พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ 25 ก.ย. 2022 เศรษฐีกับลาซารัส

           ‘เศรษฐีผู้หนึ่ง แต่งกายหรูหราด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง จัดงานเลี้ยงใหญ่ทุกวัน คนยากจนผู้หนึ่งชื่อลาซารัส นอนอยู่ที่ประตูบ้านของเศรษฐีผู้นั้น เขามีบาดแผลเต็มตัว อยากจะกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐี มีแต่สุนัขมาเลียแผลของเขา วันหนึ่ง คนยากจนผู้นี้ตาย ทูตสวรรค์นำเขาไปอยู่ในอ้อมอกของอับราฮัม เศรษฐีคนนั้นก็ตายเช่นเดียวกัน และถูกฝังไว้ ‘เศรษฐีซึ่งกำลังถูกทรมานอยู่ในแดนผู้ตาย แหงนหน้าขึ้น มองเห็นอับราฮัมแต่ไกล และเห็นลาซารัสอยู่ในอ้อมอก จึงร้องตะโกนว่า “ท่านพ่ออับราฮัม จงสงสารลูกด้วย กรุณาส่งลาซารัสให้ใช้ปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นให้ลูกสดชื่นขึ้นบ้าง เพราะลูกกำลังทุกข์ทรมานอย่างสาหัสในเปลวไฟนี้” แต่อับราฮัมตอบว่า “ลูกเอ๋ย จงจำไว้ว่า เมื่อยังมีชีวิต ลูกได้รับแต่สิ่งดี ๆ ส่วนลาซารัสได้รับแต่สิ่งเลว ๆ บัดนี้เขาได้รับการบรรเทาใจที่นี่ ส่วนลูกต้องรับทรมาน ยิ่งกว่านั้น ยังมีเหวใหญ่ขวางอยู่ระหว่างเราทั้งสอง จนใครที่ต้องการจะข้ามจากที่นี่ไปหาลูก ก็ข้ามไปไม่ได้ และผู้ที่ต้องการจะข้ามจากด้านโน้นมาหาเรา ก็ข้ามมาไม่ได้ด้วย” ‘เศรษฐีจึงพูดว่า “ท่านพ่อ ลูกอ้อนวอนให้ท่านส่งลาซารัสไปยังบ้านบิดาของลูก เพราะลูกยังมีพี่น้องอีกห้าคน ขอให้ลาซารัสเตือนเขาอย่าให้มายังสถานที่ทรมานแห่งนี้เลย” อับราฮัมตอบว่า “พี่น้องของลูกมีโมเสสและบรรดาประกาศกอยู่แล้ว ให้เขาเชื่อฟังท่านเหล่านั้นเถิด” แต่เศรษฐีพูดว่า “มิใช่เช่นนั้น ท่านพ่ออับราฮัม ถ้าใครคนหนึ่งจากบรรดาผู้ตายไปหาเขา เขาจึงจะกลับใจ” อับราฮัมตอบว่า “ถ้าเขาไม่เชื่อฟังโมเสสและบรรดาประกาศก แม้ใครที่กลับคืนชีวิตจากบรรดาผู้ตายเตือนเขา เขาก็จะไม่เชื่อ”
(ลูกา 16:19-31)








วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

คุณแม่แองเจลิกาเสียชีวิตแล้ว

คุณแม่แองเจลิกา ผู้ก่อตั้ง EWTN เสียชีวิตแล้วในวันอิสเตอร์
            พระศาสนจักรคาทอลิกในสหรัฐอเมริกาได้สูญเสียซิสเตอร์คณะนักบุญแคลร์  ผู้ที่เปลี่ยนโฉมหน้าของคาทอลิกในสหรัฐและทั่วโลกทางด้านสื่อสารมวลชน  คุณแม่มารีย์ แองเจลิกาแห่งการแจ้งสารของแม่พระ เป็นผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์คาทอลิก  Eternal Word Television Network (EWTN ได้จากไปเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2016 หลังจากได้ต่อสู้เป็นเวลานานจากโรคร้าย  ท่านมีอายุ 92 ปี
ในปี 1981 คุณแม่แองเจลิกาได้เริ่มต้นก่อตั้ง Eternal Word Television Network :ซึ่งในปัจจุบันนี้นำเสนอรายการตลอด 24 ชั่วโมงไปยังบ้านเรือนมากกว่า 264 ล้านบ้านใน 144 ประเทศทั่วโลก  ท่านเริ่มงานโดยมีลูกจ้างเพียง 20  คน  แต่เวลานี้มีมากถึง 400 คน
สถานีโทรทัศน์ของศาสนาแห่งนี้ได้กระจายเสียงด้วยคลื่นสั้นไปยังทั่วโลก  เสนอรายการทางศาสนาที่ดีมีประโยชน์ต่อผู้ฟังและยังได้จัดทำหนังสือและเวปไซต์ที่เกี่ยวกับบทความต่างๆทางศาสนาด้วย   Archbishop Charles Chaput แห่งฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า “คุณแม่แองเจลิกาประสบความสำเร็จในการงาน ซึ่งแม้แต่พระสังฆราชเองก็ไม่สามาถทำได้สำเร็จเช่นนี้”

