พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ชีวิตแท้ในพระเจ้า

สาส์นจากพระเยซูเจ้าผ่านทางวาสุลา  ไรเด็น
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2016

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ผู้ค้นพบบ้านของแม่พระที่เอเฟซัส


“...บ้านของเราจะถูกเรียกว่าเป็นบ้านแห่งการสวดภาวนาของทุกคน” อิสยาห์ 56:7

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ภูเขาไฟใต้กรุงโรม


             วาติกันเคยได้รับคำเตือนให้ระวังภัยจากผู้ก่อการร้ายซึ่งอาจจะก่อการขึ้นที่วาติกัน  เวลานี้วาติกันได้รับคำเตือนอีกอย่างหนึ่ง  นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาสภาพทางธรณีวิทยาของอิตาลีได้เตือนว่า  แนวภูเขาไฟที่อยู่ชานกรุงโรมแสดงสัญญาณว่าอาจจะปะทุขึ้นได้
             นักวิทยาศาสตร์กังวลว่าบริเวณตอนกลางของอิตาลีเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง  มีสาเหตุมาจากแรงกดทับที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน  นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาเรื่องนี้และพบว่าแนวหินแมกมาโบราณที่อยู่ข้างใต้บริเวณชานกรุงโรมมีแมกมาไหลเพิ่มเข้ามา  และอาจแตกเป็นรอยแยก
             พื้นดินบริเวณที่พักร้อนของพระสันตะปาปาคือ Castel Gandolfo สูงขึ้น 2-3 มม.ต่อปี
             บริเวณที่มีปฏิกิริยามากที่สุดคือที่ Alban Hills อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของโรม
ภูเขาไฟที่อยู่ลึกลงไปใต้เนินเขาได้สงบนิ่งมานาน 36,000 ปี  แต่มันอาจปะทุขึ้นได้อีกครั้งและจะเป็นอันตรายอย่างมากต่อกรุงโรมรวมทั้งวาติกันด้วย  อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ไม่ใช่จะเกิดในเร็วๆนี้  อาจต้องใช้เวลาอีกนานหลายสิบปี

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ส่วนล่างสุดของไฟชำระ

พวกเขาไม่ได้รับประโยชน์จากคำภาวนานั้น  เพราะพวกเขาไม่ใส่ใจใยดีในพระเป็นเจ้า  ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้รับความใส่ใจใยดีจากผู้อื่นเช่นเดียวกัน
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พระคูหาศักดิ์สิทธิ์

ตัวอาคารวัดพระคูหาศักดิ์สิทธิ์นี้ มีความซับซ้อนมาก ภายในอาคารมีวัดเล็กวัดใหญ่หลายวัด แบ่งส่วนการครอบครองโดย คริสตชนหลายนิกาย ทั้งกรีกออร์ธอด็อกซ์ อาร์เมเนียนอาโปสโตลิก โรมันคาทอลิก เอธิโอเปียนออร์ธอด็อกซ์ ซีเรียนออร์ธอด็อกซ์ และคอปติกส์ออร์ธอด็อกซ์>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การเปิดฝาหลุมพระศพ


ทีมวิจัยทำงานที่โบสถ์แห่งพระคูหาศักดิ์สิทธิ์ได้พบแท่นศิลาซึ่งเป็น”ที่วางพระศพ” ของพระเยซูเจ้า
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีการเปิดฝาหลุมพระศพที่เข้าไปสู่ที่วางพระศพ  ศ.จ. Antonia Moropoulou ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการกล่าวว่า “นี่เป็นแผ่นหินศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการเคารพเป็นเวลานับศตวรรษ  แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้เห็น”
             เมื่อหินอ่อนที่ปิดหลุมศพถูกเปิดออกเป็นครั้งแรก  ก็เผยให้เห็นวัตถุที่อยู่ข้างในอย่างชัดเจน  ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อเปิดหินที่ปิดทับอยู่ด้านบน  ด้านในคือแท่นศิลาซึ่งเชื่อว่าเป็นที่วางพระศพของพระเยซูเจ้า  ก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับฟื้นคืนพระชนม์