พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ 25 ก.ย. 2022 เศรษฐีกับลาซารัส

           ‘เศรษฐีผู้หนึ่ง แต่งกายหรูหราด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง จัดงานเลี้ยงใหญ่ทุกวัน คนยากจนผู้หนึ่งชื่อลาซารัส นอนอยู่ที่ประตูบ้านของเศรษฐีผู้นั้น เขามีบาดแผลเต็มตัว อยากจะกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐี มีแต่สุนัขมาเลียแผลของเขา วันหนึ่ง คนยากจนผู้นี้ตาย ทูตสวรรค์นำเขาไปอยู่ในอ้อมอกของอับราฮัม เศรษฐีคนนั้นก็ตายเช่นเดียวกัน และถูกฝังไว้ ‘เศรษฐีซึ่งกำลังถูกทรมานอยู่ในแดนผู้ตาย แหงนหน้าขึ้น มองเห็นอับราฮัมแต่ไกล และเห็นลาซารัสอยู่ในอ้อมอก จึงร้องตะโกนว่า “ท่านพ่ออับราฮัม จงสงสารลูกด้วย กรุณาส่งลาซารัสให้ใช้ปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นให้ลูกสดชื่นขึ้นบ้าง เพราะลูกกำลังทุกข์ทรมานอย่างสาหัสในเปลวไฟนี้” แต่อับราฮัมตอบว่า “ลูกเอ๋ย จงจำไว้ว่า เมื่อยังมีชีวิต ลูกได้รับแต่สิ่งดี ๆ ส่วนลาซารัสได้รับแต่สิ่งเลว ๆ บัดนี้เขาได้รับการบรรเทาใจที่นี่ ส่วนลูกต้องรับทรมาน ยิ่งกว่านั้น ยังมีเหวใหญ่ขวางอยู่ระหว่างเราทั้งสอง จนใครที่ต้องการจะข้ามจากที่นี่ไปหาลูก ก็ข้ามไปไม่ได้ และผู้ที่ต้องการจะข้ามจากด้านโน้นมาหาเรา ก็ข้ามมาไม่ได้ด้วย” ‘เศรษฐีจึงพูดว่า “ท่านพ่อ ลูกอ้อนวอนให้ท่านส่งลาซารัสไปยังบ้านบิดาของลูก เพราะลูกยังมีพี่น้องอีกห้าคน ขอให้ลาซารัสเตือนเขาอย่าให้มายังสถานที่ทรมานแห่งนี้เลย” อับราฮัมตอบว่า “พี่น้องของลูกมีโมเสสและบรรดาประกาศกอยู่แล้ว ให้เขาเชื่อฟังท่านเหล่านั้นเถิด” แต่เศรษฐีพูดว่า “มิใช่เช่นนั้น ท่านพ่ออับราฮัม ถ้าใครคนหนึ่งจากบรรดาผู้ตายไปหาเขา เขาจึงจะกลับใจ” อับราฮัมตอบว่า “ถ้าเขาไม่เชื่อฟังโมเสสและบรรดาประกาศก แม้ใครที่กลับคืนชีวิตจากบรรดาผู้ตายเตือนเขา เขาก็จะไม่เชื่อ”
(ลูกา 16:19-31)








วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

ซาตานเกลียดเมดจูกอเรจ์

เมดจูกอเรจ์เป็นป้อมปราการต่อสู้กับซาตาน, ซาตานเกลียดเมดจูกอเรจ์มากเพราะเป็นสถานที่ของการกลับใจ, การสวดภาวนา, และการเปลี่ยนแปลงชีวิต.
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

นักบุญ-1

ถ้าจะมีคำใดที่ใช้บรรยายชีวิตของ น. ปีเตอร์ จูเลียน เอียมาร์ด Saint Peter Julian Eymard ได้แล้วก็คงเป็นคำว่า “เข็นครกขึ้นภูเขา” นั่นแหละ
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

นักบุญอันตนแห่งปาดัว

นักบุญอันตนแห่งปาดัว  เป็นทั้งลูกศิษย์และเพื่อนของนักบุญฟรังซิส  ได้รับหน้าที่ให้เทศน์ต่อหน้าพระสันตปาปาและบรรดาพระคาร์ดินัลในการประชุมครั้งหนึ่งของคณะสงฆ์  ในเวลานั้นมีผู้แทนที่มาจากประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษากรีก และ ลาติน  ภาษาฝรั่งเศสและเยอรมัน  ภาษาสลาฟและอังกฤษ  มีคนที่ใช้ภาษาที่แตกต่างกันมาอยู่รวมกันที่นั่น  นักบุญอันตนมีความเร่าร้อนในการเทศน์สอนด้วยอำนาจของพระจิตเจ้าและมีแรงบันดาลใจในการแพร่ธรรมเช่นเดียวกับอัครสาวก  ท่านเริ่มเทศน์และอธิบายพระวาจาของพระเจ้าอย่างมีประสิทธิภาพ  ด้วยความศรัทธา  ละเอียดชัดเจนและเข้าใจได้  ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมสงฆ์  ถึงแม้จะพูดภาษาที่แตกต่างกัน  แต่ก็ฟังคำเทศน์ของนักบุญอันตนได้เข้าใจเหมือนเป็นภาษาของแต่ละคน  ทุกคนจึงพากันประหลาดใจและเต็มเปี่ยมด้วยความศรัทธา  ดูเหมือนว่าอัศจรรย์เดียวกันกับที่อัครสาวกเคยกระทำในวันเปนเตคอสเตได้เกิดขึ้นในเวลานั้นอีกครั้ง  ด้วยอำนาจของพระจิตเจ้า  อัครสาวกพูดภาษาต่างๆได้  ตามที่หนังสือกิจการอัครสาวกได้เขียนบรรยายไว้  และในที่ประชุมสงฆ์คนเหล่านั้นพูดกันว่า “เขาไม่ใช่ชาวอิตาเลี่ยนหรอกหรือ?”  ทำไมพวกเราจึงได้ยินเขาพูดเป็นภาษาของพวกเรา  เราที่ใช้ภาษากรีกและลาติน  ฝรั่งเศสและเยอรมัน  สลาฟและอังกฤษ  ลอมบาร์ดีและประเทศอื่นๆได้ยินเขาพูดภาษาของเรา

