# Saint Joseph 😊🙏🩵
Pages
พระเมตตาของพระเยซูเจ้า
จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย
พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2025 สมโภชพระคริสตเจ้าแสดงพระองค์
ในรัชสมัยกษัตริย์เฮโรด พระเยซูเจ้าประสูติที่เมืองเบธเลเฮมในแคว้นยูเดีย โหราจารย์บางท่านจากทิศตะวันออกเดินทางมายังกรุงเยรูซาเล็ม สืบถามว่า “กษัตริย์ชาวยิวที่เพิ่งประสูติอยู่ที่ใด พวกเราได้เห็นดาวประจำพระองค์ขึ้น จึงพร้อมใจกันมาเพื่อนมัสการพระองค์” เมื่อกษัตริย์เฮโรดทรงทราบข่าวนี้ พระองค์ทรงวุ่นวายพระทัย ชาวกรุงเยรูซาเล็มทุกคนต่างก็วุ่นวายใจไปด้วย พระองค์ทรงเรียกประชุมบรรดาหัวหน้าสมณะและธรรมาจารย์ ตรัสถามเขาว่า “พระคริสต์จะประสูติที่ใด” เขาจึงทูลตอบว่า “ในเมืองเบธเลเฮม แคว้นยูเดีย เพราะประกาศกเขียนไว้ว่า เมืองเบธเลเฮม ดินแดนยูดาห์ เจ้ามิใช่เล็กที่สุดในบรรดาหัวเมืองแห่งยูดาห์ เพราะผู้นำคนหนึ่งจะออกมาจากเจ้า ซึ่งจะเป็นผู้นำอิสราเอล ประชากรของเรา”
(มัทธิว 2:1-12)
พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2025 สมโภชพระคริสตเจ้าแสดงพระองค์
ในรัชสมัยกษัตริย์เฮโรด พระเยซูเจ้าประสูติที่เมืองเบธเลเฮมในแคว้นยูเดีย โหราจารย์บางท่านจากทิศตะวันออกเดินทางมายังกรุงเยรูซาเล็ม สืบถามว่า “กษัตริย์ชาวยิวที่เพิ่งประสูติอยู่ที่ใด พวกเราได้เห็นดาวประจำพระองค์ขึ้น จึงพร้อมใจกันมาเพื่อนมัสการพระองค์” เมื่อกษัตริย์เฮโรดทรงทราบข่าวนี้ พระองค์ทรงวุ่นวายพระทัย ชาวกรุงเยรูซาเล็มทุกคนต่างก็วุ่นวายใจไปด้วย พระองค์ทรงเรียกประชุมบรรดาหัวหน้าสมณะและธรรมาจารย์ ตรัสถามเขาว่า “พระคริสต์จะประสูติที่ใด” เขาจึงทูลตอบว่า “ในเมืองเบธเลเฮม แคว้นยูเดีย เพราะประกาศกเขียนไว้ว่า เมืองเบธเลเฮม ดินแดนยูดาห์ เจ้ามิใช่เล็กที่สุดในบรรดาหัวเมืองแห่งยูดาห์ เพราะผู้นำคนหนึ่งจะออกมาจากเจ้า ซึ่งจะเป็นผู้นำอิสราเอล ประชากรของเรา”
(มัทธิว 2:1-12)
วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569
วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
นักบุญโยเซฟ
“พระบิดานิรันดรทรงเลือกท่านให้เป็นผู้พิทักษ์และปกป้องสมบัติอันล้ำค่าที่สุดของพระองค์ คือพระบุตรของพระองค์และพระนางมารีย์ คู่หมั้นของโยเซฟ ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์อย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งในที่สุดพระเจ้าทรงเรียกท่านไป โดยตรัสว่า:
‘ผู้รับใช้ที่ดีและซื่อสัตย์ จงเข้าไปสู่ความสุขของพระเจ้าของเจ้าเถิด’”
– นักบุญเบอร์นาร์ดิโนแห่งเซียนา
ขอพระเยซูเจ้าและนักบุญโยเซฟอวยพรท่านและครอบครัวให้มีความสุขตลอดปีใหม่ 2029 ด้วยเทอญ
# Saint Joseph 😊🙏🩵
วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
สุขสันต์ปีใหม่ 2029
ขอพระเยซูเจ้า,พระแม่มารีย์และนักบุญโยเซฟอวยพรท่านและครอบครัวให้มีความสุขตลอดปีใหม่ 2029 ด้วยเทอญ
# 😊🙏🩵
วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568
พิจารณาใคร่ครวญ
ถนนนั้นแคบ,ผู้ที่ปรารถนาจะเดินทางไปนั้นต้องสละละทิ้งทุกสิ่งและใช้ไม้กางเขนเป็นดังไม้เท้าของตน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เขาต้องเต็มใจที่จะยอมรับความทุกข์เพื่อเห็นแก่ความรักต่อพระเจ้าในทุกสิ่ง
ความเชื่อ “เป็นเหมือนเท้าที่วิญญาณเดินทางไปหาพระเจ้า และความรักคือผู้ช่วยนำทาง”
“การพิจารณาใคร่ครวญไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นการซึมซับความรักของพระเจ้าด้วยสันติสุขและเป็นความลับ ซึ่งถ้าวิญญาณยอมรับ,วิญญาณจะลุกเป็นไฟด้วยจิตวิญญาณแห่งความรัก”
“ความรักไม่ใช่การรู้สึกถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ประกอบด้วยการเสียสละอย่างมากและการทนทุกข์เพื่อผู้เป็นที่รัก”
“วิญญาณที่ผูกพันกับสิ่งใดๆก็ตามไม่ว่าจะมีสิ่งนั้นจะดีมากเพียงใด วิญญาณจะไม่บรรลุถึงอิสรภาพแห่งการรวมเป็นหนึ่งเดียวอันศักดิ์สิทธิ์ เชือกลวดที่แข็งแรงหรือด้ายเส้นเล็กที่ใช้จับนกนั้น ถ้ามันจับนกไว้แล้ว นกจะบินหนีไม่ได้จนกว่าสายที่ยึดนกไว้จะขาดเสียก่อน”
- นักบุญยอห์น แห่งไม้กางเขน (1542-1591)
นักปราชญ์ของพระศาสนจักร
วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568
สารแม่พระแห่งเมดจูกอเรจ์เยถึงยาคอฟ โคโล
25 ธันวาคม 2025 – สารคริสต์มาสจากพระแม่แห่งเมดจูกอเรจ์เยถึงยาคอฟ โคโล
ในการประจักษ์ส่วนตัววันละครั้งเป็นครั้งสุดท้ายแก่ยาคอฟ โคโล เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1998 พระแม่ได้บอกเขาว่านับจากนี้ไป เขาจะได้เห็นพระแม่ปีละครั้ง ทุกวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันคริสต์มาส และปีนี้ก็เป็นเช่นนั้น การประจักษ์เริ่มต้นเวลา 14:38 น. และกินเวลา 8 นาที พระแม่เสด็จมาพร้อมกับพระเยซูในอ้อมแขน ผ่านทางยาคอฟ พระแม่ได้ทรงส่งสารดังต่อไปนี้
วันนี้ ในวันแห่งพระหรรษทานนี้ แม่ขอเรียกลูกทั้งหลายให้มอบตนเองอย่างสมบูรณ์แก่พระเยซู ลูกที่รักทั้งหลาย จงมอบบาดแผลและความเจ็บปวด อดีตและอนาคตของลูกแก่พระองค์ และอนุญาตให้พระเยซูทรงเริ่มปกครองในชีวิตของลูก ลูกทั้งหลายของแม่ ด้วยการยอมจำนนการมอบตนเองอย่างสมบูรณ์ พระเยซูจะทรงประทานพระองค์เองในชีวิตของลูก และนี่คือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกจะได้รับ จงสวดภาวนาขอให้ลูกตระหนักว่าลูกมีค่ามากเพียงใดในสายพระเนตรของพระเยซู และพระองค์ทรงรักลูกมากเพียงใด
ขอบใจลูกที่สนองตอบเสียงเรียกของแม่
(โดยการรับรองจากคณะสงฆ์)
# 😊🙏🩵
วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568
สาส์นแม่พระ 25 ธ.ค. 2025
ลูกที่รักทั้งหลาย
ในวันนี้เช่นกัน – เมื่อพระเจ้าทรงอนุญาตให้แม่นำพระกุมารเยซู ราชาแห่งสันติสุข มาหาพวกลูก เพื่อพระองค์จะทรงเติมเต็มพวกลูกด้วยความรักและสันติสุขอย่างล้นเหลือ เพื่อหัวใจทุกดวงจะเป็นเช่นเดียวกับดวงพระทัยของพระองค์ในช่วงเวลาแห่งพระหรรษทานนี้ – จงเป็นผู้ปกป้องความรักของพระเจ้าอย่างแน่วแน่และกล้าหาญ เพื่อที่ช่วงเวลาแห่งพระหรรษทานนี้ พระองค์จะทรงประทานสันติสุขแก่พวกลูก
ขอขอบใจที่ตอบสนองเสียงเรียกของแม่
วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568
สุขสันต์วันตริสต์มาสแด่ทุกท่าน
|
|
ขอให้สันติสุขแห่งคริสต์มาสบังเกิดในใจของทุกท่านเทอญ
