พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ 25 ก.ย. 2022 เศรษฐีกับลาซารัส

           ‘เศรษฐีผู้หนึ่ง แต่งกายหรูหราด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง จัดงานเลี้ยงใหญ่ทุกวัน คนยากจนผู้หนึ่งชื่อลาซารัส นอนอยู่ที่ประตูบ้านของเศรษฐีผู้นั้น เขามีบาดแผลเต็มตัว อยากจะกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐี มีแต่สุนัขมาเลียแผลของเขา วันหนึ่ง คนยากจนผู้นี้ตาย ทูตสวรรค์นำเขาไปอยู่ในอ้อมอกของอับราฮัม เศรษฐีคนนั้นก็ตายเช่นเดียวกัน และถูกฝังไว้ ‘เศรษฐีซึ่งกำลังถูกทรมานอยู่ในแดนผู้ตาย แหงนหน้าขึ้น มองเห็นอับราฮัมแต่ไกล และเห็นลาซารัสอยู่ในอ้อมอก จึงร้องตะโกนว่า “ท่านพ่ออับราฮัม จงสงสารลูกด้วย กรุณาส่งลาซารัสให้ใช้ปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นให้ลูกสดชื่นขึ้นบ้าง เพราะลูกกำลังทุกข์ทรมานอย่างสาหัสในเปลวไฟนี้” แต่อับราฮัมตอบว่า “ลูกเอ๋ย จงจำไว้ว่า เมื่อยังมีชีวิต ลูกได้รับแต่สิ่งดี ๆ ส่วนลาซารัสได้รับแต่สิ่งเลว ๆ บัดนี้เขาได้รับการบรรเทาใจที่นี่ ส่วนลูกต้องรับทรมาน ยิ่งกว่านั้น ยังมีเหวใหญ่ขวางอยู่ระหว่างเราทั้งสอง จนใครที่ต้องการจะข้ามจากที่นี่ไปหาลูก ก็ข้ามไปไม่ได้ และผู้ที่ต้องการจะข้ามจากด้านโน้นมาหาเรา ก็ข้ามมาไม่ได้ด้วย” ‘เศรษฐีจึงพูดว่า “ท่านพ่อ ลูกอ้อนวอนให้ท่านส่งลาซารัสไปยังบ้านบิดาของลูก เพราะลูกยังมีพี่น้องอีกห้าคน ขอให้ลาซารัสเตือนเขาอย่าให้มายังสถานที่ทรมานแห่งนี้เลย” อับราฮัมตอบว่า “พี่น้องของลูกมีโมเสสและบรรดาประกาศกอยู่แล้ว ให้เขาเชื่อฟังท่านเหล่านั้นเถิด” แต่เศรษฐีพูดว่า “มิใช่เช่นนั้น ท่านพ่ออับราฮัม ถ้าใครคนหนึ่งจากบรรดาผู้ตายไปหาเขา เขาจึงจะกลับใจ” อับราฮัมตอบว่า “ถ้าเขาไม่เชื่อฟังโมเสสและบรรดาประกาศก แม้ใครที่กลับคืนชีวิตจากบรรดาผู้ตายเตือนเขา เขาก็จะไม่เชื่อ”
(ลูกา 16:19-31)








วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สาส์นแม่พระ 2-25 ก.พ. 2015

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 ก.พ. 2015
ลูกที่รักทั้งหลาย  
  ในเวลาแห่งพระหรรษทานนี้  แม่เรียกลูกทุกคน  จงสวดภาวนาให้มากขึ้นและพูดคุยให้น้อยลง  ในการสวดภาวนา  จงแสวงหาน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าและดำเนินชีวิตตามพระบัญญัติซึ่งพระเป็นเจ้าทรงเรียกลูก  แม่อยู่กับลูกและสวดภาวนาพร้อมกับลูก
ขอขอบใจลูกที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่

สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 ก.พ. 2015
ลูกที่รักทั้งหลาย 
แม่อยู่ที่นี่แล้ว อยู่ท่ามกลางพวกลูก แม่กำลังมองดูลูกและยิ้มให้พวกลูก แม่รักลูกด้วยวิธีที่มีแต่ผู้ที่เป็นแม่เท่านั้นจึงจะทำได้ โดยอาศัยองค์พระจิตเจ้าผู้ทรงเสด็จมาผ่านทางความบริสุทธิ์ของแม่ แม่จึงมองเห็นหัวใจของพวกลูกและได้นำไปถวายแด่องค์พระบุตรของแม่ แม่ได้ขอร้องพวกลูกเป็นเวลานานแล้วให้พวกลูกเป็นอัครสาวกของแม่ ให้พวกลูกสวดภาวนาเพื่อผู้ที่ยังไม่มารู้จักความรักของพระเป็นเจ้า แม่ขอร้องพวกลูกให้สวดภาวนาโดยออกมาจากความรัก สวดภาวนาพร้อมด้วยการงานและความเสียสละ อย่าไปเสียเวลาคิดว่าลูกเหมาะสมหรือไม่ที่จะเป็นอัครสาวกของแม่ พระบิดาเจ้าสวรรค์จะทรงพิพากษาทุกๆคน และลูกผู้ซี่งรักพระองค์และสดับฟังพระองค์ แม่ทราบว่าสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ลูกสับสน ถึงแม้แม่จะมาอยู่ท่ามกลางพวกลูกก็ตาม แต่ขอให้ลูกยอมรับด้วยความยินดีเถิด และสวดภาวนาเพื่อที่ลูกจะได้เข้าใจว่า ลูกนั้นเหมาะสมที่จะทำงานเพื่อสวรรค์ ความรักของแม่อยู่เหนือพวกลูก จงสวดภาวนาเพื่อที่ความรักขงแม่จะชนะหัวใจทุกดวง เพราะความรักนั้นให้อภัยเสมอและไม่เคยหยุดที่จะให้
ขอขอบใจลูก

จงสรรเสริญพระเป็นเจ้า


“ให้เราสรรเสริญพระเป็นเจ้าตลอดเวลาเถิด”(ฮบ. 13:15)
วันที่ 28 ก.พ. 1944 หญิงสาวชาวดัทช์ชื่อ คอร์รี เทนบูมและคนในครอบครัวของเธอถูกจับและส่งตัวไปค่ายกักกันชาวยิว  ช่วงเวลานั้นนาซีกำลังยึดครองฮอล์แลนด์อยู่  ในท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากอย่างยิ่งนี้  เบทซี่ พี่สาวของคอร์รี ได้พูดเตือนคนในครอบครัวว่า  พระคัมภีร์กล่าวว่าให้เราขอบพระคุณพระเป็นเจ้าในทุกสิ่ง  ทุกคนในครอบครัวจึงทำตามคำพูดของเธอ  พวกเขาขอบพระคุณพระเป็นเจ้า แม้แต่ในเรื่องที่ถูกรบกวนจากเห็บหมัดในที่พักของค่ายกักกันนี้  พวกเขาขอบพระคุณพระเป็นเจ้าเสมอ  และสังเกตเห็นว่ายามจะปล่อยพวกเขาให้อยู่ตามลำพังโดยไม่มาคอยควบคุม  ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถอ่านและศึกษาพระคัมภีร์ได้และยังช่วยให้คนอื่นที่ถูกจับกุมมาพร้อมกันให้รู้จักและเชื่อในพระเยซูเจ้าอีกด้วย  พวกเขามารู้ภายหลังว่าที่ยามอยู่ห่างจากพวกเขาก็เป็นเพราะเห็บหมัดนี่เอง  มองอีกด้านหนึ่ง  พระเป็นเจ้าทรงทำงานของพระองค์ในทุกสิ่งและพระองค์ทรงช่วยเหลือพวกเราด้วยวิธีการพิเศษ  ขณะที่คอร์รีและเบทซี่สรรเสริญพระเป็นเจ้า  พวกเธอก็สนใจในความยากลำบากของตัวเองน้อยลง  แต่สนใจในผู้อื่นที่ได้รับความยากลำบากเช่นเดียวกับเธอและได้แนะนำพวกเขาให้มารู้จักพระเยซูเจ้า
ในพระวรสารกล่าวว่า พระเยซูเจ้าตรัสกับศิษย์ของพระองค์ว่า “ท่านทั้งหลายจงมาพักผ่อนกับเราตามลำพังในที่สงัดระยะหนึ่งเถิด” (มก. 6: 31) การสรรเสริญและขอบพระคุณพระเป็นเจ้าเป็นสิ่งที่เราสามารถทำ ณ.ที่ใดก็ได้ ในถนน ในรถยนต์ ในห้องอาหาร ฯลฯ  เราเพียงแต่ยกจิตใจขึ้นหาพระเยซูเจ้าและขอบพระคุณพระองค์ในทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อเรา  และเช่นเดียวกับที่คอร์รีและเบทซี่ได้ค้นพบ  ยิ่งเราสรรเสริญพระเป็นเจ้ามากเท่าไร พระองค์ยิ่งทรงช่วยเหลือเรามากเพียงนั้น
“พระบิดา  พระองค์ทรงพระทัยดีและทรงฤทธานุภาพ  ลูกขอบพระคุณพระองค์สำหรับความรักและพระเมตตาของพระองค์ที่ทรงมีต่อลูก  ลูกขอสรรเสริญพระองค์ที่ทรงโอบอุ้มค้ำชูลูกไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์”

