พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2024 พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์

           ต่อมาอีกหกวัน พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูงตามลำพัง แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวเจิดจ้า ขาวผ่องอย่างที่ไม่มีช่างซักฟอกคนใดในโลกทำให้ขาวเช่นนั้นได้ แล้วประกาศกเอลียาห์กับโมเสสแสดงตนสนทนาอยู่กับพระเยซูเจ้า เปโตรจึงทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริง ๆ เราจงสร้างเพิงขึ้นสามหลังเถิด หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับประกาศกเอลียาห์” เขาไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรเพราะศิษย์ทั้งสามคนต่างตกใจกลัว ครั้นแล้วเมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้ มีเสียงหนึ่งออกมาจากเมฆก้อนนั้นว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด” ทันใดนั้น ศิษย์ทั้งสามคนเหลียวมองรอบ ๆ ไม่เห็นผู้ใดอยู่กับตนนอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น
           ขณะที่กำลังลงจากภูเขา พระองค์ตรัสสั่งเขามิให้เล่าเหตุการณ์ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย ศิษย์ทั้งสามคนเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกใครแต่ยังปรึกษากันว่า “จนกว่าจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย” นี้ หมายความว่าอย่างไร
(มาระโก 9:2-10)








วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พันธ์ทิพดอทคอม


ที่มา – พันธ์ทิพ  http://pantip.com/topic/34083824
หัวข้อ  - ทำไมพระเจ้าถึงสร้างศาสนามาหลายศาสนาครับ
กระทู้คำถาม
ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู
ทำไมพระเจ้าถึงสร้างศาสนามาหลายศาสนา
แล้วทำไมไม่สร้างแต่คนดีมาอย่างเดียว

--------------------------------------------------------------
ตอบกระทู้
ความคิดเห็นที่ 25
พระเจ้าไม่มีศาสนาครับ
พระเจ้าคือ หนทาง
  ความจริง  และชีวิต  ศาสนาเป็นสิ่งที่มนุษย์แบ่งแยกกันเอง  ทั้งๆที่มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน  และทุกคนเป็นบุตรของพระเจ้า
ทำไมพระเจ้าไม่สร้างมนุษย์ให้เป็นคนดีแต่เพียงอย่างเดียว
?
พระเจ้าสร้างมนุษย์ให้เป็นคนดีแต่เพียงอย่างเดียวแล้วครับ
  คุณไม่เห็นหรือว่า  เมื่อเด็กเกิดมา  เขาเป็นทารกที่ช่างบริสุทธิ์น่ารักเป็นอย่างยิ่งเขาไม่มีความชั่วร้ายติดตัวมาด้วยเลย  นี่แหละคือผลงานของพระเจ้าครับ  
แต่มนุษย์ที่ชั่วช้า
  ทำบาปกรรมที่มีอยู่ในทุกวันนี้นั้น  เป็นผลงานของมนุษย์เองครับ
เราควรเข้าใจพระเจ้า
  พระองค์เองตรัสว่า พระองค์เป็นบิดาของพวกเราในทางพระเยซูเจ้า ผู้ทรงนำพวกเรากลับมาเป็นบุตรของพระเจ้าโดยการพลีชีพพระองค์เองบนกางเขนเพราะทรงรักเรา  พระ
องค์ทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นเหมือนพระองค์  คือ เป็นจิต  และมีจิตใจอิสระ  เป็นเรื่องน่าประหลาดอัศจรรย์มากเกี่ยวกับจิตใจอิสระนี้  เพราะพระเป็นเจ้าเป็นผู้ทรงสรรพานุภาพ  ไม่มีสิ่งใดที่พระองค์กระทำไม่ได้เลย  แต่เมื่อพระองค์อยู่ต่อหน้าจิตใจอิสระของมนุษย์  เหมือนกับพระองค์ทรงอ่อนแรง  ไม่มีฤทธิ์อำนาจเลย  ทั้งนี้เพราะพระองค์ไม่แตะต้องจิตใจอิสระของมนุษย์  นี่เป็นเพราะความรักของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์  พระองค์จึงประทานของขวัญล้ำค่าแก่เรา  นั่นคือจิตใจอิสระ  เพราะถ้าไมมีจิตใจอิสระ  เราก็เป็นเหมือนทาสที่ต้องทำทุกสิ่งตามที่เจ้านายสั่ง  ด้วยจิตใจอิสระนี้  เราสามารถเลือกตามอำเภอใจได้ว่าจะทำความดีหรือความชั่ว  จะเป็นลูกของพระ  หรือเป็นลูกของมารปีศาจ