**********************
วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568
เราคือสิ่งสร้างอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
เราต้องมองตัวเองว่าเป็นสิ่งสร้างอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
เมื่อพระเจ้าตรัสกับองค์พระวจนาตถ์ของพระองค์ว่า “ท่านต้องไปหาผู้ที่เราสร้าง ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะตกจากแผ่นดินและลงไปในเหวที่ไม่มีวันหวนกลับ” ดังนั้นจึงพระวจนาตถ์ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อไถ่กู้มนุษยชาติทั้งมวล มนุษย์มักนำตัวเองไปสู่วิถีทางที่ทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด—แต่ก็เป็นการเยียวยา, ความทุกข์ทรมาน—แต่ก็เป็นความรักที่มีต่อพวกเขา, ความว่างเปล่า—แต่ก็เป็นความสมหวังที่จะอยู่กับเราตลอดไป
ขณะที่เราต้อนรับวันแห่งการเสด็จมาของพระเจ้าผู้ทรงดำรงอยู่ก่อนที่พระองค์จะทรงดำรงอยู่ เราต้องรู้สึกชื่นชมอย่างสุดซึ้งต่อช่างปั้นหม้อผู้ค่อยๆ ใช้มือปั้นดินด้วยพระคุณอย่างช้าๆ ด้วยพระพักตร์ที่ส่องประกายอยู่ภายในดินเหนียวที่พระองค์ทรงปั้นขึ้นด้วยความอดทนและความสมบูรณ์แบบแห่งศักดิ์ศรีและความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
# Faith 😊🙏🩵
วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568
พระตรีเอกภาพทรงตัดสินพระทัย
ในการพิจารณาใคร่ครวญเรื่องการจุติลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ในการฝึกปฏิบัติจิต (SE) ของท่านนักบุญอิกเนเชียสแห่งโลโยลา ท่านจินตนาการถึงพระตรีเอกภาพว่าทรงมองดูโลกและมนุษยชาติ
ตามที่นักบุญอิกเนเชียสกล่าว พระบุคคลทั้งสามทรงเห็นอะไรบ้าง? ทรงเห้นความหลากหลายอย่างมากมาย: “ทั้งในเครื่องแต่งกายและพฤติกรรมของมนุษย์ บางคนขาว บางคนดำ บางคนสงบสุข บางคนทำสงคราม บางคนร้องไห้ บางคนหัวเราะ บางคนสุขภาพดี บางคนป่วย บางคนเกิด บางคนตาย” (SE 106)
พระบุคคลศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามยังทรงเห็นว่า “มนุษย์ทั้งหมดกำลังลงไปสู่นรก” (SE 102) และหลังจากทรงเห็นสิ่งเหล่านี้แล้ว พระตรีเอกภาพก็ทรงตัดสินใจที่จะ “นำมาซึ่ง” การไถ่บาปของมนุษยชาติ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งตามคำพูดของนักบุญอิกนาเซียส อัศวินแห่งโลโยลาว่า “พระตรีเอกภาพทรงตัดสินพระทัยในนิรันดรภาพว่าพระบุคคลที่สองในพระตรีเอกภาพจะกลายเป็นมนุษย์เพื่อช่วยมนุษยชาติ” (SE 102)
ดังนั้น คริสต์มาสจึงเกิดขึ้นจากการตัดสินพระทัยของพระเจ้าผู้ทรงเป็นตรีเอกภาพ เราอาจกล่าวได้ว่า การไถ่บาปของมนุษยชาติเกิดขึ้นจากกระบวนการพิจารณาไตร่ตรองของพระบุคคลทั้งสาม: พระองค์ทรงเห็นและทรงตัดสินพระทัย! และสิ่งที่พระตรีเอกภาพทรงเห็นและทรงตัดสินพระทัย “ในนิรันดรภาพ” ยังคงเป็นจริงและคงอยู่จนถึงทุกวันนี้: ความหลากหลายอันมากมายของวัฒนธรรมและสถานการณ์ของเราได้รับการเข้าถึงด้วยความรักจากพระประสงค์แห่งการช่วยให้รอดอันไร้ขอบเขตและไม่มีวันสิ้นสุดของพระเจ้า
# Faith 😊🙏🩵
วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568
มือของคุณว่างเปล่าอยู่หรือไม่?
