ่งพบครั้งแรกในเอกสารโบราณที่เป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas
          เทศกาล Christmas หรือ X’Mas ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งวันที่ 25 ธันวาคมนั้นเป็นวันประสูติของพระเยซูเจ้า  โดยพระองค์ประสูติที่เมืองเบ็ธเลเฮ็มและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร
           ด้านนักประวัติศาสตร์ก็มีความเห็นที่ต่างออกไปโดยได้วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยะเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ.274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูซึ่งเปรียบเสมือนความสว่างของโลก และเหมือนดวงจันทร์เป็นความสว่างในตอนกลางคืนแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปี ค.ศ.330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย
          เทศกาลคริสต์มาสจึงเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู และเป็นการฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์โลก โดยส่งบุตรชาย คือ "พระเยซู" ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยไถ่บาป และช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากการทำชั่วนั่นเอง ดังนั้นในวันนี้ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญชาวคริสต์ทั่วโลก และมีการส่งบัตรอวยพร ให้ของขวัญ แก่กันและกัน รวมทั้งประดับประดาตกแต่งบ้านเรือนด้วยแสงไฟ และต้นคริสต์มาสอย่างสวยงาม

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อิสยาห์ประกาศกแห่งคริสต์มาส


     อิสยาห์ประกาศกแห่งคริสต์มาส
            อิสยาห์เป็นประกาศกแห่งคริสต์มาส  ท่านทำนายถึงการบังเกิดของพระคริสต์มากยิ่งกว่าประกาศกองค์ใด
                “หญิงพรหมจารีย์ผู้หนึ่งจะตั้งครรภ์และจะบังเกิดบุตร  บุตรนั้นจะได้ชื่อว่า “เอ็มมานูเอล”  เพราะกุมารนั้นบังเกิดมาเพื่อเรา  บุตรนั้นถูกประทานมาแก่เรา  การปกครองจะอยู่บนบ่าของท่านและนามของท่านจะถูกเรียกว่า ที่ปรึกษามหัศจรรย์  พระเป็นเจ้าทรงฤทธิ์  บิดาของประชาชาติ  เจ้าชายแห่งสันติภาพ”
ถ้อยคำของอิสยาห์จะถูกอ่านในพิธีมิสซาในช่วงใกล้วันคริสต์มาส
“เสียงของผู้หนึ่งร้องในถิ่นทุรกันดาร”  ทำให้เรานึกถึงท่านยอห์น บัพติส
“ดูเถิด  เรากำลังสร้างสรรพสิ่งขึ้นมาใหม่  เวลานี้มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว  ท่านไม่สังเกตเห็นหรือ?”อิสยาห์ 43:19 
“พวกเขาจะได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยบอกเล่ามาก่อน  พวกเขาจะมองดูสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน”อิสยาห์ 52:15
“ดาบจะถูกเปลี่ยนเป็นผลาญไถนา”
“สิงโตจะนอนอยู่กับลูกแกะ”
“เราจะรดน้ำลงบนแผ่นดินที่แห้งผาก  จะมีลำธารไหลไปตามแผ่นดินที่แห้ง” อิสยาห์ 44:3
“ทะเลทรายและที่แห้งแล้งจะยินดี” อิสยาห์ 35:1
“และเขาจะพูดในวันนั้นว่า มองดูเถิด  นี่คือพระเป็นเจ้าของเรา  พระผู้ซึ่งเรารอคอยให้พระองค์เสด็จมากอบกู้เรา  นี่คือองค์พระเจ้าผู้ที่เรารอคอย” อิสยาห์ 25:9
“หญิงพรหมจารีย์จะตั้งครรภ์  และหญิงที่เป็นหมันไม่มีบุตรจะปรีด์เปรมเมื่อพบว่าเธอจะมีลูกมากมาย  พระเจ้าจะทรงทำให้ที่รกร้างว่างเปล่าชื่นชมยินดีและบังเกิดดอกเบ่งบานจนดูเหมือนเป็นสวนเอเดนแห่งที่สอง”
“ประชาชนที่เดินอยู่ในความมืดจะได้เห็นแสงสว่างอันยิ่งใหญ่  ความสว่างจะส่องแสงเหนือผู้อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งความทุกข์ระทม” อิสยาห์ 9
“เราจะนำทางคนตาบอดไปยังทางที่พวกเขาไม่รู้จัก  เราจะเปลี่ยนความมืดให้กลายเป็นความสว่างต่อหน้าเขา” อิสยาห์ 42:16
 “ยามรักษาเมืองของเจ้าจะโห่ร้อง  พวกเขาจะตะโกนด้วยความยินดี  เพราะพวกเขาได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขาเสด็จมาสู่ซีโยนต่อหน้าพวกเขา” อิสยาห์ 52:8
“พวกเราจะชื่นชมยินดีและเต็มเปี่ยมด้วยความสุขในการไถ่กู้ให้รอดของพระองค์” อิสยาห์ 25:9

