พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2025 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ

          “สมัยของโนอาห์เป็นเช่นไร เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นเช่นนั้น ในสมัยก่อนน้ำวินาศนั้น ผู้คนกิน ดื่ม แต่งงานกันจนถึงวันที่โนอาห์เข้าไปในเรือ ไม่มีใครนึกระแวงว่าอะไรจะเกิดขึ้นจนกระทั่งน้ำวินาศมากวาดพวกเขาไปหมดสิ้น เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นเช่นนั้นด้วย เวลานั้น คนสองคนอยู่ในทุ่งนา คนหนึ่งจะถูกรับไป อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งไว้ หญิงสองคนที่กำลังโม่แป้งอยู่ คนหนึ่งจะถูกรับไป อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งไว้ “จงตื่นเฝ้าระวังเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่านายของท่านจะมาเมื่อไร พึงรู้ไว้เถิด ถ้าเจ้าบ้านรู้ว่าขโมยจะมาในยามใด เขาคงจะตื่นเฝ้าไม่ปล่อยให้ขโมยงัดแงะบ้านของตนได้ ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน จงเตรียมพร้อมไว้ เพราะว่าบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย
(มัทธิว.24:37-44)








วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ความอดทนภายในต่อผู้อื่น


นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขน 

เราเป็นเหมือนหินที่ต้องสกัดและแกะสลักก่อนนำมาใช้ในอาคาร ผู้คนที่พระเจ้าทรงให้มาอยู่ล้อมรอบเรานั้น,เป็นเหมือนช่างฝีมือที่พระองค์นำมาไว้ที่นั่นเพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเราด้วยการทำงานและสิ่วของพวกเขาที่กระทบใส่เรา 
บางคนจะสกัดเราด้วยคำพูด - บอกเราในสิ่งที่เราไม่อยากได้ยิน 
บางคนสกัดเราด้วยการกระทำ - ทำกับเราในสิ่งที่เราไม่อยากทน 
บางคนสกัดเราด้วยอารมณ์ของพวกเขา - ด้วยตัวตนของเขา...ในการกระทำของพวกเขา ทำให้เรารำคาญและเบื่อหน่าย 
อาทิเช่นบางคนพูดเร็ว,บางคนพูดช้า,บางคนพูดเสียงดังมากและบางคนพูดเบาจนคุณแทบไม่ได้ยิน สิ่งเหล่านี้บางอย่างอาจทำให้เรารำคาญมาก 
นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขนกล่าวต่อไปว่า: และคนอื่นๆสกัดเราด้วยความคิดของพวกเขา - ด้วยการไม่เคารพหรือรู้สึกรักเรา 
ท่านนักบุญแนะนำว่า: ในสถานการณ์เหล่านี้ เราควรยอมรับความอัปยศและความรำคาญด้วยความอดทนภายใน


วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565

สาส์นของพระเยซูเจ้าประทานแก่ลุซ เดอ มาเรีย


พระจันทร์สีเลือดในอดีตและที่ลูกจะได้เห็นอีกครั้ง,เป็นเงาล่วงหน้าของความทุกข์เข็ญอันหนักหนาสาหัสที่มนุษยชาติจะต้องเผชิญในช่วงเวลาที่สุดยอดนี้
>>>อ่านต่อ

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565

คำพูดของนักบุญ


ยุคสมัยใหม่ในปัจจุบันถูกครอบครองโดยซาตานและจะถูกครอบครองมากขึ้นในอนาคต ความขัดแย้งกับนรกนี้มนุษย์ไม่อาจเอาชนะได้,แม้แต่คนที่ฉลาดที่สุด มีเพียงพระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมลผู้เดียวเท่านั้น,ผู้ทรงได้รับพระสัญญาจากพระเจ้าให้สามารถได้รับชัยชนะเหนือซาตาน อย่างไรก็ตาม,พระนางมารีย์,พระมารดาของพระเจ้าผู้ทรงได้รับการยกขึ้นสู่สวรรค์,ทรงประสงค์จะได้รับความร่วมมือจากเรา พระนางทรงแสวงหาวิญญาณที่จะอุทิศตนทั้งครบให้กับพระนาง,พวกเขาจะกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในพระหัตถ์ของพระนาง เครื่องมือในการปราบซาตานและเป็นผู้แพร่กระจายอาณาจักรของพระเจ้าบนโลก”  

นักบุญแม็กซิมิเลียน โคลเบ 

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ดำเนินชีวิตในน้ำพระทัยของพระเจ้า(3)


ข้าแต่พระเจ้า,โปรดทรงรักษาข้าพเจ้าให้พ้นจากความใจแคบ,โปรดให้ข้าพเจ้าใจกว้างในความคิด,ในคำพูด,ในการกระทำ
>>>อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ดำเนินชีวิตในน้ำพระทัยของพระเจ้า(2)