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พระดำรัสขององค์ราชินี


พระดำรัสขององค์ราชินี (พระนางพรหมจารีย์มารีย์ตรัสกับซิสเตอร์มารีย์แห่งอะกริดา สเปน)

พระเป็นเจ้าทรงมีพระทัยเมตตาต่อมนุษย์ยิ่งนัก  พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ให้มีสติปัญญาที่จะพิจารณาเหตุผล  เพื่อที่มนุษย์จะได้ใช้สติปัญญานั้นในการพิจารณาไตร่ตรองเหตุผลซึ่งจะช่วยเขาให้สามารถพบพระองค์ได้  เมื่อรู้จักพระองค์แล้วมนุษย์ก็จะเริ่มรักพระองค์  เคารพนับถือและเทิดทูนพระองค์ในฐานะพระผู้สร้างและพระเจ้าที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว  บิดามารดาจึงต้องสั่งสอนลูกๆของตนตั้งแต่เขายังเป็นเด็กบริสุทธิ์ไร้เดียงสา  ให้พวกเขามีความรู้ถึงพระเป็นเจ้าและต้องให้คำแนะนำสั่งสอนแก่พวกเขาด้วยความเอาใจใส่เป็นพิเศษ  เพื่อที่บรรดาลูกๆจะได้รู้จักและแสวงหาพระเป็นเจ้าผู้ทรงเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิตเป็นอันดับแรกอย่างเต็มกำลังและน้ำใจของพวกเขา  บิดามารดาต้องเฝ้าดูแลเอาใจใส่ในลูกของตนอย่างเต็มที่  เพื่อทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากนิสัยที่ไม่ดีตามประสาเด็ก  ซึ่งเป็นธรรมชาติด้านลบ  อันอาจทำให้พวกเขาหลงไปในทางที่ผิดถ้าไม่รีบกำจัดเสียแต่ต้น  ถ้าบิดามารดาจะเอาใจใส่และป้องกันนิสัยที่ไม่ดีต่างๆของลูกของพวกเขาและสั่งสอนลูกๆตั้งแต่ยังอยู่ในวัยที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาให้มีความรู้ในพระเป็นเจ้าในฐานะพระผู้สร้างแล้วละก็  บรรดาลูกๆของเขาก็จะคุ้นเคยที่จะรู้จักและสรรเสริญพระเป็นเจ้า  ท่านมารดาของแม่เอง(นักบุญอันนา)  ถึงแม้ท่านจะไม่รู้ถึงพระหรรษทานยิ่งใหญ่ที่พระเป็นเจ้าทรงประทานแก่แม่  แต่ท่านก็เอาใจใส่สั่งสอนแม่ในเรื่องนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม  เมื่อเริ่มแรกที่ท่านตั้งครรภ์แม่นั้น  ท่านสรรเสริญพระเป็นเจ้าด้วยนามของแม่   ท่านนมัสการขอบพระคุณพระเป็นเจ้าที่ทรงสร้างแม่ขึ้นมา  ท่านวอนขอให้พระองค์ปกปักรักษาแม่และนำแม่ไปสู่แสงสว่างของพระองค์  ดังนั้นบิดามารดาจึงควรสวดภาวนาด้วยสิ้นสุดจิตใจต่อพระเป็นเจ้า  สำหรับจิตวิญญาณของลูกของเขา  วอนขอให้พระญาณเอื้ออาทรของพระเป็นเจ้าได้โปรดชำระล้างบาปของพวกเขาและทำให้ลูกๆของเขาเป็นอิสระจากการเป็นทาสของบาปกำเนิด
แต่ถ้าหากมนุษย์ผู้ใดไม่รู้จักและสรรเสริญพระผู้สร้างของเขาตั้งแต่เวลาที่เขายังเป็นเด็กไม่รู้ความ  เขาผู้นั้นควรได้รับความรู้ในพระเป็นเจ้าทันทีเท่าที่จะทำได้เมื่อเขาเติบโตแล้ว  โดยอาศัยแสงสว่างแห่งความเชื่อ  และเมื่อเขาได้รับความรู้ในพระเป็นเจ้าแล้ว  วิญญาณนั้นต้องกระทำอย่างเต็มความสามารถเพื่อที่เขาจะไม่มีวันสูญเสียพระเป็นเจ้าไป  เขาต้องมองดู  ฟัง  รัก  และสรรเสริญพระองค์เสมอ

