พระเมตตาของพระเยซูเจ้า

จงบอกมนุษยชาติที่กำลังเจ็บป่วย ให้เข้ามาใกล้หัวใจอันเมตตาของเรา แล้วเราจะประทานสันติภาพให้แก่มนุษยชาติ พระเมตตาของเราไม่มีวันสิ้นสุดเลย

พระวาจาวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2026 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาจากแคว้นกาลิลีถึงแม่น้ำจอร์แดน เพื่อรับพิธีล้างจากยอห์น ยอห์นพยายามชักชวนพระองค์ให้เปลี่ยนพระทัย เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าควรจะรับพิธีล้างจากท่าน แต่ท่านกลับมาพบข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เวลานี้ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก่อน เพราะเราควรจะทำทุกอย่างตามพระประสงค์ของพระเจ้า” ยอห์นจึงยอมทำตาม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้างแล้ว เสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้นท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมา เหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา”
(มัทธิว 3:13-17)








วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2566

คำทำนายของนักบุญยอห์น บอสโก


จะถึงเวลาที่ปีศาจจะหว่านความบาดหมางในบรรดาผู้ที่ใกล้ชิดกับพระสันตะบิดรผู้ศักดิ์สิทธิ์
>>>อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2566

วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2566

คำแนะนำเกี่ยวกับการสู้รบฝ่ายจิต


จงต่อสู้เสมอด้วยความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งว่าเราอยู่กับลูก อย่าถูกชี้นำด้วยความรู้สึก, เพราะมันไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของลูกเสมอไป แต่บุญกุศลทั้งหมดของลูกอยู่ที่การเชื่อฟังคำแนะนำของผู้แนะนำฝ่ายจิตของลูกเสมอแม้ในสิ่งเล็กน้อยที่สุด เราจะไม่หลอกลวงลูกด้วยความสุขและการปลอบโยน ตรงกันข้าม จงเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ จงรู้ไว้เถิดว่าเวลานี้ลูกอยู่บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ซึ่งทั้งสวรรค์และโลกกำลังเฝ้าดูลูกอยู่ จงต่อสู้ด้วยความกล้าหาญเยี่ยงอัศวิน เพื่อที่เราจะได้ตอบแทนลูก อย่ากลัวเกินควร เพราะลูกไม่ได้อยู่คนเดียว (ไดอารี่, 1760) 
คำภาวนาของดิฉัน(นักบุญโฟสตินา) 
ขอบพระคุณพระเจ้าข้า,พระเยซูเจ้า,สำหรับคำแนะนำการสู้รบฝ่ายจิตของพระองค์ การเผยแพร่สาส์นแห่งพระเมตตาของพระองค์เป็นการสู้รบที่ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยพระหรรษทานของพระองค์และการประทับอยู่ของพระองค์,ลูกต้องการสู้รบเยี่ยงอัศวิน;

วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ผู้ช่วยส่วนตัวของคุณพ่อปีโอ


รูปถ่ายของคุณพ่อปีโอกับบราเดอร์บิล มาร์ติน nbsp;
วิลเลียม(บิล) มาร์ติน William (Bill) Martin จากบรุกลิน, นิวยอร์ก ได้พบกับคุณพ่อปีโอ ครั้งแรกเมื่อเขาเดินทางไปที่ San Giovanni Rotondo ในปี 1959 บิลไปเยี่ยมคุณพ่อปีโออีกครั้งในปี 1964 การได้อยู่ต่อหน้าคุณพ่อปีโอนั้นทำให้จิตใจของเขาเบิกบานมาก เมื่อถึงเวลากล่าวคำอำลา,บิลพบว่ามันเป็นการยากมากที่จะจากไป 
ขณะที่บิลกำลังรอรถบัสที่จะพาเขาไปที่ Foggia บราเดอร์คนหนึ่งของคณะคาปูชินวิ่งมาหาเขาและบอกเขาว่าคุณพ่อปิโอต้องการให้เขาอยู่ที่อารามต่อไป บิลมีความสุขมากที่ทราบข่าวนี้ เขากลายเป็นฟรังซิสกันชั้นที่สามและหลังจากนั้นทุกคนก็รู้จักในนามบราเดอร์บิล 
หลังจากคุณพ่อโอมรณภาพ, บิลได้รับการบวชเป็นพระสงฆ์และได้รับนามว่าคุณพ่อโจเซฟ ปิอุส 
บราเดอร์บิล กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณพ่อปีโอและทำงานใกล้ชิดกับท่านทุกวัน บ่ายวันหนึ่ง เขากับคุณพ่อปีโอนั่งอยู่ด้วยกันที่ระเบียงแดดนอกห้องพักของคุณพ่อปีโอ เพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบ ต่างคนต่างหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง บราเดอร์บิลกำลังคิดกับตัวเองว่าเป็นพระพรอันยิ่งใหญ่ที่เขาสามารถใช้เวลาใกล้ชิดกับคุณพ่อปีโอได้มากขนาดนี้ เขารู้ว่าเขาโชคดีแค่ไหนและเขาสงสัยว่าใครได้รับพระหรรษทานอันวิเศษนี้ เป็นคุณพ่อปีโอหรือแม่พระที่เป็นผู้ประทานพระหรรษทานนี้? แม้ว่าบราเดอร์บิล จะไม่ได้เปิดเผยความคิดของเขากับคุณพ่อปีโอ แต่ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น คุณพ่อปีโอก็หันมาหาเขาและพูดว่า “เป็นแม่พระ”
#Catholic 4 Life

วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ปีศาจพยายามทำลายพระศาสนจักร


ปีศาจถูกบังคับให้บอกความจริงโดยพระแม่มารีย์ในการประกอบพิธีขับไล่ปีศาจ
>>>อ่านต่อ

วันอังคารที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2566

จำเป็นต้องประกาศพระวาจา


สิงโตคำรามแล้ว ผู้ใดจะไม่กลัวบ้าง? พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแล้ว ผู้ใดจะไม่ประกาศพระวาจา? ....อาโมส 3,3:8, 
“หากสัตว์โลกทั้งปวงหวาดกลัวและตัวสั่นเมื่อได้ยินเสียงคำรามของสิงโตฉันใด เราจะไม่ประกาศพระวาจาได้อย่างไรเมื่อพระเจ้าตรัสสั่งให้เราพูดและบอกผู้คนถึงความทรมานที่รอพวกเขาอยู่”  
นักบุญเจอโรม อธิบาย Amos, 3, 3-8   

"ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงล่อลวงข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็ยอมให้ถูกล่อลวง พระองค์ทรงพลังเหนือข้าพเจ้าและทรงมีชัยชนะ ข้าพเจ้าเป็นที่น่าหัวเราะวันยังค่ำ ทุกคนเยาะเย้ยข้าพเจ้า ทุกครั้งที่พูด ข้าพเจ้าต้องร้องขอความช่วยเหลือ ตะโกนว่า “แย่แล้ว ตายแน่” 
เพราะพระวาจาของพระยาห์เวห์เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าต้องอับอายและถูกเยาะเย้ยอยู่ตลอดวัน แม้ข้าพเจ้าจะพูดว่า “ข้าพเจ้าจะไม่คิดถึงพระองค์ และจะไม่พูดในพระนามของพระองค์อีก” แต่ข้าพเจ้าก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีไฟเผาอยู่ในใจ อัดอยู่ในกระดูกของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าพยายามควบคุมไฟนี้ไว้จนอ่อนเปลี้ย แต่ก็ควบคุมไว้ไม่ไหว 
.....เยเรมีย์ 20:7-9

วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ปัญญาของโลกคือความโง่เขลา


ผู้น่าเคารพยอห์น แห่งอาวีลา เปรียบเทียบโลกว่าเป็นเหมือนคุก และท่านแบ่งโลกออกเป็นคุกสองคุก คุกหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้า และอีกคุกหนึ่งสำหรับคริสตชนที่อยู่ในบาป,ห่างไกลจากพระเจ้า คุกอย่างหลังนี้เขาเรียกว่าคุกของคนเขลา แต่ความน่าสมเพชและความร้ายแรงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุกนี้คือ คนที่น่าสมเพชเหล่านี้คิดว่าตนเองฉลาดและสุขุม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนโง่เขลาและไร้ความรอบคอบที่สุดในบรรดามนุษย์ทั้งหลายก็ตาม บางคนโง่เขลาเพราะรักเกียรติยศ, บางคนเพราะแสวงหาความสุขจากโลก,จากการยึดติดกับวัตถุสิ่งของที่น่าสังเวชของโลกนี้ พวกเขาคิดว่าเป็นการโง่เขลาที่จะยอมรับการดูถูกและการให้อภัยหรือยอมรับความเจ็บไข้ เขาถือว่าเป็นความเขลาถ้าหากเว้นจากกามราคะ เป็นความเขลาถ้าควบคุมตนเองด้วยการทำพลีกรรม เป็นความเขลาถ้ายอมสละเกียรติยศและทรัพย์สมบัติ เป็นความเขลาในการรักความสันโดษ และใช้ชีวิตสมถะและซ่อนเร้น 
ปัญญาของโลกคือความโง่เขลาในสายพระเนตรของพระเจ้า  
#Catholic 4 Life