พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2024 อาณาจักรของพระเจ้าบนโลก

           พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ประชาชนมาชุมนุมกันอีกจนพระองค์ไม่อาจเสวยและบรรดาศิษย์ก็ไม่อาจกินอาหารได้ เมื่อพระญาติของพระองค์ได้ยินเช่นนี้ ก็ออกไปคุมพระองค์ไว้ เพราะคิดว่าทรงเสียพระสติ
           บรรดาธรรมาจารย์ที่มาจากกรุงเยรูซาเล็มพูดว่า “เขามีปีศาจเบเอลเซบูล สิงอยู่” และ “ขับไล่ปีศาจด้วยอำนาจของเจ้าแห่งปีศาจนั่นเอง” พระองค์จึงทรงเรียกเขาเหล่านั้นเข้ามาพบ ตรัสเป็นอุปมาว่า “ซาตานจะขับซาตานได้อย่างไร ถ้าอาณาจักรหนึ่งแตกแยก อาณาจักรนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้ ถ้าครอบครัวหนึ่งแตกแยก ครอบครัวนั้นก็ตั้งมั่นอยู่ต่อไปไม่ได้ ถ้าซาตานลุกขึ้นต่อสู้กันเองและแตกแยก มันก็อยู่ไม่ได้ ต้องถึงจุดจบ ไม่มีใครเข้าไปในบ้านของคนเข้มแข็งและปล้นเอาทรัพย์ของเขาได้ ถ้าไม่มัดคนเข้มแข็งนั้นไว้ก่อน เมื่อนั้นแหละจึงจะเข้าปล้นบ้านได้ “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า มนุษย์จะรับการอภัยบาปทุกประการรวมทั้งคำดูหมิ่นพระเจ้าที่ได้พูดออกไป แต่ใครที่พูดดูหมิ่นพระจิตเจ้าจะไม่ได้รับการอภัยเลย เขามีความผิดตลอดนิรันดร” พระเยซูเจ้าตรัสเช่นนี้เพราะมีผู้พูดว่า “คนนี้มีปีศาจสิงอยู่”
           พระมารดาและพระญาติของพระองค์มาถึง ยืนรออยู่ข้างนอก ส่งคนเข้าไปทูลพระองค์ ประชาชนกำลังนั่งล้อมพระองค์อยู่ เขาจึงทูลพระองค์ว่า “มารดาและพี่น้องของท่านกำลังตามหาท่าน คอยอยู่ข้างนอก” พระองค์ตรัสถามว่า “ใครเป็นมารดาและพี่น้องของเรา” แล้วพระองค์ทอดพระเนตรผู้ที่นั่งเป็นวงล้อมอยู่ ตรัสว่า “นี่คือมารดาและพี่น้องของเรา ผู้ใดทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ผู้นั้นเป็นพี่น้องชายหญิงและเป็นมารดาของเรา”
(มาระโก 3:20-35)








วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2566

ปราสาทฝ่ายจิต 4


โดยนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา 
ปราสาทชั้นที่สี่  

เนื่องจากปราสาทชั้นที่สี่นี้อยู่ใกล้ที่ประทับขององค์พระมหากษัตริย์,จึงมีความสวยงามมาก และสิ่งที่เห็นและได้ยินในปราสาทชั้นนี้นั้นละเอียดอ่อนมาก จนบุคคลผู้หนึ่งบอกเราว่า “จิตใจไม่สามารถจินตนาการถึงสิ่งนี้ได้” เขาคือคนที่ได้รับพระพรให้ได้มีประสบการณ์เหล่านี้  
 ดูเหมือนว่าคนๆหนึ่งต้องอยู่ในชั้นเดิมของปราสาทเป็นเวลานานก่อนที่จะเข้ามาถึงชั้นที่สี่ได้ แต่ตามที่ท่านคงเคยได้ยินบ่อยๆว่าไม่มีกฎตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับพระเจ้าว่าทรงประทานให้เมื่อใด,อย่างไร,แก่ผู้ซึ่งพระองค์ทรงประสงค์ สมบัตินั้นเป็นของพระองค์ และการเลือกของพระองค์ไม่ได้ทำผิดต่อผู้ใด สัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษไม่ค่อยเข้ามาในชั้นนี้ และถ้าพวกมันเข้ามาก็สร้างประโยชน์มากกว่าทำอันตราย ฉันคิดว่ามันดีกว่ามากสำหรับพวกเขาที่จะเข้าไปทำสงครามกับวิญญาณในสถานะของการสวดภาวนานี้ หากไม่ถูกล่อลวง บางครั้งปีศาจอาจหลอกให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับการปลอบประโลมจากเบื้องบน....ฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่พระจิตจะสถิตอยู่ภายในเราตลอดเวลาในระดับเดียวกันระหว่างการถูกเนรเทศในโลก 
ตอนนี้ฉันจะอธิบายความแตกต่างระหว่างความอ่อนหวานที่เรารู้สึกในระหว่างการสวดภาวนาและการปลอบประโลมฝ่ายจิตตามที่ฉันสัญญาไว้ สำหรับฉันแล้วดูเหมือนว่าสิ่งที่เราได้มาในการพินิจใคร่ครวญและการวิงวอนต่อพระเจ้าอาจเรียกว่าเป็น 'ความอ่อนหวานในความศรัทธา' มันเป็นไปตามธรรมชาติและได้รับความช่วยเหลือจากพระหรรษทานของพระเจ้า ความอ่อนหวานนี้เกิดขึ้นจากการงานที่ดีที่เราทำเป็นหลัก และเป็นผลมาจากการออกแรงของเรา ขอให้เรารู้สึกมีความสุขเถิด เราจะพบว่าเรื่องทางโลกหลายอย่างทำให้เรามีความสุขที่คล้ายกัน เช่น การได้ลาภก้อนโตมาโดยไม่คาดคิด การได้พบเพื่อนรักอย่างกะทันหัน หรือการประสบความสำเร็จในกิจการสำคัญซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกในทางโลก....ฉันได้เห็นบางคนร้องไห้เมื่อสัมผัสความสุขเช่นนี้ ฉันถือว่าทั้งความสุขเหล่านี้และสิ่งที่เรารู้สึกในเรื่องทางศาสนาเป็นเรื่องตามธรรมชาติ....กล่าวโดยย่อคือ เริ่มต้นในตัวเราและสิ้นสุดในพระเจ้า ตรงกันข้าม การปลอบประโลมทางวิญญาณเกิดขึ้นจากพระเจ้า และเป็นธรรมชาติของเราเมื่อรู้สึกถึงสิ่งเหล่านั้น,ที่จะชื่นชมยินดีในสิ่งเหล่านั้น 

