พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

อัศจรรย์ดวงอาทิตย์


วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 1917 ผู้แสวงบุญเริ่มต้นเดิน มีฝนตกตลอดทั้งคืน และ “ในทันทีทันใดอากาศก็เปลี่ยนไป ถนนที่เป็นดินก็กลายเป็นโคลนด้วยฝนที่ตกลงมา ”
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

วิญญาณในไฟชำระกำลังวอนขอเรา


ความทุกข์ทรมานในไฟชำระไม่เหมือนการถูกสาปแช่งในนรก เพราะในนรกเป็นโทษทัณฑ์จากความยุติธรรมของพระเป็นเจ้า แต่ไฟชำระมาจากความรักของพระเป็นเจ้า
>>>อ่านต่อ

  

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ผ้าปักมือผลงานของนักบุญเทเรซาแห่งลิซิเออร์



              เมื่อตอนที่เทเรซายังเป็นเด็กเล็ก อายุเพียง 3 ขวบ, เธอมักนั่งอยู่ใกล้กับแม่ของเธอ, เซลี มาร์ติน, และเฝ้ามองแม่ที่กำลังปักหมอนผ้าเล็กๆด้วยเข็มและด้าย เมื่อเทเรซาเติบโต, เธอจึงตระหนักว่ามารดาของเธอเป็นนักปักผ้าด้วยมือที่มีฝีมือเยี่ยมที่สุดในเมือง Alençon ของฝรั่งเศส เมืองนี้ได้ชื่อว่ามีผ้าปักด้วยมือที่มีลวดลายละเอียดอ่อนที่สุดของโลก

               ดูเหมือนว่าเทเรซาจะได้รับอุปนิสัยในการปักผ้ามาจากแม่ของเธอ และในอารามคาร์เมลที่นักบุญเทเรซาอาศัยอยู่นั้น, ไม่ใด้มีชีวิตอยู่เพียงแต่การสวดภาวนาเท่านั้น ยังมีเวลาสำหรับทำงานอย่างอื่นด้วย เป็นงานที่ต่ำต้อยเพื่อถวายแด่พระเจ้าซึ่งเสมือนเป็นการสวดภาวนาอย่างหนึ่งเช่นกัน ขณะที่อยู่ในอารามคาร์เมล, เทเรซาได้ทำงานฝีมือ, เป็นการปักผ้าในอาภรณ์สำหรับให้พระสงฆ์สวมใส่ในพิธีมิสซา
                 รูปภาพด้านบนคืองานฝีมือปักผ้าที่สวยงาม มีลวดลายที่ละเอียดอ่อนของนักบุญเทเรซา จะเห็นว่ามีความละเอียดอ่อนมาก ซึ่งบ่งบอกถึงจิตใจที่ละเอียดอ่อนของนักบุญเอง

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

การตายของนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา


                 บุญราศี อันนา เดอ ซานบาร์โทโลมิวเล่าว่า ในช่วงเวลาก่อนที่นักบุญเทเรซาจะเสียชีวิต, เธอเห็นพระเยซูทรงยืนอยู่ที่ปลายเตียง, ทรงอานุภาพเจิตจรัสรุ่งเรือง โดยมีหมู่มวลทูตสวรรค์มากมายติดตามพระองค์ และที่หัวเตียง, มีบรรดามรณะสักขีแห่งภูเขาอารารัตนับหมื่นองค์, มรณะสักขีที่ถูกตรึงกางเขนในปีค.ศ. 138 เป็นมรณะสักขีที่นักบุญเทเรซามีความศรัทธามาตลอดชีวิตของเธอ
                 มรณะสักขีเหล่านี้มาต้อนรับและให้กำลังใจแก่นักบุญเทเรซา เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับนักบุญในหนึ่งปีก่อนหน้านี้ว่าจะมาหาในเวลาที่เสียชีวิต เมื่อนักบุญเทเรซาถอนหายใจเป็นครั้งสุดท้าย, ซิสเตอร์คนหนึ่งได้เห็นบางอย่างคล้ายนกพิราบสีขาวบินผ่านริมฝีปากของเธอไป ขณะเดียวกัน, ซิสเตอร์ Catalina de la Concepción ซึ่งเป็นผู้มีชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นกันและเสียชิวิตในปีถัดมา, กำลังนั่งอยู่ใกล้หน้าต่างของห้องพัก เธอได้ยินเสียงดังมากของกลุ่มคนที่สนุกสนานร่าเริง จากนั้นเธอก็เห็นบุคคลที่ผ่องใสสุกสกาวจำนวนนับไม่ถ้วน ทุกคนแต่งกายด้วยชุดสีขาว, เดินมาที่อารามและเข้าไปในห้องของนักบุญที่กำลังจะเสียชีวิต ซึ่งมีบรรดาซิสเตอร์มาอยู่รวมกันรอบๆเตียง จากนั้นบุคคลที่เธอเห็นก็ไปที่เตียง และนี่คือช่วงเวลาที่นักบุญเทเรซาเสียชีวิต

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เกิดอะไรขึ้นกับโปแลนด์ 2


“ภายในหนึ่งทศวรรษหรืออาจจะสองทศวรรษ, โปแลนด์กำลังจะไปในทางเดียวกับไอร์แลนด์ นั่นคือการล่มสลายของศาสนาคริสต์และการยอมรับลัทธิฆราวาส”
>>>อ่านต่อ

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

วันแห่งการพิพากษา


              1 โครินธ์ 6:9-10 :
              ท่านไม่รู้หรือว่าคนอธรรมจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก จงอย่าหลอกตนเอง คนผิดประเวณี คนกราบไหว้รูปเคารพ คนเป็นชู้ คนลักเพศ คนรักร่วมเพศ คนขโมย คนโลภ คนขี้เมา คนปากร้าย คนฉ้อโกง คนเหล่านี้จะไม่ได้รับพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก
              มัทธิว 7:21-22 - คนที่กล่าวแก่เราว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า’ นั้นมิใช่ทุกคนจะได้เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์นั่นแหละจะเข้าสู่สวรรค์ได้ ในวันนั้นgหลายคนจะกล่าวแก่เราว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ประกาศพระวาจาในพระนามของพระองค์ ขับไล่ปีศาจในพระนามของพระองค์ และได้กระทำอัศจรรย์หลายประการในพระนามของพระองค์มิใช่หรือ’ เมื่อนั้น เราจะกล่าวแก่เขาว่า ‘เราไม่เคยรู้จักท่านทั้งหลายเลย ท่านผู้กระทำความชั่ว จงไปให้พ้นหน้าเรา’
             เพลงเกรโกเรียนชื่อ Dies Irae (วันแห่งพระพิโรธ) เพลงลาตินในศตวรรษที่ 13 ประพันธ์โดย Thomas of Celano เป็นบทกวีกล่าวถึง วันแห่งการพิพากษา, เสียงแตรถูกเป่าเป็นครั้งสุดท้ายเรียกให้วิญญาณทุกดวงมาอยู่เบื้องหน้าพระบัลลังก์พระเจ้า ผู้ที่ทำความดีได้รับความรอด ส่วนผู้ทำความชั่วได้รับการลงโทษชั่วนิรันดร

เกิดอะไรขึ้นกับโปแลนด์?


โซรอสและสหภาพยุโรปกำลังประกาศสงครามกับพระศาสนจักรคาทอลิกในโปแลนด์
>>>อ่านต่อ