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

วันทามารีย์


วันทามารีย์    เปี่ยมด้วยหรรษทาน   พระเจ้าสถิตย์กับท่าน   ผู้ได้รับพระพรกว่าหญิงใดๆ   และพระเยซูโอรสของท่านทรงได้รับพระพรยิ่งนัก   สันตะมารีย์   พระมารดาพระเจ้า   โปรดภาวนาเพื่อลูกทั้งหลายผู้เป็นคนบาป   บัดนี้และเมื่อจะตาย   อาแมน.
ทุกครั้งที่เราสวดบทวันทามารีย์ เรากล่าวซ้ำคำของอัครเทวดากาเบรียล ที่สรรเสริญพระนางมารีย์ในวันที่ท่านนำสาส์นของพระเจ้ามาบอกกับพระนาง ทำให้พระนางเป็นมารดาของพระบุตรของพระเจ้า.
พระหรรษทานมากมายและความปิติยินดีอันสูงสุดเต็มเปี่ยมในพระนางในเวลานั้น
เมื่อเราสวดวันทามารีย์เราได้นำพระหรรษทานและความยินดีมาให้แก่พระนางอีกครั้ง และพระนางทรงรับไว้ด้วยความยินดียิ่งนัก.
พระนางจะทรงประทานความยินดีนี้ให้แก่เราเป็นการตอบแทนด้วย
ครั้งหนึ่งพระเยซูเจ้าทรงตรัสถามนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซิซีเพื่อขอให้ท่านมอบบางสิ่งแก่พระองค์. นักบุญตอบว่า "พระเจ้าสุดที่รักของข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าไม่สามารถให้อะไรแก่พระองค์ได้อีกแล้ว เพราะข้าพเจ้าได้มอบทุกสิ่งให้แก่พระองค์, ข้าพเาได้มอบความรักทั้งสิ้นของข้าพเจ้าแก่พระองค์ไปแล้ว"
พระเยซูเจ้าทรงยิ้มและตรัสว่า "ฟรังซิส, จงมอบทั้งหมดแก่เราอีกครั้งและอีกครั้ง, มันจะทำให้เรามีความยินดีแบบเดิมอีก"
ดังนั้นพระแม่สุดที่รักของเรา ก็จะได้รับความยินดีและปิติสุขเช่นเดียวกับเวลาที่พระนางได้รับจากนักบุญอัครเทวดากาเบรียล เมื่อเราสวดบทวันทามารีย์.

การปรากฏของพระเป็นเจ้า

ช่างเป็นการสวดภาวนาที่ดีจริงๆ  ในการให้ตนเองอยู่ในการปรากฏของพระเป็นเจ้าด้วยวิธีง่ายๆเช่นนี้  โดยให้ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับน้ำพระทัยและความพอพระทัยของพระองค์ 
>>>อ่านต่อ

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

จินตภาพในการสวดภาวนา

เป็นไปไม่ได้ที่ไม่มีจินตภาพและความเข้าใจในเวลาที่เราสวดภาวนา  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเราใช้จินตภาพเหล่านี้เพื่อช่วยทำให้จิตใจของเราเกิดพลวัต  บางคนกล่าวว่าไม่จำเป็นต้องใช้จินตภาพเพื่อช่วยให้เราปรากฏอยู่เบื้องหน้าองค์พระผู้ไถ่ผู้ทรงถ่อมพระองค์  บางทีอาจไม่จำเป็นสำหรับผู้ที่มีความก้าวหน้าในความสมบูรณ์พร้อมแล้ว  แต่สำหรับพวกเราผู้กำลังอยู่ในหุบเขา และเราปรารถนาจะปีนขึ้นไปบนภูเขานั้น ข้าพเจ้าคิดว่าเราสมควรที่จะต้องใช้เครื่องมือช่วยเหลือทุกอย่างที่หาได้  ซึ่งก็รวมทั้งจินตภาพด้วย  อย่างไรก็ตาม จินตภาพควรจะเป็นลักษณะง่ายๆ  เปรียบเหมือนกับเข็มที่นำพาเอาเส้นด้ายแห่งความรักและความละเอียดอ่อนเข้าไปในผืนผ้าแห่งจิตใจ  นี่เป็นถนนสายสำคัญที่เราไม่ควรออกนอกเส้นทางจนกว่าแสงสว่างอันสดใสจะปรากฏขึ้นและทำให้เราเห็นเส้นทางที่แคบๆ  จินตภาพต้องไม่ทำให้จิตใจของเราสับสนหันเหออกจากเป้าหมายหลักของการสวดภาวนา  แต่ต้องเรียบง่าย และทำให้เราอยู่ในหุบเขาแห่งความปรารถนานั้นนานขึ้นอีกสักเล็กน้อย
จากหนังสือ Roses Among Thorns  ของนักบุญ ฟรังซิส  เดอ  ซาล 

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

สุขสันต์ปัสกา


สาส์นแม่พระแห่งกิเบโฮ

"ความสุขจงมีแด่ผู้ที่เชื่อโดยไม่ต้องรอคอยอัศจรรย์  เพราะผู้ที่รอคอยอัศจรรย์จะยากลำบากที่จะมีความเชื่อ  เมื่ออัศจรรย์ไม่เกิดขึ้น  ความเชื่อของพวกเขาจะสูญสิ้นไป”
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2559

วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ในฟิลิปปินส์



ตามธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวฟิลิปปินส์  ในวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ ผู้ชายบางคนจะเฆี่ยนดีตัวเองและแบกกางเขนไปตามถนน เพื่อระลึกถึงพระมหาทรมานของพระเยซูเจ้า