Source: The Interior Castle Or The Mansions 
#Catholic 4 Life  
 

วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566

ปราสาทฝ่ายจิต 3


โดยนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา 
ปราสาทชั้นที่สาม  

ในความเพียรของเรา,ขอให้ระลึกว่าไม่มีความปลอดภัยในชีวิตนี้ ขอให้เข้าใจว่า....เราเป็นเหมือนคนที่มีศัตรูอยู่ที่ประตู เราต้องไม่วางแขนแม้ในขณะนอนหลับหรือรับประทานอาหาร และหวาดกลัวอยู่เสมอว่าศัตรูจะบุกเข้าไปในปราสาทโดยอาศัยช่องโหว่ของกำแพง.....เราไม่สามารถหยุดปรารถนาและอ้อนวอนพระองค์ให้นำเราพ้นไปจากมัน....แต่เรายอมอยู่กับมันเพราะเห็นแก่พระองค์ หรืออุทิศตนเองเพื่อการรับใช้พระองค์ และเหนือสิ่งอื่นใด เพราะเรารู้ว่าเป็นพระประสงค์ของพระองค์ที่ให้เรามีชีวิตอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้น 'ให้เราตายพร้อมกับพระองค์เถิด!' ดังที่นักบุญโธมัสกล่าวไว้ การอยู่ห่างจากพระองค์มีแต่ความตายครั้งแล้วครั้งเล่า มันหลอกหลอนเราด้วยความหวาดกลัวที่จะสูญเสียพระองค์ไปตลอดกาล!  
 ถึงกระนั้น ฉันยังต้องขอเตือนท่านอย่างหนึ่งว่า อย่ามั่นใจเกินไป....ดาวิดเป็นผู้ที่บริสุทธิ์มาก แต่ท่านก็รู้ว่าโซโลมอนกลายเป็นอะไร ดังนั้นอย่าวางใจในสถานะของท่าน หรือไว้ใจในชีวิตแห่งการสำนึกผิดของท่าน หรือคิดว่าท่านได้สวดภาวนาอย่างต่อเนื่องและเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ หรือวางใจว่าท่านได้ละทิ้งโลกนี้ไปแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอที่จะขจัดความกลัวทั้งหมดอย่างที่ฉันได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว เหตุฉะนั้นจงตรึกตรองข้อความนี้และระลึกบ่อยๆ 'คนที่เกรงกลัวพระเจ้าก็เป็นสุข' 
กลับมายังสิ่งที่ฉันเริ่มอธิบายเกี่ยวกับวิญญาณที่เข้าสู่ห้องโถงในชั้นที่สามของปราสาท ....พวกเขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะไม่ทำขัดเคืองพระทัยพระองค์ด้วยบาปชั่วร้าย พวกเขารักการทำกิจชดเชยใช้โทษบาปและใช้เวลาหลายชั่วโมงในการพินิจใคร่ครวญ พวกเขาใช้เวลาอย่างดีในการปฏิบัติกิจกุศลต่อเพื่อนมนุษย์,มีระเบียบเรียบร้อยในการสนทนาและการแต่งกาย 
 โอ พระเยซูเจ้า! ผู้ใดจะสามารถประกาศได้ว่าเขาไม่ต้องการพระพรอันยิ่งใหญ่นี้? โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาได้ผ่านพ้นความยากลำบากครั้งใหญ่ไปแล้ว? ไม่มีแน่นอน! เราทุกคนบอกว่าเราต้องการ แต่พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะครอบครองจิตวิญญาณทั้งครบ ดังเช่นที่พระเยซูเจ้าตรัสกับชายหนุ่มว่าเขาต้องทำอะไรหากต้องการเป็นคนดีสมบูรณ์แบบ ในชั้นนี้ของปราสาท,เราก็เหมือนชายหนุ่มคนนี้ เรามักรู้สึกแห้งแล้งในเวลาสวดภาวนาอยู่บ่อยๆ ถึงแม้ว่าบางครั้ง,มันจะเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่น ฉันไม่ได้พูดถึงความทุกข์ทรมานภายในจิตใจบางอย่างซึ่งสร้างความเจ็บปวดอย่างมากแก่วิญญาณใจศรัทธาโดยไม่ใช่ความผิดของพวกเขา อย่างไรก็ตามจากการทดลองเหล่านี้ พระเยซูเจ้ามักจะมอบประโยชน์มากมายให้กับพวกเขาเสมอ 

Source: The Interior Castle Or The Mansions 
#Catholic 4 Life  
 

วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2566

ปราสาทฝ่ายจิต 2


โดยนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา 
ปราสาทชั้นที่สอง  

บัดนี้ให้เราพิจารณาว่าวิญญาณใดที่เข้าสู่ห้องโถงในชั้นที่สองของปราสาทและสิ่งที่พวกเขาทำที่นั่น ในส่วนนี้ของปราสาทจะพบวิญญาณที่เริ่มบำเพ็ญภาวนา พวกเขาตระหนักถึงความสำคัญของการไม่คงอยู่ในชั้นแรกของปราสาท อย่างไรก็ตาม,เขามักขาดความมุ่งมั่นที่จะออกจากสภาพปัจจุบันโดยหลีกเลี่ยงโอกาสบาปซึ่งเป็นสถานะที่อันตรายมาก  
 วิญญาณเหล่านี้ได้ยินพระเยซูเจ้าทรงเรียกพวกเขา เพราะพวกเขาเข้าใกล้ที่ประทับของพระองค์มากขึ้น เขาได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นถึงความรักต่อเพื่อนบ้าน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังคงมีส่วนร่วมในความสนุกสนานบันเทิงและการทำธุรกิจ และยังยึดติดกับความสุขและความฟุ้งเฟ้อของโลกนี้ 
ฉันไม่ได้หมายความว่าพวกเขาได้รับการสื่อสารและการดลใจจากสวรรค์ณ.ที่ปราสาทชั้นนี้ ที่นี่พระเจ้าตรัสกับจิตวิญญาณเหล่านี้ผ่านคำพูดของบุคคลที่มีใจศรัทธาแก่กล้า,หรือโดยคำเทศนาหรือจากหนังสือที่ดี,และด้วยวิธีอื่นๆ อีกมากมาย บางครั้งพระองค์ทรงเรียกวิญญาณโดยอาศัยความเจ็บป่วยหรือปัญหาในชีวิต, หรือโดยความจริงบางประการ พระองค์ทรงสอนพวกเขาระหว่างการสวดภาวนา แม้ว่าพวกเขาจะไม่กระตือรือร้นในการแสวงหาพระองค์ แต่พระเจ้าก็ยังทรงรักพวกเขามาก 