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

การรักษาโรคทางร่างกายและจิตใจ

ปี 1840 ชายผู้หนึ่งชื่อ โรเชต Rochette พาลูกชายของเขาซึ่งเจ็บป่วยไปพบกับคุณพ่อยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ เจ้าอาวาสแห่งอาร์ส  โดยมีภรรยาติดตามมาด้วย  ภรรยาได้ไปสารภาพบาปและรับศีลมหาสนิท  ขณะที่โรเชตสนใจแต่เพียงการรักษาอาการป่วยของลูกชายให้หายเท่านั้น  เขาจึงเข้าไปในโบสถ์เพียงไม่กี่นาที  แล้วไปยืนอยู่บริเวณอ่างน้ำเสกซึ่งอยู่ท้ายโบสถ์  คุณพ่อเจ้าอาวาสเดินจากพระแท่นไปยังที่ฟังสารภาพบาป  โรเชตเห็นคุณพ่อเรียกเขาให้มายังที่ฟังสารภาพบาปนั้น  แต่เขาปฏิเสธ  ในเวลานั้นภรรยาของเขาและลูกชายอยู่ใกล้กับที่ฟังสารภาพบาป  คุณพ่อเวียนเนย์ถามผู้เป็นภรรยาว่า “เขาไม่มีความเชื่อมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”  สุดท้าย  เมื่อจบการเทศน์ครั้งที่สามของคุณพ่อเวียนเนย์   โรเชตก็ตัดสินใจเดินไปยังที่ฟังสารภาพบาป  “เอาละ” เขาคิด  “คุณพ่อเจ้าอาวาสคงไม่กินฉันหรอก”  เขาเดินตามคุณพ่อเวียนเนย์ไปเบื้องหลังพระแท่น  โดยไม่รอช้า  คุณพ่อพูดว่า “โรเชต  ตรงนี้แหละเป็นที่สำหรับเราทั้งสอง” แล้วท่านชี้นิ้วไปที่ฟังสารภาพบาป  “จงเข้าไปข้างใน”  โรเชต ตอบว่า “โอ  ผมยังไม่อยากสารภาพบาปหรอกครับ”  แต่คุณพ่อย้ำว่า “เราจะต้องเริ่มต้นที่นั่น”  โรเชตรู้สึกตั้งตัวไม่ติดต่อการโจมตีอย่างทันทีทันใดนี้  เขาคุกเข่าลงและพูดกระอึกกระอักว่า “คุณพ่อครับ.....เป็นเวลานานประมาณสิบปีแล้ว.....”  คุณพ่อพูดว่า “บอกให้ใกล้เคียงกว่านี้ซิ”  “ประมาณสิบสองปีครับ.....”  คุณพ่อพูดอีกว่า “บอกให้ใกล้เคียงกว่านี้อีก”  โรเชตพูดว่า “ครับ...คือตั้งแต่ปีศักดิ์สิทธิ์ 1826”  คุณพ่อพูดว่า “อา...ใช่แล้วตอนนั้นแหละ  เราจะพบเมื่อใช้ความพยายามสักเล็กน้อย”  แล้วโรเชตก็สารภาพบาปทั้งหมดของเขาเหมือนเด็กเล็กๆ   ในวันต่อมาโรเชตและภรรยาก็มาคุกเข่าที่โบสถ์  ส่วนลูกชายของเขา  เดินออกจากโบสถ์โดยไม่ต้องใช้ไม้ค้ำพยุงสองข้างนั้นอีก  เพราะไม่ต้องใช้อีกต่อไป  คุณพ่อเวียนเนย์ได้รักษาโรคฝ่ายจิตใจของผู้เป็นพ่อ  และรักษาโรคฝ่ายร่างกายของผู้เป็นลูก  เป็นอัศจรรย์สองครั้งในครั้งเดียว