การประจักษ์ครั้งสุดท้ายที่การาบังดัล 13 พฤศจิกายน 1965 เป็นวันที่มีทั้งความสุขและความเศร้าสำหรับคอนชิตา
พระแม่มารีย์ทรงประจักษ์มาพร้อมกับพระบุตร แต่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่การาบังดัล แม่พระตรัสว่า “คอนชิตา บอกแม่หน่อยสิ เล่าเรื่องบรรดาลูกๆ ของแม่ให้แม่ฟัง แม่รวบรวมพวกเขาไว้ภายใต้ผ้าคลุมของแม่ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ลูกจะได้พบแม่ที่นี่ แต่แม่จะอยู่กับลูกและบรรดาลูกๆ ทุกคนของแม่ตลอดไป คอนชิตา ทำไมลูกไม่ไปเยี่ยมพระบุตรของแม่ในตู้ศีลล่ะ? พระองค์ทรงรอลูกอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน" คอนชิตากล่าวกับพระแม่มารีย์ว่า "ลูกมีความสุขมากที่ได้เห็นพระองค์ทั้งสอง ทำไมพระองค์ไม่พาลูกไปสวรรค์กับพระแม่ตอนนี้ล่ะคะ?" แม่พระทรงตอบว่า "จำสิ่งที่แม่บอกลูกในวันฉลองนักบุญองค์อุปถัมภ์ของลูกด้ไหม?" เมื่อลูกปรากฏตัวเบื้องพระพักตร์พระเจ้า มือของลูกต้องเต็มไปด้วยความดีที่ทำเพื่อพี่น้องของลูกและเพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ ในเวลานี้ มือของลูกว่างเปล่า" แม่พระตรัสว่า “คอนชิตา แม่ไม่ได้มาเพื่อลูกเท่านั้น แต่แม่มามาเพื่อลูกๆทั้งหลาย ทุกคนของแม่ ด้วยความปรารถนาที่จะเห็นพวกเขาใกล้ชิดกับดวงพระทัยของเรามากขึ้น”
From the book “Garabandal“ by J. Serre -p.201
# Faith 😊🙏🩵
วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ปรีชาญาณที่แท้จริงคือพระคริสตเจ้า
โสกราตีสเคยพูด ประโยคที่โด่งดังที่สุดคือ:“ปัญญาที่แท้จริงคือการรู้ว่าตนเองไม่รู้อะไรเลย” นี่คือความอ่อนน้อมถ่อมตนที่ถูกต้อง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ การเมือง สังคมวิทยา กฎหมาย เทววิทยา จิตวิทยา หรือแม้แต่สภาพอากาศและเศรษฐศาสตร์ก็ตาม“ปรีชาญาณความรู้ที่แท้จริงเพียงอย่างเดียวคือการรู้ว่าคุณไม่รู้อะไรเลย”
ประโยคนี้สอดคล้องเป็นอย่างดีกับประโยคแรกๆ ในหนังสือบุตรสิราที่อยู่ต่อจากหนังสือปัญญาจารย์: “ปรีชาญาณทั้งมวลมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าและอยู่กับพระองค์ตลอดไป
“เม็ดทรายในทะเล หยาดน้ำฝนวันที่โลกคงอยู่ ใครเล่าจะนับได้
“ความสูงของท้องฟ้า ความกว้างของแผ่นดินความลึกแห่งห้วงสมุทร ใครเล่าจะสำรวจได้
“ปรีชาญาณถูกเนรมิตขึ้นมาก่อนสิ่งใดความรู้รอบคอบมีมาแต่นิรันดร
“ใครเล่าได้รับการเปิดเผยถึงที่มาของปรีชาญาณ
“ใครเล่ารู้ความคิดลึกล้ำของปรีชาญาณ
“มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่มีปรีชาและน่าเกรงขามคือพระองค์ผู้ประทับบนพระบัลลังก์f องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเนรมิตปรีชาญาณ
“ทอดพระเนตรเห็นและทรงวัดขนาดแล้วทรงหลั่งปรีชาญาณลงมายังพระราชกิจทั้งปวงของพระองค์พระองค์ประทานปรีชาญาณแก่มนุษย์ตามพระทัยกว้างขวางของพระองค์ทรงแจกจ่ายแก่บรรดาผู้ที่รักพระองค์”
อีกที่หนึ่งที่จะพบสิ่งเดียวกันนี้: หนังสือสุภาษิต 9:10: “ความยำเกรงพระยาห์เวห์เป็นจุดเริ่มของปรีชาญาณ”