Source: The Interior Castle Or The Mansions 
#Catholic 4 Life  
 

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2566

ปราสาทฝ่ายจิต 1


โดยนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา 
ชั้นแรกของปราสาท  

เท่าที่ฉันเข้าใจ ประตูที่จะเข้าสู่ปราสาทแห่งนี้คือการสวดภาวนาและการพินิจใคร่ครวญ ฉันไม่อาจเข้าถึงจิตภายในได้โดยการสวดภาวนาด้วยเสียงแต่เพียงอย่างเดียว เพราะหากเป็นการสวดภาวนา จิตใจก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย ถ้าคนๆหนึ่งไม่พิจารณาถึงคนที่เขากำลังพูดกับตัวเอง สิ่งที่เขาขอ หรือสิ่งที่เขาไม่กล้าที่จะทูลพระเจ้า แม้ว่าริมฝีปากของเขาจะเอ่ยถ้อยคำมากมาย ฉันก็ไม่เรียกว่าเป็นการสวดภาวนา.......มีธรรมเนียมว่าในการสนทนากับพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพอย่างอิสระ ต้องกระทำโดยไม่สนใจว่าคำพูดนั้นเหมาะสมหรือไม่ แต่ให้พูดในสิ่งแรกที่นึกขึ้นได้ การสวดภาวนาด้วยการท่องจำโดยท่องซ้ำบ่อยๆ ไม่สามารถเรียกว่าการสวดภาวนา พระเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้คริสตชนคนใดพูดกับพระองค์ในลักษณะนี้ 
 ในที่สุดพวกเขาก็เข้าไปในห้องโถงในชั้นแรกของปราสาท มีสัตว์เลื้อยคลานมากมายที่คอยรบกวนสันติสุขฝ่ายจิตของพวกเขา และทำให้พวกเขามองไม่เห็นความสวยงามของอาคาร ถึงกระนั้นก็ตาม,เป็นการดีอย่างยิ่งที่คนเหล่านี้หาทางเข้าไปได้....เรื่องนี้เข้าใจยากที่สุดหากไม่มีประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับพระหรรษทานดังกล่าว ใครก็ตามที่ได้รับสิ่งเหล่านี้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้,สิ่งซึ่งเราไม่อาจมีประสบการณ์ได้ถ้าหากมิใช่โดยอาศัยพระเมตตาของพระเจ้าเท่านั้น 

Source: The Interior Castle Or The Mansions 
#Catholic 4 Life  
 

วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2566

สาส์นแม่พระ 25 มี.ค. 2023

สาส์นแม่พระประทานแก่ มารีจา 25 มี.ค. 2023
ลูกที่รักทั้งหลาย
          ขอให้ช่วงเวลานี้เป็นเวลาแห่งการสวดภาวนาของลูกเถิด     

          ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่

(สาส์นของแม่พระครั้งนี้สั้นมาก แม่พระประสงค์ที่จะบอกให้เรารู้ถึงความสำคัญของการสวดภาวนาเป็นพิเศษ)

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2566

ทำอย่างไรเมื่อถูกหักหลัง


บางคนต่อต้านเรา และเรามักจะไม่ทันตั้งตัว นอกจากนี้,เรายังไม่แน่ใจด้วยว่าเราควรตอบสนองอย่างไร
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2566

เอ็ดวิจ คาร์บอนีกับวิญญาณในไฟชำระ


ผมคือเบนิโต มุสโสลินี' พระเจ้าทรงอนุญาตให้ผมมาหาเธอเพื่อขอความบรรเทาทุกข์ในไฟชำระ
>>>อ่านต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2566

การถวายประเทศรัสเซียและยูเครน


From Catholic News Agency:  
 
