พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

การเดิมพันของปาสคาล

            หลายๆคนน่าจะรู้จักและคุ้นชื่อของปาสคาลจากในชั้นเรียนคณิตศาสตร์กันดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเราหลายๆคนไม่ค่อยได้รู้กันก็คือ ในช่วงหลังๆของชีวิตนั้น เขามีชื่อเสียงของเขาในฐานะของผู้ที่เป็นหัวหอกในการถกเถียงกันระหว่างความเชื่อที่ว่า “God หรือพระเจ้านั้นมีอยู่จริงหรือไม่?” นี่ก็คือสิ่งที่นำมาสู่หลักความคิดที่ชื่อว่าการเดิมพันของปาสคาลนั่นเอง (Pascal’s Wager)
อะไรคือสาระสำคัญของหลักการเดิมพันของปาสคาล?
สาระสำคัญก็คือการที่ปาสคาลได้ให้เหตุผลที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องของพระเจ้าเอาไว้ว่า การตัดสินใจเชื่อที่ว่าพระเจ้ามีอยู่จริงนั้นเหมาะสมกว่าการที่จะเชื่อว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริงๆ!!  
เขาได้เหตุผลเอาไว้ว่าในการดำรงชีวิตนั้น คุณสามารถเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อในพระเจ้าก็ได้ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อในเรื่องความมีอยู่ของพระเจ้านี้ก็คล้ายๆกับเกมการเดิมพันอย่างหนึ่ง (เช่นเกมโยนเหรียญหัว-ก้อย) นั่นก็เพราะแล้วสุดท้ายพวกเราทุกคนก็ต้องตาย และแน่นอนว่าไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้จริงๆก่อนตายหรอกว่าสวรรค์หรือนรกหรือพระเจ้านั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ดังนั้นแล้วมันจึงเป็นเกมการเดิมพันที่เสมือนกับว่าคุณจำเป็นต้องเล่นโดยไม่สามารถปฏิเสธได้
เมื่อมองในแง่ของเกมการเดิมพันแล้ว ทิศทางความเชื่อของคุณก็เหมือนกับเดิมพันคุณวางลงไป โดยหากว่าคุณเลือกที่จะเชื่อในพระเจ้านั้น (ทำความดี) เมื่อคุณตายลงไปหากพระเจ้าและนรกรวมถึงสวรรค์ไม่มีอยู่จริง คุณก็แทบไม่เสียอะไรเลย แต่หากว่าพระเจ้ามีอยู่จริงสิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาก็คือการได้ใช้ชีวิตอย่างแสนสุขสบายอยู่บนสรวงสวรรค์
ในทางกลับกันนั้น หากคุณเลือกที่จะไม่เชื่อในพระเจ้านั้น (ทำความเลว) เมื่อคุณตายลงไปหากว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริงคุณก็ไม่เสียอะไรเลยเช่นเดียวกัน แต่หากว่าพระเจ้ามีอยู่จริงๆแล้วล่ะก็ สิ่งที่คุณจะต้องเผชิญก็คือขุมนรกที่สุดแสนจะทรมาน และคุณยังจะต้องได้รับการลงโทษอย่างแสนสาหัสอีกด้วย
ดังนั้นเมื่อมองถึงความคุ้มค่าแล้ว การเลือกที่จะเดิมพันในฝั่งที่พระเจ้านั้นมีอยู่จริงจึงแสนที่จะคุ้มค่ากว่ามากเป็นไหนๆ เพราะในทางคณิตศาสตร์นั้นการเชื่อพระเจ้าให้ค่าคาดหวังที่เป็นบวกแทนที่จะเป็นลบเหมือนในฝั่งตรงข้ามนั่นเอง
ตัวอย่างการคำนวณค่าคาดหวังของ Pascal แบบง่ายๆ
EV = (Gain x Probability of win) + (Loss x Probability of loss)
เชื่อในพระเจ้า = (Heaven x 0.5) + (0 x 0.5) = 0.5 x Heaven
ไม่เชื่อในพระเจ้า = (0 x 0.5) + (Hell x 0.5) = 0.5 x Hell

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

ทำไมปีศาจจึงเกลียดแม่พระมาก

จิตวิญญาณข้าพเจ้าถวายสดุดีพระเป็นเจ้า
จิตใจข้าพเจ้ายินดีในพระเป็นเจ้า  พระผู้กอบกู้ข้าพเจ้า
เพราะพระองค์ทอดพระเนตรความต่ำต้อยของข้าบริการของพระองค์
แต่นี้ไป มนุษย์ทุกสมัยจะเรียกข้าพเจ้าว่าเป็นผู้มีบุญ
 
....................อ่านต่อ...........

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

การแพร่ธรรม



 “ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา  ทำพิธีล้างบาปให้เขาเดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต” มัทธิว 28:19
และอัครสาวกของพระเยซูเจ้าก็ได้เดินทางไกลยังสถานที่ต่างๆเพื่อประกาศพระวรสาร  คริสต์ศาสนาได้แพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง  เป็นพลวัติที่สำคัญในประวัติศาสตร์  ในวีดีโอนี้แสดงให้เห็นการแพร่กระจายของคริสต์ศาสนาในแต่ยุคสมัย  โดยแต่ละเฟรมของวีดีโอเท่ากับหนึ่งปี และสิ้นสุดที่ปี 2000  วีดีโอจัดทำโดย westernconversatory.com  อัครสาวกและบรรดามิชชันนารีได้เดินทางไปทั่วโลก  ประกาศข่าวดีแก่มนุษย์  ท่านเหล่านั้นต้องเผชิญกับการเบียดเบียนและความยากลำบากมากมาย  ต้องเสียชีวิตเพื่อยืนยันความเชื่อของท่าน  อนาคตต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับพวกเราที่เป็นคริสตชนที่จะสานต่องานของมิชชันนารีเหล่านี้

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

ฝนกลีบกุหลาบ

หลังจากที่อัครสังฆราชในฟิลิปปินส์ได้ประกาศรับรองการประจักษ์ที่ลิปา(ในปี 1948) อย่างเต็มรูปแบบโดยได้รับอนุญาตจากทางสันตสำนักแล้ว  ก็เกิดปรากฏการณ์ใหม่ขึ้น....อ่านต่อ