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อัศจรรย์ครั้งที่2ของคุณแม่เทเรซา

อัศจรรย์ครั้งที่ 2 ของคุณแม่เทเรซา
พระสันตปาปาฟรังซิสทรงลงพระนามรับรองอัศจรรย์ครั้งที่ 2 ของคุณแม่เทเรซา  ซึ่งจะทำให้คุณแม่เทเรซาได้รับการสถาปนาให้เป็นนักบุญในพระศาสนจักรอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายน 2016
อัศจรรย์เกิดขึ้นกับชายชาวบราซิลซึ่งติดเชื้อไวรัสในสมองทำให้มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง  เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2008  อาการของเขารุนแรงมากจนทำให้โคม่าและจะเสียชีวิตจากน้ำที่สะสมในสมอง  และตามที่ Rev. Brian Kolodiejchuk ได้แถลงให้ทราบ  ชายผู้นี้ถูกนำไปยังห้องผ่าตัด  แต่30 นาทีต่อมา  เขาก็ตื่นขึ้นมาสามารถนั่งได้และไม่มีอาการเจ็บปวดอีกเลย   ไม่ได้มีการผ่าตัด  และวันรุ่งขึ้น  ทางแพทย์ก็ประกาศว่าเขาไม่เป็นโรคทางสมองแล้ว
ทางวาติกันได้รับรองว่า  การหายจากโรคของชายผู้นี้เป็นผลจากการสวดภาวนาวอนขอความช่วยเหลือผ่านทางคุณแม่เทเรซา  โดยภรรยาของชายผู้นี้  ในเวลาที่มีกำหนดการที่จะผ่าตัดเขา  เธอเข้าไปในโบสถ์และสวดภาวนาพร้อมกับพระสงฆ์
Sunita Kumar โฆษกของคณะมิชชันนารีแห่งเมตตาธรรมซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกัลกัตตา ซึ่งคุณแม่เทเรซาใช้ชีวิตและทำงานที่นั่น  กล่าวว่า “นี่เป็นข่าวที่น่ายินดียิ่ง  พวกเรามีความสุขมาก”
คุณแม่เทเรซาเคยกล่าวไว้ในปี 1977 ว่า “คนยากจนให้เรามากกว่าที่เราให้พวกเขา  พวกเขาเข้มแข็งมาก พวกเขาดำรงชีวิตในแต่ละวันโดยไม่มีอาหาร  แต่ก็ไม่เคยบ่นไม่สาปแช่ง”

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สีแดงบนแผ่นศีลเป็นเชื้อรา


จากรายงานข่าวที่มีศีลมหาสนิทเป็นสีแดงคล้ายเลือดที่โบสถ์เซนต์เซีเวียร์ใน เซาท์เลคซิตี้  รัฐยูทาห์ ของสหรัฐอเมริกา  บัดนี้ทางสังฆมณฑลได้ประกาศอย่างเป็นทางการหลังจากได้ตรวจวิเคราะห์ในห้องทดลองแล้ว  ปรากฏว่าสีแดงที่อยู่บนแผ่นศีลไม่ใช่เลือด  แต่เป็นเชื้อราสีแดง หรือแบคทีเรียสีแดงประเภท Neurospora cressa or Serratia marcescens
ในอดีตมีปรากฏการณ์อัศจรรย์ศีลมหาสนิทหลายครั้ง  และทางพระศาสนจักรจะทำการตรวจสอบอย่างแน่ชัดเสียก่อน  อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากพระเป็นเจ้านั้นเป็นไปเพื่อความดีของมนุษย์  เพื่อส่งเสริมความเชื่อให้มั่นคง  ปรากฏการณ์ครั้งนี้ทำให้ประหลาดใจ  แต่ก็เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่งเท่านั้น 