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559

โทรศัพท์ของพระสันตปาปา

ROME —พระสันตปาปาฟรังซิสทรงทำให้หลายคนประหลาดใจ  พระองค์โทรศัพท์ไปหาโดยที่พวกเขาไม่คาดคิด  คนล่าสุดที่ได้รับโทรศัพท์จากพระสันตปาปาฟรังซิสเป็นฆาตกรชาวอิตาเลี่ยนชื่อ ปิเอตโตร  มาโซ
ในปี 1991  มาโซ  ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนอีกสองคน  ได้ฆ่าพ่อแม่ของเขาเองด้วยการใช้กระทะตีจนสลบ  แล้วใช้ถุงพลาสติกและเท้าทำให้เหยื่อหายใจไม่ออกจนตาย  จากคำสารภาพของเขาเมื่อถูกจับ  เขาฆ่าพ่อแม่เพราะไม่ต้องการรอที่จะรับมรดก
คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญที่ดังมากในอิตาลี  และมาโซเป็นฆาตกรที่ฆ่าคนในครอบครัวอย่างเลือดเย็น
พระสันตปาปาฟรังซิสได้โทรศัพท์ไปหามาโซในปี 2013  เพื่อให้ความหวังซึ่งเป็นเหมือนเส้นด้ายเส้นสุดท้ายแก่เขา  และนี่ก็เป็นความพยายามของพระองค์ที่จะตอบคำถามคนที่เขียนจดหมายมาหาพระองค์บรรยายถึงความเจ็บปวดของพวกเขา  และวอนขอการให้อภัย

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

สาส์นแม่พระวันที่2-25ม.ค.2016

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 ม.ค. 2016
ลูกที่รักทั้งหลาย
ในวันนี้แม่ขอให้ลูกทุกคนสวดภาวนา  ลูกไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากการสวดภาวนา  เพราะการสวดภาวนาเป็นสายโซ่ที่นำลูกเข้าใกล้พระเป็นเจ้า  เพราะฉะนั้น  ลูกน้อยทั้งหลาย  จงหันกลับมาหาพระเป็นเจ้าและปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์ด้วยหัวใจที่ถ่อมตน  เพื่อที่ลูกจะสามารถพูดได้อย่างสุดหัวใจว่า  ขอให้พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์  พวกลูก , ลูกน้อยทั้งหลาย,ลูกมีอิสระในการตัดสินใจที่จะอยู่กับพระเป็นเจ้าหรือต่อสู้กับพระองค์  พิจารณาดูเถิดว่าที่ใดที่ซาตานต้องการดึงลูกให้ตกลงไปในบาปและการเป็นทาสของมัน  เพราะฉะนั้น, ลูกน้อยทั้งหลาย, จงหันกลับมาสู่ดวงหทัยของแม่เถิด  เพื่อที่แม่จะสามารถนำพวกลูกไปสู่องค์พระบุตรเยซูของแม่  ผู้ทรงเป็นหนทาง, ความจริง  และชีวิต
ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่
   สาส์นแม่พระประทานแก่ มีรยานา 2 ม.ค. 2016
ลูกที่รักทั้งหลาย
ในฐานะมารดา  แม่มีความยินดีที่ได้อยู่ท่ามกลางพวกลูก เพราะแม่ปรารถนาจะพูดอีกครั้งเกี่ยวกับพระวาจาขององค์พระบุตรของแม่และเกี่ยวกับความรักของพระองค์ 
แม่หวังว่าลูกจะยอมรับคำพูดของแม่นี้ด้วยหัวใจ 
เพราะพระวาจาและความรักขององค์พระบุตรของแม่เป็นแสงสว่างและความหวังเพียงหนึ่งเดียวในความมืดของทุกวันนี้ 
นี่คือความจริงและผู้ที่ยอมรับและปฏิบัติตามจะมีหัวใจที่บริสุทธิ์และถ่อมตน 
องค์พระบุตรของแม่ทรงรักผู้ที่มีหัวใจบริสุทธิ์และถ่อมตน 
หัวใจที่บริสุทธิ์และถ่อมตนนำชีวิตมาสู่พระวาจาของพระองค์ 
พวกเขาจะปฏิบัติตามและเผยแพร่ออกไป  ทำให้ทุกคนที่ฟังพวกเขาสามารถปฏิบัติตามได้ 
พระวาจาขององค์พระบุตรของแม่จะนำชีวิตกลับคืนมาสู่ผู้ที่ฟังพวกเขา 
พระวาจาขององค์พระบุตรของแม่นำความรักและความหวังกลับคืนมา 
เพราะฉะนั้น  อัครสาวกสุดที่รักของแม่  ลูกทั้งหลายของแม่  จงปฏิบัติตามพระวาจาขององค์พระบุตรของแม่เถิด 
จงรักซึ่งกันและกันเหมือนที่พระองค์ทรงรักลูก 
จงรักซึ่งกันและกันในพระนามของพระองค์  เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ 
พระศาสนจักรก้าวหน้าขึ้นและเจริญเติบโตขึ้นก็เพราะผู้ที่ฟังพระวาจาขององค์พระบุตรของแม่ 
เพราะผู้ที่รัก  เพราะผู้ที่มีความทุกข์และยอมทนอย่างเงียบสงบในความหวังแห่งการไถ่กู้ครั้งสุดท้าย  เพราะฉะนั้น  ลูกทั้งหลายอันเป็นสุดที่รักของแม่  ขอให้พระวาจาขององค์พระบุตรของแม่และความรักของพระองค์  เป็นความคิดอันแรกและอันสุดท้ายในชีวิตแต่ละวันของลูกเถิด 

