พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

นักบุญน้อยกระพริบตา



(Catholic Online) 9/25/2016 - ที่อาสนวิหารแห่งกัวดาลาจาราซึ่งได้เก็บพระธาตุร่างกายที่ไม่เน่าเปื่อยของนักบุญเด็กหญิงชื่อ Santa Inocencia Bares (St. Innocence Bares น.บาเรสผู้บริสุทธิ์) และนักบุญเด็กหญิงได้กระพริบตาของเธอขณะที่มีคนหนึ่งกำลังถ่ายวีดีโอ
น.บาเรส เด็กหญิงผู้บริสุทธิ์ถูกฆ่าโดยบิดาของเธอเองเมื่อ 300 ปีก่อนหลังจากที่เธอรับศีลมหาสนิท
มีบันทึกกล่าวว่า  เด็กน้อยบาเรสได้แอบหนีบิดาของเธอไปร่วมพิธีมิสซา เพราะบิดาไม่ยอมให้เธอเป็นคาทอลิก  เธอมีเพื่อนเป็นซิสเตอร์ผู้หนึ่งซึ่งได้สอนเธอเรื่องพระเยซูเจ้าและศีลมหาสนิท  เธอจึงปรารถนาจะรับศีลและเธอก็ได้รับศีลมหาสนิท  เมื่อเธอกลับบ้านหลังจากพิธีมิสซา  บิดาของเธอได้ตีเธอที่หน้าอกอย่างแรงทำให้เธอเสียชีวิตทันที
ร่างของเธอถูกนำไปที่อาสนวิหารกัวดาลาจารา  และถูกรักษาไว้โดยทาด้วยแวกซ์เพื่อเป็นอนุสรณ์ของความรักต่อศีลมหาสนิทของเธอ
เธอสวมเสื้อผ้าสีขาวและถูกวางไว้ในโลงแก้ว  มีผู้แสวงบุญนิยมมาถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอที่โลงนี้และถ่ายรูปบริเวณพระแท่น
มีคนหนึ่งได้ถ่ายวีดีโอในอาสนวิหารและน.บาเรส ในโลงแก้ว  วีดีโอบันทึกด้วยภาพคุณภาพต่ำ  แต่ก็สามารถเห็นได้ชัดว่า น.บาเรสได้กระพริบตา
วีดีโอถูกนำไปลงในยูทูปและมีผู้ชมถึง 700,000 ครั้งแล้ว
บางคนไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง  แต่บางคนเชื่อว่าเป็นอัศจรรย์
              ลองดูวีดีโอ
ให้เราพิจารณาให้ดี  อัศจรรย์ใดๆก็ตามที่ทำให้เราเกิดความศรัทธาในพระเป็นเจ้าก็นับว่ามีประโยชน์  มิฉะนั้นก็จะเป็นเพียงเรื่องแปลกประหลาดเท่นั้น  และอัศจรรย์นั้นมีอยู่ตลอดเวลาในชีวิตประจำวันของเรา  เช่น  เซลส์ และ DNA ในร่างกายของเราเอง  ซึ่งเป็นอัศจรรย์ของการเนรมิตสร้างของพระเป็นเจ้า  และเป็นอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น