สาส์นแม่พระในวันเกิดของมีรยานา

 
วันที่ 18 มี.ค. เป็นวันเกิดของมีรยานา และแม่พระทรงสัญญาว่าจะประจักษ์แก่เธอในวันเกิดของเธอเป็นพิเศษทุกปี  และวันที่ 18 มี.ค. 2016 แม่พระทรงประจักษ์แก่มีรยานาและประทานสาส์นว่า
สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 18 มี.ค. 2016
ลูกที่รักทั้งหลาย
ด้วยหัวใจเยี่ยงมารดาที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักต่อพวกลูก  ลูกทั้งหลายของแม่  แม่ปรารถนาจะสอนลูกให้ไว้วางใจในพระเป็นเจ้า พระบิดาอย่างสมบูรณ์
แม่ปรารถนาให้ลูกเรียนรู้โดยการเพ่งมองภายในและสดับฟังภายในเพื่อจะได้ติดตามน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า
แม่ปรารถนาให้ลูกเรียนรู้ที่จะวางใจในพระเมตตาและความรักของพระองค์อย่างไม่มีขอบเขต  เหมือนดังเช่นที่แม่วางใจในพระองค์เสมอ
เพราะฉะนั้น ลูกทั้งหลายของแม่  จงทำความสะอาดหัวใจของลูก
ทำจิตใจให้เป็นอิสระจากทุกสิ่งที่ผูกมัดกับสิ่งที่เป็นของโลก  และยอมให้สิ่งที่มาจากพระเป็นเจ้าปรับเปลี่ยนชีวิตของลูกโดยอาศัยการสวดภาวนาและการพลีกรรมเสียสละ;
เพื่อที่พระอาณาจักรของพระเจ้าจะมาอยู่ในหัวใจของลูก
และลูกจะได้เริ่มต้นดำเนินชีวิตมุ่งไปสู่พระเป็นเจ้า พระบิดา;
และลูกจะได้พยายามที่จะเดินไปพร้อมกับองค์พระบุตรของแม่เสมอ
แต่เพื่อจะทำดังนี้ได้ , ลูกทั้งหลายของแม่,  ลูกต้องมีใจยากจนและเติมเต็มด้วยความรักและความเมตตา
ลูกต้องมีใจที่บริสุทธิ์และเรียบง่ายและพร้อมเสมอที่จะรับใช้
ลูกทั้งหลายของแม่, จงฟังแม่พูดเถิด  แม่พูดดังนี้เพื่อความรอดของลูกเอง
ขอขอบใจลูก

สาส์นแม่พระ2+25มี.ค.2016

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 มี.ค. 2016
ลูกที่รักทั้งหลาย
ในวันนี้แม่นำความรักของแม่มาหาลูก  พระเป็นเจ้าทรงอนุญาติให้แม่รักลูกและเรียกลูกด้วยความรักนี้ให้ลูกกลับใจ  ลูกน้อยทั้งหลาย  ลูกยังยากจนนักในความรัก  และลูกยังคงไม่เข้าใจว่า  พระเยซูองค์พระบุตรของแม่ - ด้วยความรัก – พระองค์ทรงมอบชีวิตของพระองค์เองเพื่อช่วยลูกให้รอดและมอบชีวิตนิรันดรให้แก่ลูก  เพราะฉะนั้น  ลูกน้อยทั้งหลาย  จงสวดภาวนา  สวดภาวนาเพื่อที่ว่า  ในการสวดภาวนานั้นลูกจะได้เข้าใจในความรักของพระเจ้า
ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่
 สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 มี.ค. 2016
ลูกที่รักทั้งหลาย
การที่แม่มาหาพวกลูกนี้เป็นพระพรสำหรับพวกลูกจากพระบิดาสวรรค์ 
โดยความรักของพระองค์แม่จึงได้มาเพื่อช่วยพวกลูกให้ได้พบหนทางไปสู่ความจริง 
และลูกจะได้พบหนทางไปสู่องค์พระบุตรของแม่ 
แม่มาเพื่อยืนยันความจริงแก่ลูก 
แม่ต้องการเตือนพวกลูกเกี่ยวกับพระวาจาขององค์พระบุตรของแม่ 
พระองค์ทรงประกาศพระวาจาแห่งความรอดสำหรับโลกทั้งมวล 
เป็นพระวาจาแห่งความรักสำหรับมนุษย์ทุกๆคน 
ความรักซึ่งได้พิสูจน์แล้วโดยการพลีพระชนม์ชีพของพระองค์เป็นยัญบูชา 
แต่แม้แต่ในเวลานี้  ลูกของแม่จำนวนมากก็ยังไม่รู้จักพระองค์ 
พวกเขาไม่ต้องการที่จะมารู้จักพระองค์  พวกเขาไม่สนใจใยดี 
และเพราะความไม่สนใจใยดีของพวกเขา  ดวงใจของแม่จึงปวดร้าวและเป็นทุกข์  
องค์พระบุตรของแม่ทรงอยู่ในพระบิดาเสมอ 
โดยการเสด็จมาบังเกิดในโลก  พระองค์ทรงนำความศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ลงมาและทรงรับเนื้อหนังจากแม่บังเกิดเป็นมนุษย์ 
องค์พระวจนาตถ์ทรงมาประทับอยู่ท่ามกลางพวกเรา 
พระองค์คือแสงสว่างของโลกซึ่งแทงทะลุเข้าไปในหัวใจมนุษย์ 
ทรงส่องสว่างภายในพวกเขาและเติมเต็มพวกเขาด้วยความรักและความบรรเทา 
ลูกๆทั้งหลายของแม่  ทุกคนที่รักองค์พระบุตรของแม่สามารถมองเห็นพระองค์ได้ 
เพราะพระพักตร์ของพระองค์สามารถมองเห็นได้โดยอาศัยวิญญาณที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักต่อพระองค์ 