ขอขอบใจลูก

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559

ภาพยนตร์เรื่องใหม่


หลังจากภาพยนตร์ “The Passion of Christ” ประสบความสำเร็จอย่างดี  ก็มีการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับพระเยซูเจ้าตามมาอีก  ในปีนี้ทาง โซนี่พิคเจอร์ได้สร้างภาพยนตร์เรื่องใหม่ชื่อ RISEN เค้าโครงเรื่องเป็นเรื่องราวภายหลังการกลับคืนชีพของพระเยซู  โดยให้ทหารโรมันชื่อคลาเวียส (แสดงโดยโจเซฟ  ฟินน) ได้รับมอบหมายจากปอนซีอัส ปีลาตให้ตามหาศพของพระเยซูที่หายไป  โดยทางสมณะกล่าวหาว่าศิษย์ของพระเยซูขโมยไป  แต่บรรดาศิษย์บอกว่าพระองค์กลับฟื้นคืนพระชนม์จากความตาย  เนื้อเรื่องเป็นมุมมองจากทหารโรมันที่ไม่เชื่อว่าพระเยซูเจ้าทรงกลับฟื้นคืนชีพจึงพยายามค้นหาพระศพและตามล่าบรรดาศิษย์ของพระองค์  คาดว่าจะออกฉายในเดือนกุมภาพันธ์

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

remembrance


“จงทำสิ่งนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา” remembrance
เป็นเรื่องสำคัญที่เราควรรู้จักคำว่า “เป็นที่ระลึกถึงเรา”remembrance ที่พระเยซูเจ้าทรงใช้ใน ลูกา 22:19 นั้นมิได้มีความหมายถึงสิ่งที่เป็นอดีตที่ผ่านมาแล้ว  ต่อไปนี้เป็นความหมายทั้งหมดของคำที่มาจากภาษากรีก “anamnesis” (“Do this in remembrance (anamnesis) of meจงทำสิ่งนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา). คำว่า “anamnesis” มีความหมายว่า”ทำยัญบูชาในอดีตให้ปรากฏขึ้นมาในวันนี้”  นี่เป็นมุมมองที่ชาวยิวใช้กับการเลี้ยงอาหารในพิธีปัสกาของพวกเขา – “พวกเราได้รับอิสระภาพจากการเป็นทาสในวันนี้”  พระบัญญัติของพระเป็นเจ้ากล่าวว่า “จงถือวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์” “Remember to keep holy the lord’s day  มิใช่เพียงแค่สำนึกรู้ว่า “วันนี้เป็นวันพระเจ้า” แล้วไม่ทำอะไรเลย  แต่มีความหมายว่าจงไปเฝ้าพระเป็นเจ้าในโบสถ์  และเมื่อโจรที่ถูกตรึงกางเขนพร้อมกับพระเยซูเจ้าพูดว่า “โปรดระลึกถึง( remembrance )ข้าพเจ้าด้วย เมื่อพระองค์เข้าสู่พระอาณาจักรของพระองค์”   เขาก็ไม่ได้หมายถึงขอให้พระเยซูเจ้าคิดถึงเขา  เมื่อพระองค์เข้าสู่สวรรค์แล้ว (และไม่ได้ทำอะไรเพื่อเขาอีก)   แต่เขาหมายถึง เขาปรารถนาจะได้อยู่กับพระเยซูเจ้าในสวรรค์ด้วย

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559

ศีลมหาสนิท”ยัญบูชาเดิมของพระคริสต์”


ศีลมหาสนิท”ยัญบูชาเดิมของพระคริสต์”
หลายคนเข้าใจผิดที่คิดว่าพระสงฆ์กำลังประกอบพิธี “ยัญบูชาขึ้นใหม่” ของพระคริสต์บนพระแท่นในพิธีมิสซา  แต่ที่จริงแล้วพระสงฆ์ประกอบพิธีเดียวกันกับการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้ายของพระเยซูเจ้า ในมิติของเวลาและสถานที่  เปรียบได้กับดวงอาทิตย์ที่ขึ้นในเวลาเช้าของแต่ละวัน  ดวงอาทิตย์ที่เราเห็นขึ้นมาทุกเช้านี้ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ดวงใหม่  มันเป็นดวงอาทิตย์ดวงเดิมเพียงแต่ถูกซ่อนจากสายตาของเรา  ศีลมหาสนิทก็เช่นกัน  ปรากฏแก่เราในพิธีมิสซาของแต่ละวัน  เป็นอาหารจากสวรรค์ประจำวันของเรา

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

โบสถ์รองเท้าส้นสูง



กลุ่มศาสนาในไต้หวันกลุ่มหนึ่งได้สร้างโบสถ์เป็นรูปรองเท้าส้นสูงเพื่อดึงดูดให้ผู้หญิงเข้าโบสถ์นี้  ข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นของนิกายใด

 