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

คุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา

ครบรอบวันเกิด 105 ปีของคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา 
คุณแม่เทเรซาเกิดวันที่ 26 ส.ค. 1910 ที่ประเทศอัลบาเนีย
รูปภาพ 8 รูป  คลิ๊กเพื่อดูภาพขยาย



    1. ซิสเตอร์ในคณะมิชชันนารีแห่งเมตตาธรรม ได้มาร่วมพิธีมิสซาระลึกถึง 105 ปีวันเกิดคุณแม่เทเรซาที่บ้านของคณะในกัลกัตตา ประเทศอินเดีย  วันที่ 26 ส.ค. 2015 / AFP - Getty Images


2. ชายคนหนึ่งกำลังสวดภาวนาที่แท่นรูปของคุณแม่เทเรซาบนเทียน Rupak De Chowdhuri / Reuters


3. ซิสเตอร์ชาวอินเดียกำลังร่วมพิธีมิสซา  คุณแม่เทเรซาได้รับการสถาปนาเป็นบุญราศีโดยพระสันตปาปายอห์นปอลที่ 2 . Dibyangshu Sarkar / AFP - Getty Images


4. รูปปั้นของคุณแม่เทเรซาผลิตเพื่อขายในวันก่อนวันทำพิธี. Piyal Adhikary / EPA


5. ชาวอินเดียนำดอกไม้มาวางไว้ที่หลุมฝังศพของคุณแม่เทเรซาหลังจากเสร็จพิธีมิสซาแล้วDibyangshu Sarkar / AFP - Getty Images


6. การสวดภาวนาในระหว่างพิธีรำลึกถึงคุณแม่เทเรซา Piyal Adhikary / EPA


7. แม่ชีและผู้มาร่วมพิธีสวดภาวนาที่หลุมฝังศพของคุณแม่  คุณแม่เทเรซาเริ่มงานแพร่ธรรมให้กับคนยากจนในกัลกัตตาในปี 1948  และได้รับรางวัลโนเบลในปี 1979 Piyal Adhikary / EPA




8. ผู้มาเยี่ยมนั่งอยู่กับซิสเตอร์เพื่อรอที่จะสวดภาวนาตอนเย็นในวันก่อนวันรำลึกถึงคุณแม่เทเรซา