เพราะฉะนั้น,ลูกๆทั้งหลายของแม่  อัครสาวกของแม่  จงฟังแม่เถิด 
จงละทิ้งความไร้สาระและความเห็นแก่ตัว 
จงอย่ามีชีวิตเพียงเพื่อสิ่งที่เป็นของโลกและวัตถุสิ่งของ 
จงรักองค์พระบุตรของแม่และรักมากๆจนกระทั่งผู้อื่นสามารถมองเห็นพระพักตร์ของพระองค์โดยผ่านทางความรักของพวกลูกที่มีต่อพระองค์ 
แม่จะคอยช่วยเหลือลูกให้มารู้จักพระองค์ให้มากขึ้น 
แม่จะพูดกับพวกลูกเกี่ยวกับพระองค์

ขอขอบใจลูก

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

มรณสักขีในเยเมน


ซิสเตอร์คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม 4 คนถูกฆ่าในเยเมน
โปรดสวดภาวนาสำหรับซิสเตอร์ 4 คนในคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม และพระสงฆ์ซาเลเซียน
ซิสเตอร์ 4 ท่านในคณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรมของคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา  ถูกกลุ่มกบฏ ISIS ในเยเมน ฆ่าตาย และมีพระสงฆ์ซาเลเซียน 1 ท่านที่หายตัวไปด้วย (Father Tom Uzhunnanil)   ทั้งหมดทำงานธรรมฑูตและรับใช้ผู้เจ็บไข้ในหมู่บ้านเอเดน  ในประเทศเยเมน
ซิสเตอร์ทั้ง 4 ท่านมาจากอินเดีย  เข้ามาทำงานช่วยเหลือคนยากจนในเยเมนในบ้านแห่งหนึ่ง
กลุ่มกบฏแกล้งบอกยามที่เฝ้าบ้านว่า  เขามาหาแม่ของเขา  เมื่อกบฏเข้าไปในบ้านก็นำปืนออกมากราดยิงทุกคน  แล้วก็หนีไปทันที  คนที่เสียชีวิตคือ  Sr. Anslem, Sr. Judith, Sr. Marguerite, and Sr. Reginette, พร้อมกับอาสาสมัครจากเอธิโอเปีย และเยเมนประมาณ 16 คน พบว่าทุกคนถูกมัดมือและถูกยิงที่ศีรษะ   ส่วนพระสงฆ์ซาเลเซียน Father Tom Uzhunnanil  อาจถูกลักพาตัวและยังหาไม่พบ.
Sr. Anslem มาจาก Ranchi, India และจะมีอายุ 60 ปี, Sr. Judith เป็นชาว Kenya มีอายุ 41 ปี,  Sr. Marguerite เป็นชาว  Rwanda มีอายุ 44ปี ,  Sr. Reginette เป็นชาว Rwanda มีอายุ 33 ปี

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

สันติสุขในพระเจ้า

            จงพยายามที่จะอยู่ในสันติสุขและความสงบที่พระเป็นเจ้าทรงประทานแก่ท่านเถิด  นักบุญเปาโลกล่าวว่า “สันติสุขของพระเป็นเจ้า  ซึ่งอยู่เหนือความเข้าใจทุกประการ  จะทำให้หัวใจและจิตใจของท่านคงอยู่ในพระคริสตเยซู” (ฟป. 4:7)  เมื่อพิจารณาคำที่ท่านนักบุญกล่าวถึงสันติสุขของพระเป็นเจ้าว่า “อยู่เหนือความเข้าใจทุกประการ”?  นั่นเป็นการบอกท่านว่า  ท่านไม่ควรยุ่งยากใจไปกับอารมณ์ความรู้สึกต่างๆของท่าน  แต่ให้ดำรงอยู่ในสันติสุขของพระเป็นเจ้าเท่านั้น  สันติสุขของพระเป็นเจ้าเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าเราทำตามน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าและอยู่ในหนทางที่พระเป็นเจ้าทรงนำเราไป  จงเดินไปอย่างมั่นคงในหนทางที่พระญาณเอื้ออาทรของพระเป็นเจ้าทรงวางเราไว้  โดยไม่เหลียวมองทางซ้ายหรือทางขวา
นั่นคือหนทางแห่งความสมบูรณ์พร้อมสำหรับท่าน  นี่คือความพึงพอใจของจิตวิญญาณ  ถึงแม้มันอาจขาดรสชาติไปบ้าง  แต่ก็มีค่ามากยิ่งกว่าการปลอบประโลมใจเป็นร้อยพันเท่า  ถ้าหากพระเป็นเจ้าทรงประสงค์ให้ท่านเผชิญกับความยากลำบาก  ท่านต้องรับไว้จากพระหัตถ์ของพระองค์  เป็นพระหัตถ์ที่ท่านต้องยึดกุมไว้เสมอ  ต้องไม่ปล่อยมือจากพระองค์  จนกว่าพระองค์จะนำท่านไปสู่ปลายทางแห่งความสมบูรณ์พร้อมของท่าน  ท่านจะได้เห็นว่า  พระญาณเอื้ออาทรของพระเป็นเจ้าจะสัมฤทธิ์ผลในทุกสิ่งตามความตั้งใจของท่าน  และทรงทำให้น้ำใจของท่านสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระองค์  สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องมีก็คือความกล้าหาญและจิตใจที่มั่นคงสักเล็กน้อยเท่านั้น
จากหนังสือ Roses Among Thorns  ของนักบุญ ฟรังซิส  เดอ  ซาล 

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความทุกข์ทรมานในนรก

ดิฉันเขียนสิ่งเหล่านี้ตามคำสั่งของพระเป็นเจ้า  เพื่อที่จะไม่มีวิญญาณไดมีข้อแก้ตัวและอาจพูดได้ว่าไม่มีนรก  หรือพูดว่าไม่เคยมีใครไปอยู่หรือเห็นนรกมาก่อน
>>>อ่านต่อ 

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

การค้นพบตนเอง

หากปราศจากการรู้จักกระแสเรียกของพระเป็นเจ้าและ หนทางที่พระองค์ประสงค์ให้เราเดินไป  เราก็จะไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรและจะต้องเดินไปทางไหน 
>>>อ่านต่อ

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

แจ้งขอคำภาวนา


ผู้ต้องการขอคำภาวนาเพื่อใครก็ตาม เชิญแจ้งขอคำภาวนาได้ที่นี่
แจ้งขอคำภาวนาอย่างไร...
โทรฯแจ้งคุณสุดจิต ที่ 081 575 1484 หรืออีเมล์แจ้งมาที่:
sudchitm@gmail.com, jjdoublej@live.com
tomeaim@hotmail.com หรือ sathon.ying@gmail.com
ระบุชื่อนักบุญ-ชื่อ-สกุล-เบอร์ติดต่อของผู้ขอ
และชื่อนักบุญ-ชื่อของผู้ต้องการคำภาวนาในกรณีป่วยขั้นวิกฤติ
ระบุความต้องการ ฝ่ายกาย-ฝ่ายวิญญาณ ในกรณีอื่นๆ
ผู้แจ้งขอคำภาวนาเข้ามา ควรร่วมจิตใจภาวนากับเราด้วย
เรารักษาข้อมูลและความต้องการของท่านไว้เป็นความลับ
เรานัดหมายกันภาวนาอย่างไร...
ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน...ท่านก็ร่วมภาวนากับเราได้
เริ่มภาวนาเดือนละสองรอบ รอบละเก้าวันต่อเนื่องกัน
รอบแรก เริ่มวันศุกร์แรกของเดือน
รอบสอง เริ่มวันศุกร์ที่สามของเดือน
เริ่มภาวนาเวลาบ่ายสามโมง และ/หรือ สองทุ่มครึ่ง โดยพร้อมเพรียงกัน
สวดบทนพวารพระเมตตาของแต่ละวันตามด้วยสายประคำพระเมตตาหนึ่งสาย
ภาวนาแต่ละวัน เพื่อทุกจุดประสงค์ที่ขอคำภาวนาผ่านเรา
ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอย่างน้อยหนึ่งราย
พระเยซูเจ้าข้า ลูกวางใจในพระองค์
ติดต่อขอบทสวดภาวนาพระเมตตาได้ที่คุณสุดจิตหรือสมาชิกคณะพระเมตตาทั่วประเทศ
กลุ่มภาวนา สายโซ่สัมพันธ์ คณะพระเมตตาประเทศไทย
แม่ครูลักษณี 086 253 5469 คุณประภาศรี 02 538 8641, คุณสุวรรณ 081 550 5670, คุณต้อม 089 490 7244
www.thai-divinemercy.com

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

จงเปิดใจรับการดลใจจากพระเจ้า

โดย น. ฟรังซิส เดอ ซาลส์
      รังสีดวงอาทิตย์นำความอบอุ่นมาให้ขณะที่สาดส่องลงมา  การดลใจจากพระเป็นเจ้าคือรังสีแห่งสวรรค์ซึ่งทำให้หัวใจของเราอบอุ่น  ทำให้เรามองเห็นความดีและเผาผลาญหัวใจของเราให้เร่าร้อน  ความหนาวแห่งฤดูหนาวทำให้ทุกชีวิตบนโลกเย็นเยือกไร้ชีวิตชีวา   แต่ทุกสิ่งจะกลับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งหนึ่งด้วยความอบอุ่นแห่งฤดูใบไม้ผลิ  ทุกสิ่งกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ  สัตว์บนพื้นดินวิ่งไปมาอย่างรวดเร็ว  ฝูงนกบินร่อนสู่ท้องฟ้าและส่งเสียงร้องอย่างเริงร่า  พืชพันธุ์ไม้แตกดอกใบด้วยความชื่นชม  หากปราศจากการดลใจ  จิตวิญญาณของเราก็จะเฉื่อยชาเกียจคร้านและไร้ค่า  แต่เมื่อรังสีแห่งสวรรค์สาดส่องมายังเรา  เรารู้สึกได้ถึงแสงแห่งชีวิตที่บันดาลความอบอุ่น  ให้ความสว่างและความเข้าใจแก่เรา  ปลุกจิตใจของเราให้ตื่นขึ้น  เสริมสร้างพลังแห่งน้ำใจที่จะกระทำความดีเพื่อความรอดของวิญญาณ