พระเยซูเจ้าข้า,ขอพระองค์ทรงทำให้จิตวิญญาณของข้าพเจ้ามั่นคง,ไม่คลอนแคลน,และพากเพียร
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ความเชื่อของพระศาสนจักรกำลังถูกทดสอบ


การเปลี่ยนแปลงหลักคำสอนทางศีลธรรมของพระศาสนจักรคาทอลิกจะเกิดขึ้นโดยผ่านการประชุมไซนอดและนั่นจะทำให้เกิดความแตกแยก
>>>อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565

อัศจรรย์ดวงอาทิตย์ที่ฟาติมา


หนังสือพิมพ์ของโปรตุเกส Ilustração Portuguesa,ฉบับวันที่ 29 ตุลาคม 1917 แสดงรูปภาพของประชาชนที่ไปรวมกันที่ฟาติมาในวันที่ 13 ตุลาคม 1917,ประชาชนกำลังแหงนหน้าดูอัศจรรย์ดวงอาทิตย์ ในระหว่างการประจักษ์มาของแม่พระแก่เด็กสามคนแห่งฟาติมา ประมาณว่ามีประชาชนประมาณ 70,000 คนในวันนั้น
ประมาณเที่ยงวัน ประชาชนมารวมกันที่โควาดาอีเรีย เด็กสามคนมาถึงแล้ว
ทันใดนั้นลูซีอาก็ร้องขึ้นว่า "เงียบ,เงียบ, แม่พระกำลังมา" เพราะเธอเห็นแสงสว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้าเหนือต้นโอ๊ค ประชาขนต่างเงียบกริบ ลูซีอาถามแม่พระว่า "ท่านต้องการอะไรคะ?" แม่พระตรัสตอบ "แม่อยากบอกลูกว่า แม่ต้องการให้สร้างโบสถ์น้อยขึ้นที่นี่เพื่อเป็นเกียรติแด่แม่ แม่คือแม่พระแห่งสายประคำ  จงสวดสายประคำทุกวัน สงคราม(โลกครั้งที่1)กำลังสิ้นสุดลง และทหารจะได้กลับบ้านในไม่ช้า"........
แล้วแม่พระทรงกางพระหัตถ์ออก มีแสงรัศมีเจิดจ้าส่องออกมารอบๆซึ่งเชื่อมโยงกันแสงจากดวงอาทิตย์
ลูซีอาตะโกนว่า "ดูที่ดวงอาทิตย์"
แม่พระทรงหายไป เด็กๆได้เห็นภาพของพระธรรมล้ำลึกของสายประคำภาคชื่นชมยินดี,มหาทรมาน,และพระสิริรุ่งโรจน์ ลูซีอาเห็นทั้งสามภาคนี้ แต่ฟรังซิสโกและยาชินทาเห็นเพียงภาคแรก
นักบุญโยเซฟประจักษ์มาอยู่ข้างดวงอาทิตย์พร้อมทั้งพระกุมารเยซูและแม่พระแห่งสายประคำ นักบุญโยเซฟอวยพรประชาชนด้วยเครื่องหมายกางเขน และพระกุมารก็ทรงกระทำด้วย
ในที่สุดแม่พระแห่งภูเขาคาร์เมลประจักษ์มาพร้อมทั้งพระกุมารเยซู
ขณะที่ภาพเหล่านี้ปรากฏอยู่ ประชาชนได้เห็นอัศจรรย์แห่งดวงอาทิตย์ ฝนยังคงตกอยู่ระหว่างที่มีการประจักษ์
เมื่อลูซีอาร้องว่า "ดูที่ดวงอาทิตย์" ประชาชนยืนขึ้น จ้องมองท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ส่องแสงรัศมีกระจายออกโดยรอบ ดวงอาทิตย์เหมือนเป็นจานสีเงิน แล้วก็เริ่มเต้น หมุนติ้วเหมือนลูกบอลแห่งไฟ หยุดในบางครั้ง และเริ่มหมุนอีก ส่งรังสีไปโดยรอบและเปลี่ยนสี สีส่องกระทบกับต้นไม้และทุกสิ่งทำให้สิ่งเหล่านั้นมีสีตามไปด้วย ต่อมาดวงอาทิตย์ก็หยุดหมุนและกระตุกและตกลงมาเป็นทางซิกแซกมายังฝูงขน
ประชาชนมีความกลัวเป็นอย่างมาก,คิดว่านี่เป็นอวสานของโลกแล้ว,ต่างคุกเข่าลง,ร้องไห้และสวดภาวนาวอนขอต่อพระเจ้าให้ทรงเมตตาต่อพวกเขา
ในที่สุดดวงอาทิตย์ก็หยุดและกลับไปอยู่ที่ตำแหน่งเดิมของมัน
ประชาชนสังเกตุว่าเสื้อผ้าที่เปียกของพวกเขาแห่งสนิท
อัศจรรย์เห็นได้แม้แต่ในบริเวณที่อยู่ห่างไกลไป ถึง 25 ไมล์