ในระหว่างการตรัสกับผู้มาที่จัตุรัสนักบุญเปโตรในวันพุธที่ 22 มี.ค. 2023 นี้ พระสันตปาปาฟรังซิสทรงขอร้องให้ผู้มีความเชื่อรื้อฟื้นการถวายมนุษยชาติ,โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัสเซียและยูเครน,แด่ดวงหทัยนิรมลของพระนางมารีย์   
พระสันตะปาปาตรัสขอร้องเช่นนี้ แม้ว่าได้ทรงประกอบพิธีถวายประเทศรัสเซียและยูเครนไปแล้วเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2022   
ทั้งนี้เพื่อตอบสนองต่อสงครามระหว่างสองประเทศที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ พระองค์ตรัสว่า 
“ความคิดคำนึงของเรามุ่งไปยังวันที่ 25 มีนาคม ปีที่แล้ว,พร้อมกับบรรดาพระสังฆราชทั่วโลก,เราได้ถวายพระศาสนจักรและมนุษยชาติ,โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัสเซียและยูเครน,แด่ดวงหทัยนิรมลของพระนางมารีย์” 
“นี่ไม่ใช่สูตรสำเร็จวิเศษ แต่มันเป็นการกระทำฝ่ายจิตวิญญาณในความไว้วางใจอย่างสมบูรณ์เหมือนเด็กเล็กๆผู้ซึ่งเมื่อยู่ในท่ามกลางความทุกข์ยากอันโหดร้ายของสงครามที่ปราศจากจิตสำนึก,พวกเขาก็จะหันไปหาแม่ของพวกเขา,เพื่อบรรเทาความกลัวและความเจ็บปวดในหัวใจและทิ้งตัวเองในแม่ของพวกเขา” 
“ขอให้เราอย่าเหนื่อยล้าในการถวายสิ่งที่จะเป็นเหตุให้เกิดสันติภาพให้กับองค์ราชินีแห่งสันติภาพ”
 “เราขอเชิญชวนผู้มีความเชื่อทุกคนและทุกชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสวดภาวนา,ขอให้รื้อฟื้นการถวายดังกล่าวแด่พระแม่มารีย์ทุกวันที่ 25 มีนาคม เพื่อที่พระนางผู้ทรงเป็นมารดาจะได้ปกป้องพวกเราทุกคนในความเป็นหนึ่งเดียวกันและสันติภาพ” 
พระสันตะปาปาทรงจบการขอร้องด้วยการระลึกถึง “ยูเครนที่กำลังทุกข์ทรมาน” ดังที่พระองค์ขอร้องต่อผู้เข้าเฝ้าทั่วไปเกือบทุกครั้งนับตั้งแต่เกิดสงคราม และทรงกำชับผู้ฟังว่าอย่าลืมประเทศนี้ ซึ่งพระองค์ตรัสว่า “กำลังทุกข์ทรมานอย่างมาก”  
 

วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2566

ปราสาทฝ่ายจิต


ในขณะที่วิญญาณอยู่ในบาปหนัก ไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อวิญญาณ ไม่มีกิจการที่ดีใดๆที่คู่ควรกับรางวัลนิรันดร เนื่องจากสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ดำเนินตามพระบัญญัติข้อแรกของพระเจ้า และโดยพระองค์เพียงผู้เดียวคือคุณธรรมที่แท้จริงของเรา วิญญาณที่แยกจากพระองค์ไม่เป็นที่พอพระทัยในสายพระเนตรของพระองค์อีกต่อไป เพราะโดยการทำบาปหนักร้ายแรง,แทนที่จะพยายามทำให้พระเจ้าพอพระทัย,วิญญาณกลับสร้างความพึงพอใจให้กับปีศาจ,เจ้าชายแห่งความมืด และดังนั้น,พวกมันจึงมาแบ่งปันความมืดมนของมัน 