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โอเมก้า 3

น้ำมันปลาเริ่มเป็นที่สนใจมาประมาณ 30 ปี เมื่อมีข้อมูลว่าชาวเอสกิโม ที่บริโภคปลาในปริมาณสูง จะมีปัญหาเส้นเลือดอุดตันน้อย ระดับไขมันในเลือดต่ำ และการเกาะตัวของเกล็ดเลือดน้อยกว่าชาวเดนมาร์กซึ่งกิน เนื้อสัตว์มากกว่า นอกจากนี้ ยังพบว่าชาวญี่ปุ่นในหมู่บ้านชาวประมง ที่บริโภคปลาในปริมาณมาก จะมีโรคหลอดเลือดหัวใจ การเกาะตัวของเกล็ดเลือดและความหนืดของเลือดน้อยกว่าชาวญี่ปุ่นในหมู่บ้านที่เลี้ยงสัตว์
กลุ่มกรดไขมันที่เรียกว่า โอเมก้า 3 คือ ไขมันไม่อิ่มตัวชนิดหนึ่ง พบมากในปลาทะเลน้ำลึก เป็นไขมันจำเป็น ต้องได้รับจากอาหาร เนื่องจากร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ สารอาหารที่สำคัญมี 2 ชนิด คือ อีพีเอ และ ดีเอชเอ ปลาทะเลน้ำลึก ที่ให้สารอาหารโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน และปลาทูน่า ปลาในอ่าวไทย ที่มีปริมาณโอเมก้า 3 สูง ได้แก่ ปลาทู และที่มีในปริมาณน้อย ถึงปานกลาง ได้แก่ ปลาอีกา ปลากะพง ปลาตาเดียว ส่วน ปลาน้ำจืดบางชนิด เช่น ปลาช่อน ปลานวลจันทร์ จะพอมีโอเมก้า 3 บ้าง ซึ่งมากกว่าปลาน้ำจืดอื่นๆ
สำหรับความสำคัญของโอเมก้า 3 ในเด็ก กรด DHA มีความสำคัญต่อการเจริญพัฒนาสมองและดวงตาของเด็กทารก โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนก่อนคลอด การขาดของ DHA จะมีความสัมพันธ์กับโรคสมาธิสั้น โดยเด็กที่มีระดับ DHA ต่ำจะมีปัญหาด้านพฤติกรรม อารมณ์ การนอนและการเรียนรู้มากกว่าเด็กกลุ่มที่มีระดับ DHA ปกติ และเมื่อได้รับ DHA เสริม อาการต่าง ๆ จะดีขึ้น
ส่วนความสำคัญของโอเมก้า 3 ในผู้ใหญ่และคนสูงอายุ จะช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และเพิ่มระดับไขมันชนิดดีซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดได้ ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ยากขึ้น ช่วยลดความดันโลหิตได้เล็กน้อย ลดอุบัติการของโรคหลอดเลือดหัวใจ จากการลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ป้องกันโรคความจำเสื่อม ชะลอหรือป้องกันการเจริญของเซลล์มะเร็ง
นอกจากโอเมก้า 3 แล้ว ปลายังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ย่อยง่าย และในปลาทะเลยังมีไอโอดีน ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาเรื่องคอพอก และช่วยการเจริญพัฒนาของสมองเด็กในช่วงปีแรกด้วย
ข้อควรระวังในการกินโอเมก้า 3 เนื่องจากน้ำมันปลาลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ดังนั้นการกินปลาในปริมาณมากต่อเนื่องกัน หรือกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลา จะทำให้มีปัญหาเรื่องเลือดออกหยุดยากโดยเฉพาะหากกินร่วมกับยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพรินหรือโคลพิโดเกรล
หาก กินปลาทะเลมากกว่า 8 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากจะมีปัญหาเรื่องเลือดหยุดยากแล้ว ยังจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานลดลงด้วย สิ่งที่ควรระวังอีกอย่างในการบริโภคปลาทะเลปริมาณมาก คือ การปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะสารปรอท ดังนั้นหากบริโภคมากเกินไป จะเกิดการสะสมและเป็นพิษได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    • รศ.พญ.ปรียานุช แย้มวงศ์ (www.index2you.com)

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สาส์นแม่พระ 2 - 25 ส.ค. 2015