และโคโลสี 2:3: “ในองค์พระคริสตเจ้ามีพระปรีชาญาณและความรอบรู้ซ่อนอยู่เป็นขุมทรัพย์ล้ำค่า”
#CATHOLIC #FAITH
วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ผู้มีจิตใจดีงาม
คุณติ๋มเป็นผู้ช่วยพยาบาลใน ร.พ.รัฐ แห่งหนึ่ง เขาทำหน้าที่ในห้องผู้ป่วยรวมชาย ทุกวันต้องดูแลสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการปูผ้าปูเตียงนอน การนำผู้ป่วยนอนเตียง การช่วยผู้ป่วยในเรื่องต่างๆ ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าทำ เช่น การเช็ดก้น การนำสิ่งสกปรกไปทิ้ง ฯลฯ เขาทำสิ่งต่างโดยไม่บ่น ไม่เคยพูดจาไม่ดีต่อผู้ป่วย และมีความโอบอ้อมอารีต่อผู้ป่วยเสมอ ยังมีบุคคลที่ทำงานในห้องนี้อีกหลายคน เช่น แพทย์ พยาบาล แม่บ้าน คนทำความสะอาด แต่ละคนทำหน้าที่ของตน ผู้ป่วยบางคนมีอาการเจ็บปวดมาก และทำอาการที่ไม่น่าดูเท่าไรนัก แต่คุณติ๋มและบุคคลอื่นๆก็พยายามทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด
บุคคลากรเหล่านี้ถือเป็นผู้ที่น่ายกย่อง และคุณติ๋มก็เป็นผู้ที่มีจิตใจดีคนหนึ่ง
# People 😊🙏🩵
วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ความเกลียดชังในบาป
มีเรื่องราวหนึ่งเกี่ยวกับนักบุญยอห์น เวียนเนย์ เจ้าอาวาสแห่งอารส์ ท่านฟังสารภาพบาปของผู้คนจำนวนมาก และขณะที่ชายผู้หนึ่งกำลังสารภาพบาปของเขา นักบุญยอห์น เวียนเนย์ก็เริ่มร้องไห้ และชายคนนั้นก็ถามนักบุญว่า “ทำไมคุณพ่อจึงร้องไห้?” ท่านตอบว่า “พ่อร้องไห้ เพราะลูกไม่ได้มีความเกลียดชังในบาป”
เราก็อาจไม่มีความเกลียดชังในบาป,อย่างเช่นบาปเบา เรามักมีท่าทีแบบนี้ “ผมรู้ว่าการกระทำนี้เป็นสิ่งผิด แต่มันก็ไม่เลวร้ายอะไร มันไม่ได้เป็นเรื่องหนักหนาสาหัส ผมไม่ได้ไปนรกด้วยบาปนี้” ให้เราระลึกถึงพระวาจาของพระเยซูเจ้าตรัสไว้ในพระวรสาร “ท่านต้องรักพระเจ้าของท่านด้วยสิ้นสุดจิตใจ สิ้นสุดวิญญาณ และสิ้นสุดกำลัง”
ให้เราพยายามหลีกเลี่ยงบาปทุกชนิดไม่ว่าจะหนักหรือเบาเพื่อพระเจ้า พยายามทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
# Saint 😊🙏🩵
วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ดวงดาวดวงนั้น
คำกล่าวของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เนื่องในโอกาสเปิดตัวหนังสือ "คริสต์มาส ณ วันประสูติ" (27 กันยายน2023) ยังคงก้องอยู่ในใจ:
มีดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วน แต่ท่ามกลางดวงดาวเหล่านั้น มีดวงดาวพิเศษดวงหนึ่งที่โดดเด่น ดวงดาวที่กระตุ้นให้โหราจารย์ออกจากบ้านและเริ่มต้นการเดินทาง การเดินทางที่จะนำพวกเขาไปยังที่ที่พวกเขาไม่รู้จัก ในชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน ในช่วงเวลาหนึ่ง ดวงดาวพิเศษบางดวงจะเชื้อเชิญเราให้ตัดสินใจ เลือก และเริ่มต้นการเดินทาง เราต้องอธิษฐานขอพระเจ้าอย่างแรงกล้าให้ทรงแสดงดวงดาวดวงนั้นแก่เรา ดวงดาวที่จะดึงดูดเราไปสู่สิ่งที่มีความหมายมากกว่านิสัยเดิมๆ เพราะดวงดาวดวงนั้นจะนำเราไปสู่การพิจารณาถึงพระเยซู พระกุมารผู้ทรงประสูติในเบธเลเฮมและผู้ทรงปรารถนาความสุขที่สมบูรณ์แก่เรา