         เมื่อพระเป็นเจ้าทรงก่อรูปร่างของมนุษย์จาก “ฝุ่นดิน”  ดังที่โมเสสเขียนไว้ในพระคัมภีร์ “พระองค์ทรงเป่าลมหายใจแห่งชีวิตเข้าไปในดินนั้น  และมนุษย์ก็ถูกสร้างขึ้นให้เป็นจิตที่มีชีวิต” - - -นั่นหมายถึง  เป็นจิตที่ทำให้มนุษย์มีชีวิต  ทำให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว และทำกิจกรรมต่างๆ  ลมหายใจขององค์พระผู้เป็นเจ้านิรันดรได้เข้ามาสู่จิตวิญญาณของเรา  ดลบันดาลชีวิตเหนือธรรมชาติให้แก่เราอยู่เสมอ  ตามที่อัครสาวกได้กล่าวไว้ว่า  พวกเขาจะกลายเป็น “จิตที่ให้ชีวิต” - - - นั่นคือ  เป็นจิตที่ทำให้เรามีชีวิต  เคลื่อนไหว  รู้สึก และทำกิจการแห่งพระหรรษทาน  เพราะพระองค์ผู้ทรงประทานแก่เราทรงเป็นผู้ร่วมงานกับเราด้วย
             ผู้ที่เปิดหัวใจของเขาให้กับการดลใจแห่งสวรรค์  ช่างมีความสุขนี่กระไร  เขาจะไม่ขาดพระหรรษทานที่จำเป็นเพื่อช่วยให้ใช้ชีวิตอย่างศรัทธาตามสถานภาพของแต่ละคน  เขาจะสามารถทำหน้าที่ของเขาในหนทางอันศักดิ์สิทธิ์  ดังเช่นที่พระเป็นเจ้าทรงดลบันดาลให้ธรรมชาติมอบความสามารถที่จำเป็นให้แก่สัตว์แต่ละชนิดเพื่อที่มันจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้  ดังนั้น  ถ้าเราไม่ต่อต้านพระหรรษทานของพระเป็นเจ้า  พระองค์ก็จะทรงประทานพระหรรษทานแก่เราแต่ละคนโดยการดลใจ  เป็นพระหรรษทานที่จำเป็นสำหรับเราในการดำรงชีวิต  ในการทำงาน  และทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตฝ่ายจิตได้อย่างมั่นคง
             จิตวิญญาณไม่คำนึงแต่เพียงการปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าเท่านั้น  แต่ยังต้องการทำตามการดลใจทุกประการของพระองค์อีกด้วย  คนประเภทนี้แหละคือผู้ที่พระบิดาสวรรค์ทรงเตรียมเขาไว้ให้เป็นเจ้าสาวขององค์พระบุตรสุดที่รักของพระองค์  ดังเรื่องของเอลีเซร์ผู้ซื่อสัตย์  เอลีเซร์ไม่รู้จักลูกสาวของฮาราน  ผู้อาศัยอยู่ในเมืองนาโฮร์  จึงไม่รู้ว่าลูกสาวคนไหนที่เหมาะสม  หนึ่งในหญิงสาวเหล่านี้ถูกกำหนดให้เป็นเจ้าสาวบุตรชายของเจ้านายของเขา  พระเป็นเจ้าช่วยเอลีเซร์ให้พบหญิงสาวผู้นั้นด้วยการดลใจ  เมื่อเราตกอยู่ในความสับสนยุ่งยากใจไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรและไม่มีใครสามารถช่วยเราได้  ถ้าหากเราถ่อมตนลงและเชื่อฟังพระเป็นเจ้า  พระองค์จะทรงดลใจเรา  พระองค์จะไม่ยอมให้เราตกอยู่ในความผิดพลาด
                                                                    (จากหนังสือของ น.ฟรังซิส เดอ ซาลส์  Finding God’s Will for You)

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559

การกลับใจของนักวิทยาศาสตร์

คาร์เรลเองก็เป็นผู้ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าอย่างเหนียวแน่นตลอดมา  จนกระทั่งเขาได้พบการเด็กหญิงคนหนึ่งที่ชื่อ  มารีย์  เบลลี่ Marie Bailly
>>>อ่านต่อ 

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

วาทะของลินคอล์น


"ข้าพเจ้าทำลายศัตรูของข้าพเจ้า  เมื่อข้าพเจ้าทำให้พวกเขากลายเป็นมิตรของข้าพเจ้า"

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

กฏหมายในรัสเซีย


MOSCOW —ทนายผู้หนึ่งให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า “ชาวรัสเซียที่พูดว่า “ไม่มีพระเจ้า”ในโซเชียลมีเดียทั้งหลาย จะถูกจำคุกหนึ่งปี”
เมื่อไม่นานมานี้นาย Viktor Krasnov ได้เขียนวิจารณ์ใน European social networking site Vk.com ในปี 2014 ว่า “ในไบเบิลเป็นการรวบรวมนิยายต่างๆของชาวยิว” เรื่องนี้ทำให้นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน นาย Pavel Chikov  นำไปลงในเฟสบุ๊คของเขา
Krasnov ได้ลบข้อความเหล่านั้นแล้ว แต่เขากำลังถูกไต่สวนในเมืองที่เขาอยู่ที่ Stavropol ทางตอนใต้ของรัสเซีย
 สำนักงานตำรวจของรัสเซียที่เทียบเท่ากับ FBI ตั้งข้อหานาย Krasnov ว่า “กระทำการขัดต่อความรู้สึกของผู้มีความเชื่อ”  ซึ่งถือเป็นคดีอาญาในรัสเซีย
เมื่อไม่กี่ปีมานี้  มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนนับสิบที่ถูกตั้งข้อหาในคดีอาญานี้สำหรับการแสดงข้อความที่ไม่เหมาะสมประเภทนี้ทางออนไลน์ในรัสเซีย
            สมาชิกของวงดนตรีพั้งก์ punk band Pussy Riot  2 คนก็เคยถูกจับกุมในปี 2012 เพราะแสดงดนตรีที่ต่อต้านวาลาดีมีร์ ปูตินในอาสนวิหารของกรุงมอสโค