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 ส.ค. 2015
ลูกที่รักทั้งหลาย
ในวันนี้แม่เรียกร้องพวกลูกให้สวดภาวนา
ขอให้การสวดภาวนาของลูกเป็นเหมือนปีกที่พาลูกโบยบินไปพบพระเป็นเจ้า
โลกกำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการทดลอง  เพราะมันได้หลงลืมและละทิ้งพระเป็นเจ้า
เพราะฉะนั้นพวกลูก,  ลูกน้อยทั้งหลาย, จงเป็นผู้ที่แสวงหาและรักพระเป็นเจ้าเหนือสิ่งอื่นใด
แม่อยู่กับพวกลูกและแม่จะนำทางลูกไปหาองค์พระบุตรของแม่  แต่ลูกต้องตอบรับ “ค่ะ/ครับ” กับแม่ด้วยจิตใจอิสระในฐานะบุตรของพระเจ้า
แม่เข้ามาแทรกแซงช่วยเหลือลูกและแม่รักลูกผู้เป็นลูกน้อยๆด้วยความรักอันไม่มีที่สิ้นสุด
ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่
(“เป็นบุญของผู้ที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงในวันเวลาแห่งการทดลอง  เขาได้พิสูจน์ตัวเอง  และจะได้รับรางวัลแห่งชีวิตในชัยชนะของเขา  พระคริสต์ทรงสัญญาจะประทานมงกุฎแก่ผู้ที่รักพระองค์” ยากอบ 1:12 )  
 
  สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 ส.ค. 2015
ลูกที่รักทั้งหลาย
แม่ในฐานะมารดาที่รักลูก  แม่มองเห็นความยากลำบากในยุคนี้ของพวกลูก
แม่มองเห็นความทุกข์ของพวกลูก  แต่ลูกพึงรู้ว่าลูกไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
องค์พระบุตรของแม่อยู่กับพวกลูกด้วย
พระองค์ทรงอยู่ทุกหนแห่ง
พระองค์ไม่อาจมองเห็นได้  แต่ลูกสามารถมองเห็นพระองค์ถ้าลูกดำรงชีวิตอยู่ในพระองค์
พระองค์ทรงเป็นแสงสว่างที่ส่องสว่างในวิญญาณของลูกและประทานสันติสุขให้แก่ลูก
พระองค์คือพระศาสนจักรซึ่งลูกจักต้องรักและสวดภาวนาปกป้องไว้เสมอ – มิใช่ด้วยคำพูดเท่านั้นแต่ด้วยกิจการแห่งความรัก
ลูกทั้งหลายของแม่  จงทำให้ทุกคนมารู้จักองค์พระบุตรของแม่เถิด  เพื่อที่พระองค์จะได้รับความรัก  เพราะความจริงอยู่ในองค์พระบุตรผู้ทรงกำเนิดจากพระเป็นเจ้า – พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า
จงอย่าปล่อยเวลาให้เสียไปในการครุ่นคิดมากนัก  จะทำให้ลูกอยู่ห่างไกลจากความจริง
จงยอมรับพระวาจาของพระองค์ด้วยใจซื่อๆและดำรงชีวิตด้วยพระวาจา  ถ้าลูกดำรงชีวิตด้วยพระวาจาของพระองค์  ลูกจะสวดภาวนา
ถ้าลูกดำรงชีวิตด้วยพระวาจาของพระองค์  ลูกจะรักด้วยความรักอันเมตตา  ลูกจะรักซึ่งกันและกัน
ยิ่งลูกรักมากเท่าไร  ลูกยิ่งอยู่ห่างไกลจากความตาย
เพราะผู้ที่ดำรงชีวิตด้วยพระวาจาขององค์พระบุตรของแม่และผู้ที่มีความรัก  ความตายจะกลายเป็นชีวิต
ขอขอบใจลูก
จงสวดภาวนาเพื่อที่ลูกจะสามารถมองเห็นองค์พระบุตรในตัวนายชุมพาบาลของลูก
จงสวดภาวนาเพื่อที่ลูกจะสามารถโอบกอดพระองค์ได้ในพวกท่าน