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

นักปราชญ์ของพระศาสนจักรคนใหม่


2015-02-23 Vatican Radio
พระสันตะปาปาทรงประกาศให้ นักบุญ เกรกอรี่ แห่ง นาเรค Saint Gregory of Narek นักพรตและนักกวีชาวอาร์มาเนียเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักรPrint
            น. เกรกอรี่ เกิดที่เมือง นาเรค ในอาร์มาเนีย ประมาณปีค.ศ. 950 ท่านมาจากตระกูลขุนนางและนักบวช ท่านได้รับการศึกษาภายใต้การดูแลของบิดาของท่านซึ่งเป็นสังฆราช คือ Bishop Khosrov  น.เกรกอรี่และพี่น้องของท่านสองคนได้เข้าสู่อารามเป็นนักพรตตั้งแต่ในวัยหนุ่ม  ไม่นาน น.เกรกอรี่ก็เชี่ยวชาญในด้านดนตรี  ดาราศาสตร์  เรขาคณิต  คณิตศาสตร์  การประพันธ์และเทววิทยา  ท่านบวชเป็นพระสงฆ์เมื่ออายุ 25 ปี ท่านอุทิศชีวิตให้แก่พระเจ้า  ท่านอยู่ในอารามที่นาเรคเป็นส่วนใหญ่  โดยเป็นอาจารย์สอนในโรงเรียน  ท่านเริ่มเขียนหนังสือเล่มแรก เป็นคำอธิบายเกี่ยวกับพระคัมภีร์บท “Song of Songs,”  ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของเจ้าชายแห่งอาร์มาเนีย  ทั้งๆที่มีผู้ทักท้วงว่าท่านยังอ่อนเยาว์เกินไปสำหรับงานนี้  แต่หนังสือคำอธิบายกลายเป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงด้วยคำอธิบายที่ชัดเจนทางความคิด , ภาษาและความรอบรู้ทางเทววิทยา
ท่านยังได้ประพันธ์หนังสือและจดหมายอีกมากมาย  บทภาวนาหลายบทที่ท่านแต่งได้กลายมาเป็นบทภาวนาในพิธีกรรมวันอาทิตย์ในโบสถ์ของอาร์มาเนียทั่วโลก
บทประพันธ์ชิ้นเยี่ยมที่สุดของท่านคือ Book of Lamentations เป็นบทภาวนา 95 บท แต่ละบทจะมี “การสนทนากับพระเจ้าจากส่วนลึกของหัวใจ” หัวข้อหลักคือการที่มนุษย์แยกตัวออกจากพระเจ้า  และพระเจ้าทรงเรียกร้องให้มนุษย์กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์  น.เกรกอรี่อธิบายงานของท่านไว้ดังนี้ “ตัวหนังสือนั้นก็เหมือนกับร่างกายของข้าพเจ้า  เนื้อหาของมันก็เหมือนกับวิญญาณของข้าพเจ้า”  ท่านเรียกหนังสือของท่านว่า “สารานุกรมบทภาวนาสำหรับมวลมนุษยชาติ” encyclopedia of prayer for all nations  ท่านหวังจะให้หนังสือเป็นแนวทางการสวดภาวนาสำหรับทุกคนในโลก  หนังสือถูกตีพิมพ์ที่มาร์ซายในฝรั่งเศส เมื่อปี 1673  และถูกแปลเป็นภาษาต่างๆอย่างน้อย 30 ภาษา
วันฉลองของท่านในอาร์มาเนียตรงกับเดือนตุลาคม

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พระเยซูเจ้าทรงรับศีลล้าง,ถูกประจญ

องค์พระผู้ไถ่ของเราทรงละจากพระมารดาสุดที่รักของพระองค์ซึ่งประทับอยู่ในบ้านอันยากจนที่นาซาเร็ธ โดยไม่มีใครติดตามพระองค์ไปด้วย..... 

อ่านทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทำไม ISIS จึงเผยแพร่วีดีโอฆ่าตัดหัว


(CNN) เมื่อกลุ่ม ISIS ตัดศีรษะคริสตชนอียิปต์  จับสตรีของยาซีดิสเป็นทาส หรือเผานักบินทั้งเป็น  มีคำถามขึ้นว่า ทำไมกลุ่ม ISIS จึงทำสิ่งนี้? อะไรเป็นเป้าหมายของพวกมัน?............อ่านต่อ
....
 

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รูปภาพพระเยซูเจ้าในกรีซมีน้ำพระเนตรไหล



รูปภาพไอคอนพระเยซูเจ้าในโบสถ์  St Nickolas ในหมู่บ้านเล็กๆชื่อ Asprokambos  ในเมือง Corinth Prefecture, in Peloponnese ของประเทศกรีซ มีน้ำพระเนตรไหล  ผู้ที่เห็นเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกเล่าให้ฟังว่า  น้ำพระเนตรเริ่มไหลตั้งแต่วันที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ในวันที่ 25 ม.ค. 2015 และนาย  SYRIZA ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สิ่งที่แสดงว่าเราไม่มีความสุภาพถ่อมตน

ความสุภาพถ่อมตนเป็นคุณธรรมที่พวกเราทุกคนควรฝึกฝนปฏิบัติเพื่อทำให้เราคล้ายคลึงกับพระคริสตเจ้าผู้ซึ่งพวกเราแสวงหา
....อ่านต่อ

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หญิงชราผู้กล้าหาญ



หญิงชรากล้าเข้าไปต่อว่าหัวหน้ากลุ่ม ISIS ขอให้เขาหยุดสังหารผู้นับถือศาสนาอื่นและให้กลับมาหาพระเจ้า  สิ่งที่เขากำลังทำอยู่เป็นสิ่งที่ผิด

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ผลึกน้ำแห่งชีวิต

ดร. มาซารุได้เขียนหนังสือชื่อ “สาส์นซ่อนไว้ในน้ำ” ( The Hidden Messages in Water).
......อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พระสันตปาปาสร้างความประหลาดใจ



วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2015พระสันตปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนบริเวณเขตเมืองของคนยากจนในกรงโรม  โดยที่ไม่มีใครคาดฝัน  บริเวณนี้เป็นที่อาศัยของคนยากจนและคนที่อพยพจากดินแดนอื่น  มีคนที่มาจากอเมริกาใต้จำนวนมาก
เวลาที่พระองค์เสด็จกลับจาก Tiburtina พระองค์ขอให้หยุดรถที่บริเวณ  shantytown ซึ่งพระองค์เคยได้ยินว่ามีคนจนอาศัยอยู่
“พระองค์ลงจากรถและประชาชนต่างตกใจเมื่อเห็นพระองค์อยู่หน้าบ้านของพวกเขา” คุณพ่อ Aristide Sana เล่าให้ฟัง  ท่านเป็นเจ้าอาวาสของโบสถ์ที่อยู่บริเวณนี้
คนที่นี่ส่วนใหญ่มาจากเปรูและเอกวาดอร์ พระสันตะปาปาถามพวกเขาเป็นภาษาสเปนว่า
“พวกคุณกี่คนที่พูดภาษาสเปน?”
“Todos! Todos!” (ทุกคน , ทุกคน),” พวกเขาตะโกนตอบ
“คุณพ่อซาเรีย ได้นำอาหารและเสื้อผ้ามาให้พวกเขา” คนที่มาจากรัสเซีย เอริเทรีย ยูเครน และโปแลนด์ ก็อาศัยในชุมชนนี้  ทั้งหมดมีประมาณ 150 คน  ผู้ชายจะทำงานเป็นกรรมกร
พระสันตปาปาฟรังซิส เป็นผู้ที่ใส่ใจในคนยากจนที่อยู่ในเขตปกครองของพระองค์เมื่อครั้งที่เป็นพระสังฆราชที่กรุงบัวโนสไอเรส  พระองค์จึงได้ชื่อว่า “slum bishop”
รายละเอียด

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ลูรดส์



วีดีโอนำเที่ยวลูรดส์อย่างละเอียด  ตั้งแต่ทางเข้า โบสถ์  ถ้ำแม่พระ ฯลฯ  วันที่ 11 ก.พ. เป็นวันที่ระลึกถึงการประจักษ์ของแม่พระแก่ นักบุญแบร์นาแด็ต ที่ลูรดส์

อย่าตอบแทนความชั่วด้วยความชั่ว


ปีแอร์ เทาเซนต์ เกิดปี 1766 ในฐานะทาสที่อาณานิคมฝรั่งเศสในไฮติ  เมื่อเขาอายุ 11 ปี  เจ้านายของเขาได้อพยพไปอยู่ที่นิวยอร์ก  นำภรรยา , ลูกและทาส 5 คน ซึ่งรวมทั้งปีแอร์ไปกับเขาด้วย  เมื่อเจ้านายของเขาเสียชีวิต  ปีแอร์สมัครที่จะอยู่รับใช้ครอบครัวของเจ้านายในฐานะทาสต่อไป  และทำหน้าที่เป็นช่างตัด-แต่งผม เพื่อหาเงินให้ครอบครัวนี้เป็นเวลานานถึง 20 ปี  ต่อมาในปี 1807 ภรรยาของเจ้านายได้เจ็บป่วย  และก่อนจะเสียชีวิต  เธอได้ปล่อยปีแอร์ให้เป็นอิสระ  ปีแอร์ได้แต่งงานกับจูเลียตซึ่งเป็นทาสเช่นเดียวกัน  ทั้งสองอุทิศตนเพื่อดูแลเด็กกำพร้าผิวดำ  ในเวลาเดียวกันปีแอร์ก็พยายามช่วยเหลือทาสด้วยการใช้เงินเพื่อไถ่ตัวของทาส  เขาช่วยดูแลผู้เจ็บป่วยด้วยโรคท้องร่วงหรือโรคไข้เหลือง  ในนิวยอร์กผู้คนต่างรู้จักปีแอร์ในฐานะมีใจบุญสุนทาน  เขาได้บริจาคเงินเพื่อช่วยสร้างโบสถ์ เซนต์แพททริก  และทุกๆวันตลอด 70 ปี  เขาจะร่วมพิธีมิสซาที่โบสถ์คาทอลิกเก่าแก่ของเมือง  โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ที่อยู่ชานเมืองแมนฮัตตัน  เขาเสียชีวิตในปี 1853  มีคนนับพันมาร่วมพิธีศพของเขาด้วยความอาลัยรัก  มีผู้คนทั้งผิวขาว  ผิวดำ  คาทอลิก และโปรแตสแตนท์  ในปี 1996 พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ทรงสถาปนาปีแอร์ขึ้นเป็น “ผู้ควรเคารพ” Venerable  ศพของเขาถูกย้ายไปอยู่ใต้พระแท่นของอาสนวิหารเซนต์แพททริก(William J. Bausch, Once Upon A Gospel, p. 326)

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พ่อคำพา งามสวัสดิ์


ประวัติพ่อคำพา งามสวัสดิ์ ผู้เริ่มกลุ่มคริสตชนวัดนักบุญนักบุญเปาโล­กลับใจ แก้งคร้อ และวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล หนองหญ้าปล้อง

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การประจญล่อลวง

บาปต้นเจ็ดประการ คือ  ความหยิ่งจองหอง, ความโลภ  ความอิจฉาริษยา  ความโกรธแค้น  ความลามก  ความตะกละ  และความเกียจคร้าน  เป็นมูลฐานของการประจญล่อลวงทุกชนิด.....อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การอดอาหาร 2

“การอดอาหารช่วยชำระล้างวิญญาณ  ยกจิตใจให้สูงขึ้น  ทำให้เนื้อหนังอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจ  ทำให้มีใจสุภาพถ่อมตน  กำจัดหมอกควันของราคะตัณหา  ดับไฟของความลุ่มหลง และจุดไฟแห่งความรักที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในตัวของท่านอีกครั้งหนึ่ง”
น. ออกัสติน (350-430)

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ความจริงบางประการในพระคัมภีร์

     ในเลวีนิติ 21:10 ห้ามสมณะฉีกเสื้อผ้าของเขา     
     ในมัทธิว 26: 65 ไกฟาส  หัวหน้าสมณะในปีนั้น ได้ฉีกเสื้อคลุมเพื่อเป็นการประท้วงพระเยซูเจ้าที่ทรงประกาศว่าพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า 
     ในยอห์น 19: 24 ทหารโรมันไม่ได้ฉีกเสื้อคลุมของพระเยซูเจ้า แต่นำไปจับฉลากแบ่งกัน (พระเยซูเจ้าทรงเป็นสงฆ์สูงสุด) 
     ในมัทธิว 27: 51  พระเป็นเจ้าทรงฉ๊กผ้าม่านในพระวิหารเมื่อพระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์บนกางเขน
โยเอล 2: 12-13 เขียนว่า   จงกลับมาหาพระเจ้า  จงฉีกหัวใจของเจ้า  ไม่ใช่เสื้อผ้าของเจ้า
ยอห์น 19:34   ทหารคนหนึ่งได้ใช้หอกแทงที่สีข้างของพระเยซูเจ้าดวงพระทัยก็เปิดออก  โลหิตและน้ำก็ไหลออกมา

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การอดอาหาร


“การอดอาหารให้กำเนิดประกาศกและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของจิตใจ  การอดอาหารให้ความรู้และกฏเกณฑ์แก่นักปราชญ์  เป็นผู้พิทักษ์ที่ดีของวิญญาณ  ทำให้ร่างกายยืนหยัดอย่างมั่นคง  เป็นอาวุธสำหรับนักรบ  และเป็นสนามประลองสำหรับนักกีฬา  การอดอาหารช่วยขับไล่การประจญล่อลวง  ก่อให้เกิดความศรัทธา  มันเป็นมิตรสหายของการเฝ้าระวังและเป็นผู้ชำนาญในความรัก  ในสงครามมันจะต่อสู้อย่างกล้าหาญ  ในเวลาที่มีสันติภาพมันจะสั่งสอนอย่างเงียบสงบ”   
วาทะของ น. บาซิล ผู้ยิ่งใหญ่ (330-379)

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สงครามโลกครั้งที่ 3


    พระสันตปาปาฟรังซิสทำให้ทุกคนประหลาดใจ  เมื่อตรัสว่าเราได้เข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 เรียบร้อยแล้ว                     “มนุษยชาติต้องร่ำไห้...แม้ในวันนี้  หลังจากความตกต่ำสองครั้ง  ยังมีสงครามโลกอีกซึ่งเราอาจเรียกมันว่าสงครามโลกครั้งที่ 3  มันอยู่ในรูปแบบของการก่ออาชญากรรม , การสังหารหมู่ , การทำลายล้าง  การก่อการร้าย” พระดำรัสในสุสานผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 สโลเวเนีย อิตาลี  13 ก.ย. 2014 bbc.com
            น.เปาโลได้พูดถึงสภาพของมนุษย์ในยุคสุดท้ายว่า
"..ในยุคสุดท้ายจะมีความยุ่งยากเกิดขึ้น  มนุษย์จะทำตามใจตน  เห็นแก่เงิน  อวดดี  ยโสและหยาบคาย  ดื้อด้านต่อบิดามารดา  เนรคุณ  ไม่นับถือศาสนา  ไร้มนุษยธรรม  ไม่ยอมให้อภัย  นินทาว่าร้าย  เสเพลเข้ากับใครไม่ได้  เกลียดชังความดี  ทรยศ  ไม่คำนึงถึงผู้อื่น  หยิ่งผยอง  รักสนุกมากกว่ารักพระเจ้า" (2 ทิโมธี 3:1-4)
แล้วบุตรแห่งความพินาศ  หรือ บุตรแห่งนรกอเวจี (son of perdition ) ก็จะปรากฏตัวออกมา