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

การถูกประจญล่อลวง

การถูกประจญล่อลวงไม่ใช่บาป. มีบางคนเคยพูดว่าเขารู้สึกอับอายจากความคิดไม่ดีบางอย่างที่เกิดขึ้นในหัวของเขา. จงรู้ว่าการถูกประจญล่อลวงนั้นไม่ใช่บาป พระเยซูเจ้าเองก็ทรงถูกประจญแต่พระองค์มิได้ทรงทำบาป. ตามที่พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า "เพราะเรามีสมณะผู้ยิ่งใหญ่...คือพระเยซูคริสตเจ้าพระบุตรของพระเจ้า เราจงยึดมั่นในความเชื่อของเรา. เพราะเรามิได้มีสมณะที่ไม่ทรงเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ได้ทรงถูกทดลองใจเหมือนเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป" (Hebrews 4:14-15)
เพราะการประจญทุกอย่างที่เราเผชิญนั้น พระเยซูเจ้าก็ทรงเผชิญมาแล้วเช่นกันและพระองค์ทรงเป็นบุตรของพระเจ้าผู้ทรงปราศจากบาป. การประจญเป็นเพียงการกระซิบล่อลวงของมารปีศาจให้ทำบาป. แต่ถ้าคุณไม่ยอมทำตามมันคุณก็ไม่มีบาป. บิลลี เกรแฮมเคยพูดเปรียบเทียบว่า "คุณไม่สามารถหยุดนกไม่ให้บินอยู่บนหัวของคุณได้ แต่คุณสามารถหยุดมันไม่ให้สร้างรังบนหัวของคุณได้" เมื่อซาตานล่อลวงคุณในจิตใจ จงอย่ายอมทำตามและขับไล่มันไปเสีย

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

ความดีของปีศาจ

คุณคิดว่า เมื่อพระเยซูเจ้าทรงมีชัยชนะต่อปีศาจแล้วจะทำให้มันยอมแพ้หรือ? เป็นไปไม่ได้เลย. แท้จริงในพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า "เมื่อปีศาจล่อลวงทุกอย่างจนเสร็จสิ้นแล้วก็ละจากพระองค์ เพื่อรอโอกาสใหม่อีก" (Luke 4:13). มันหยุดล่อลวงก็จริงแต่มันจะไม่ไปไกล มันจะกลับมาโจมตีพระเยซูเจ้าอีกโดยอาศัยยูดาส อิสคารีออท. พระคัมภีร์บอกว่าก่อนที่ยูดาสจะทรยศต่อพระเยซูเจ้า ปีศาจได้เข้าสิงจิตใจของยูดาส. นั่นแสดงให้เห็นว่าปีศาจยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ. มันเข้มแข็งมาก. มีเรื่องของซิสเตอร์ผู้หนึ่ง เธอชื่อ ซิสเตอร์เอ็มมา. เธอเป็นคนอ่อนหวานและมีจิตใจที่ดีงามและเธอจะพูดถึงคนอื่นในทางที่ดีเท่านั้น แม้แต่คนที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคนชั่วมาก เธอก็พยายามหาสิ่งที่ดีในตัวเขาเมื่อพูดถึงเขา เธอไม่เคยพูดถึงคนอื่นในทางที่ไม่ดีเลย. ครั้งหนึ่งคุณพ่ออธิการได้พูดกับเธอว่า "เอ็มมา, พ่อขอพนันกับเธอว่า เธอไม่สามารถหาอะไรที่เป็นความดีในตัวปีศาจได้" เอ็มมาใช้เวลาคิดสักพักแล้วพูดว่า "อย่างน้อย, มันก็ขยันทำงานอยู่เสมอนะคะ". ถูกต้องทีเดียว, มันทำงานของมันอยู่เสมอ เพราะฉะนั้น,ถ้าหากคุณเคยชนะต่อการประจญล่อลวงของมันมาแล้วในอดีต. ก็อย่าคิดว่าคุณได้รับชัยชนะเด็ดขาดแล้ว. นักบุญเปโตรเตือนเราว่า "จงเตรียมตัวให้พร้อมไว้เสมอ. เพราะศัตรูของท่านคือปีศาจ มันกำลังเดินวนเวียนประดุจสิงโตคำรามที่เสาะหาเหยื่อที่มันจะกัดกินได้" (1 Peter 5:8)

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

การรักษาเซลส์

ประมาณ ค.ศ.1931 ศาสตราจารย์ นพ.พอล นีฮาน (Dr.Paul Niehans) ศัลยแพทย์ชาวสวิสได้ค้นพบว่าเซลล์ที่เหมือนกันจะเดินทางไปรักษา ไปซ่อมแซมเซลล์ที่อยู่ในอวัยวะเดียวกัน เช่น เซลล์ของตับก็จะเดินทางไปรักษาตับ เซลล์ของหัวใจก็จะเดินทางไปรักษาหัวใจ แม้กระทั่งอวัยวะเล็กๆ เช่น ต่อมหมวกไต ประสาทตา เซลล์จอตา หรือ เซลล์สมองพวก Cerebrum, Cerebellum ก็จะยังเกิดขบวนการซ่อมแซมภายหลังจากที่ได้รับเซลล์ชีวิตเข้าไป ทฤษฎีนี้เรียกว่า Cell Heals Cell เซลส์ซ่อมเซลส์
เมื่อคราวที่พระสันตะปาปา Pius ที่ 12 ป่วยหนัก มีอาการไม่สบายมาก สะอึกตลอดวันตลอดคืน รับประทานอาหารไม่ได้ นอนไม่หลับ จึงได้เชิญ ศ.นพ.นีฮานไปรักษา ศ.นพ.นีฮานตัดสินใจรับรักษาพระสันตะปาปา ที่กรุงโรม ด้วยวิธี Live Cell Therapy ประมาณ 1 เดือน พระส้นตะปาปา Pius ที่ 12 ก็กลับฟื้นขึ้นมาและมีสุขภาพแข็งแรงได้ราวปฎิหาริย์ ต่อมาท่านพระสันตะปาปาได้แต่งตั้ง ศ.นพ.นีฮาน ในฐานะ Papal Academy of Science เพื่อเป็นเกียรติและระลึกถึงความดีงามที่ ศ.นพ.นีฮาน ได้ทุ่มเททวายการรักษาพระองค์