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559

กิจกุศลในวาติกัน


ในภาพ คนไร้บ้านในกรุงโรมเป็นอาสาสมัครแจกหนังสือพระคัมภีร์แก่ผู้แสวงบุญ
วาติกันให้การรักษาพยาบาลฟรีแก่คนยากจนและคนไร้บ้าน 
บรรดาคนยากจนและไม่มีที่อยู่ในกรุงโรม  สามารถไปที่วาติกันเพื่อรับการรักษาพยา
บาลฟรีได้ที่ คลินิกสำหรับคนยากจนซึ่งตั้งอยู่ใกล้ colonnade  พระอัครสังฆราช Konrad Krajewski, กล่าวว่า “เป็นพระประสงค์ของพระสันตปาปาฟรังซิสที่ต้องการให้พวกเราที่อยู่ใกล้ชิดบรรดาคนเหล่านี้ให้ช่วยเหลือพวกเขา”
นี่ไม่ใช่งานแรก  ตั้งแต่ต้นปี 2015 ทางวาติกันได้จัดสถานที่อาบน้ำให้แก่คนยากจนและไร้บ้าน  และยังให้บริการตัดผมฟรีด้วย  และในเดือนตุลาคม 2015 พระสันตปาปาฟรังซิสและเพื่อนเยซูอิตได้เปลี่ยนสำนักงานท่องเที่ยวเก่าแก่แห่งหนึ่งให้กลายเป็นบ้านพักสำหรับคนไร้บ้าน

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

ภาพโมเซอิคแม่พระแห่งน็อค


ภาพโมเซอิคที่ใช้กระเบื้องโมเสคจำนวน 1.5 ล้านชิ้นมาประกอบกันกลายเป็นรูปภาพการประจักษ์ของแม่พระแก่คน 15 คนในประเทศไอร์แลนด์ ในปี 1879  ภาพนี้แสดงอยู่ในอาสนวิหารแห่งน๊อคในไอร์แลนด์
รูปภาพมีขนาด 46 x 46 ฟุต  ในพิธีมิสซาวันอาทิตย์ที่มีการเปิดผ้าคลุมรูปภาพ  พระอัครสังฆราช แห่งตวม( Tuam)  Michael Neary กล่าวว่า “เราขอขอบพระคุณพระเป็นเจ้าสำหรับวันอันน่ามหัศจรรย์นี้เมื่อเราเปิดผ้าคลุมรูปภาพโมเซอิคที่สวยงาม  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการประจักษ์ของแม่พระได้อย่างงดงามที่สุด”
การประจักษ์เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 21 สิงหาคม 1879  เมื่อคน 15 คนที่โบสถ์แห่งน็อคได้เห็นแม่พระ  นักบุญยอแซฟ  และนักบุญยอห์นอัครสาวกยืนอยู่ข้างๆพระแท่นที่รายล้อมด้วยเทวดาแห่งสวรรค์  มีไม้กางเขนและลูกแกะอยู่บนพระแท่น
หลังจากได้รับการรับรองจากวาติกันของความน่าเชื่อถือได้แล้ว  สื่อสารมวลชนก็ได้รายงานเรื่องราว  และน็อคก็ได้กลายเป็นสถานที่แสวงบุญสำคัญแห่งหนึ่งของโลก  ทุกวันที่จะมีผู้แสวงบุญราว 1.2 ล้านคนมาที่นี่ทุกปี

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2559

ภาพของนรก


ซิสเตอร์ลูซีอา แห่งฟาติมา ได้เขียนในหนังสือของเธอที่ชื่อ  Memoirs: ไว้ดังนี้
“พระนางพรหมจารีย์มารีย์ทรงกางพระหัตถ์ออกอีกครั้งหนึ่ง  เหมือนที่ทรงกระทำเมื่อเดือนที่ผ่านมา  มีรังสีแสงส่องออกมาจากพระหัตถ์ของพระนางทะลุลงไปที่พื้นดิน  แล้วพวกเราก็เห็นทะเลไฟที่กว้างใหญ่  ภายในทะเลไฟนี้  พวกเราเห็นปีศาจและวิญญาณมากมาย (วิญญาณที่ถูกสาปแช่ง)    วิญญาณเหล่านี้ดูเหมือนกับแท่งอำพันที่กำลังถูกเผาจนโปร่งใส  วิญญาณทั้งหมดเป็นสีดำหรือไม่ก็สีบรอนซ์ไหม้ในรูปร่างของมนุษย์  พวกเขากำลังลอยไปมาในทะเลไฟนี้  ตอนนี้พวกเขาถูกโยนขึ้นไปบนอากาศด้วยพลังของเปลวไฟที่เผาไหม้อยู่ภายในตัวและกลุ่มควันที่หนาแน่น  แล้วตอนนี้พวกเขาก็ตกลงมาในทุกทิศทางเหมือนกับสะเก็ดไฟที่ฟุ้งกระจายในกลุ่มไฟที่ใหญ่โต  ไม่มีน้ำหนักหรือมีสมดุลเลย  พวกเขากรีดร้องและโอดครวญด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง  ภาพนี้ทำให้พวกเราอกสั่นขวัญแขวนและหวาดกลัว (ทำให้ฉันกรีดร้องออกมา  ตามที่ประชาชนที่มาชุมนุมนั้นเล่าว่าได้ยินพวกเรากรีดร้อง)  ปีศาจมีลักษณะที่แตกต่างออกไป (แตกต่างจากวิญญาณที่ถูกสาปแช่ง)  พวกมันมีรูปลักษณ์ที่น่ากลัวคล้ายกับสัตว์ประหลาดที่ไม่มีใครรู้จัก  เป็นสีดำและโปร่งใสเหมือนถ่านที่ถูกเผาจนแดง  ภาพนิมิตนี้เกิดขึ้นชั่วเวลาหนึ่ง  ต้องขอบพระคุณพระมารดาสวรรค์ของเรา  ที่ทรงสัญญาในการประจักษ์ครั้งแรกว่าจะทรงนำพวกเราไปสวรรค์  มิฉะนั้นแล้ว  ฉันคิดว่าพวกเราคงจะต้องตายไปในเวลานั้นด้วยความกลัวแน่ๆ
แม่พระตรัสว่า “ลูกได้เห็นนรกที่ซึ่งวิญญาณของคนบาปที่น่าสงสารต้องไปอยู่แล้ว  เพื่อช่วยเหลือพวกเขา  พระเป็นเจ้าทรงปรารถนาให้สถาปนาความศรัทธาต่อดวงหทัยนิรมลของแม่ในโลกนี้”

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

เมดจูกอเรจ์จะฉลองครบ82ปีของการสร้างกางเขน


วันที่ 16 มีนาคม 2016 เมดจูกอเรจ์จะฉลองครบ 82 ปีของการสร้างกางเขนบนภูเขาครีซาวัค Križevac และฉลองการทำพิธีมิสซาครั้งแรกภายใต้กางเขนนี้
            ความคิดในการสร้างกางเขนบนภูเขามาจากวาติกัน  โดยพระสันตะปาปาปีโอที่ 11 ประสงค์จะสร้างกางเขนบนภูเขาทั่วโลกในโอกาสครบ 1900 ปีของการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า  และผู้หนึ่งที่ตอบสนองพระประสงค์ของพระสันตะปาปาก็คือคุณพ่อ เบอร์นาดีน Fr. Bernardin Smoljan ซึ่งเป็นพระสงฆ์ในสังฆมณฑลเมดจูกอเรจ์  ท่านได้ประกาศแผนการก่อสร้างกางเขนแก่คนในสังฆมณฑลของท่านในเดือนมกราคม 1934  และทุกคนก็ตอบรับแผนการนี้ในทันที  แต่ละคนแบกปูนที่จะใช้สร้างกางเขนขึ้นไปบนภูเขาด้วยถัง  เป็นงานที่หนักมากซึ่งทุกคนช่วยกันทำอย่างเต็มกำลัง  ในที่สุดงานก็สำเร็จภายในหนึ่งเดือน  และวันที่ 16 มีนาคม 1934  พระสงฆ์ก็เสกกางเขนและประกอบพิธีมิสซาที่ใต้กางเขนนี้เป็นครั้งแรก

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

ผลงานที่ถูกซ่อนไว้


             ผลงานศิลปะทางศาสนาที่ถูกซ่อนไว้ได้เปิดเผยออกมาเมื่อมีการบูรณะซ่อมแซมโบสถ์ที่ประสูติของพระเยซู Church of the Nativity
            หนังสือพิมพ์ Time of Israel  ได้รายงานว่า  ผลงานศิลปะชิ้นนี้ทำด้วย ทองแดง เงิน  เปลือกหอย และหิน  มันถูกปิดทับด้วยปูนปลาสเตอร์และพบอยู่ใกล้หน้าต่างของโบสถ์ซึ่งสร้างขึ้นโดยคำสั่งของจักรพรรดิคอนสแตนตินและพระมารดาของพระองค์  ราชินีเฮเลนา ในคริสต์ศตวรรษที่ 4  เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ผลงานศิลปะนี้ถูกทำความสะอาดแล้ว  แต่จะยังไม่เปิดให้ชม และไม่มีรูปภาพใด  Ziad al-Bandak ชาวปาเลสไตน์ , ประธานที่ปรึกษาของ Christian Affairs กล่าวว่า “ผลงานศิลปะชิ้นนี้เป็นวัตถุทางศาสนาและประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่ามาก”
            โบสถ์ที่ประสูติของพระเยซูถูกสร้างขึ้นปกคลุมถ้ำที่พระเยซูทรงบังเกิด  ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของคริสตศาสนา  ปัจจุบันถูกขึ้นบัญชีโดยยูเนสโกว่าเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย  โบสถ์ไม่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมเป็นเวลานานและต้องใช้เงินจำนวนมากในการบูรณะให้อยู่ในสภาพดี
            จนกระทั่งเมื่อสองปีที่แล้ว  มีน้ำรั่วซึมจากหลังคาที่แตก  ทำให้แผ่นหินโมเซอิกภายในเสียหายจึงได้มีการซ่อมแซมใหม่เป็นครั้งแรก  จากที่ไม่ได้มีการแตะต้องมานานนับพันปี 
            แหล่งเงินทุนในการซ่อมแซมได้มาจากหลายแหล่ง  ได้แก่ จากส่วนเอกชนปาเลสไตน์  โรมันคาทอลิก  กรีกออร์โธดอกซ์ และโบสถ์อาร์เมเนียน  และเงินทำบุญจากประเทศอื่นๆ
            Al-Bandak กล่าวว่า “เงิน 8 ล้านดอลลาร์ถูกใช้ไปแล้ว  และยังต้องการเงินอีก 11 ล้านดอลลาร์เพื่อดำเนินงานต่อ  โครงการนี้คงใช้เวลานานอย่างน้อย  3 ปี  เฟสแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว  เรามีความภูมิใจมากที่ได้ปกป้องทรัพย์สมบัติของชาติ ปกป้องประวัติศาสตร์ของเรา  และปกป้องอนาคตของเรา”