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

พระประสงค์ของแม่พระย่อมสำเร็จเสมอ

ในการสร้างกางเขน ชาวบ้านในหมู่บ้านที่ทุรกันดาร ต้องขนปูนซีเมนต์จำนวนหลายตันบรรจุในถังและนำขึ้นไปบนภูเขาที่สูงชัน  อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มีการก่อสร้างกางเขนขึ้นบนภูเขา?
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558

จูบของพระสันตปาปา


PHILADELPHIA (CBS) - สามีภรรยา โจอี้ และ คริสเตน มาสเซียโตนีโอ (Joey and Kristen Masciantonio) เล่าว่า เมื่อพระสันตะปาปาเสด็จเยือนฟิลาเดลเฟีย, อเมริกา  พระองค์ทรงจูบเกียนนา (Gianna) ลูกสาวอายุ 1 ขวบของเขา  พระองค์ทรงจูบศีรษะลูกสาวของเขา
เกียนนาเป็นเนื้องอกในสมองที่รักษาไม่ได้  เม็ดเลือดได้โจมตีสมองของเธอหลังจากที่เธอเกิดมาได้หนึ่งสัปดาห์
ครอบครัวมาสเซียโตนีโออยู่ที่ด้านหน้าของกลุ่มคนที่มาต้อนรับพระสันตปาปาซึ่งเสด็จมาที่ Independence Hall พวกเขาหวังว่าพระองค์อาจจะเห็นพวกเขาบ้าง และต้องขอบคุณ Domenico Giani เพื่อนของเขาที่เป็นตำรวจ FBIและเป็นบอดี้การ์ดของพระสันตปาปาในการเสด็จไปที่นั่น  เพื่อนตำรวจผู้นี้ได้อุ้มเกียนนาไปหาพระสันตปาปา
ครอบครัวมาสเซียโตนีโอเชื่อว่านี่เป็นความช่วยเหลือของพระเป็นเจ้า  และเพื่อนตำรวจของเขาก็มีชื่อเหมือนลูกสาวของเขา  พวกเขาพูดว่า ในการสแกนสมองเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา  พบว่ามีเนื้องอกในสมองของเกียนนา
และเมื่อสแกนอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน  ก็ไม่มีสัญญาณของเนื้องอกนั้นแล้ว.

              ผู้เป็นแม่บอกว่า “เธอมีอาการดีขึ้นและแข็งแรงขึ้น  เธอจูบฉัน  เธอเริ่มชี้นิ้วไปที่สิ่งต่างๆ”

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การแสดง-แสง-เสียง-สี



9 ธ.ค. 2015 -การแสดง แสง เสียง สี ที่วาติกัน  เพื่อสนองตอบต่อพระสมณสาส์น "Laudato Si” ของพระสันตปาปาฟรังซิสซึ่งเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การเดินขบวนประท้วงในสเปน


ชาวคาทอลิกในสเปนเดินขบวนประท้วงการทุรจารศีลมหาสนิทจำนวน 248 แผ่นที่มีผู้ขโมยไปจากโบสถ์

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ประตูแห่งพระเมตตา


“ก่อนที่เราจะมาในฐานะผู้พิพากษาทรงความยุติธรรม  เราจะเปิดประตูแห่งพระเมตตาของเรา  ผู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมเข้าประตูแห่งพระเมตตานี้  จะต้องเข้าประตูแห่งพระยุติธรรมของเราแทน”  พระเยซูเจ้าตรัสกับ น.โฟสตินา

ปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม  8 ธ.ค. 2015 – 20 พ.ย. 2016

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อันตรายจากสาหร่ายทอดกรอบ

        ในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมานี้ "สาหร่ายทะเลแห้ง" เป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากประชาชนคนไทยค่อนข้างมาก เพราะเป็นแหล่งอาหารที่มีไอโอดีนและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณสูง สาหร่ายทะเลแห้งที่จำหน่ายในท้องตลาด มีการปรุงแต่งรส และกลิ่นให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น เป็นที่ชื่นชอบของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ในวันนี้ สาหร่ายทะเลแห้งกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากตรวจพบการปนเปื้อนที่มีนัยสำคัญทางสถิติและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้รับประทาน
        ในเรื่องนี้ ทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ข้อมูลว่า สถาบันอาหารได้ตรวจสอบพบในตัวอย่างที่สุ่มมาตรวจมีสารแคดเมียมปนเปื้อนเกิน 2 มก./กก. ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานที่หลายประเทศกำหนดไว้ โดยปกติสาหร่ายทะเลจัดเป็นพืชที่มีขีดความสามารถในการดูดซับสารที่อยู่ในทะเลได้มาก ดังนั้น หากบริเวณที่สาหร่ายทะเลขึ้นอยู่มีสารปนเปื้อนที่เป็นพิษสูง สาหร่ายก็จะดูดซับสารเหล่านั้นเข้ามาไว้ เมื่อนำมาบริโภคก็จะเข้าไปในร่างกายมนุษย์ได้ แต่คนไทยไม่ได้บริโภคสาหร่ายทะเลเป็นอาหารหลักเหมือนกับญี่ปุ่น หรือ จีน และไม่ได้บริโภคกันในปริมาณมากนัก เพื่อความปลอดภัยกับผู้บริโภค จึงควรรับประทานสาหร่ายแห้งในปริมาณที่ไม่มาก และติดต่อกันนานเกินไป รวมทั้งต้องบริโภคอาหารอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อให้เกิดความสมดุลในร่างกาย และลดโอกาสในการได้รับสารพิษจากสาหร่ายทะเลแห้งเพราะแคดเมียมเป็นสารที่ร่างกายสามารถขับออกมาได้ตามธรรมชาติ"
        ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ แต่ละประเทศจะมีมาตรฐานของการปนเปื้อนสารแคดเมียมในปริมาณที่แตกต่างกัน เแต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับไม่เกิน 2 มก./กก. ส่วนในประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานการปนเปื้อนของแคดเมียมในอาหารไว้แน่ชัด แต่ได้กำหนดมาตรฐานการปนเปื้อนในน้ำดื่มว่า หากเป็นน้ำตามแหล่งธรรมชาติจะกำหนดไม่ให้เกิน 0.003 พีพีเอ็ม และหากเป็นน้ำดื่มบรรจุขวดจะต้องไม่เกิน 0.005 พีพีเอ็ม
         จากเรื่องสาหร่ายทะเลแห้ง ก็มาถึงเรื่องความปลอดภัยในอาหารการกินอื่น ๆ กันบ้าง เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง และที่ผ่านมารัฐบาลก็ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการปนเปื้อนน้อยลงลดลง โดยในกลุ่มอาหารสด เช่น สารเร่งเนื้อแดง สารฟอกสี สารกันรา บอแรกซ์ ฟอร์มาลิน และสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช ปัจจุบันนี้ ไม่มีใครกล้ายืนยันได้ว่า เนื้อสัตว์และพืชผักทั้งหลายที่จำหน่ายตามท้องตลาดมีความปลอดภัยต่อการบริโภคมากน้อยเพียงใด
        มีการปนเปื้อนจากสารเคมีหรือไม่ อย่างไร ทางที่ดีจึงต้องใช้แนวทางของตนเป็นที่พึ่งแห่งตน โดยหันมาลดความเสี่ยงและป้องกันตนเองเลือกกินผักผลไม้พื้นบ้านในท้องถิ่นตามฤดูกาล รวมทั้งช่วยกันอุดหนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่น่าจะปลอดภัยที่สุด