และในจดหมายอัครสมณทูตADMIRABILE SIGNUMลงวันที่ 1 ธันวาคม 2019 พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเตือนเราว่า
พี่น้องที่รัก ฉากประสูติของพระเยซูเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอันล้ำค่าแต่ก็ท้าทายในการส่งต่อความเชื่อเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กและในทุกช่วงชีวิตของเรา ฉากประสูตินี้สอนให้เราพิจารณาถึงพระเยซู สัมผัสถึงความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรา รู้สึกและเชื่อว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา และเราก็อยู่กับพระองค์ เป็นบุตรธิดา พี่น้องทั้งหลายของพระองค์ ด้วยพระคุณของพระกุมารผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้าและพระบุตรของพระแม่มารีย์ และตระหนักว่าในความรู้เช่นนั้นเราพบความสุขที่แท้จริง เช่นเดียวกับนักบุญฟรานซิส ขอให้เราเปิดใจรับพระคุณอันเรียบง่ายนี้ เพื่อว่าจากความอัศจรรย์ใจของเราจะเกิดเป็นคำอธิษฐานที่อ่อนน้อมถ่อมตน คำอธิษฐานขอบคุณพระเจ้าผู้ทรงประสงค์จะแบ่งปันทุกสิ่งของพระองค์กับเรา และไม่ทรงทอดทิ้งเราไว้ลำพัง (หน้า 16)
***
# Faith 😊🙏🩵
วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568
รูปแพนโทเครเตอร์
The Pantocrator (แพนโทเครเตอร์)นั้นสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่ได้เห็นมาอย่างยาวนาน ... ยิ่งมองมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแปลกตามากขึ้นเท่านั้น
ในปี 1938 นักประวัติศาสตร์ศิลปะสองคนเริ่มจัดทำรายการไอคอนที่อารามเซนต์แคทเธอรีนในซีนาย เมื่อพวกเขาเผยแพร่ผลการศึกษา หนึ่งในไอคอนที่พวกเขาสนใจคือรูปพระเยซูคริสต์แพนโทเครเตอร์ หรือพระเยซูคริสต์ผู้ปกครองทุกสิ่ง พวกเขากำหนดอายุของไอคอนนี้ไว้ว่ามีอายุเก่าแก่มากในศตวรรษที่ 13
สร้างขึ้นโดยใช้เทคนิคศิลปะแบบไบแซนไทน์โบราณ ทำจากขี้ผึ้งเคลือบบนแผ่นไม้ ซึ่งเป็นวัสดุที่ช่วยให้มีอายุเก่าแก่มาก เชื่อกันว่าเดิมทีสร้างขึ้นในกรุงคอนสแตนติโนเปิล โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรูปเคารพของพระเยซูคริสต์ที่เก่าแก่กว่าซึ่งพบที่ประตูหลักของพระราชวัง และน่าจะถูกนำมาถวายที่อารามเป็นของขวัญจากจักรพรรดิจัสติเนียน ผู้ก่อตั้งอาราม
พระพักตร์แพนโทเครเตอร์สร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่ได้เห็นมาอย่างยาวนาน ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา พระพักตร์ของพระเยซูยังคงมีความสม่ำเสมออย่างน่าทึ่งในรูปลักษณ์ที่ปรากฏ ซึ่งบ่งชี้ว่าพระพักตร์ของพระองค์นั้น เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าไม่ได้ถูกแต่งขึ้นหรือจินตนาการขึ้นเอง เนื่องจากความสม่ำเสมอของขนบธรรมเนียมทางศิลปะ จึงมีโอกาสสูงมากที่ภาพเขียนเช่นแพนโทเครเตอร์จะพรรณนาพระพักตร์ของพระเยซูที่แท้จริงตามที่เหล่าสาวกเห็น (ลองเปรียบเทียบแพนโทเครเตอร์กับภาพบนผ้าห่อพระศพแห่งตูริน)
ความแปลกประหลาดประการแรกคือ “การจ้องมองสองข้าง” ของพระเยซูเจ้า นี่ไม่ใช่เทคนิคการสร้างภาพสัญลักษณ์ที่ไม่รู้จัก แต่ไม่ใช่สิ่งที่เราเคยเห็นในภาพวาดสมัยใหม่
โดยพื้นฐานแล้ว ภาพนี้ถูกแบ่งครึ่ง และพระพักตร์ถูกแบ่งตรงกลาง ลักษณะของใบหน้าทั้งสองข้างมีความแตกต่างกันอย่างละเอียดอ่อน ซึ่งมองเห็นได้ง่ายที่สุดจากความแตกต่างของพระเนตรของพระคริสต์ การสร้างภาพสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างแท้จริงของพระพักตร์ทั้งสองข้างของพระองค์ การจ้องมองสองข้างเป็นผลงานศิลปะที่จงใจถ่ายทอดธรรมชาติทั้งสองของพระคริสต์ ด้านซ้ายแสดงถึงธรรมชาติของมนุษย์ และด้านขวาแสดงถึงธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ยื่นมือแห่งพระพรออกไปยังผู้ชม เป็นธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถือพระคัมภีร์และมีพระพักตร์ของผู้พิพากษา ภาพนี้ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ในชีวิตของพระเยซู ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อบอกเล่าเรื่องราว
# Faith 😊🙏🩵
..
วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568
จงมีใจสงบเสมอ
“พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่ผู้ที่ก้าวเข้าไปอยู่ในความสงบและความถ่อมตนในหัวใจของเขา หากท่านมองลงไปในน้ำที่มืดมนและปั่นป่วน ท่านจะไม่สามารถเห็นภาพสะท้อนของใบหน้าของท่านได้ ถ้าท่านต้องการเห็นพระพักตร์ของพระคริสต์ จงหยุดและรวบรวมความคิดของท่านในความเงียบและปิดประตูแห่งวิญญาณของท่านต่อเสียงรบกวนของสิ่งภายนอก”
— นักบุญแอนโทนีแห่งปาดัว
วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ผู้ใดที่พูดผ่านบรรดาประกาศก 3
หลังจากพระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์ พระองค์ได้ทรงส่งพระจิตมายังพระศาสนจักรเพื่อสานต่องานการตีความหมายนี้ พระจิตองค์เดียวกันที่ตรัสผ่านทางบรรดาบรรดาประกาศก ทรงดลใจอัครสาวกและสหายให้เขียนคำสอนของพระคริสต์ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ดังที่พระวรสารนักบุญยอห์นเตือนเราไว้ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะถ่ายทอดความลึกล้ำของการเปิดเผยของพระคริสต์ได้อย่างครบถ้วน “ยังมีเรื่องราวอื่นๆ อีกมากที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ ซึ่งถ้าจะเขียนลงไว้ทีละเรื่องทั้งหมด ข้าพเจ้าคิดว่า โลกทั้งโลกคงไม่พอบรรจุหนังสือที่จะต้องเขียนนั้น” (ยน. 21:25)
วิธีหนึ่งที่พระจิตทรงสอนเราผ่านทางประกาศกในปัจจุบัน คือผ่านพิธีกรรมของพระศาสนจักร ในบทสวด บทภาวนา และบทอ่านในพิธีมิสซา เราพบถ้อยคำและแนวคิดจากพระคัมภีร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำเราเข้าสู่ความลึกลับของพระคริสต์อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
พระจิตตรัสคำเหล่านี้ผ่านทางผู้ประพันธ์เพลงสดุดีผู้ทำนาย และตรัสอีกครั้งโดยทรงนำพระศาสนจักรให้เลือกคำเหล่านี้สำหรับพิธีกรรม
ยกตัวอย่างเช่น ในวันอาทิตย์อีสเตอร์ ถ้อยคำแรกที่เราได้ยินในพิธีมิสซามาจากบทสดุดีบทหนึ่งที่ว่า “เรากลับเป็นขึ้นมาแล้ว และเรายังคงอยู่กับพวกท่าน” พระจิตตรัสถ้อยคำเหล่านี้ผ่านผู้ประพันธ์บทสดุดี ประกาศก และตรัสอีกครั้งโดยทรงนำพระศาสนจักรให้เลือกบทสดุดีเหล่านี้สำหรับพิธีกรรม เมื่อเราขับร้องถ้อยคำเหล่านี้ในวันอาทิตย์อีสเตอร์ แรงบันดาลใจของพระจิตยังคงดังก้องอยู่ ช่วยให้เราเข้าใจว่าบทสดุดีนี้เป็นคำพยากรณ์ถึงการคืนพระชนม์ของพระคริสต์ ผ่านถ้อยคำพยากรณ์นี้ เราได้ยินพระเยซูตรัสกับเราด้วยพระสุรเสียงของพระองค์เอง ทรงรับรองกับเราไม่เพียงแต่ว่าพระองค์ทรงคืนพระชนม์จากบรรดาผู้ตายเท่านั้น แต่พระองค์ยังคงอยู่กับเราในศีลมหาสนิทด้วย
คริสตชนในปัจจุบันไม่ได้คาดหวังคำพยากรณ์ใหม่ๆ อีกต่อไป พระเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์เองอย่างสมบูรณ์แล้วโดยการตรัสพระวจนะของพระองค์ ผู้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์โดยพระจิต แต่เราคาดหวังและมั่นใจว่าจะได้รับการทรงนำและการดลใจอย่างต่อเนื่องจากพระจิตในความพยายามที่จะเข้าถึงความลึกลับแห่งการเปิดเผยของพระเจ้า โดยการเข้าร่วมพิธีกรรมของพระศาสนจักร การอ่านพระคัมภีร์ และการใช้เวลาอธิษฐานส่วนตัว เราได้รับการเชื้อเชิญให้รับของประทานและการทรงนำจากพระจิตอย่างต่อเนื่อง
ข้าแต่พระเยซูเจ้า ขอทรงส่งพระจิตของพระองค์มาและทรงฟื้นฟูแผ่นดินโลกด้วยเทอญ!
# Faith 😊🙏🩵
วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ผู้ใดที่พูดผ่านบรรดาประกาศก 2
หนึ่งในข้อความที่ผมชอบที่สุดจากบทข้าพเจ้าเชื่อคือเรื่องเกี่ยวกับพระจิต เมื่อเรากล่าวว่าพระองค์ “ตรัสผ่านทางบรรดาประกาศก” แม้จะดูสั้นกระชับ แต่ถ้อยคำเหล่านี้กลับเป็นถ้อยคำที่ยืนยันว่าพันธสัญญาเดิมยังคงมีความสำคัญสำหรับเรา แม้จะผ่านมาหลายพันปีแล้วหลังจากที่ถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรกแก่ชาวยิว
ในยุคแรกของศาสนาคริสต์ มีบางคนปฏิเสธคุณค่าของข้อเขียนเหล่านี้ โดยคิดว่าพันธสัญญาใหม่คือทั้งหมดที่เราต้องการ คริสตชนบางคนในปัจจุบันก็มีความคิดคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจซ่อนอยู่ภายใต้แนวคิดที่คลุมเครือว่า “พระเจ้าแห่งพันธสัญญาเดิม” แต่เมื่อเรากล่าวว่าพระจิตเจ้าตรัสผ่านทางบรรดาประกาศก เราก็เตือนใจตัวเองว่าข้อเขียนเหล่านี้ยังคงสอนเรา หากเรายอมให้พระจิตที่ทรงเคยดลใจพวกเขาตั้งแต่แรกสอนเรา
บนเส้นทางไปเอมมาอูส พระเยซูเริ่มสอนพระศาสนจักรถึงวิธีเข้าใจคำพยากรณ์ของพระจิต
““เจ้าคนเขลาเอ๋ย ใจของเจ้าช่างเชื่องช้าที่จะเชื่อข้อความที่บรรดาประกาศกกล่าวไว้ พระคริสตเจ้าจำเป็นต้องทนทรมานเช่นนี้เพื่อจะเข้าไปรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์มิใช่หรือ” แล้วพระองค์ทรงอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ให้เขาฟัง โดยเริ่มตั้งแต่โมเสสจนถึงบรรดาประกาศก (ลูกา 24:25-27)
# Faith 😊🙏🩵
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




















