พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

การมีชีวิตในโลกอย่างมีความหมาย

 คริสตชนที่ดีจะพยายามรักษาวิญญาณของตนให้รอด การที่เขาแน่ใจว่าตนได้รับความรอดจะทำให้เขาเป็นคนที่มีความสุขและพอใจเสมอ พวกเขาได้ลิ้มรสความสุขในสวรรค์ล่วงหน้าแล้ว และพวกเขาจะมีความสุขชั่วนิรันดร
>>>อ่านต่อ

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ตุรกีจะเปลี่ยนวิหารเซนต์โซเฟียให้เป็นมัสยิด

              อิสตันบุล, ตุรกี (AsiaNews) – ทางการตุรกีมีแผนที่จะเปลี่ยนวิหารโซเฟีย(Hagia Sophia)ซึ่งในอดีตเคยเป็นวิหารสำคัญของคริสตชนสร้างโดยจักรพรรดิคอนสแตนติน ให้กลายเป็นมัสยิดสำหรับชาวอิสลามใช้ทำการละหมาด แผนการณ์นี้จะทำให้เกิดความชัดแย้งระหว่างคริสตชนและอิสลามขึ้นมาได้ พระอัยกาบาร์โทโลมิว แห่งพระศาสนจักรตะวันออก(ออร์โธดอกซ์) ได้กล่าวในระหว่างพิธีมิสซาฉลองนักบุญอัครสาวกว่า
              วิหารเซนต์โซเฟียถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์, เป็นศูนย์กลางซึ่งทำให้พระศาสนจักรตะวันตกและตะวันออกมาบรรจบพบกัน ในการเปลี่ยนวิหารให้เป็นมัสยินนั้นจะแยกโลกทั้งสองออกจากกัน มันเป็นเรื่องบ้าบอในการทำเช่นนั้น วิหารเซนต์โซเฟียไม่ใช่เป็นของประเทศที่เป็นเจ้าของเท่านั้น แต่เป็นของมนุษยชาติทั้งมวล ประชาชนชาวตุรกีมีความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องรักษาอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์นี้ไว้
              ปัจจุบัน วิหารเซนต์โซเฟีย ถูกใช้เป็นพิพิทธภัณฑ์ ในปี 2013, นาย BülentArınc (รองนายกรัฐมนตรี) เคยปรึกษากับนายกที่จะเปลี่ยนวิหารเซนต์โซเฟียเป็นมัสยิดมาครั้งหนึ่งแล้ว และในครั้งนั้นนาย Tayip Erdogan (นายกรัฐมนตรี)เตือนว่ามัสยิด Blue Mosque ที่มีชื่อเสียงซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวิหารเซนต์โซเฟียก็ยังว่างเปล่าเช่นกัน

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

วันฉลองมรณสักขีรุ่นแรกแห่งกรุงโรม

                "พระเจ้าข้า, ข้าพเจ้าทั้งหลายขอถวายผลแรกแห่งพระศาสนจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยโลหิตแห่งมรณสักขี ข้าพเจ้าทั้งหลายวอนขอต่อพระองค์ โดยอาศัยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของบรรดามรณสักขีเหล่านี้, ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายมีความเข้มแข็งต่อการเบียดเบียนและต่ออุปสรรคในชีวิตและได้ชื่นชมยินดีในชัยชนะของผู้สัตย์ซื่อในความรักต่อพระองค์ ข้าพเจ้าวอนขอทั้งนี้, โดยอาศัยพระเยซูคริสตเจ้า, องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย, พระบุตรของพระองค์, ผู้ทรงดำรงชีพและเสวยราชย์ร่วมกับพระองค์, พร้อมกับพระจิต, พระเจ้าหนึ่งเดียวเป็นนิจกาล"
                – รูปภาพของบรรดามรณสักขีกำลังเดินเข้าสู่ลานกีฬาโคโลเซี่ยม  และคำภาวนาเนื่องในวันฉลองบรรดามรณสักขีรุ่นแรกของพระศาสนจักรแห่งกรุงโรม (30 มิถุนายน) ภาพนี้วาดโดย Léon-François Benouville เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1855 เวลานี้ถูกตั้งแสดงใน Musée d'Orsay ในกรุงปารีส ผมรู้สึกประทับใจกับภาพวาดนี้มาก และยืนอยู่ต่อหน้ามันสักครู่เพื่อไตร่ตรองถึงความเข้มแข็งของมรณสักขีผู้ยอมพลีชีพของตนเพื่อยืนยันความเชื่อต่อพระเยซูเจ้า และคิดถึงความกล้าหาญและความรักความเมตตาที่พวกเราต้องมีในฐานะคริสตชนที่อยู่ในโลกนี้ ซึ่งบ่อยครั้งได้รับการเบียดเบียนเนื่องจากพระวรสาร

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

พระศาสนจักรกับประสบการณ์ใกล้ตาย

ข้าพเจ้าเองก็ไม่สามารถบอกคุณถึงความสุขและความอภิรมย์ยินดีที่หวานชื่นที่ข้าพเจ้าได้มีประสบการณ์ณ.ที่นั้น
>>>อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

คุณพ่อบอสโกพูดกับเยาวชนเกี่ยวกับพระแม่มารีย์


เมื่อใดก็ตามที่ลูกต้องการได้รับพระหรรษทาน ให้ลูกสวดภาวนาซ้ำๆหลายครั้งว่า: "พระแม่มารีย์องค์อุปถัมภ์ของคริสตชน, โปรดภาวนาเพื่อเราเทอญ”
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

แม่พระช่วยชายหนุ่มให้รอดพ้นจากปีศาจ

“ผู้ใดก็ตามเสียชีวิตขณะที่สวมเสื้อจำพวกนี้ จะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานในไฟนิรันดรเป็นอันขาด เสื้อจำพวกนี้เป็นเครื่องหมายแห่งความรอด เป็นเครื่องป้องกันในยามอันตราย เป็นคำสัญญาแห่งการปกป้องพิเศษ”
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ความลับในกิจการงานของนักบุญโดมินิก


           นักบุญโดมินิกมีความกระตือรือร้นอย่างมากในภารปฏิบัติกิจการอภิบาลประชาชนของท่าน อะไรคือความลับที่ทำให้ท่านทำสิ่งต่างๆเหล่านั้นได้สำเร็จ? เช่น ความกระตือรือร้นในการศึกษา, การสวดภาวนาอย่างดื่มด่ำ, การเทศนศ์สอนอย่างร้อนรน, การริเริ่มกิจการทุกด้านของชีวิตพระสงฆ์นักบวชในคณะของท่าน, การทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันในการต่อสู้กับเฮเรติกในเวลานั้น, และความศรัทธาอันแรงกล้าของท่านต่อพระแม่มารีย์ กิจการต่างๆเหล่านี้ได้เป็นแสงสว่างให้แก่พระศาสนจักรในสมัยต่อๆมาจนถึงปัจจุบันนี้
            นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขนกล่าวว่า “มีคนเพียงไม่กี่คนที่สามารถบรรลุถึงระดับดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม, มีบางคนที่ประสบความสำเร็จ, โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่คุณธรรมและจิตวิญญาณของเขาถูกส่งต่อไปยังบรรดาลูกศิษย์ของเขา พระเจ้าทรงประทานผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวและทำให้บังเกิดผลแรกแห่งจิตวิญญาณของเขา, ทรงประทานคลังสมบัติและเกียรติอันสง่างามแก่เขา โดยทรงประทานลูกศิษย์, ผู้ซึ่งยอมรับกฎระเบียบและจิตวิญญาณของเขาไว้, ให้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ”