พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฏาคม 2024 อัครสาวกกลับมารายงาน

           บรรดาอัครสาวกกลับมาเฝ้าพระเยซูเจ้าและทูลรายงานให้ทรงทราบถึงทุกสิ่งที่เขาได้ทำและได้สอน พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงมาพักผ่อนกับเราตามลำพังในที่สงัดระยะหนึ่งเถิด” เพราะมีคนไปมาจนเขาไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะกินอาหาร พระเยซูเจ้าจึงทรงลงเรือไปยังที่สงัดพร้อมกับบรรดาอัครสาวก ประชาชนหลายคนเห็นพระเยซูเจ้ากับบรรดาอัครสาวกแล่นเรือออกไป ก็คาดคะเนได้ว่า พระองค์จะทรงไปที่ใด จึงรีบเดินเท้าออกจากเมืองต่าง ๆ ไปที่นั่นและไปถึงก่อน เมื่อเสด็จขึ้นจากเรือ ทรงแลเห็นประชาชนมากมายก็ทรงสงสาร เพราะเขาเหล่านั้นเป็นดังฝูงแกะไม่มีคนเลี้ยง พระองค์จึงทรงเริ่มสั่งสอนเขาหลายเรื่อง
(มาระโก 6:30-34)








วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ชีวิตนั้นสั้นนัก


ชีวิตของท่านจะหายวับไป พรุ่งนี้ท่านอาจจะไม่อยู่แล้ว จงพิจารณาอย่างรอบคอบว่าชีวิตหลังความตายจะเป็นอย่างไร วันนี้ท่านอยู่ที่นี่ แต่พรุ่งนี้ท่านอาจไม่อยู่อีกต่อไป เมื่อใครสักคนจากไป พวกเขาก็จะถูกลืมในไม่ช้า เป็นเรื่องโง่เขลาที่จะมุ่งความสนใจไปที่ปัจจุบันเท่านั้นและมองข้ามอนาคต ท่านควรใช้ชีวิตในแต่ละวันราวกับว่ามันเป็นวันสุดท้ายของท่าน ถ้าท่านมีมโนธรรมที่แจ่มใส ท่านจะไม่กลัวความตายมากนัก การระมัดระวังในบาปย่อมดีกว่าการกลัวความตาย วันนี้ท่านยังไม่เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความตาย พรุ่งนี้ท่านจะเตรียมตัวอย่างไรได้? พรุ่งนี้,ไม่แน่นัก! ท่านไม่สามารถรับประกันได้ว่าท่านจะมีหรือเปล่า 
- จำลองแบบพระคริสต์ 
Thomas A Kempis

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

อย่าโอ้อวดเลย


อย่าโอ้อวดเกี่ยวกับความมั่งคั่งของท่าน,ถึงแม้ท่านจะมีก็ตาม หรือโอ้อวดเกี่ยวกับมิตรสหายที่มีอำนาจของท่าน แต่จงอวดอ้างในพระเจ้าเถิด,ผู้ทรงประทานทุกสิ่งแก่ท่านและเหนือสิ่งอื่นใด,ทรงปรารถนาที่จะมอบพระองค์เองแก่ท่าน อย่าภูมิใจเพราะความแข็งแกร่งทางร่างกายหรือความงามของท่าน เพราะแม้แต่ความเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆก็สามารถทำให้ท่านอ่อนแอลงได้ อย่าเย่อหยิ่งในทักษะหรือความสามารถของตนเอง เกรงว่าพระเจ้าจะไม่ทรงพอพระทัย,พระเจ้าผู้ทรงประทานสิ่งดีๆแก่มนุษย์ สิ่งต่างๆที่เรามีนั้นล้วนได้รับมาจากพระองค์ 
- จำลองแบบพระคริสต์ 
Thomas A Kempis

คุณธรรมที่นำเราไปสู่สวรรค์


เมื่อนักบุญแอนโทนี ผู้ดำรงชีวิตเป็นฤาษี,เห็นว่ามีบ่วงแห่งสิ่งล่อลวงต่างๆมากมายในโลก ท่านร้องตะโกนว่า “ใครจะรอดพ้นจากภยันตรายต่างๆมากมายเช่นนี้ได้?” และท่านได้ยินเสียงตอบว่า “แอนโทนี่ ความอ่อนน้อมถ่อมตนเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้ดำเนินไปได้อย่างปลอดภัย, ผู้ที่ก้มศีรษะลงด้วยความถ่อมตนก็ไม่ต้องกลัวที่จะติดบ่วงเหล่านี้” 

นักบุญอัลฟองโซเขียนว่า “แท้จริงแล้ว ปีศาจกำลังทำงานเพื่อประโยชน์ของนรก,เมื่อมันสร้างแรงบันดาลใจให้วิญญาณหนึ่งปรารถนาที่จะได้รับเกียรติจากโลก เพราะเมื่อวิญญาณสูญเสียความอ่อนน้อมถ่อมตน วิญญาณก็เสี่ยงต่อการถูกเหวี่ยงลงสู่อเวจี” 

นักบุญเทเรซาแห่งอาวีลากล่าวอีกว่า “ยิ่งเรามีน้อยในโลก”....“ความสุขของเราในสวรรค์ก็ยิ่งจะมีมากขึ้นเท่านั้น สง่าราศีของเราในสวรรค์สอดคล้องกับความรักที่เราเลียนแบบชีวิตของพระอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ของเราบนโลกนี้” 

เราจำเป็นต้องรู้จักควบคุมความคิดของเรา ถึงแม้บางครั้งเราอาจลืมตัวไปบ้าง,แต่ทันทีที่รู้สึกตัว,ให้แทนที่ความคิดที่ผิดเหล่านั้นอย่างรวดเร็วด้วยความคิดที่ถูกต้อง 

การควบคุมตนเองเตรียมเราให้พร้อมสำหรับชีวิตนิรันดร์ 

เราจะมีความสุขแม้ในความทุกข์ยาก 

เริ่มต้นด้วยสิ่งที่คุณทำได้ เพียงแค่ยืนหยัดและอาศัยพระหรรษทานของพระเจ้าช่วยเหลือ พระเจ้าไม่ได้คาดหวังให้คุณสมบูรณ์ครบครันในทันทีทันใด โลกนี้มีสิ่งล่อลวงมากมาย เราจึงต้องเพียรพยายามให้มากที่สุด และสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้! พระเจ้าจะทรงช่วยเหลือเราให้ทำได้ พระองค์ต้องการความเพียรพยายามจากเรา 

ตราบเท่าที่คุณดำรงอยู่ในพระเจ้าและติดตามพระองค์เสมอ,ความมืดมนจะหนีไปจากคุณ และความรู้ก็จะมาสู่คุณ คุณจะมีความรักในพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ได้ดีขึ้น 

เพียงให้แสงสว่างส่องมาในความมืดมิดของวิญญาณ (นี่คือกุญแจสำคัญ: เพียงแค่ชูตะเกียงแห่งความรักไว้) 

#Catholic 4 Life  

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

นักบุญเกมมา กัลกินี


รอยแผลลึกลับของนักบุญเกมมา กัลกินี(Gemma Galgini) 
นำมาจากไดอารี่ของเธอ 

ในความรู้สึกภายในนี้, ฉันไม่รู้สึกถึงตัวเอง, และพบว่าตัวเองอยู่เบื้องหน้าพระมารดาแห่งสวรรค์ของดิฉัน และทางด้านขวาของพระนาง,ทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ของฉันยืนอยู่ ท่านบอกให้ฉันสวดภาวนาบทแสดงความทุกข์ และเมื่อฉันสวดจบแล้ว,พระมารดาได้ตรัสกับฉันว่า ลูกสาว, ในพระนามของพระเยซู, บาปของลูกได้รับการอภัยแล้ว จากนั้นพระนางตรัสอีกว่า พระเยซู,องค์พระบุตรของแม่,รักลูกมากและพระองค์ปรารถนาที่จะประทานพระหรรษทานประการหนึ่งแก่ลูก ลูกรู้วิธีทำให้ตัวเองมีค่าคู่ควรหรือไม่? ในความน่าสมเพชของฉัน,ฉันไม่รู้จะตอบอย่างไร พระนางตรัสต่อไป แม่จะเป็นแม่ของลูก, แล้วลูกจะเป็นลูกสาวของแม่หรือไม่? จากนั้นพระนางก็กางเสื้อคลุมของพระนางและคลุมฉันไว้ ทันใดนั้น,พระเยซูทรงปรากฏมา,และบาดแผลทั้งหมดบนพระกายของพระองค์เปิดเผยให้เห็น แต่ไม่มีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลเหล่านั้น และในทันใดนั้น, มีเปลวไฟลุกโชนขึ้นเปลวไฟเหล่านี้ก็มาสัมผัสมือ, เท้า, และหัวใจของฉัน และฉันรู้สึกราวกับจะตาย ฉันล้มลงกับพื้น แต่พระมารดาทรงพยุงฉันไว้,โดยคลุมฉันไว้ในเสื้อคลุมของพระนาง 

จากนั้นพระมารดาทรงจูบหน้าผากของฉัน นิมิตนั้นก็หายไป และฉันก็คุกเข่าลง แต่ฉันยังมีอาการปวดอย่างรุนแรงที่มือ เท้า และหัวใจ ฉันลุกขึ้นไปนอน,และเห็นว่ามีเลือดไหลออกมาจากบริเวณที่ฉันปวด ฉันปกปิดรอยแผลอย่างดีเท่าที่จะทำได้ จากนั้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากเทวดาผู้พิทักษ์ของฉัน,ฉันจึงเข้านอน

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

นักบุญผู้แลกเปลี่ยนหัวใจกับพระเยซูเจ้า


คุณเคยได้ยินชื่อนักบุญลุดการ์ดิส(St. Lutgardis) ไหม? เธอเป็นแม่ชีที่ได้แลกเปลียนหัวใจกับพระเยซูเจ้า

นักบุญลุดการ์ดิส มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 11 เธอได้รับพระพรพิเศษและได้รับรอยแผลศักดิ์สิทธิ์

พระเยซูเจ้าประจักษ์ต่อเธอบ่อยครั้งและในไม่ช้าพระองค์ทรงสัญญาว่าจะประทานทุกสิ่งที่เธอวอนขอ

คำขอประการแรกของเธอคือขอให้เธอเข้าใจภาษาละตินเพื่อที่เธอจะได้ร้องเพลงภาษาละตินในระหว่างพิธีมิสซาได้อย่างไพเราะ

และเธอก็ได้รับตามคำขอ แต่เธอกลับรู้สึกว่างเปล่าในจิตใจเมื่อใดก็ตามที่เธอหยุดร้องเพลง

คำขอประการที่สองของเธอคือ ขอให้เธอเข้าใจพระคัมภีร์ทั้งหมดและคำอธิบายของบรรดาปิตาจารย์ในพระศาสนจักร

และเธอก็ได้รับตามคำขอ แต่เมื่อใดก็ตามที่เธอหยุดเทศน์สอนหรือหยุดการโต้วาที,เธอกลับรู้สึกว่างเปล่าในจิตใจ

คำขอต่อไปคือการเยียวยารักษาผู้อื่น เป็นคำขอที่กล้าหาญมาก, แต่เมื่อคนนับพันมาหาเธอเพื่อขอให้รักษาโรคหรือความเจ็บปวดต่างๆ เธอรู้สึกเบื่อและรำคาญมาก

คำขอสุดท้ายของเธอต่อพระเยซูเจ้านั้น ตรงไปตรงมาและสุภาพมาก เมื่อพระเยซูทรงถามเธอว่าเธอต้องการอะไร เธอตอบอย่างรวดเร็วว่า “ลูกต้องการดวงพระทัยของพระองค์ค่ะ”

เป็นภาพที่น่าตื่นเต้นทีเดียว พระเยซูทรงถอดดวงพระทัยจากรอยแผลที่สีข้างของพระองค์และเอาไปแทนที่หัวใจของนักบุญลุดการ์ดิส

การแปลความหมายของเรื่องราวนี้เป็นเรื่องที่ง่ายแต่น่าประทับใจ

คนหนึ่งสามารถมีความรอบรู้ในทุกสิ่งหรือรอบรู้ในพระคัมภีร์ หรือแม้แต่สามารถกระทำความดีได้ครบถ้วน

แต่ถ้าปราศจากดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าเผาไหม้ในหัวใจของคนๆนั้น

เขาจะรู้สึกว่างเปล่า ไม่รู้สึกยินดีในผลลัพท์เหล่านั้นเลย

**********
หมายเหตุ - นักบุญลุตการ์ดิส(St. Lutgardis)เป็นนักบุญที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง ท่านเป็นผู้ได้รับรอยแผลศักดิ์สิทธิ์(Stigmatist)คนที่สองที่มีบันทึกไว้ และเป็นผู้ที่ได้รับรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นผู้หญิงคนแรก ท่านยังเป็นผู้มีความศรัทธาต่อดวงพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้ามากด้วย

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ


ตัวอย่างที่ดีของอารมณ์ขันที่เอาชนะความโกรธพบได้ในชีวิตของนักบุญโทมัส อไควนัส กล่าวกันว่าการประชุมในคณะโดมินิกัน บรรดานักบวชชอบเยาะเย้ยโทมัสในเรื่องที่เขามีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาทางปรัชญาและการเชื่อฟังอย่างพิถีพิถัน ครั้งหนึ่ง,มีคนหนึ่งร้องขึ้นว่า “โทมัส โทมัส, มาเถอะ มองออกไปนอกหน้าต่างหน่อย มีวัวกำลังกระโดดข้ามดวงจันทร์แน่ะ!” โทมัสผู้ชอบพิจารณาไตร่ตรอง,ละทิ้งงานของเขาและรีบไปพบนักบวชคนนั้น เมื่อบรรดานักบวชที่มาชุมนุมกันหัวเราะเยาะเขา เขาตอบว่า "ฉันอยากจะเชื่อว่าวัวกำลังกระโดดข้ามดวงจันทร์ มากกว่าที่เชื่อว่าชาวโดมินิกันจะพูดโกหก!" 

ที่มา: Quotable Saints  

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

DDF รับรองความศรัทธาต่อแม่พระกุหลาบทิพย์


เป็นการแสดงความตระหนักรู้ถึงการได้รับพระพรจากการประจักษ์ของแม่พระกุหลาบทิพย์
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

พระธรรมเก่า พระธรรมใหม่


ในพระธรรมใหม่, ในการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย,พระเยซูทรงเสกปังให้เป็นพระกายและเสกเหล้าองุ่นให้เป็นพระโลหิตของพระองค์ 

ในพระธรรมเก่า, โยเซฟถูกขายเป็นทาสในอียิปต์และเขาถูกขังคุก มีผู้ที่ถูกขังพร้อมกับเขาด้วย 2 คนคือ คนรับใช้ที่คอยถวายเหล้าองุ่นให้ฟาโรห์ และคนทำขนมปัง ดังนั้นคนรับใช้คนนั้นจึงมีนัยในพระธรรมใหม่หมายถึงเหล้าองุ่นซึ่งเป็นพระโลหิตของพระเยซูเจ้า และคนทำขนมปังหมายถึงขนมปังซึ่งเป็นพระกายของพระเยซูเจ้า
 
 โยเซฟยังได้ทำนายอนาคตของคนทั้งสองโดยกล่าวกับคนรับใช้ว่าเขาจะได้เป็นอิสระ และเมื่อเป็นอิสระแล้วขออย่าลืมเขา ในพระธรรมใหม่,พระเยซูตรัสในการเลี้ยงอาหารค่ำว่า “จงทำสิ่งนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา” (อย่าลืมพระองค์) 

 และโยเซฟทำนายถึงคนทำขนมปังว่า เขาจะถูกแขวนคอตาย 

ทำไมในพระธรรมเก่า - คนรับใช้(ซึ่งหมายถึงพระโลหิต) จึงเป็นอิสระ และคนทำขนมปัง(ซึ่งหมายถึงพระกาย)จึงถูกฆ่าตาย ทั้งนี้เพราะในพระธรรมใหม่, พระเยซูทรงทำให้มนุษย์เป็นอิสระโดยอาศัยพระโลหิตของพระองค์ และพระกายของพระองค์ถูกแขวนอยู่บนไม้กางเขนจนสิ้นพระชนม์ 

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

นักบุญฟรังซิสเซเวียร์กับปู


อัศจรรย์เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับนักบุญฟรังซิสเซเวียร์คือการที่ท่านได้ไม้กางเขนกลับคืนหลังจากที่โยนไปในทะเล ว่ากันว่าฟรังซิสเซเวียร์ติดอยู่ในพายุขณะที่กำลังเดินทางไปมะละกาในปี 1546 ด้วยความเชื่ออันแรงกล้า, นักบุญฟรังซิสจึงโยนไม้กางเขนลงทะเล และวอนขอพระเจ้าทรงบันดาลให้ทะเลสงบลง พระเจ้าทรงช่วยเหลือนักบุญจริงๆ พายุสงบลงและทะเลก็ไม่ปั่นป่วน แต่ฟรังซิสสูญเสียไม้กางเขนไป ตามเรื่องราว, ฟรังซิสเซเวียร์ เมื่อไปถึงชายฝั่งมะละกา ก็พบปูตัวหนึ่งคลานมาหาท่านโดยถือไม้กางเขนที่หายไปไว้บนก้ามของมัน เรื่องราวนี้มีความสำคัญมากจนมีรูปภาพปรากฏอยู่บนแท่นบูชาในพิธีสถาปนาฟรังซิสเซเวียร์เป็นนักบุญ และเป็นหนึ่งในสี่อัศจรรย์ที่มีรูปภาพแสดงบนธงที่ประดับไว้ที่อาสนวิหารเซนต์ปีเตอร์ในโอกาสนั้น 

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

การแปลความหมายในพระคัมภีร์


ข้อความหนึ่งของพระวาจาในพระคัมภีร์ที่มีการแปลความหมายอย่างไม่ถูกต้องก็คือ “ถ้ามีใครตบแก้มขวาของท่าน ก็จงยื่นอีกข้างให้เขาด้วย” (ลูกา 6:29) 

โดยทั่วไปมักแปลพระวาจานี้ว่า อย่าตอบโต้ผู้ที่ทำร้ายเรา หรือไม่ให้เราป้องกันตัวเอง แต่อันที่จริง,ข้อความนี้ไม่ได้พูดถึงประเด็นเรื่องการตบแก้ม ผมอยากอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงของข้อความนี้ซึ่งน่าสนใจมากและจะทำให้คุณประหลาดใจในตอนท้าย เมื่อพระเยซูตรัสว่าข้างขวา ภาษากรีกใช้คำว่า DEXIA คำนี้แปลได้ว่า ให้เกียรติ (place of honor) หรือ อำนาจหน้าที่(Authority) ดังนี้ข้อความดังกล่าวจึงพูดเกี่ยวกับการที่บางคนพยายามทำลายเกียรติของคุณหรืออำนาจของคุณ สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อพระเยซูตรัส ว่าจงให้อีกข้างหนึ่งแก่เขา ซึ่งคำในภาษากรีกใช้ ESTRESFO ซึ่งมีความหมายว่า หันหลังให้ (Turn your back) ดังนั้นเมื่อแปลข้อความทั้งหมดที่พระเยซูตรัสก็จะเป็นว่า เมื่อบางคนพยายามจะทำลายเกียรติของคุณหรืออำนาจของคุณ ก็จงหันหลังของคุณให้เขา จุดประสงค์หลักของพระวาจานี้คือเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หลีกเลี่ยงข้อพิพาท,เมื่อมีใครบางคนพยายามทำลายเกียรติของคุณ,ซึ่งอาจทำให้คุณมีความรู้สึกโกรธแค้น   

#Catholic 4 Life

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ศีลมหาสนิท


พระคริสต์ทรงเปิดเผยแก่นักบุญเกอร์ทรูดว่าทุกครั้งที่บุคคลหนึ่งได้รับศีลมหาสนิท จะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับทุกชีวิตในสวรรค์, บนโลก, และในไฟชำระ แต่ละครั้งที่เราได้รับศีลมหาสนิท, บาปเบาของเราได้รับการอภัย, สถานที่ของเราในสวรรค์ถูกสถาปนาขึ้นตลอดกาล และระยะเวลาของการอยู่ในไฟชำระจะสั้นลง 

พระคริสต์ยังทรงเปิดเผยแก่นักบุญเกอร์ทรูดด้วยว่าแต่ละครั้งที่เราร่วมพิธีมิสซาด้วยความศรัทธา, พระองค์จะทรงส่งนักบุญองค์หนึ่งมาปลอบประโลมใจเราในเวลาที่เราใกล้ตาย คำภาวนาของเราจะแข็งแกร่งที่สุดในภาคถวายของพิธีมิสซาศักดิ์สิทธิ์เมื่อศีลมหาสนิทและถ้วยพระโลหิตถูกยกชูขึ้น 

พระนางมารีย์พรหมจารีย์เคยบอกกับผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระนาง,บุญราศีอแลน(Bl. Alain)ว่า “องค์พระบุตรของแม่ทรงรักผู้ที่ช่วยเหลือในพิธีมิสซาศักดิ์สิทธิ์มาก จนถ้าจำเป็น,พระองค์จะยอมสิ้นพระชนม์เพื่อพวกเขาหลายครั้งเท่าที่พวกเขาเคยร่วมมิสซา”

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

พระนางมาีย์นำเราสู่สวรรค์


“บนโลก,เด็กๆไม่สามารถเกิดมาได้โดยปราศจากมารดา เป็นสตรีที่นำพวกเขามาสู่โลก และเช่นเดียวกันเป็นสตรีที่นำพวกเราไปสู่สวรรค์ และสตรีนั้นคือพระนางมารีย์” 
- นักบุญมารีย์แห่งพระเยซูผู้ถูกตรึกางเขน

พระสันตะปาปาเลโอที่ 13 กล่าวว่า “อาจเป็นการยืนยันว่าตามพระประสงค์ของพระเจ้า ไม่มีสิ่งใดมาถึงเราโดยไม่ผ่านมือของพระนางมารีย์ เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้พระบิดาผู้ทรงฤทธานุภาพได้นอกจากโดยทางพระบุตร ดังนั้นไม่มีใครสามารถเข้าใกล้พระคริสตเจ้าได้นอกจากผ่านทางพระมารดาของพระองค์” (สมณสาสน์ Octobri Mense).
ข้าแต่พระนางมารีย์ โดยเหตุที่องค์พระเยซูเจ้าปรารถนาที่จะมาหาพวกลูกผ่านทางพระนาง โปรดให้ลูกสามารถไปถึงพระองค์ผ่านทางพระนางด้วยเทอญ

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

พระพรของพระจิต


เขามีความเชื่อในพระเจ้าอย่างร้อนรน และอ่อนน้อมถ่อมตนต่อพระศาสนจักร
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

มงกุฏหนามของนักบุญคัทรีนแห่งเซียนนา


จิตรกรมักวาดภาพนักบุญคัทรีนแห่งเซียนนามีมงกุฎหนามสวมอยู่ และเรื่องนี้มาจากเรื่องราวที่พระเยซูทรงปรากฏต่อคัทรีนโดยพระองค์ทรงถือมงกุฎสองอัน อันหนึ่งเป็นมงกุฎทองคำและอีกอันหนึ่งเป็นมงกุฎหนาม และพระองค์ถามคัทรีนว่าเธออยากสวมมงกุฏอันไหน? "ลูกต้องการสวมมงกุฏทองคำในโลกนี้หรือไม่? แต่ในโลกหน้าลูกจะห่างไกลจากพระเจ้าและทนทุกข์ทรมานอย่างมาก หรือลูกเลือกสวมมงกุฎหนามในชีวิตนี้และใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสียสละและความทุกข์ทรมาน แต่ในโลกหน้าลูกจะสวมมงกุฎทองคำอยู่ท่ามกลางพระนางมารีย์, พระคริสต์, และทูตสวรรค์" แน่นอนว่าคัทรีนเลือกมงกุฎหนามซึ่งมาพร้อมกับรอยแผลลึกลับบนศีรษะของเธอด้วย คัทรีนดำเนินชีวิตถวายความทุกข์ทรมานและความเจ็บปวดของเธอเพื่อวิญญาณของผู้อื่น แต่เธอก็จะดูแลคนป่วยและคนจนด้วยเช่นกัน นักบุญคัทรีนเตือนเราว่าเราก็ถูกเรียกให้สวมมงกุฎของพระคริสต์เช่นกัน มงกุฏคือเครื่องหมายของความเป็นกษัตริย์ที่ไม่ได้มาด้วยกำลังอันดุร้ายหรือการพิชิตศัตรู แต่เป็นการเสียสละที่กระทำเพื่อวิญญาณของทุกคน 
นักบุญคัทรีนแห่งเซียนนา,เจ้าสาวลึกลับของพระคริสต์ โปรดภาวนาเพื่อเราด้วยเทอญ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เป็นตัวของตัวเอง


ผู้ที่มีมโนธรรมแจ่มใสจะพบความพอใจและความสงบสุขได้ง่าย คุณค่าของท่านไม่ได้ถูกกำหนดโดยคำชมเชยหรือคำวิจารณ์จากผู้อื่น ท่านเป็นตามที่ท่านเป็น และคุณค่าของท่านถูกกำหนดโดยพระเจ้า หากท่านเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง,ท่านจะไม่ถูกรบกวนจากความคิดเห็นของผู้คน ผู้คนตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่พระเจ้าทรงมองเห็นจิตใจ ผู้คนเพ่งมองที่การกระทำ แต่พระเจ้าทรงพิจารณาความตั้งใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตนแสดงออกด้วยการทำความดีสม่ำเสมอและไม่โอ้อวด การได้รับการปลอบโยนจากพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียวแสดงถึงความบริสุทธิ์และความเชื่อของท่าน 
- จำลองแบบพระคริสต์ 
Thomas A Kempis

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

วิญญาณของโปรแตสแตนท์ในไฟชำระ


ฉันเห็นวิญญาณในไฟชำระ,วิญญาณชาวโปรแตสแตนท์ที่จมอยู่ในความโง่เขลาของพวกเขา, พวกเขาโดดเดี่ยวอ้างว้างเป็นอย่างยิ่ง,เพราะไม่มีคำภาวนาที่สวดอุทิศเพื่อพวกเขา 
- บุญราศีอันนา คัทเทอรีน อัมเมอริก

(วิวรณ์ 20:15) “ผู้ใดไม่มีชื่อบันทึกอยู่ในหนังสือแห่งชีวิตก็ถูกโยนลงไปในทะเลไฟ” 

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เราถูกประจญอยู่เกือบตลอดเวลา


เป็นความเสียหายยิ่งนัก ถ้าเราไม่รู้ตัวว่าเราถูกประจญล่อลวงเกือบตลอดเวลา - โดยความเย่อหยิ่ง , ความไร้สาระ , โดยความคิดว่าคนอื่นชื่นชมเรา หรือโดยการอิจฉาผู้อื่น โดยความเกลียดชังและการแก้แค้น บางครั้งปีศาจโจมตีเราด้วยความคิดลามกและมโนภาพที่ไม่บริสุทธิ์ พี่น้องจะเห็นว่า แม้แต่ในการสวดภาวนาของพี่น้อง มันก็เบี่ยงเบนจิตใจของพี่น้องให้ออกนอกทาง นับตั้งแต่อาดัมลงมา ยังไม่มีนักบุญองค์ใดเลยที่ไม่ถูกประจญ ไม่ว่าโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง และนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด คือนักบุญที่ได้รับการประจญหนักที่สุด ถ้าพระอาจารย์เจ้าของเรายังถูกประจญล่อลวง นั่นก็แสดงว่า เราก็ต้องประสบด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น เราจึงต้องระวังตัวไว้เสมอ

-นักบุญยอห์น เวียนเนย์
  (เจ้าอาวาสแห่งอารส์)
#Catholic 4 Life

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2567

วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2567

พระมารดาทรงฤทธิ์


พระนางมารีย์ถูกสร้างให้เป็นพระมารดาของพระเจ้าเพื่อคนบาปมากกว่าเพื่อคนชอบธรรม
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ตำนานขนมปังของนักบุญแอนโทนี่


ขนมปังของนักบุญแอนโทนีตามประเพณีหมายถึงขนมปังที่ได้รับการอวยพรและแบ่งปันเพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญแอนโทนี และเป็นการบริจาคให้กับคนยากจนเพื่อขอบพระคุณสำหรับพรที่ได้รับผ่านการวิงวอนของนักบุญแอนโทนี 
ตำนานหนึ่งย้อนกลับไปในปี 1263 เมื่อเด็กคนหนึ่งจมน้ำตายใกล้กับมหาวิหารปาดวนแห่งเซนต์แอนโทนี(Paduan Basilica of St Anthony)ในระหว่างการก่อสร้าง,แม่ของเด็กได้อธิษฐานภาวนาต่อนักบุญเพื่อให้ลูกชายของเธอกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอสัญญาว่าจะมอบข้าวโพดแก่คนยากจนในปริมาณเท่ากับน้ำหนักของเด็กเป็นการตอบแทน เมื่อทารกฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างอัศจรรย์ ผู้เป็นแม่ก็ทำตามสัญญา 
หลายศตวรรษต่อมาในปี 1888, ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ Louise Bouffier ซึ่งเป็นผู้ดูแลร้านเบเกอรี่เล็กๆ ในหมู่บ้านริมทะเลของเมืองตูลง(Toulon),ประเทศฝรั่งเศส, พบว่าเธอไม่สามารถเปิดประตูด้วยกุญแจได้ ช่างทำกุญแจก็ไม่สามารถเปิดได้เช่นกัน เขาบอกเธอว่าเขาจะต้องพังประตูเท่านั้น ขณะที่เขาไปซื้อเครื่องมือ หลุยส์อธิษฐานกับนักบุญแอนโทนีว่าเธอจะมอบขนมปังจากร้านเบเกอรี่ของเธอให้กับคนยากจนหากประตูเปิดได้โดยไม่ต้องพังประตู เมื่อช่างทำกุญแจกลับมา เขาลองไขกุญแจอีกครั้งและสามารถเปิดให้หลุยส์เข้าไปได้อย่างง่ายดาย หลุยส์ทำตามคำพูดของเธอเพื่อให้แน่ใจว่าคนยากจนในเมืองตูลงได้รับตามที่กำหนดไว้ 
ไม่นานนัก, เพื่อนของหลุยส์ก็เริ่มทำตามแบบอย่างของเธอในการสัญญาว่าจะให้ขนมปังหรือให้ทานแก่คนยากจนเพื่อเป็นการตอบแทนคำอธิษฐานที่ได้รับคำตอบจากการวิงวอนของนักบุญแอนโทนี ในช่วงทศวรรษที่ 1890 พวกเขาได้ทำให้แนวปฏิบัตินี้เป็นทางการขึ้นโดยการก่อตั้งองค์กรการกุศลชื่อ "St Anthony's Bread" 
ด้วยจิตวิญญาณของการกุศลนี้ โบสถ์บางแห่งจะอวยพรและแจกจ่ายขนมปังก้อนเล็กๆ ในวันที่ 13 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันฉลองของนักบุญแอนโทนี่ 
https://franciscans.sg/the-legend-of-st-anthonys-bread/ 

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2567

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2567

สาส์นแม่พระ 25 มื.ย. 2024

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 มิ.ย. 2024
ลูกที่รักทั้งหลาย
         แม่ชื่นชมยินดีร่วมกับลูกและขอบคุณพระเจ้าที่ทรงอนุญาตให้แม่ได้มาอยู่กับลูก เพื่อนำทางและรักลูก ลูกน้อยทั้งหลาย, สันติภาพกำลังตกอยู่ในอันตราย และครอบครัวกำลังถูกโจมตี  
          ลูกน้อยทั้งหลาย,แม่ขอให้ลูกหันกลับมาสู่การสวดภาวนาในครอบครัว วางพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไว้ในที่ที่มองเห็นได้และอ่านทุกวัน รักพระเจ้าเหนือสิ่งอื่นใดเพื่อที่สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ดีต่อลูกบนโลกนี้ 
          ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่