พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

นายกอินเดียเชิญพระสันตปาปา



นายนาเรนทรา นายกรัฐมนตรีของอินเดียซึ่งขณะที่อยู่ที่กรุงโรมเพื่อร่วมประชุมกลุ่มจี20 ได้เข้าพบพระสันตปาปฟรังซิสที่วาติกัน เขาได้เชิญพระสันตะปาปาให้เสด็จเยือนประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการด้วย 
ถ้าพระสันตปาปาฟรังซิสเยือนอินเดีย ก็จะเป็นครั้งที่สามที่มีพระสันตะปาปาเยือนอินเดีย นับตั้งแต่ที่พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ได้เยือนอินเดียสองครั้งคือในปี 1986 และ1999 
การเยือนอินเดียของสมเด็จพระสันตะปาปาอาจจะช่วยทำให้สถานการณ์ความรุนแรงระหว่างคริสตชนคาทอลิกกับชาวฮินดูหัวรุนแรงบรรเทาเบาบางลง และคริสตชนที่มีจำนวน 5% ของประเทศจะมีความปลอดภัยมากขึ้น

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

อัศจรรย์จากนักบุญชาร์เบล?


หญิงผู้นั้นได้ไปที่โรงพยาบาลและตรวจสภาพร่างกายอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ ปรากฏว่าเธอไม่มีโรคมะเร็งแล้ว
>>>อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ชีวิตในสวรรค์


นครที่ส่องแสงรุ่งโรจน์ ที่มีเหล่าทูตสวรรค์ชั้นเซราฟิมขับร้องบรรเลงเพลงประสานสรรเสริญพระเจ้าตลอดเวลา
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564

พระสันตปาปาพบกับประธานาธิบดีไบเดน


 
โจเซฟ อาร์. ไบเดน จูเนียร์ จะไปเยี่ยมวาติกันในวันที่ 29 ต.ค.2021 เขาจะเป็นประธานาธิบดีคนที่สามของอเมริกา และเป็นประธานาธิบดีคนที่สองที่เป็นคาทอลิก ที่เข้าพบกับพระสันตปาปาฟรังซิส นับตั้งแต่พระองค์ทรงเข้ารับตำแหน่งสันตะปาปาในปี2013 แต่ละคนมีจุดยืนที่แตกต่างออกไป ทั้งพระสันตะปาปาเอง และงสถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐด้วย   
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวถึงพลังดึงดูดทั่วโลกของพระสันตปาปาฟรัวซิส,และการมุ่งเน้นที่ผู้อพยพ,การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ,และผู้ยากไร้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ซึ่งเป็นคริสตชนเช่นกัน พระสันตปาปาเคยตั้งคำถามเขาถึงนโยบายต่อต้านผู้อพยพของเขา ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันบางกลุ่มไม่พอใจ ตอนนี้เป็นคราวของ โจ ไบเดน ผู้เป็นคาทอลิกที่ร่วมพิธีมิสซาอย่างสม่ำเสมอ เป็นช่วงเวลาที่การแบ่งขั้วทางการเมืองในอเมริกาได้ซึมลึกเข้าไปในพระศาสนคาทอลิกอเมริกา ประธานาธิบดีและพระสันตะปาปาซึ่งมีจุดร่วมในประเด็นต่างๆ ร่วมกัน ได้กลายเป็นเป้าหมายร่วมกันของบิชอปอเมริกันอนุรักษ์นิยมางคนซึ่งพยายามจะด้อยราคาพวกเขา
โจ ไบเดนเคยพบพระสันตปาปาฟรังซิสมาก่อนแล้ว และครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สี่ที่เขาได้พบกับพระสันตปาปา