ทดสอบความรู้ภาษาลาติน


ทดสอบความรู้ภาษาลาติน  ลองดูซิว่าแต่ละข้อคุณรู้หรือไม่ว่าภาษาลาตินนี้แปลว่าอะไร
1  "Dóminus vobíscum."
May the Lord be praised.
The Lord be with you.                                   
May the Lord bless you.
Lord, have mercy.
2    Laus tibi, Christe."
Praise to you, Christ.   
Praise God, you Christian.
You praised God, St. Christopher.
Have mercy on us, Christ.
3    Sursum corda."
Lift up your hearts. 
Let us pray.
Gives thanks in your heart.
Hosanna in the highest.
4   Orémus."
God be praised.
The Mass is over.
And with your spirit.
Let us pray.    
5     Et cum spíritu tuo."
And with the Holy Spirit.
And with your spirit.   
It is right and just.
And also with you.
6    Hoc est enim corpus meum.
This is our holy prayer.
For this is a symbol of my body.
For this is my blood.
For this is my body
7     Pater, peccavi."
Father, I have sinned.     
Father, forgive me.
Father, have mercy.
Father, be praised.
8     Vita mutatur, non tollitur."
Life is changed, not taken away
The beginning of life, not the end.
Change is life, and never ends.
Life is for others, not for ourselves.
9      Et salutáre tuum da nobis. "
And with your spirit.
Go forth, the Mass is ended.
And we shall praise God.
And grant us your salvation.   
10     Sed líbera nos a malo."
Flee from the evil one.
But deliver us from evil.   
But our liberty is wrong.
Lead us not into temptation.

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความจริงเกี่ยวกับพระนางมารีย์


พระนางมารีย์ทรงเป็นพระมารดาของพระเป็นเจ้าหรือไม่? 
ตอบ – ใช่  เพราะนักบุญอลิซาเบ็ทได้เรียกพระนางว่า “พระมารดาของพระเป็นเจ้าของข้าพเจ้า”  ซึ่งปรากฏอยู่ในพระวรสาร ลูกา 1: 43  พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเป็นเจ้า (ฮีบรู 1: 8) และพระนางมารีย์ทรงเป็นพระมารดาของพระองค์   เพราะฉะนั้นพระนางมารีย์จึงเป็นพระมารดาของพระเป็นเจ้า (พระบุตร)  เพราะพระเยซูเจ้าทรงเป็นทั้งพระเป็นเจ้าและมนุษย์จากพระครรภ์ของพระนางมารีย์

พระนางมารีย์ทรงเป็นพรหมจารีย์อตลอดชีวิตของพระนางหรือไม่?
ตอบ – ใช่ พระนางทรงเป็นพรหมจารีย์ตลอดชีวิตของพระนาง  เพราะใน เอเซเคียล 44:2 กล่าวไว้ว่า “ประตู” ที่พระเป็นเจ้าทรงผ่านจะถูกปิดสำหรับผู้อื่น  สำหรับคำในพระวรสารที่กล่าวถึง “ลูกพี่ลูกน้อง” ของพระเยซูเจ้านั้น  หมายถึงญาติพี่น้องของพระองค์ แต่ไม่ใช่ลูกคนอื่นๆของ น.ยอแซฟ  เพราะในภาษาอาราเมอิกซึ่งใช้ในการเขียนพระคัมภีร์นั้น  ไม่มีคำว่า “ลูกพี่ลูกน้อง” อันหมายถึงลูกคนอื่นๆจากพ่อคนเดียวกัน  นอกจากนี้  ในพระคัมภีร์ยังพูดถึงพระเยซูเจ้าว่า เป็นบุตรคนเดียวของพระนางมารีย์ (ภาษาอังกฤษมีคำว่า “the” นำหน้า – the son of Mary)  ไม่ได้ใช้คำว่า “ลูกคนหนึ่ง” ( มีคำว่า “a” นำหน้า – a son of Mary)