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559

เครื่องหมายของบุตรแห่งมนุษย์

พระคัมภีร์บอกเราว่า เครื่องหมายของบุตรแห่งมนุษย์จะเกิดขึ้นก่อนแผ่นดินไหวในเยรูซาเล็ม  เพื่อเป็นการเตือนมนุษยชาติถึงการลงทัณฑ์ครั้งสำคัญครั้งสุดท้ายในปัสกาของพระศาสนจักร  ในช่วงเวลาแห่งการเบียดเบียนของแอนตี้ไครส์
>>>อ่านต่อ 

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

พระสันตปาปาท่ามกลางพายุ

พระศาสนาจักรจะต้องเผชิญกับการเบียดเบียนทำร้ายและสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตจนถึงเวลาของเรานั้นยังไม่มากและรุนแรงเท่ากับพระศาสนาจักรและพระสันตะปาปาที่จะต้องเผชิญในอนาคต
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559

ความลับของพระสันตปาปา



พระสันตปาปาฟรังซิสมีสิ่งของ 2 สิ่งอยู่ในกระเป๋าของพระองค์เสมอ  และนี่เป็นความลับของพระสันตปาปา

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

พระเจ้าทรงดูแล


มีคำกล่าวว่า “มนุษย์เป็นผู้ลิขิตชีวิตของตนเอง” เป็นสิ่งที่ดีที่เราจะวางแผนการณ์อนาคตของเราไว้ให้เรียบร้อย  แต่คนเรามักจะลืมที่จะวางแผนชึวิตสำหรับเวลาที่เราตายไปแล้วด้วย  เราวางแผนอนาคตสำหรับชีวิตในโลกนี้เท่านั้น  มีกล่าวไว้เช่นกันว่า “จงอย่าวิตกกังวล ว่าจะเอาอะไรกิน  อะไรดื่ม หรือจะเอาอะไรนุ่งห่ม”(มธ.6:23)
“จงให้สิ่งต่างๆที่เจ้าต้องการ  ความหวังและความกลัวของเจ้า  ให้ทุกๆสิ่งมาอยู่ภายใต้ความดูแลของเรา”
“จงแสวงหาน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าก่อน  แล้วพระองค์จะประทานสิ่งอื่นๆให้เอง” (มธ.6:33)

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559

ความศรัทธาต่อพระนางมารีย์และศีลมหาสนิท


ปัจจุบันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีความศรัทธาต่อพระนางมารีย์และมีความศรัทธาต่อศีลมหาสนิทคู่กันไป  เพราะเหตุใดหรือ?  ก็เพราะผู้ที่ทำเช่นนี้จะรอดพ้นจากความผิดบาป  พระนางมารีย์เป็นหีบพันธะสัญญาในพระธรรมใหม่  เช่นเดียวกับหีบพันธะสัญญาเดิม  พระนางมารีย์มีพระวจนาตถ์อยู่ภายในพระครรภ์ของพระนางเป็นเวลาถึงเก้าเดือน (พระวจนะของพระเจ้าที่เป็นเลือดเนื้อ ไม่ใช่แผ่นศิลา)  พระนางมารีย์และศีลมหาสนิทเป็นเสาหลักสองต้นของพระศาสนจักรคาทอลิกซึ่งเป็นที่หวาดกลัวของปีศาจ
พระวจนาตถ์ทรงรับเนื้อหนังจากพระนางมารีย์
            พระนางมารีย์และศีลมหาสนิทในพระธรรมใหม่มีความหมายที่สอดคล้องโดยตรงกับหีบพันธะสัญญาและพระวจนะของพระเจ้า (แผ่นศิลาที่จารึกพระบัญญํติสิบประการของพระเจ้า)ในพระธรรมเก่า  ชาวอิสราแอลสามารถยึดเมืองเจริโคได้สำเร็จ  เมื่อพวกเขาแห่แหนพระวจนะของพระเจ้าที่อยู่ในหีบพันธะสัญญาไว้ข้างหน้าพวกเขาไปรอบเมืองเจริโค  พวกเราในวันนี้ก็ต้องกระทำเช่นเดียวกัน  คริสตชนผู้ติดตามพระคริสต์และพระวาจาสั่งสอนของพระองค์ก็จำเป็นต้องมีพระนางมารีย์ (หีบพันธะสัญญา) และศีลมหาสนิท (พระวจนะของพระเจ้าที่ทรงเป็นเลือดเนื้อมนุษย์) อยู่ข้างหน้าพวกเขา  แล้วพวกเขาจะได้รับชัยชนะในสงครามการสู้รบฝ่ายจิตกับซาตาน  ยิ่งพวกเขามีความศรัทธาต่อพระนางมารีย์โดยการสวดสายประคำและกิจศรัทธาอื่นๆต่อพระนางพร้อมด้วยความศรัทธาต่อศีลมหาสนิท  การประจญล่อลวงต่างๆของปีศาจที่อาจทำลายชายหญิง.บรรดา เยาวชน และมนุษย์ทั้งหลายให้พินาศได้  จักไม่อาจทำอันตรายต่อผู้ที่มีความศรัทธาในพระนางมารีย์และศีลมหาสนิทได้เป็นอันขาด  กิจศรัทธาเหล่านี้จะเป็นดังชุดเกราะที่คอยปกป้องผู้สวมใส่ให้รอดพ้นจากอาวุธของศัตรู  คริสตชนจะได้รับการปกป้องให้รอดพันจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อจิตใจของโลกยุคสมัยใหม่ซึ่งนิยมลุ่มหลงในวัตถุและถือเอาตนเองเป็นใหญ่  พระนางมารีย์ทรงเสนอวิงวอนองค์พระบุตรเพื่อมนุษย์อยู่เสมอ  และองค์พระบุตรก็ทรงประทานพระหรรษทานต่างๆแก่พระนางโดยผ่านทางศีลมหาสนิท