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การเผาปีศาจ


7 ธ.ค. 2015 ที่กัวเตมาลา  ชาวคาทอลิกรวมตัวกันที่จัตุรัสของเมืองในวันจันทร์นี้  เพื่อร่วมในประเพณีเก่าแก่ของประเทศที่เรียกว่า “เผาปีศาจ”  ไฟลุกโชติช่วงที่ใจกลางถนนเป็นสัญญลักษณ์ว่าเทศกาลวันหยุดเริ่มต้นขึ้นแล้ว  ชาวกัวเตมาลาจะฉลองด้วยการเผารูปของซาตานในวันก่อนวันฉลองแม่พระปฏิสนธินิรมล  และถือเป็นการเริ่มต้นเทศกาลวันหยุดคริสต์มาสอย่างไม่เป็นทางการด้วย

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ผู้เคยเห็นแม่พระในเมดจูกอเรจ์

แมกกาซีน National Geographic ฉบับเดือนธันวาคมนี้ ไดน่า มาร์โกเซียนได้สำรวจความศรัทธาต่อพระนางพรหมจารีย์มารีย์ของผู้คนทั่วโลก >>> อ่านต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คำถามเกี่ยวกับปีศักดิ์สิทธิ์



คำถามเกี่ยวกับปีศักดิ์สิทธิ์
ปีศักดิ์สิทธิ์เป็นเวลาที่พิเศษสำรับชาวคาทอลิก โดยปกติปีศักดิ์สิทธิ์จะมีขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบ 4 ศตวรรษ  แต่ในปีนี้เป็นปีศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเมตตา ต่อไปนี้เป็นคำตอบในคำถามต่างๆ
1. ปีศักดิ์สิทธิ์คืออะไร?
ปีศักดิ์สิทธิ์มีประวัติสืบเนื่องมาจากประเพณีของชาวยิว  และเริ่มต้นในปี 1300 โดยพระสันตะปาปาโบนีฟาสที่ 8 ปีศักดิ์สิทธิ์เป็นการให้อภัยบาปแก่คนทั่วไป  เป็นพระหรรษทานพิเศษทำให้เราสามารถใกล้ชิดพระเป็นเจ้าและเพื่อนมนุษย์
2. ปีศักดิ์สิทธิ์พิเศษ แตกต่างอย่างไรจากปีศักดิ์สิทธิ์ธรรมดา?
ตั้งแต่ปี 1475 ปีศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาจะมีขึ้น 1 ครั้งในทุก 25 ปี  ส่วนปีศักดิ์สิทธิ์พิเศษจะมีขึ้นในโอกาสพิเศษ
จนถึงปัจจุบันนี้ มีปีศักดิ์สิทธิ์ธรรมดา 24 ครั้ง และมีปีศักดิ์สิทธิ์พิเศษแล้ว 4 ครั้ง  ปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมนี้ พระสันตปาปาฟรังซิสทรงกำหนดให้มีขึ้นและจะเป็นครั้งที่ 5
ปีศักดิ์สิทธิ์พิเศษครั้งล่าสุดกำหนดขึ้นโดยพระสันตปปายอห์นปอลที่ 2 ในปี 1983  และพระองค์ทรงกำหนดปีศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาขึ้นในปี 2000 ด้วย
3. ทำไมพระสันตะปาปาจึงทรงกำหนดปีศักดิ์สิทธิ์พิเศษขึ้น?
พระสันตะปาปาทรงประกาศปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมในเดือนมีนาคม 2015  พระองค์ทรงตัดสินพระทัยอย่างเป็นทางการในเดือน เมษายน ในเวลานั้นพระองค์ทรงอธิบายว่า
POPE FRANCIS
April 11, 2015
“ทำไมจึงมีปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมในเวลานี้?  เป็นเพราะพระศาสนจักรมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และเรียกร้องให้แสดงเครื่องหมายแห่งการถวายตนแด่พระเจ้าในการใกล้ชิดกับพระเป็นเจ้า  นี่ไม่ใช่เวลาแห่งการแยกตัวออกจากพระองค์”
และผู้ดำเนินการในปีศักดิ์สิทธิ์ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า
RINO FISICHELLA
Organizer, Jubilee of Mercy 