Source: The Interior Castle Or The Mansions 
#Catholic 4 Life  
 

วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2566

รณรงค์เพื่อสวดภาวนาเพื่อพระคุณเจ้าโรลันโด อัลวาเรซ


ให้เราร่วมแรงร่วมใจกันในการอธิษฐานภาวนาต่อไป! 🙏 
ชาวคาทอลิกในนิการากัวได้สวดสายประคำ1000สาย เพื่อพระคุณเจ้าโรลันโด อัลวาเรซ(Rolando Álvarez) พระสังฆราชแห่งมาตากัลปา ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 26 ปี 4 เดือนโดยเผด็จการดาเนียล ออร์เตกา 
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2023, ชาวคาทอลิกกลุ่มหนึ่งในประเทศนี้ขอให้ทั่วโลกเข้าร่วม “กิจกรรมรณรงค์เพื่อสวดภาวนาเพื่อพระคุณเจ้าโรลันโด อัลวาเรซ และเพื่อพระศาสนจักรในนิการากัว” ซึ่งต้องทนทุกข์ทรมานจากการกดขี่ข่มเหงเพราะความเชื่อ 
กลุ่มคาทอลิกออนไลน์ของสังฆมณฑลมาตากัลปา(Diocese of Matagalpa) ประกาศบน Facebook และทาง ACI Prensa ได้แชร์ข่าวดังกล่าว และผู้มีจิตศรัทธาหลายร้อยคนจากหลากหลายประเทศที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้บน Facebook ก็ยืนยันว่าจะเข้าร่วมในการสวดภาวนา 
พระสังฆราชอัลวาเรซปฏิเสธที่จะถูกส่งตัวออกนอกประเทศพร้อมกับนักโทษการเมืองอีก 222 คนที่ถูกส่งไปสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์, ท่านสังฆราชถูกกล่าวหาว่าเป็น "ผู้ทรยศต่อบ้านเกิด" และถูกตัดสินให้อยู่ในที่คุมขังที่มีความปลอดภัยสูงสุดในเรือนจำ "La Modelo" 
แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุว่าท่านอยู่ที่ไหน ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ระบอบเผด็จการออร์เตกาได้ยุบมหาวิทยาลัยคาทอลิกฮวน ปาโบลที่ 2 และการิทัสนิการากัว  

วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2566

สาส์นแม่พระวันที่ 18 มีนาคม 2023

     แม่พระประจักษ์มาแก่มีรยานาในวันเกิดของเธอ,วันที่ 18 มีนาคม ของทุกปี(หลังจากที่ประทานความลับครบสิบข้อและไม่ได้ประจักษ์ทุกเดือนอีกต่อไป) แม่พระประทานสาส์นแก่มีรยานาดังนี้

ลูกที่รักทั้งหลาย
          โดยอาศัยการสวดภาวนาและพระเมตตา,แม่กำลังเรียกพวกลูกให้มารู้จักองค์พระบุตรของแม่ให้ดียิ่งขึ้น,มาเรียนรู้ที่จะฟังด้วยหัวใจบริสุทธิ์และเปิดกว้าง,ฟังสิ่งที่องค์พระบุตรตรัสกับลูกเพื่อที่ลูกจะได้เห็นสิ่งฝ่ายจิตวิญญาณ  ในฐานะประชากรของพระเจ้าที่เป็นหนึ่งเดียวกับองค์พระบุตรของแม่,ลูกจะเป็นพยานแห่งความจริงด้วยชีวิตของลูก
          จงสวดภาวนา,ลูกทั้งหลายของแม่,เพื่อที่ลูก,พร้อมกับองค์พระบุตรของแม่,จะสามารถนำมาซึ่งสันติภาพ,ความยินดี,และความรักมาสู่พี่น้องชายหญิงของลูก แม่อยู่กับลูกและแม่อวยพรพวกลูกด้วยการอวยพรเยี่ยงมารดาของแม่         

          ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2566

วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2566

แม่พระประจักษ์ที่นิการากัว,1980


ถ้าลูกทุกคนไม่เปลี่ยนแปลง,ลูกจะเร่งเวลาการมาถึงของสงครามโลกครั้งที่สาม
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2566

วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2566

แม่พระตรัสกับนักบุญบริจิตแห่งสวีเดน


"พระจิตสถิตอยู่กับแม่ตั้งแต่เป็นทารก และเมื่อแม่เติบโตขึ้น,พระองค์ก็ทรงเติมเต็มจิตวิญญาณของแม่จนไม่มีที่ว่างให้ความบาปเข้ามาได้ เมื่อแม่บรรลุนิติภาวะที่จะรู้จักบางสิ่งเกี่ยวกับองค์พระผู้สร้างของแม่,แม่ก็หันไปหาพระองค์ด้วยความรักที่ไม่อาจพรรณนาได้ และแม่ปรารถนาพระองค์อย่างสุดหัวใจ แม่ได้ทำสัตย์ปฏิญาณในใจว่าจะรักษาพรหมจรรย์ถ้าหากพระองค์ทรงพอพระทัย และจะไม่ครอบครองสิ่งใดในโลก-แต่หากพระเจ้าทรงมีพระประสงค์เป็นอย่างอื่น,ก็ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ ไม่ใช่ของแม่ แม่ได้ถวายความประสงค์ของแม่ในทุกสิ่งทุกประการแด่พระองค์อย่างสมบูรณ์"  
 
นำมาจาก - The Life of Mary