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

ภาพยนตร์ใหม่เกี่ยวกับคุณแม่เทเรซา

“The Letters,” ภาพยนตร์ใหม่เกี่ยวกับชีวประวัติของคุณแม่เทเรซาในด้านที่ยังไม่มีใครรู้
2016-01-03
ในโอกาสครบรอบ 79 ปีของวันเกิดของพระสันตะปาปา  พระองค์ทรงลงพระนามรับรองอัศจรรย์ครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้คุณแม่เทเรซาได้รับการสถาปนาเป็นนักบุญ  ซึ่งกินเวลานาน 18 ปีหลังจากที่ท่านเสียชีวิต 
ชีวประวัติของคุณแม่เทเรซาถูกทำเป็นภาพยนตร์ในชื่อ “The Letters” เป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่ถ่ายทโดยมุ่งไปที่ความโดดเดี่ยวของคุณแม่เทเรซา
“ภายในจิตใจของท่าน  ท่านมีประสบการณ์ความอ้างว้างว่างเปล่าที่โหดร้ายมาก ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างของท่าน”
ภาพยนตร์สร้างขึ้นโดยนำข้อมูลมาจากจดหมายของคุณแม่เทเรซากับผู้แนะนำฝ่ายจิตของท่านซึ่งเป็นพระสงฆ์เยซูอิตชื่อ Celeste Van Exem
“จดหมายที่ท่านเขียนนี้เป็นเอกสารที่กล่าวถึงความโดดเดี่ยวที่ท่านต้องทนรับเป็นระยะเวลาหกสิบปี”
เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่มีการเขียนจดหมายโต้ตอบกันซึ่งบอกให้รู้ถึงชีวิตฝ่ายจิตที่ยากลำบากของแม่ชีผู้มีชื่อเสียงนี้  จดหมายถูกเปิดเผยเมื่อมีกระบวนการการพิจารณาสถาปนาท่านเป็นนักบุญ
ภาพยนตร์เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้และคาดว่าจะได้รับรางวัลภาพยนตร์นานาชาติและโกลเด้นโกลปด้วย

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

รูปแกะสลักพระเยซูเจ้าในไนจึเรีย


รูปสลักพระเยซูทำด้วยหินอ่อนหนัก 40 ตันถูกตั้งขึ้นในวันปีใหม่ 2016 ที่ประเทศไนจีเรีย  ประเทศซึ่งมีการสู้รบทางศาสนา  นักธุรกิจผู้ร่ำรวยผู้หนึ่งเป็นผู้จัดสร้างขึ้น  เขาคาดหวังว่ารูปสลักขนาดใหญ่ในพระนามของเจ้าชายแห่งสันติจะช่วยลดความคิดเห็นที่แตกแยกทางด้านศาสนา  รูปสลักมีความสูง 30 ฟุต  ตั้งอยู่เหนือโบสถ์นักบุญอาลอยซีอุส  ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวคริสต์  อยู่ทางตอนใต้ห่างจากกรุงลากอสไป 300 ไมล์  ประเทศไนจีเรียมีประชากรที่นักถือศาสนาคริสต์และมุสลิมอย่างละครึ่ง  และมีความรุนแรงเกิดจากผู้ก่อการร้ายอิสลามกลุ่มโบโกฮาลามที่ทำการอยู่ทางตอนเหนือ

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559

กิจกรรมเริ่มต้นปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม



พระสงฆ์ในประเทศไอร์แลนด์นำสาส์นแห่งความยินดีในเทศกาลคริสต์มาสให้แก่ประชาชนในห้างสรรพสินค้า  ด้วยการฟังสารภาพบาปเป็นการเริ่มต้นปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรม

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2559

เรื่องสั้นๆ


ชายผู้หนึ่งเสียชีวิตลง  ในตอนที่เขารู้สึกตัวว่าได้ตายไปแล้ว  เขาก็เห็นเทพองค์หนึ่งเดินถือกระเป๋าเข้ามาหาเขา  แล้วเทพองค์นั้นได้เอ่ยขึ้นว่า
เทพ เรียบร้อยแล้วหนุ่มน้อยถึงเวลาไปแล้ว
ชายหนุ่ม – ทำไมเร็วนักละครับ? ผมยังมีเรื่องราวที่ต้องทำอีกมากมาย
เทพ – ขอโทษด้วย  เวลาของเธอหมดแล้ว
ชายหนุ่ม – ในกระเป๋าของท่านคืออะไรครับ
เทพ – นี่คือของๆเธอ
ชายหนุ่ม – ของๆผม  คืออะไรครับ?  เป็นทรัพย์สินเสื้อผ้าหรือว่าเงินครับ?
เทพ – สิ่งที่เธอพูดมา  มันไม่ใช่ของเธอตั้งแต่แรกแล้วหนุ่มเอ๋ย  นั่นมันเป็นสมบัติของโลก
ชายหนุ่ม – ถ้าอย่างนั้นมันก็คงเป็นความทรงจำของผมสินะ
เทพ – ความทรงจำเป็นสมบัติของกาลเวลา
ชายหนุ่ม – ถ้าอย่างนั้นคงเป็นความสามารถของผม
เทพ – ความสามารถเป็นสมบัติของโลกอีกเช่นกัน
ชายหนุ่ม – หรือจะเป็นญาติมิตรของผม?
เทพ – ไม่ใช่  เขาเหล่านั้นเป็นเพียงผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอเท่านั้นเอง
ชายหนุ่ม – หรือเป็นลูกเมียของผม?
เทพ – ไม่ใช่  ลูกเมียเป็นเพียงแต่ความระลึกของเธอเท่านั้น
ชายหนุ่ม – ถ้าอย่างนั้นคงเป็นร่างของผมแน่ๆ
เทพ – ไม่ใช่  ร่างของเธอเป็นสมบัติของดิน
ชายหนุ่ม – ถ้าอย่างนั้นมันคงเป็นจิตวิญญาณของผมสินะ
เทพ – น่าเวทนา  เด็กหนุ่มเอ๋ย  เธอเข้าใจผิดแล้ว  จิตวิญญาณของเธอนั้นเป็นของเบื้องบน
ชายหนุ่มรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง  เขารับกระเป๋ามาด้วยมืออันสั่นเทา  เมื่อเขาเปิดกระเป๋าออกมา  ข้างใกระเป๋าใบนั้นกลับมีแต่ความว่างเปล่า...เขาถามเทพด้วยความหมดอาลัยตายอยาก
ชายหนุ่ม – ทุกสิ่งที่ผมเคยมีมันไม่เคยเป็นของผมเลยหรือ?
เทพ – ใช่แล้ว  เธอเข้าใจถูกแล้ว  ทุกสิ่งในโลกที่เธอหามา  ไม่มีสิ่งใดที่เป็นของเธอ
ชายหนุ่ม – แล้วอะไรที่เป็นของผม?
เทพ – ลมหายใจเป็นของเธอ  นั่นคือสิ่งเดียวที่เป็นของเธอในตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ 

ชีวิตคนเราแค่ชั่วพริบตา  รักษาทุกขณะเวลาที่คุณยังมีลมหายใจอยู่  จงรักชีวิตและถนอม
ชีวิต  (Cr. นุสนธิ์บุคส์)
(นำมาจากสารวัดเซนต์หลุยส์)

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

บทเพลงของนักบุญฟรังซิส



วีดีโอนี้ทำขึ้นที่เมืองอัสซีซี   ดินแดนของนักบุญฟรังซิส ในอิตาลี  ด้านล่างเป็นเพลงในภาษาไทย



วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2559

ผู้ลี้ภัยฉลองคริสต์มาสครั้งแรก


Carol Costello สัมภาษณ์ Ban Saeed ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวอีรักหลายพันคนที่ต้องฉลองคริสต์มาสในค่ายผู้ลี้ภัย

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559

สวัสดีปีใหม่2016


        ปีใหม่นี้  ขอชีวี  จงสดใส
                                    ผ่องอำไพ  ไร้ทุกข์  ที่หมองหม่น
                                    ละกิเลส  สร้างสันติ  ในใจตน
                                    เป็นบุญผล  ให้รอดพ้น  ภัยนานา
        แสงสุรีย์  ที่ทำให้  กายอบอุ่น
                                   อ่อนละมุน  ช่วยรักษา  พาสุขสันต์
                                   แสงธรรมคือ  แสงทอง  ส่องชีวัน
                                  หนทางนั้น  คือความจริง  คือชีวิต
        ใฝ่เรียนรู้  ความจริง  แห่งชีวิต
                                    นำพาจิต  ให้สดชื่น  รื่นหรรษา
                                   แสงธรรมนำ  ความรอด  สู่ประชา
                                   แสงธรรมพา  ให้รอดพ้น  อนนธการ