“เราต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า  ความหมายหลักของปีศักดิ์สิทธิ์คือการที่เราต้องตระหนักว่าเราจำเป็นต้องพึ่งพาพระเป็นเจ้า”
4. ปีศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้จะสิ้นสุดเมื่อไร?
ปีศักดิ์สิทธิ์ไม่จำเป็นต้องสิ้นสุดเมื่อครบ 365 วัน  ปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมมีระยะเวลาน้อยกว่า1 ปี  มันเริ่มต้นวันที่ 8 ธันวาคมและสิ้นสุดวันที่ 20 พฤศจิกายน 2016
5. จะมีคนมากเท่าไรที่จะมาที่โรม?
ปีศักดิ์สิทธิ์ 2000 มีคนมาที่โรมประมาณ 25 ล้านคน  และคาดว่าในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมนี้จะมีคนมาจำนวนเท่าเดิม 
6. จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง?
มันจะเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งมาก  มีพิธีเปิดประตูพระวิหารวันที่ 8 ธ.ค.  และประตูในวิหารอื่นๆในเมืองต่างๆก็จะถูกเปิดตามมา  พระสงฆ์จะเอาใจใส่เป็นพิเศษในการฟังแก้บาปซึ่งเป็นกุญแจหลักของปีศักดิ์สิทธิ์
RINO FISICHELLA
Organizer, Jubilee of Mercy 
 “ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการให้อภัยบาปจะเป็นศูนย์กลางในทุกวันของปีศักดิ์สิทธิ์  แต่จะมีโบสถ์ที่ถูกกำหนดเป็นพิเศษให้เป็นแสวงบุญ  มีโบสถ์สามแห่งใกล้วิหารนักบุญเปโตร  ที่จะให้มีการโปรดศีลอภัยบาปเป็นพิเศษ”
จะมีการสวดภาวนาที่เรียกว่า "dry the tears”ในเดือนพฤษภาคมและมีปีศักดิ์สิทธิ์สำหรับนักโทษในเดือน พฤศจิกายน  ต้องการรู้เพิ่มเติมให้ไปที่ www.im.va
7. ประตูศักดิ์สิทธิ์คืออะไร?
พิธีกรรมแรกในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมคือการเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์
ในเวลาที่พระสันตปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนอัฟริกา  พระองค์ทรงเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ในอาสนวิหารแห่ง Bangui ที่สาธารณรัฐอัฟริการกลาง   เป็นการบอกว่าปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมได้เริ่มต้นขึ้นแล้วทั่วโลก
แต่พระองค์ก็ทรงเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ที่วิหารนักบุญเปโตรด้วย  ประตูนี้โดยปกติจะเปิดเพียงหนึ่งครั้งทุก 25 ปี  มีกำแพงอิฐถูกก่อขึ้นบังประตูนี้ไว้และจะถูกพังลงเมื่อมีปีศักดิ์สิทธิ์  และเพราะปีนี้เป็นปีศักดิ์สิทธิ์พิเศษ  ประตูศักดิ์สิทธิ์จึงถูกเปิดเร็วขึ้น
ประตูศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องหมายว่าชาวคาทอลิกต้องเปิดใจตนเองให้แก่ความเชื่อ  สำหรับผู้แสวงบุญ  การเดินเข้าสู่ประตูศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นสิ่งพิเศษ
                       8. การไปกรุงโรมมีความปลอดภัยไหม?
การโจมตีปารีสของผู้ก่อการร้ายทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยต้องเพิ่มมาตรการไปทั่วยุโรป  กรุงโรมอยู่ใจกลางของทวีปยุโรปและอาจเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายได้  หน่วยทหารและตำรวจอิตาลีจับตามองแหล่งกบดานของผู้ก่อการร้ายเท่าที่จะทำได้  โดยเฉพาะที่วาติกันและจัตุรัสนักบุญเปโตร