พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2566

ปราสาทฝ่ายจิต 1


โดยนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา 
ชั้นแรกของปราสาท  

เท่าที่ฉันเข้าใจ ประตูที่จะเข้าสู่ปราสาทแห่งนี้คือการสวดภาวนาและการพินิจใคร่ครวญ ฉันไม่อาจเข้าถึงจิตภายในได้โดยการสวดภาวนาด้วยเสียงแต่เพียงอย่างเดียว เพราะหากเป็นการสวดภาวนา จิตใจก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย ถ้าคนๆหนึ่งไม่พิจารณาถึงคนที่เขากำลังพูดกับตัวเอง สิ่งที่เขาขอ หรือสิ่งที่เขาไม่กล้าที่จะทูลพระเจ้า แม้ว่าริมฝีปากของเขาจะเอ่ยถ้อยคำมากมาย ฉันก็ไม่เรียกว่าเป็นการสวดภาวนา.......มีธรรมเนียมว่าในการสนทนากับพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพอย่างอิสระ ต้องกระทำโดยไม่สนใจว่าคำพูดนั้นเหมาะสมหรือไม่ แต่ให้พูดในสิ่งแรกที่นึกขึ้นได้ การสวดภาวนาด้วยการท่องจำโดยท่องซ้ำบ่อยๆ ไม่สามารถเรียกว่าการสวดภาวนา พระเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้คริสตชนคนใดพูดกับพระองค์ในลักษณะนี้ 
 ในที่สุดพวกเขาก็เข้าไปในห้องโถงในชั้นแรกของปราสาท มีสัตว์เลื้อยคลานมากมายที่คอยรบกวนสันติสุขฝ่ายจิตของพวกเขา และทำให้พวกเขามองไม่เห็นความสวยงามของอาคาร ถึงกระนั้นก็ตาม,เป็นการดีอย่างยิ่งที่คนเหล่านี้หาทางเข้าไปได้....เรื่องนี้เข้าใจยากที่สุดหากไม่มีประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับพระหรรษทานดังกล่าว ใครก็ตามที่ได้รับสิ่งเหล่านี้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้,สิ่งซึ่งเราไม่อาจมีประสบการณ์ได้ถ้าหากมิใช่โดยอาศัยพระเมตตาของพระเจ้าเท่านั้น 

Source: The Interior Castle Or The Mansions 
#Catholic 4 Life  
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น